- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาเป็นเลขาฯ ขอฟาดหน้าพวกคนพาลให้ยับ
- บทที่ 80 - คิดจะเอาเรื่องเสียงรบกวนมาหาเรื่องงั้นเหรอ ลุงๆ ป้าๆ จะสอนให้รู้ซึ้งเอง!
บทที่ 80 - คิดจะเอาเรื่องเสียงรบกวนมาหาเรื่องงั้นเหรอ ลุงๆ ป้าๆ จะสอนให้รู้ซึ้งเอง!
บทที่ 80 - คิดจะเอาเรื่องเสียงรบกวนมาหาเรื่องงั้นเหรอ ลุงๆ ป้าๆ จะสอนให้รู้ซึ้งเอง!
บทที่ 80 - คิดจะเอาเรื่องเสียงรบกวนมาหาเรื่องงั้นเหรอ ลุงๆ ป้าๆ จะสอนให้รู้ซึ้งเอง!
โครงการจินสุ่ยหว่านมีเวลาก่อสร้างจำกัด การทำงานล่วงเวลาในตอนกลางคืนจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และติดกับไซต์งานก็มีชุมชนหยางกวงซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยเก่าแก่อยู่ด้วย
หวังเฉียงเกิดไอเดียเด็ดขึ้นมา เขาจะเอาเรื่องเสียงรบกวนจากการก่อสร้างในยามวิกาลมาใช้เป็นข้ออ้าง คราวนี้เขาจะสวมบทบาทเป็นวีรบุรุษผู้เรียกร้องความเป็นธรรมให้ประชาชน
เวลาห้าทุ่มของคืนนั้น หวังเฉียงเปลี่ยนมาใส่ชุดไปรเวท พาคนสนิทมาด้วยสองคน ขับรถพาสสาทที่มองไม่ออกว่าเป็นรถของหน่วยงานราชการ แอบมาจอดซุ่มอยู่บนถนนเล็กๆ ในเขตชุมชนที่ติดกับไซต์งาน
เขาหยิบเครื่องวัดระดับเสียงความละเอียดสูงที่ผลิตในเยอรมนีออกมาจากกระโปรงหลัง อุปกรณ์ตัวนี้รับเสียงได้ไวเสียยิ่งกว่าของกรมสิ่งแวดล้อมเสียอีก เขาใช้เส้นสายขอยืมมาจากศูนย์ตรวจสอบระดับมณฑลเชียวนะ
ยามค่ำคืน ไซต์งานจินสุ่ยหว่านสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ เสียงเครื่องจักรทำงานดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ
หวังเฉียงหันอุปกรณ์ไปทางไซต์งานแล้วกดปุ่มวัดค่า ตัวเลขสีแดงบนหน้าจอกะพริบอยู่สองสามครั้ง ก่อนจะหยุดนิ่งที่ 60.3 เดซิเบล
เสร็จฉันล่ะ
กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า เสียงรบกวนจากการก่อสร้างในเขตที่อยู่อาศัยยามวิกาลต้องไม่เกิน 55 เดซิเบล ตัวเลข 60.3 นี่แหละคือหลักฐานมัดตัวชั้นดี
"ถ่ายวิดีโอเก็บไว้" หวังเฉียงกระซิบสั่ง "ถ่ายให้เห็นตัวเลขชัดๆ ถ่ายไปที่ไซต์งาน แล้วก็ถ่ายสภาพแวดล้อมของชุมชนนี้ด้วย"
ลูกน้องคนสนิทรีบยกกล้องวิดีโอขึ้นมาบันทึกภาพทันที ส่วนหวังเฉียงก็หยิบ 'หนังสือแจ้งคำสั่งระงับการกระทำผิดกฎหมาย' ที่เตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋า รอแค่ให้ถ่ายวิดีโอเสร็จ เขาจะใช้ข้อหา 'สร้างความเดือดร้อนรำคาญและรบกวนการพักผ่อนของประชาชนอย่างรุนแรง' สั่งระงับการทำงานกะกลางคืนของโครงการทั้งหมดทันที แถมจะสั่งปรับเงินก้อนโตให้เข็ดด้วย
"ท่านผู้อำนวยการ มีคนมาครับ" ลูกน้องที่คอยดูลาดเลากระซิบเตือน
หัวหน้า รปภ. ประจำประตูไซต์งานสังเกตเห็นกลุ่มคนท่าทางมีพิรุธ จึงสั่งให้ลูกน้องเดินเข้าไปตรวจสอบ ส่วนตัวเองก็ใช้วิทยุสื่อสารรายงานกลับไปยังกองอำนวยการ
"รายงานศูนย์อำนวยการ ผมเหล่าซุนครับ พบผู้ต้องสงสัยบริเวณด้านนอกไซต์งานฝั่งชุมชนหยางกวง กำลังถืออุปกรณ์บางอย่างหันหน้ามาถ่ายภาพไซต์งานของเราครับ"
เมื่อข่าวนี้ส่งไปถึงกองอำนวยการที่ยังคงเปิดไฟสว่างโร่ กัวเสี่ยวจวินและคนอื่นๆ ก็ใจหล่นวูบทันที
"ซวยแล้ว" กัวเสี่ยวจวินตบต้นขาฉาดใหญ่ "มาตรฐานเสียงรบกวนตอนกลางคืนมันเป็นกฎหมายตายตัว เลี่ยงยังไงก็ไม่พ้นหรอก"
สีหน้าของทีมงานหลักในห้องทำงานเปลี่ยนไปทันที ครั้งนี้เป้าหมายอยู่ข้างนอกไซต์งาน แถมยังมีกฎหมายระดับชาติค้ำคออยู่ ดูเหมือนว่าแผนที่เฉินผิงฟ่างเคยวางไว้จะใช้ไม่ได้ผลเสียแล้ว
...
ด้านนอกไซต์งาน หวังเฉียงขยับปกเสื้อให้เข้าที่ เตรียมจะพาลูกน้องบุกไปที่ประตูไซต์งาน ทว่าเขากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
ตามหลักแล้ว ตึกที่ถูกเสียงก่อสร้างรบกวนควรจะมืดสนิท หรือไม่ก็มีไฟเปิดสว่างอยู่แค่ไม่กี่ห้องพร้อมกับเสียงด่าทอดังแว่วมาให้ได้ยิน
แต่ตึกที่อยู่ตรงหน้าเขากลับมีไฟเปิดสว่างอยู่หลายห้อง มองเห็นเงาคนเดินไปมาอยู่หลังหน้าต่าง ทว่ากลับไม่ได้ยินเสียงบ่นเลยแม้แต่แอะเดียว มันเงียบจนผิดสังเกต
หวังเฉียงขมวดคิ้ว เดินเข้าไปใกล้ๆ อาศัยแสงไฟจากเสาไฟถนนเพ่งมองดูให้ชัดๆ ถึงได้เห็นว่าบานหน้าต่างของห้องที่เปิดไฟอยู่นั้น สะท้อนแสงแวววาวดูกระจกหนาเตอะ กรอบหน้าต่างก็ดูใหม่เอี่ยม ไม่ใช่กรอบอะลูมิเนียมรุ่นเก่าที่นิยมใช้กันในยุคนี้แน่ๆ
มันคือหน้าต่างกระจกสองชั้นกันเสียงรบกวน
"ท่านผู้อำนวยการ...หน้าต่างพวกนี้ เหมือนทางโครงการจินสุ่ยหว่านจะเพิ่งออกเงินเปลี่ยนให้ชาวบ้านทั้งชุมชนไปเมื่อเดือนที่แล้วเลยนะครับ" ลูกน้องที่ค่อนข้างรู้เรื่องราวในพื้นที่กระซิบเตือน "ตอนนั้นเป็นข่าวใหญ่โตเลย เห็นว่าทำไปเพื่อไม่ให้เสียงก่อสร้างรบกวนการนอนของชาวบ้านน่ะครับ"
หวังเฉียงใจหายวาบ
เขาอุตส่าห์กะจะใช้ความเดือดร้อนของชาวบ้านมาเป็นเครื่องมือ แต่กลับกลายเป็นว่าเฉินผิงฟ่างยอมควักกระเป๋าแก้ปัญหานี้ไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว
"เปลี่ยนหน้าต่างแล้วมันจะทำไม ผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย" หวังเฉียงยังคงปากแข็ง "ตัวเลขบนเครื่องวัดมันโกหกไม่ได้หรอก ตามฉันไปแปะป้ายระงับการทำงานเดี๋ยวนี้"
เขาไม่เชื่อหรอกว่าเฉินผิงฟ่างจะมีปัญญาแก้ตัวบทกฎหมายได้
ทว่าในตอนที่เขาพาลูกน้องเดินไปถึงลานกว้างของชุมชน จู่ๆ กลุ่มลุงๆ ป้าๆ ที่สวมปลอกแขนสีแดงของทีมลาดตระเวนชุมชน ก็พากันเดินออกมาจากตึกต่างๆ แล้วเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาสามคนเอาไว้แบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง
คุณลุงท่าทางเป็นผู้นำกลุ่ม ผมหงอกขาวแต่ยังดูแข็งแรง สวมเสื้อโค้ททหารเก่าๆ ยื่นแขนออกมาขวางทางหวังเฉียงเอาไว้
"นี่สหาย ดึกดื่นป่านนี้ไม่หลับไม่นอน มาทำลับๆ ล่อๆ อะไรแถวนี้ จะมาก่อเรื่องอะไรหรือเปล่า" น้ำเสียงของคุณลุงราบเรียบ แต่สายตาจับจ้องอย่างระแวดระวัง
หวังเฉียงล้วงบัตรประจำตัวออกมาโชว์แวบหนึ่ง แล้วชูเครื่องวัดระดับเสียงในมือขึ้น "พวกเรามาจากคณะตรวจสอบร่วมของทางเทศบาลครับ ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนว่าไซต์งานตรงนี้ก่อมลพิษทางเสียงในเวลากลางคืน รบกวนการพักผ่อนของชาวบ้านอย่างรุนแรง พวกเราเลยมาปฏิบัติหน้าที่ครับ"
เขาจงใจเน้นเสียงตรงคำว่า 'แจ้งเบาะแสจากประชาชน' และ 'ปฏิบัติหน้าที่' ให้ดังฟังชัด
"เสียงรบกวนงั้นเหรอ"
คุณลุงทำหน้าเหมือนได้ยินเรื่องตลก เขาหันกลับไปชี้มือไปยังตึกต่างๆ ที่ยังเปิดไฟสว่างอยู่ แล้วตะโกนถามเสียงดัง "พวกเรา! มีใครนอนไม่หลับเพราะเสียงก่อสร้างบ้างไหม!"
"ไม่มี๊!"
"เงียบสงบดีออก!"
คุณป้าสวมเสื้อลายดอกคนหนึ่งรีบก้าวออกมายืนเท้าสะเอว เสียงดังกังวานยิ่งกว่าคุณลุงเสียอีก "ท่านผู้อำนวยการเฉินน่ะใจดีจะตาย กลัวว่าจะรบกวนคนแก่กระดูกผุอย่างพวกเรา เดือนที่แล้วก็เลยควักเงินส่วนตัวมาเปลี่ยนหน้าต่างกันเสียงเกรดพรีเมียมให้ชาวบ้านทั้งสามร้อยกว่าหลังคาเรือนฟรีๆ เลย พอปิดหน้าต่างปุ๊บก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย นอนหลับสนิทกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะ พวกคุณนี่ว่างนักหรือไงถึงมาหาเรื่องกันแบบนี้"
"ใช่แล้ว" คุณลุงอีกคนพูดแทรกขึ้นมา "โครงการจินสุ่ยหว่านเขากำลังสร้างความเจริญให้เมืองอวิ๋นโจวของเรานะ เป็นโครงการสำคัญระดับมณฑลเชียวนะเออ ท่านผู้อำนวยการเฉินยังรับปากไว้ด้วยว่า พอสร้างเสร็จเมื่อไหร่ จะเจียดเงินมาช่วยซ่อมแซมระบบระบายน้ำเน่าๆ ของชุมชนเราให้ใหม่หมดเลย พวกคุณไม่มาช่วยก็ไม่เป็นไร แต่อย่ามาขัดแข้งขัดขากันจะได้ไหม"
"พวกเราสนับสนุนโครงการจินสุ่ยหว่าน!"
"ใครกล้ามาหาเรื่องโครงการ ก็เท่ากับมาหาเรื่องพวกเราชาวบ้านนี่แหละ!"
ชาวบ้านนับสิบคนล้อมกรอบหวังเฉียงกับลูกน้องเอาไว้แน่น ส่งเสียงต่อว่าต่อขานกันเซ็งแซ่ ตรรกะของพวกเขาง่ายนิดเดียว ใครทำดีด้วย คนนั้นก็คือคนดี
ตัวเลขเกินมาตรฐานบนเครื่องวัดระดับเสียงในมือของหวังเฉียง กลายเป็นของไร้ค่าไปในพริบตา
สถานะผู้ผดุงความยุติธรรมของเขา ตอนนี้กลายเป็นผู้ร้ายที่คอยขัดขวางความเจริญของบ้านเมืองไปเสียแล้ว
ใบหน้าของหวังเฉียงแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ท่ามกลางสายตานับสิบๆ คู่ที่จับจ้องมา เขาอยากจะอ้างกฎหมาย อ้างมาตรฐานสารพัด แต่กลับพบว่าตัวเองอ้าปากเถียงไม่ออกเลยแม้แต่คำเดียว
สุดท้าย ท่ามกลางเสียงด่าทอว่า 'พวกว่างงานหาเรื่องใส่ตัว' หวังเฉียงก็ต้องเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาว่า "พวกเรา...พวกเราจะขอไปสืบสวนเพิ่มเติมก่อน..."
พูดจบเขาก็รีบพาลูกน้องเก็บอุปกรณ์มุดกลับเข้าไปในรถ แล้วขับหนีหัวซุกหัวซุนออกไปท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของชาวบ้าน
เมื่อข่าวนี้ถูกส่งกลับไปที่กองอำนวยการ ทั่วทั้งออฟฟิศก็ส่งเสียงเฮลั่นด้วยความสะใจ
"สุดยอด เจ๋งเป้งไปเลย!" กัวเสี่ยวจวินตื่นเต้นจนหน้าแดงเถือก "ท่านผู้อำนวยการ ท่านใช้พลังมวลชนจัดการพวกมันได้อยู่หมัดเลยนะครับเนี่ย"
ทุกคนต่างมองเฉินผิงฟ่างด้วยสายตาเลื่อมใส ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า วิกฤตการณ์ที่น่าปวดหัว จะถูกเฉินผิงฟ่างพลิกแพลงแก้ไขได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้
ตอนที่เฉินผิงฟ่างรับสายแจ้งข่าวดีจากกัวเสี่ยวจวิน สีหน้าของเขากลับดูเรียบเฉย
เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เหล่ากัว บอกให้เจ้าหน้าที่ประสานงานชุมชน พรุ่งนี้เช้าเอาแบบร่างเบื้องต้นของระบบระบายน้ำไปให้คุณลุงคุณป้าที่เป็นแกนนำคืนนี้ดูหน่อยนะ ไปรับฟังความคิดเห็นของพวกท่านด้วย"
ปัญหาเรื่องเสียงรบกวนยามค่ำคืนจบลงแล้ว หวังเฉียงและคณะตรวจสอบร่วมของเขาก็หมดลายไปโดยปริยาย
[จบแล้ว]