เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 281 โครงเรื่องพันธะที่รอคอยมาแสนนาน

บทที่ 281 โครงเรื่องพันธะที่รอคอยมาแสนนาน

บทที่ 281 โครงเรื่องพันธะที่รอคอยมาแสนนาน


ขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้นเรียบร้อย

เอเดนถ่ายรูปเปิดตัวอย่างเป็นทางการในสีเสื้อของแมนเชสเตอร์ ซิตี โดยมีทีมงานคอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ที่น่าสนใจก็คือ อิลไค กึนโดอัน ที่เดิมทีมีคิวจะต้องย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี ในซัมเมอร์นี้ กลับต้องระเห็จไปซบอริร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แทน อันเนื่องมาจากบัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์ของเอเดนนั่นเอง

ดังนั้น เสื้อหมายเลข 8 จึงตกเป็นของเอเดนไปโดยปริยาย

ช่วยประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยล่ะ

หลังจากการถ่ายภาพเสร็จสิ้น เอเดนก็เดินตามเจ้าหน้าที่ไปรายงานตัวกับทีม

ในเวลานี้ มูรินโญกำลังคุมลูกทีมลงฝึกซ้อมอยู่

เมื่อเห็นเอเดน เขาก็รีบเดินเข้ามาหาพร้อมกับรอยยิ้ม

“ยินดีต้อนรับนะ เอเดน!”

“ขอบคุณครับ!”

เอเดนยื่นมือไปจับทักทาย ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ สนามซ้อม

เมื่อไม่เห็นวี่แววของเดอ บรอยน์ เขาจึงเอ่ยถามขึ้นมาทันที

“บอสครับ วันนี้เควินลาหยุดเหรอครับ?”

“ใช่แล้วล่ะ!”

มูรินโญส่งยิ้มแห้ง ๆ อย่างจนใจ

“หมอนั่นยังคงฝังใจกับเรื่องบาดหมางสมัยอยู่เชลซีน่ะ ตอนนี้น่าจะเก็บตัวอยู่ในหอพักนั่นแหละ!”

‘หรือว่าไอ้หมอนี่กำลังคิดจะชิ่งหนีวะ?’

เอเดนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

ในชีวิตก่อนหน้านี้ ผลงานของเดอ บรอยน์ ในบุนเดสลีกานั้นยอดเยี่ยมไร้ที่ติ จนไปเตะตากวาร์ดิโอลาเข้าอย่างจัง

และต่อมา เขาก็กลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางภายใต้การทำทีมของกวาร์ดิโอลา

ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ นอกจากเมสซีแล้ว เดอ บรอยน์ ก็คือนักเตะลูกรักเบอร์หนึ่งของกวาร์ดิโอลานั่นแหละ

แล้วตอนนี้จู่ ๆ กวาร์ดิโอลาก็สลับขั้วไปคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซะงั้น เขาจะไม่หาทางเจรจาดึงตัวเดอ บรอยน์ ไปร่วมทีมให้ได้เลยเหรอ?

ด้วยพลังเงินอันมหาศาลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บวกกับนโยบายเปิดกว้างเรื่องการย้ายทีมของมันซูร์

ตราบใดที่เดอ บรอยน์ พยักหน้าตกลง วันรุ่งขึ้นเขาก็คงไปโผล่รายงานตัวที่โอลด์แทรฟฟอร์ดแน่ ๆ

จะปล่อยให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง!

เขายังตั้งเป้าจะกวาดแชมป์แชมเปียนส์ลีก 5 สมัยซ้อนกับแมนเชสเตอร์ ซิตี อยู่นะเว้ย!

จะยอมปล่อยให้ว่าที่ยอดมิดฟิลด์ระดับโลกหลุดมือไปต่อหน้าต่อตาได้ยังไง?

“บอสครับ เดี๋ยวผมขอไปคุยกับเขาหน่อยนะครับ!”

ไม่รอให้มูรินโญอนุญาต เขาก็รีบวิ่งหน้าตั้งตรงไปยังหอพักนักเตะทันที

“ไอ้เด็กใจร้อนเอ๊ย!”

มูรินโญหันหลังกลับมาด้วยรอยยิ้ม และประจวบเหมาะกับจังหวะที่ราฮีม สเตอร์ลิง ตะบันลูกหลุดเดี่ยวออกหลังไปอย่างน่าเกลียดพอดี

สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นดำทะมึนในทันที ก่อนจะแผดเสียงคำรามลั่น “บ้าเอ๊ย สเตอร์ลิง! ฉันบอกนายไปกี่รอบแล้วว่าให้เน้น ๆ หน่อยจังหวะจบสกอร์เนี่ย ขืนยิงนกตกปลาแบบนี้อีก เตรียมตัวไปเล่นแบ็กเลยนะเว้ย!”

สเตอร์ลิงส่งยิ้มแหย ๆ

“บอสครับ คราวหน้าผมจะระวังให้มากกว่านี้ครับ!”

แมนเชสเตอร์ ซิตี

หอพักนักเตะ

เอเดนผลักบานประตูที่แง้มอยู่เล็กน้อยเข้าไป ก็เห็นเดอ บรอยน์ นั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่าง

ผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเคราเฟิ้มไม่ได้โกน

เห็นได้ชัดว่าช่วงนี้ไอ้หมอนี่คงเจอเรื่องหนักใจมาไม่น้อย

เอเดนเคาะประตูเบา ๆ แล้วเดินเข้าไป

“ไง เควิน หวังว่าฉันคงไม่ได้มาขัดจังหวะอะไรนายนะ”

เมื่อเห็นว่าเป็นเอเดน สีหน้าของเดอ บรอยน์ ก็ไม่ได้แสดงความประหลาดใจหรือยินดีใด ๆ ออกมาเลย

ทว่า กลับมีความเสียดายแฝงอยู่ลึก ๆ

ราวกับว่าเขาเพิ่งจะพลาดโอกาสอะไรดี ๆ ไป

เขามองไปที่เอเดนแล้วฝืนยิ้มบาง ๆ

“ยินดีด้วยนะ เอเดน”

“นายไม่คิดจะต้อนรับฉันหน่อยเหรอ?”

เอเดนส่งยิ้มแห้ง ๆ

เขารู้ดีว่าเดอ บรอยน์ กำลังคิดจะย้ายทีม

คิดดูแล้วมันก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก

การเข้ามาของเขากับก็องเต จะทำให้การแข่งขันแย่งชิงตำแหน่งในแดนกลางของแมนเชสเตอร์ ซิตี ดุเดือดเลือดพล่านสุด ๆ

ก็องเตนั้นไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้ว เรื่องความดุดันและพื้นที่การรับผิดชอบในเกมรับนั้นไม่มีใครเทียบติด

แถมยังมีตำนานของทีมอย่างดาบิด ซิลบา และมิดฟิลด์ชาวบราซิลอย่างเฟร์นังดู ที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจในแดนกลางอีก

ถ้าเดอ บรอยน์ พ่ายแพ้ในการแย่งชิงตำแหน่ง เขาก็ต้องกลายสภาพไปเป็นตัวสำรอง

การไม่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ย่อมส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อนักเตะในวัยกำลังพีคอย่างเขาแน่นอน

ในทางกลับกัน การย้ายไปอยู่กับกุนซือที่เห็นคุณค่าและต้องการใช้งานเขาจริง ๆ ย่อมเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่า

“เควิน นี่นายกะจะยอมแพ้ง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ?”

“เอเดน ฉัน…”

เดอ บรอยน์ กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่ก็ถูกเอเดนโบกมือเบรกไว้ก่อน

“เควิน นายคิดว่าแผงมิดฟิลด์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี ชุดนี้ แตกต่างจากเชลซีในตอนนั้นยังไงบ้าง?”

แม้จะไม่เข้าใจว่าเอเดนจะถามเรื่องนี้ทำไม

แต่เดอ บรอยน์ ก็พยายามตั้งสติแล้วเริ่มครุ่นคิด

แผงมิดฟิลด์ของเชลซีในตอนนั้น มีทั้งเขา, อาซาร์, ออสการ์, เชือร์เล, มิเกล และแลมพาร์ด

ซึ่งในจำนวนนั้น เขา, อาซาร์ และออสการ์ ไม่ค่อยถนัดเกมรับเท่าไหร่

มูรินโญเป็นกุนซือที่เน้นเกมรับเป็นหลัก และหลายครั้งเขาก็มักจะเลือกใช้งานแค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น

บวกกับสองคนหลังนั้นโดดเด่นในเกมรุกมากกว่าเขาด้วยซ้ำ

ผลลัพธ์ก็เลยออกมาอย่างที่เห็น

สำหรับแผงมิดฟิลด์ของแมนเชสเตอร์ ซิตี ชุดปัจจุบัน คนที่มีโอกาสยึดตัวจริงได้ก็มี เอเดน, ก็องเต, ดาบิด ซิลบา, ตัวเขาเอง รวมถึงเฟร์นังดูและสเตอร์ลิง

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เอเดนกับก็องเตจะการันตีตัวจริงคนละหนึ่งโควตาอย่างแน่นอน

ที่เหลือก็ต้องมาลุ้นกันว่าระบบแผนการเล่นจะเป็นยังไง

ไม่ว่าจะเป็น 4-2-3-1 หรือ 4-3-3 เขาก็ต้องไปแย่งตำแหน่งกับดาบิด ซิลบา อยู่ดี

มูรินโญชอบนักเตะที่ครบเครื่องกว่า ใคร ๆ ก็รู้เรื่องนี้ดี

และดาบิด ซิลบา ก็คือคำตอบที่ใช่เลยล่ะ

แทบไม่ต้องเดาก็รู้เลยว่าบทสรุปของการแย่งชิงตำแหน่งครั้งนี้จะลงเอยยังไง

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เดอ บรอยน์ ก็แทบจะร้องไห้ออกมา

“เอเดน คำถามของนายนี่มันแทงใจดำชะมัดเลย!”

เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เอเดนก็รู้ทันทีว่าหมอนั่นเข้าใจผิดไปไกลแล้ว

เขาจึงไม่อ้อมค้อมอีกต่อไป รีบอธิบายให้ฟังทันที

“เควิน ฉันรู้ว่านายกังวลเรื่องอะไร!”

“แต่สิ่งที่ฉันจะบอกก็คือ ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี ชุดนี้กับเชลซีชุดก่อน ก็คือความดุดันในเกมรับแดนกลางไงล่ะ!”

“ไม่ว่าจะเป็นฉันหรือก็องเต พวกเราก็คือเครื่องจักรบดขยี้ในเกมรับแดนกลางและแดนหลังทั้งนั้นแหละ!”

อะแฮ่ม!

เอเดนรู้สึกกระดากปากนิดหน่อยที่ต้องมาอวยตัวเองแบบนี้

แต่เพื่อรั้งตัวเดอ บรอยน์ ไว้ เขาจะมามัวห่วงหน้าตาไม่ได้หรอก

เอเดนหน้าแดงเล็กน้อยขณะพูดต่อ

“มีพวกเราอยู่ บอสก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเกมรับของทีมอีกต่อไปแล้ว!”

“คนข้างนอกเอาแต่ค่อนขอดว่าบอสเก่งแต่จอดรถบัส ถ้าเป็นนาย นายจะทำยังไงล่ะ?”

“ฉันก็จะเน้นเกมรุกให้มากขึ้นสิ!”

เดอ บรอยน์ โพล่งตอบออกมาตามสัญชาตญาณ

แม้จะยังคงสับสนมึนงงอยู่ แต่ดวงตาของเขาก็เริ่มเป็นประกายขึ้นมาบ้างแล้ว

เอเดนรู้ว่าเขามาถูกทางแล้ว

เขาจึงรีบตีเหล็กตอนที่กำลังร้อนทันที

“ถูกเผงเลย!”

“ขุมกำลังหรูหราอลังการขนาดนี้ ถ้ายังขืนมัวแต่จอดรถบัสเหมือนเมื่อก่อน อย่าว่าแต่แฟนบอลเลย ต่อให้เป็นมันซูร์ก็คงไม่ทนหรอก”

“แล้วนายก็รู้นี่ ตำแหน่งของฉันไม่ได้จำกัดอยู่แค่มิดฟิลด์เท่านั้น แต่ฉันยังดันขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าได้ด้วยนะ!”

“ตอนนั้น ฉันก็ต้องพึ่งลูกจ่ายสวย ๆ จากนายแล้วล่ะ!”

การเป็นที่ต้องการของใครสักคน

มันคือเรื่องที่น่ายินดีจริง ๆ

แต่การเป็นที่ต้องการของนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก มันย่อมพิเศษกว่าความโชคดีธรรมดา ๆ อยู่แล้ว

เมื่อได้ยินว่าเอเดนต้องการเขา

เดอ บรอยน์ ก็ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล ความคิดตั้งมั่นที่จะย้ายไปซบแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มลายหายไปในพริบตา

“ขอบใจมากนะ เอเดน!”

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน

เอเดนก็ถึงกับอึ้งไปเลย!

นี่เขาแค่พูดพล่อย ๆ ไปไม่กี่ประโยค ก็กระตุ้นโครงเรื่องพันธะได้เลยเหรอเนี่ย?

การทำพันธะกับตัวละครมันง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ!

แต่ก็นั่นแหละ เอเดนย่อมไม่มีทางปฏิเสธเซอร์ไพรส์ที่ไม่คาดคิดแบบนี้อยู่แล้ว

ยิ่งเป็นมิดฟิลด์สายซัพพอร์ตจอมแอสซิสต์อย่างเดอ บรอยน์ ด้วยแล้วล่ะก็

ยิ่งมีเยอะก็ยิ่งดีสิ

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 281 โครงเรื่องพันธะที่รอคอยมาแสนนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว