- หน้าแรก
- วงการบันเทิง บอสโคตรรวยกำลังทำให้เหล่าดาราสาวต้องน้ำตาตก
- บทที่ 19 ค่าลิขสิทธิ์สูงเสียดฟ้า 50 ล้าน
บทที่ 19 ค่าลิขสิทธิ์สูงเสียดฟ้า 50 ล้าน
บทที่ 19 ค่าลิขสิทธิ์สูงเสียดฟ้า 50 ล้าน
ซูเช่อเปิดตัวอย่างซีรีส์ให้ทั้งสี่คนดูเป็นอันดับแรก
ผู้บริหารของทั้งสี่บริษัทต่างตื่นตะลึงกับภาพที่งดงามราวกับภาพยนตร์และเทคนิคพิเศษอันทรงพลัง
พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่ากำลังดูเว็บซีรีส์อยู่ หากไม่รู้มาก่อนก็คงคิดว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แน่ๆ
ทั้งสี่คนรู้สึกตื่นเต้นและแอบตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องคว้าลิขสิทธิ์ซีรีส์เรื่องนี้มาให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
"ต่อไป เราจะเริ่มฉายสองตอนแรกของเมืองโบราณจิงเจวี๋ยครับ"
ตอนแรกเปิดฉากมาด้วยสงครามสเกลใหญ่ มีทั้งการสาดกระสุนและฉากระเบิด ซึ่งดูตระการตาเป็นอย่างมาก
นี่อาจไม่ใช่เรื่องแปลกในหนังสงคราม แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีการนำเสนอภาพแบบนี้ในเว็บซีรีส์
ฉากนี้สร้างขึ้นเพื่อปูภูมิหลังของหูบาอีในฐานะอดีตทหารผ่านศึกเป็นหลัก
หูบาอีเดินทางมาถึงเมืองหลวงและได้พบกับหวังพั่งจื่อ พี่น้องคนสนิทของเขา
ขณะที่ทั้งสองกำลังกินหม้อไฟอยู่ในร้านอาหาร พวกเขาก็บังเอิญเจอกับต้าจินหยา ผู้ที่เคยหลอกลวงหวังพั่งจื่อมาก่อน และสามารถทวงจี้หยกประจำตระกูลของหวังพั่งจื่อคืนจากต้าจินหยามาได้
ต้าจินหยานำลูกน้องมาแก้แค้นหูบาอีและหวังพั่งจื่อ แต่สุดท้ายทั้งสามคนก็กลายเป็นเพื่อนกันหลังจากการต่อสู้
ด้วยการสนับสนุนจากต้าจินหยา หูบาอีและหวังพั่งจื่อจึงตัดสินใจเดินทางไปยังกั่งกั่งอิ๋งจื่อ ซึ่งเป็นชนบทที่พวกเขาเคยทำงานอยู่ เพื่อรวบรวมของเก่า ทว่าเมื่อไปถึง พวกเขากลับได้รู้ว่าไหที่ใช้ดองผักถูกทีมโบราณคดีนำไปหมดแล้ว ทั้งสองคนจึงต้องคว้าน้ำเหลว
ด้วยการนำทางของอิงจื่อไกด์ท้องถิ่น หูบาอีและหวังพั่งจื่อได้ออกตามหาป้อมปราการกองทัพคันโตในตำนาน แต่กลับบังเอิญสะดุดเข้ากับสุสานของแม่ทัพราชวงศ์จินเข้าพอดี
นั่นคือเรื่องราวทั้งหมดของสองตอนแรก
ผู้จัดการฝ่ายคัดเลือกผลงานของทั้งสี่บริษัทเพิ่งเคยดูซีรีส์แนวขุดสุสานเป็นครั้งแรก และด้วยเนื้อเรื่องที่น่าตื่นเต้นเร้าใจ พวกเขาจึงรับชมด้วยความสนใจเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าในขณะที่พวกเขากำลังดูอย่างเพลิดเพลินนั้น การฉายก็จบลงพอดี
"แค่นี้เหรอ?"
"เวลาผ่านไปเร็วมาก ผมยังไม่ทันรู้ตัวเลย"
"เนื้อเรื่องมันน่าดึงดูดมากจนพวกเราลืมเวลาไปเลย"
"ประธานซู พวกเรายังดูไม่อิ่มเลย ขออีกสักตอนเถอะครับ"
"ใช่ครับประธานซู พวกเราเพิ่งจะเห็นพวกเขาลงไปในสุสาน แต่กลับมาค้างอยู่กลางคันแบบนี้ มันค้างคาใจมากเลยนะครับ"
ทั้งสี่คนดูเหมือนจะลืมไปเสียสนิทว่าแต่แรกพวกเขามาที่นี่เพื่ออะไร
ซูเช่อเคาะโต๊ะเบาๆ เพื่อเตือนความจำ
"ผู้จัดการทั้งสี่ท่าน วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ ตอนนี้ถึงเวลาคุยเรื่องงานกันแล้ว พอพวกคุณซื้อซีรีส์เรื่องนี้ไป จะดูยังไงก็ดูได้ตามสบายเลยครับ"
ทั้งสี่คนถึงเพิ่งตระหนักได้ว่าพวกเขามาเพื่อเจรจาธุรกิจ ไม่ใช่มาดูละคร
ผู้จัดการหลี่จากอ้ายฉีอี้เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน
"ประธานซู อ้ายฉีอี้ยินดีเสนอราคาให้ยี่สิบล้านครับ!"
เขารู้ว่าค่าลิขสิทธิ์ของเรื่องวิญญาณข้ามภพอยู่ที่ยี่สิบล้าน เขาจึงเสนอราคานี้ออกไป
ซูเช่อกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ผู้จัดการหลี่ คุณล้อผมเล่นหรือเปล่า? ต้นทุนการผลิตซีรีส์เรื่องนี้ก็ปาเข้าไปสิบล้านกว่าแล้ว ผมนำทีมงานกลุ่มใหญ่เดินทางไปยังชายแดน ทนแดดทนฝนทำงานหนักมาตั้งสองเดือน คุณคิดว่าผมจะยอมรับเศษเงินแค่นี้เหรอครับ?"
ผู้จัดการหลี่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน "ถ้างั้น... ผมเพิ่มให้อีกห้าล้านดีไหมครับ? ประธานซู นี่เป็นราคาเต็มกลืนของผมแล้วจริงๆ"
ซูเช่อเมินเขาและหันไปมองอีกสามคนที่เหลือ
ผู้จัดการซุนจากเล่อซื่อกล่าวขึ้นว่า
"เราจะให้คุณสามสิบล้าน นอกจากนี้ ประธานเจี่ยของเรากำลังมีแผนจะผลิตรถยนต์ เขารับปากว่าถ้ารถของเราสร้างเสร็จเมื่อไหร่ จะมอบให้คุณคันหนึ่งด้วยครับ"
ซูเช่อหัวเราะร่วน "ไว้รอให้รถคุณสร้างเสร็จก่อนค่อยมาคุยกันเถอะ"
ผู้จัดการซุนไม่มีทางเลือกอื่นจึงเอ่ยว่า "ถ้าอย่างนั้นเราขอเสนอที่สามสิบห้าล้านครับ"
วินาทีนั้นเอง ผู้จัดการจ้าวจากโยวคู่ก็โพล่งขึ้นมา
"ทางโยวคู่ขอเสนอให้สี่สิบล้าน!"
ซี๊ด!
ผู้จัดการของอ้ายฉีอี้และเล่อซื่อต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงไปพร้อมๆ กัน
ทุ่มเงินตั้งสี่สิบล้านให้กับเว็บซีรีส์เนี่ยนะ? บ้าไปแล้วหรือเปล่า?
ต่อให้ซีรีส์เรื่องนี้จะมีคุณภาพสูงแค่ไหน มันก็ไม่คู่ควรกับราคานี้หรอก!
ทว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขาช็อกยิ่งกว่ายังรออยู่
ผู้จัดการจากค่ายเพนกวินซึ่งมีสีหน้ามั่นใจและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเอ่ยขึ้นว่า
"ทางเทนเซ็นต์วิดีโอขอเสนอให้ห้าสิบล้าน!"
ให้ตายเถอะ!
ผู้จัดการหลี่จากอ้ายฉีอี้ถึงกับหลุดสบถออกมา
ผู้จัดการซุนจากเล่อซื่อและผู้จัดการจ้าวจากโยวคู่ต่างก็หน้าเหวอไปตามๆ กัน
รู้แหละว่าค่ายเพนกวินของพวกนายมันร่ำรวยและทรงอิทธิพล แต่จำเป็นต้องอวดรวยขนาดนี้เลยเหรอ?
แบบนี้มันต่างอะไรกับการเอาเงินมาหว่านเล่นล่ะ?
ปัจจุบันเทนเซ็นต์กำลังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาธุรกิจวิดีโอและอยู่ในช่วงดึงดูดฐานผู้ใช้งาน
เพื่อที่จะดึงดูดผู้ชมให้มากขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องมีผลงานชั้นเลิศ
ก่อนที่ผู้จัดการหนิวจะมาถึง เขาได้รับคำสั่งสายตรงจากลูกพี่หม่าว่าให้คว้าลิขสิทธิ์ของเมืองโบราณจิงเจวี๋ยมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้จัดการหนิวถึงได้กล้าทุ่มไม่อั้นขนาดนี้
เมื่อค่าลิขสิทธิ์สูงลิ่วถึงห้าสิบล้านถูกประกาศออกมา ผู้จัดการของอีกสามบริษัทก็รู้ตัวทันทีว่าพวกเขาหมดสิทธิ์แล้ว จึงพากันลุกขึ้นกล่าวลา พร้อมกับเอ่ยว่าหากมีโอกาสในอนาคตคงจะได้ร่วมงานกันใหม่
ซูเช่อและผู้จัดการหนิวลงนามในสัญญาการมอบอำนาจ
เขาขายเพียงแค่สิทธิ์ในการสตรีมมิ่งออนไลน์แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ลิขสิทธิ์อื่นๆ ยังคงเป็นของเขา
ค่ำวันนั้น บัญชีทางการของเทนเซ็นต์วิดีโอบนเวยป๋อก็ได้ประกาศว่าพวกเขาได้ทุ่มเงินห้าสิบล้านหยวนเพื่อซื้อลิขสิทธิ์เรื่องคนขุดสุสาน และได้บรรจุซีรีส์เรื่องนี้ลงในรายชื่อผลงานเตรียมออกอากาศในช่วงปลายเดือนนี้
ข่าวนี้สร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งเวยป๋อ!
"บ้าไปแล้ว ห้าสิบล้านสำหรับเว็บซีรีส์เนี่ยนะ? จริงดิ?"
"สมกับเป็นค่ายเพนกวิน รวยล้นฟ้าจริงๆ"
"เพิ่งจะสามเดือนเองนับตั้งแต่วิญญาณข้ามภพออกอากาศ ซูเช่อก็ถ่ายซีรีส์เรื่องใหม่เสร็จแล้ว ผลิตงานไวเว่อร์!"
"ใช้เวลาทำแค่สามเดือนมันจะมีงานดีๆ ออกมาได้ยังไง? ซูเช่อกลับไปทำตัวแบบเดิมอีกแล้วเหรอ?"
"ฉันได้ยินมาว่าเรื่องนี้ไปถ่ายทำกันในสถานที่จริง แถมยังใช้เทคนิคพิเศษอลังการงานสร้างด้วย ต้นทุนการผลิตก็ปาเข้าไปสิบล้านหยวนกว่าแล้ว คุณภาพก็น่าจะดีอยู่นะ"
"สิบล้านกว่าเหรอ? ขี้โม้แบบนั้นพวกนายก็เชื่อด้วยเนี่ยนะ?"
"แนวขุดสุสานเหรอ? ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย มันจะไปสนุกได้ยังไง?"
"ฟังดูน่าเบื่อจะตาย ดูคนไปขุดหลุมศพเนี่ยนะ มันมีอะไรให้ดู?"
"พระเอกดันเป็นผู้ชายเฮงซวยแซ่พาน ส่วนนางเอกก็เป็นหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ซีรีส์เรื่องนี้เจ๊งแหงๆ!"
"หึ ทำไมต้องเอาผู้ชายเฮงซวยแบบนั้นมาเป็นพระเอกด้วย? ฉันไม่ดูซีรีส์ที่พวกคนเลวๆ เล่นหรอก"
เรื่องของพานเยว่หมิงเพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน ชาวเน็ตจึงยังไม่ลืมวีรกรรมของเขา
แค่ได้ยินว่าเขาเป็นนักแสดงนำในซีรีส์เรื่องนี้ ผู้คนต่างก็รู้สึกต่อต้านขึ้นมาในใจทันที
ในบรรดาคนเหล่านั้น มีทั้งชาวเน็ตขาจร แฟนคลับของต่งเจี๋ยอดีตภรรยาของเขา และก็มีกองทัพหน้าม้าที่ต้นสังกัดของเธอจ้างมาป่วนด้วย
เหตุผลแรกคือเพื่อขุดคุ้ยเรื่องราวในอดีตและสร้างกระแส ส่วนเหตุผลที่สองคือพวกเขากลัวว่าหากพานเยว่หมิงกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้ง ความจริงของเรื่องราวเหล่านั้นก็จะถูกเปิดโปงออกมา
หลังจากพานเยว่หมิงเห็นคอมเมนต์บนอินเทอร์เน็ต เขาก็รู้สึกผิดและโทรหาซูเช่อเพื่อขอโทษ
"ประธานซู ผมขอโทษนะครับ เพราะผมคนเดียวแท้ๆ ที่ทำให้การผลิตทั้งหมดต้องได้รับผลกระทบไปด้วย..."
"ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย"
ซูเช่อรู้สึกสงสารเหล่าพานอยู่เล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้โชคร้ายจริงๆ เขายังคงถูกปิดหูปิดตาและไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย
ซูเช่อตัดสินใจจะยื่นมือเข้าช่วย แต่จริงๆ แล้ว การช่วยเขาก็เหมือนกับการช่วยตัวเองด้วยนั่นแหละ เพราะซูเช่อยังต้องพึ่งเขาให้มาแสดงนำในซีรีส์เรื่องต่อๆ ไปอีก
หากคำนวณจากช่วงเวลาแล้ว อีกไม่นานจัวเหว่ยก็จะนำภาพจูบดูดดื่มของต่งเจี๋ยกับต้าจื่อออกมาแฉ
สองคนนี้น่าจะอยู่ด้วยกันแล้วในตอนนี้
ซูเช่อให้คนไปสืบหาเบอร์โทรศัพท์ของจัวเหว่ย แล้วโทรหาเขาทันที
"คุณคือปาปารัสซี่ที่ชื่อจัวเหว่ยใช่ไหม?"
"ใช่ ผมเอง คุณคือใคร?"
"ช่างเถอะว่าผมเป็นใคร แค่จำทุกคำที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ให้ดีก็พอ แล้วคุณจะต้องขอบคุณผม..."
ซูเช่อเปิดโปงเรื่องฉาวของต่งเจี๋ยกับหวังต้าจื่อให้ฟังคร่าวๆ จากนั้นก็รีบวางสายไป
จัวเหว่ยคุ้นเคยกับการรับเบาะแสจากบุคคลนิรนามอยู่แล้ว เขาจึงรีบโทรเรียกปาปารัสซี่สองคนให้ไปสะกดรอยและจับตาดูต่งเจี๋ยกับหวังต้าจื่อในทันที...