- หน้าแรก
- ต้าถัง ได้โปรดเถอะ ช่วยเจิ้นด้วย
- ตอนที่ 24 พี่ใหญ่จอมเดือดเฉิงเย่าจินปรากฏตัว
ตอนที่ 24 พี่ใหญ่จอมเดือดเฉิงเย่าจินปรากฏตัว
ตอนที่ 24 พี่ใหญ่จอมเดือดเฉิงเย่าจินปรากฏตัว
ตอนที่ 24 พี่ใหญ่จอมเดือดเฉิงเย่าจินปรากฏตัว
ด้านนอกเรือนฝั่งตะวันออก พวกหลี่เอ้อร์ยังไม่ได้จากไปไหน
ในเวลานี้ เสี่ยวเตาก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเจียงเทียน พร้อมกับรายงานด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย "ท่านหัวหน้าค่าย ห่างจากเขาชิงเหลียงไปประมาณหนึ่งร้อยลี้ มีกองกำลังทหารม้าประมาณสามหมื่นนายกำลังหยุดพักอยู่ขอรับ
หากข้าเดาไม่ผิด น่าจะเป็นกองทัพของราชสำนักที่ถูกส่งมาบดขยี้ค่ายชิงเฟิงของเราแน่ๆ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจียงเทียนก็ปรายตามองหลี่เอ้อร์ด้วยความประหลาดใจ
ก่อนหน้านี้ การที่หลี่เอ้อร์สามารถระดมกำลังทหารชั้นยอดห้าพันนายได้ภายในชั่วข้ามคืน ก็ทำให้เขาแปลกใจมากพออยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ เวลาผ่านไปไม่ทันไร อย่างมากก็แค่ครึ่งค่อนวัน กลับมีกองทหารม้าถึงสามหมื่นนายโผล่มา
สำหรับต้าถังที่ขาดแคลนม้าศึกอย่างหนัก ทหารม้าถือเป็นหน่วยรบที่มีค่ามากที่สุด และมีจำนวนจำกัดยิ่งนัก
แต่ทว่า ในเวลานี้ เพียงเพื่อมาช่วยหลี่เอ้อร์คนเดียว ราชสำนักถึงกับยอมส่งทหารม้ามาถึงสามหมื่นนาย
นี่ตำแหน่งขุนนางของหลี่เอ้อร์ มันใหญ่โตคับฟ้าขนาดไหนกันเนี่ย!
หลี่ซื่อหมินถูกสายตาของเจียงเทียนจ้องจนขนลุกซู่ เกรงว่าความลับเรื่องตัวตนจะถูกเปิดเผย จึงรีบอธิบายแก้ต่างทันที
"ข้ากับท่านเว่ยกั๋วกงเป็นเครือญาติกัน ซ้ำยังสนิทสนมกันมาก ทหารคนสนิทของข้าคงจะเห็นข้าถูกจับตัวมา จึงได้ไปขอความช่วยเหลือจากท่านเว่ยกั๋วกงกระมัง"
หลี่ซื่อหมินพยายามแต่งเรื่องให้ฟังดูมีเหตุมีผลที่สุด เขาโบกมือพร้อมรอยยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวข้าออกไปอธิบายให้เขาฟังเอง แล้วให้เขายกทัพกลับไปก็สิ้นเรื่อง"
เว่ยกั๋วกงหรือ?
เทพสงครามแห่งต้าถัง หลี่จิ้ง!
เจียงเทียนประหลาดใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเหล่าหลี่จะมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับหลี่จิ้งถึงเพียงนี้ มิน่าล่ะถึงได้มีกองทัพมาช่วยมากมายขนาดนี้
"ในเมื่อเขามาถึงที่แล้ว ก็ต้องออกไปต้อนรับขับสู้กันหน่อยสิ ได้ยินกิตติศัพท์ความเก่งกาจของท่านเว่ยกั๋วกงมานานแล้ว ข้าล่ะอยากจะประลองฝีมือกับเขาดูสักตั้ง"
ใบหน้าของเจียงเทียนฉายแววตื่นเต้น ตั้งแต่ได้รับพลังของลิโป้มา เขายังไม่เคยได้ออกสเต็ปต่อสู้อย่างจริงจังเลยสักครั้ง การที่หลี่จิ้งมารนหาที่ถึงถิ่น มีหรือที่เขาจะปล่อยโอกาสทองนี้ไป
หลี่เอ้อร์ได้ยินดังนั้น ในใจก็ลอบยินดี
กองกำลังทหารม้าสามหมื่นนาย มีเพียงค่ายทหารองครักษ์ในเมืองฉางอันเท่านั้นที่สามารถจัดทัพมาได้ นั่นแสดงว่ากองทัพนี้เดินทางมาจากฉางอัน
การมาในครั้งนี้ หลี่จิ้งย่อมต้องเป็นผู้นำทัพ และนอกจากเขาแล้ว อวี้ฉือ, เฉิงเย่าจิน และฉินฉยง ก็คงไม่พลาดที่จะร่วมขบวนมาด้วยอย่างแน่นอน
แม้เจียงเทียนจะมีวรยุทธ์เป็นเลิศ แต่พวกฉินฉยงก็คือขุนพลคู่พระทัยที่ร่วมก่อตั้งราชวงศ์ต้าถังมาด้วยกัน แต่ละคนล้วนมีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศไร้เทียมทาน หลี่เอ้อร์มั่นใจว่าเจียงเทียนไม่มีทางรับมือพวกเขาไหวแน่
แน่นอนว่า หลี่เอ้อร์ไม่ได้คิดจะให้เจียงเทียนตายจริงๆ หรอก เขาแค่ต้องการหักหน้าเจียงเทียนให้เสียศูนย์บ้างก็เท่านั้น เพราะอย่างไรเสีย เจียงเทียนก็คือยอดคนผู้มีความสามารถที่เขาหมายมั่นจะดึงมาเป็นพวก ซ้ำยังเป็นความหวังเดียวที่จะรักษาโรคเรื้อรังของจ่างซุนอู๋โก้วได้อีกด้วย
ในระหว่างที่หลี่เอ้อร์กำลังเพ้อฝันอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนเท้าลอยจากพื้น ร่างกายเบาหวิว แล้วก็มานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนหลังม้าเสียแล้ว
"เอ๊ะ น้องเจียง เจ้าจะทำอะไรเนี่ย?"
"ก็พาเจ้าลงเขาไง จะได้ไปซัดกับหลี่จิ้งสักตั้ง อยากจะรู้เหมือนกันว่าเทพสงครามแห่งต้าถังผู้นี้ จะเก่งกาจสมคำร่ำลือสักแค่ไหน ย่าห์~"
สิ้นคำพูด โดยไม่เปิดโอกาสให้หลี่เอ้อร์ได้พูดต่อ เจียงเทียนก็ฟาดแส้ม้า ควบตะบึงลงเขาไปราวกับพายุไซโคลน
.....
บริเวณตีนเขาชิงเหลียง กลุ่มฝุ่นควันตลบอบอวลกำลังเคลื่อนที่มุ่งหน้ามา มันคือกองทัพของหลี่จิ้งที่เพิ่งจะวางแผนการรบเสร็จสิ้น
ทว่า ทันทีที่พวกเขาเดินทางมาถึงทางขึ้นเขาชิงเหลียง ก็พบว่ามีคนสองคนนั่งอยู่บนก้อนหินริมทาง และมีม้าถูกผูกไว้กับต้นไม้ใกล้ๆ
หากเป็นเวลาปกติ สิ่งแรกที่พวกหลี่จิ้งและเฉิงเย่าจินจะสังเกตเห็นก็คือม้าตัวนั้น แต่วันนี้สายตาของพวกเขากลับพุ่งเป้าไปที่คนทั้งสองก่อน
เหตุผลก็ไม่มีอะไรมาก คนที่นั่งอยู่บนก้อนหินนั้น ก็คือเจียงเทียนและหลี่เอ้อร์ที่เพิ่งลงมาจากค่ายชิงเฟิงนั่นเอง
"ฝ่า..."
เฉิงเย่าจินอ้าปากเตรียมจะเรียก แต่ก็เห็นหลี่ซื่อหมินส่งสายตาห้ามปรามมาแต่ไกล เขาจึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันที "เหล่าหลี่ ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเฉิงเย่าจิน หลี่เอ้อร์ก็ลอบยิ้มมุมปาก สมกับเป็นเฉิงเย่าจินจริงๆ แค่สบตาก็รู้ใจว่าข้าต้องการสื่ออะไร
"เจ้าคือหัวหน้าโจรที่บังอาจจับตัวเหล่าหลี่ไปใช่ไหม เตรียมตัวตายได้เลย"
ตลอดทางที่มา ความโกรธแค้นที่เฉิงเย่าจินมีต่อเจียงเทียนเพิ่มขึ้นทุกนาทีจนทะลุจุดเดือด เมื่อได้เห็นหน้าเจียงเทียน มีหรือที่เขาจะทนไหว เขาชูขวานสามกระบวนท่าคู่กายเตรียมจะพุ่งเข้าใส่
ทว่า ยังไม่ทันจะได้ลงมือ เขาก็ถูกฉินฉยงรั้งตัวไว้เสียก่อน
"ใจเย็นๆ เหล่าหลี่ยังอยู่ในกำมือมัน"
เพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาท เฉิงเย่าจินจึงจำต้องยอมรามือ
หลี่จิ้งลงจากม้า เดินเข้าไปใกล้เจียงเทียนในระยะประชิด เตรียมจะเอ่ยปากพูด แต่เจียงเทียนกลับชิงพูดขึ้นมาก่อน
"ถ้าข้าเดาไม่ผิด เจ้าคงจะเป็นพี่ชายร่วมตระกูลของเหล่าหลี่ ที่ชื่อหลี่จิ้งล่ะสิ"
หลี่จิ้งพยักหน้า เตรียมจะอ้าปากพูดอีกครั้ง แต่ก็ถูกเจียงเทียนขัดจังหวะเป็นหนที่สอง
"ถ้าอยากให้ข้าปล่อยตัวเหล่าหลี่ ก็ง่ายนิดเดียว มาสู้กับข้าสักตั้ง ไม่ว่าแพ้หรือชนะ ข้าจะคืนเหล่าหลี่ให้พวกเจ้าไปเลย"
สิ้นคำประกาศิตของเจียงเทียน ไม่ว่าจะเป็นหลี่จิ้งหรือใครหน้าไหน ต่างก็ยืนอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
จับคนขึ้นเขาไป เพียงเพื่อจะมาขอท้าประลองเนี่ยนะ ไอ้นี่มันบ้าการต่อสู้เข้าสายเลือดเลยหรือไง?
อีกอย่าง ไอ้หนุ่มนี่เรียกฝ่าบาทว่า 'เหล่าหลี่' ดูท่าทางความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่ได้เหมือนโจรกับเชลยเลย แต่กลับดูเหมือนเพื่อนกันเสียมากกว่า
แต่เฉิงเย่าจินไม่คิดเช่นนั้น เมื่อได้ยินว่าแค่ประลองก็สามารถช่วยฝ่าบาทได้ เขาก็ควงขวานพุ่งพรวดไปยืนจังก้าอยู่หน้าเจียงเทียนทันที
"ไอ้หน้าอ่อน แกอยากจะสู้มากนักใช่ไหม ได้ วันนี้ปู่เฉิงจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึกเอง"
เฉิงเย่าจินแสยะยิ้มกว้าง แกว่งขวานคู่ใจไปมาอย่างคึกคะนอง