- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 46 หลี่เอ้อร์อย่างข้าไม่ต้องการหน้าตาหรือไง!
ตอนที่ 46 หลี่เอ้อร์อย่างข้าไม่ต้องการหน้าตาหรือไง!
ตอนที่ 46 หลี่เอ้อร์อย่างข้าไม่ต้องการหน้าตาหรือไง!
ตอนที่ 46 หลี่เอ้อร์อย่างข้าไม่ต้องการหน้าตาหรือไง!
คำพูดของจ่างซุนอู๋โก้วทำให้หยางเฟยถึงกับนิ่งอึ้งไป
ใช่แล้วสิ ก่อนหน้านี้พวกนางอุตส่าห์คุยโวโอ้อวดเสียจนหญิงสาวคนนั้นกลายเป็นนางฟ้าเทวดาไปแล้ว เมื่อตั้งความหวังไว้สูงลิบลิ่วปานนั้น หากเป็นสตรีธรรมดาทั่วไป มีหรือที่เจียงเทียนจะยอมรับได้ง่ายๆ
ต้องไม่ลืมนะว่า เจ้านี่น่ะฉลาดเป็นกรดจะตายไป
และในเมืองฉางอัน ผู้ที่คู่ควรกับมาตรฐานระดับนี้ ก็คงมีเพียงองค์หญิงฉางเล่อผู้เดียวเท่านั้น
ความจริงค่ายชิงเฟิงก็ดีมาก ก่อนหน้านี้จ่างซุนอู๋โก้วถึงกับเคยคิดว่า หากให้ลี่จื้อแต่งงานกับเจียงเทียนไปจริงๆ ก็คงจะดี แต่ยิ่งได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับเจียงเทียนนานเท่าไหร่ ความคิดนี้ก็ยิ่งเลือนลางลงทุกที นางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าลึกๆ แล้วในใจของนางกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่
ไม่นานนัก ภายใต้การนำของเสี่ยวเตา ผู้ลี้ภัยนับพันคนก็ก้าวเข้ามาในประตูค่าย อารมณ์ของจ่างซุนอู๋โก้วจึงค่อยๆ ดีขึ้นมาบ้าง
เพราะเจียงเทียนรับปากนางไว้แล้วว่าจะพยายามรับอุปการะผู้ลี้ภัยที่ตีนเขาให้ได้มากที่สุด และเขาก็ทำตามสัญญาจริงๆ
แต่ทว่า ยังไม่ทันที่นางจะได้ดีใจนาน เจียงเทียนก็เดินนำพวกหลี่เอ้อร์เข้ามาในค่าย
ดวงตาของหยางเฟยเบิกกว้าง จ้องเขม็งไปที่ประตูค่าย นางอยากจะเห็นให้ชัดๆ ว่าสตรีที่เจียงเทียนจับมืออยู่นั้น ใช่ฉางเล่อหรือไม่
จ่างซุนอู๋โก้วแม้จะชะเง้อคอรอคอยเช่นกัน แต่นางกลับหลับตาลง นางไม่กล้ามอง นางกลัวเหลือเกินว่าหลี่ซื่อหมินจะยอมสละฉางเล่อให้เป็นหมากต่อรองส่งมาให้เจียงเทียนจริงๆ
"ท่านแม่~"
จู่ๆ เสียงเรียกที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกหูก็ดังขึ้นข้างหูจ่างซุนอู๋โก้ว แต่นางมั่นใจว่า นี่ไม่ใช่เสียงของลี่จื้ออย่างแน่นอน
นางลืมตาขึ้น ก็พบกับใบหน้าที่งดงามไม่แพ้ลี่จื้อ ซ้ำยังมีเค้าโครงความละม้ายคล้ายคลึงกับตัวนางอยู่หลายส่วน
"หมิง... หมิงเยว่หรือ?"
จ่างซุนอู๋โก้วพอนึกออกแล้วว่านี่คือหมิงเยว่ บุตรสาวของจ่างซุนอู๋จี้ผู้เป็นพี่ชาย ไม่ได้เจอกันหลายปี ไม่นึกเลยว่าจะโตเป็นสาวสะพรั่งงดงามถึงเพียงนี้
"ท่านอา ข้าเองเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ข้าไม่ใช่จ่างซุนหมิงเยว่แล้วนะเจ้าคะ ข้าคือหลี่หมิงเยว่ต่างหาก" จ่างซุนหมิงเยว่กระซิบข้างหูจ่างซุนอู๋โก้ว
เพียงประโยคเดียว จ่างซุนอู๋โก้วก็กระจ่างแจ้งในทุกสิ่ง
จ่างซุนหมิงเยว่ถูกส่งมาเป็นตัวแทนของลี่จื้อ
นางเงยหน้าขึ้น มองไปทางหลี่เอ้อร์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ก่อนจะเลื่อนสายตาไปมองจ่างซุนอู๋จี้ผู้เป็นพี่ชายด้วยความรู้สึกผิดจับใจ
"เอาล่ะๆ พวกเจ้าเลิกเล่นบทโศกซึ้งกันตรงนี้ได้แล้ว พาไปรำลึกความหลังกันต่อที่เรือนฝั่งตะวันออกโน่นไป!"
เมื่อเห็นฉาก 'แม่ลูก' กอดกันกลม เจียงเทียนก็หัวเราะร่วน "คืนนี้เป็นวันมงคลสมรสของข้านะ พวกเจ้าสองคนต้องช่วยแต่งตัวให้เจ้าสาวของข้าให้ออกมาสวยๆ หน่อยล่ะ"
จ่างซุนอู๋โก้วและหยางเฟยไม่ได้พูดอะไร พวกนางพยักหน้ารับคำ ก่อนจะขอตัวเดินจากไป
เจียงเทียนเห็นหลี่เอ้อร์ทำท่าจะเดินตามพวกนางไป จึงรีบร้องทัก "อ้าว เหล่าหลี่ เจ้าจะไปไหนน่ะ"
"ข้าก็ไม่ได้เจอฮูหยินมาตั้งนาน แน่นอนว่าข้าก็ต้องไป..."
"หยุดๆๆ ตั้งแต่วันที่เจ้าลงเขาไป สองคนนั้นก็ไม่ใช่ฮูหยินของเจ้าอีกต่อไปแล้ว นี่เจ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือไง"
เจียงเทียนพูดจาขวานผ่าซากอย่างไม่เกรงใจต่อหน้าผู้คนมากมาย ก็แหงล่ะ จ่างซุนอินกับหยางเฟย ต่อให้สุดท้ายข้าเจียงเทียนจะจีบไม่ติด ข้าก็ไม่ยอมคืนให้เจ้าหรอกเหล่าหลี่
ข้ามันพวกเผด็จการแบบนี้แหละ
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหลี่เอ้อร์ก็ดำทะมึน
มาหักหน้ากันต่อหน้าคนตั้งมากมาย ฮ่องเต้อย่างข้าไม่ต้องการหน้าตาหรือไง!
จ่างซุนอู๋จี้โกรธจนแทบจะทนไม่ไหว อยากจะสบถด่าออกมาดังๆ
ไอ้โจรภูเขาบัดซบ! ขโมยลูกสาวที่ข้าฟูมฟักมาตั้งสิบห้าปีไปก็ว่าแย่แล้ว นี่ยังจะไม่ยอมปล่อยมือน้องสาวข้าอีก แกยังมีความเป็นคนอยู่อีกไหม
แต่ยังไม่ทันจะได้ระเบิดอารมณ์ เขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสัตว์ร่างยักษ์ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้า
มันคือหมาป่าขนสีน้ำตาลอมเขียว แต่ขนาดตัวของมันใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไปถึงสองเท่า
หลี่จวินเซี่ยนและหลี่จิ้งมองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่า นี่คือจ่าฝูงหมาป่า
พวกเขาต่างมองเจียงเทียนด้วยความตกตะลึง
จ่าฝูงหมาป่าผู้หยิ่งยโส ยอมตายดีกว่ายอมจำนน เหตุใดถึงได้ยอมสยบแทบเท้าเจียงเทียนได้ล่ะเนี่ย
"เห่าหอนแยกเขี้ยวทำไมฮะ วันนี้พวกนี้เขาเป็นแขก ต้องมีมารยาทหน่อยสิ ไป นั่งเฝ้าประตูโน่นไป"
เจียงเทียนตบหัวจ่าฝูงหมาป่าเบาๆ สั่งให้มันไปทำหน้าที่ยามเฝ้าประตู
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาหลี่ซื่อหมินถึงกับตาค้าง การกำราบจ่าฝูงหมาป่าผู้ทระนงให้กลายมาเป็นสุนัขเฝ้าบ้านได้ เจียงเทียนใช้วิธีใดกันแน่
ส่วนฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ยกลับไม่ได้สนใจจ่าฝูงหมาป่าเลยแม้แต่น้อย สายตาของพวกเขากำลังถูกดึงดูดด้วยบ้านอิฐหลังคากระเบื้องที่เรียงรายเป็นระเบียบ และทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา
ในเวลานี้เอง พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า ตัวเองนั้นเปรียบเสมือนกบในกะลา ที่มีวิสัยทัศน์คับแคบเพียงใด
และแล้ว คณะเดินทางที่ยังคงตกอยู่ในภวังค์แห่งความตื่นตะลึง ก็ถูกเจียงเทียนพาเข้ามายังห้องโถงรับรอง
ภายในห้องโถงมีการจัดเตรียมผลไม้สดใหม่ไว้ล่วงหน้า ฝางเสวียนหลิงและตู้หรูฮุ่ยทำตัวราวกับคนบ้านนอกเข้ากรุง หยิบจับผลไม้นู่นนี่นั่นมาชิมอย่างสนอกสนใจ และเพียงไม่นาน พวกเขาก็ถูกรสชาติอันแสนอร่อยของผลไม้เหล่านั้นครอบงำ
"เหล่าหลี่ เจ้าคงจะรู้แล้วสินะ ว่าผู้ลี้ภัยที่ตีนเขาชิงเหลียงอพยพมาจากที่ไหน และทำไมพวกเขาถึงต้องกลายมาเป็นผู้ลี้ภัย"
เมื่อได้ยินเจียงเทียนเปิดบทสนทนาเรื่องผู้ลี้ภัย ฝางเสวียนหลิงและคนอื่นๆ ก็วางผลไม้ในมือลง แล้วนั่งตัวตรงทันที พวกเขาอยากจะฟังการวิเคราะห์ปัญหาของชายหนุ่มผู้นี้เสียหน่อย
และตั้งแต่ที่รู้ความจริงว่าฝ่าบาทไม่ได้พูดปด พวกเขาก็ให้ความสนใจกับยุทธศาสตร์ 'สงครามเศรษฐกิจ' ของเจียงเทียนเป็นอย่างมาก
"ไอ้พวกทูเจวี๋ยสารเลว พวกมันสมควรตาย เจี๋ยลี่มันก็แค่คนพาลที่ชอบตระบัดสัตย์ เวลาผ่านไปไม่ถึงปี มันก็กล้าฉีกสนธิสัญญา แล้วยกทัพมาก่อกวนชายแดนต้าถังเสียแล้ว"
"ชาวทูเจวี๋ยมันก็น่ารังเกียจจริงๆ นั่นแหละ ส่วนเจี๋ยลี่มันก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่เหล่าหลี่เอ๊ย เจ้าคิดจริงๆ หรือ ว่าพวกมันแค่ต้องการมาก่อกวนชายแดนเฉยๆ น่ะ?"
เจียงเทียนมองหลี่เอ้อร์ด้วยรอยยิ้มแฝงนัย