- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพผู้เก่งกาจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
- บทที่ 507 เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 507 เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 507 เจดีย์สยบอสูร
บทที่ 507 เจดีย์สยบอสูร
เสวียนเยี่ยถอนหายใจและกล่าวว่า "แต่ก่อนข้ามีลูกศิษย์เยอะมาก แต่พวกเขาตายกันหมดแล้ว ดังนั้นข้าจึงไม่รับลูกศิษย์คนไหนอีกเลย"
บุฝานฟังจบก็ไม่ได้ถามต่อ บุฝานเพียงแค่อยู่เป็นเพื่อนเสวียนเยี่ยเงียบๆ ในอากาศอบอวลไปด้วยความโศกเศร้าบางเบา ผ่านไปครู่หนึ่ง เสวียนเยี่ยก็ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น แล้วกล่าวอีกครั้งว่า "แต่เจ้ากลับทำให้ข้าเห็นเงาของเด็กพวกนั้นในอดีตอยู่หลายส่วน"
บุฝานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เงยหน้ามองเสวียนเยี่ย เสวียนเยี่ยทอดสายตามองเขาอย่างอ่อนโยน "ในตัวเจ้ามีความมุมานะเด็ดเดี่ยว แล้วก็มีความดื้อรั้นต่อการบำเพ็ญเพียร เหมือนกับพวกเขาสมัยก่อนมาก"
บุฝานรู้สึกหวั่นไหวในใจ เพิ่งจะอ้าปากพูด เสวียนเยี่ยกลับโบกมือ "ถึงข้าจะเลิกรับลูกศิษย์แล้ว แต่ดูไปแล้วพวกเราสองคนก็ถือว่ามีวาสนาต่อกัน และการเจรจาในครั้งนี้ก็ต้องขอบคุณเจ้า เอาล่ะ ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาพื้นฐานชุดหนึ่งให้เจ้า น่าจะมีประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเจ้าบ้าง"
พูดจบ เสวียนเยี่ยก็ประสานอินด้วยมือทั้งสองข้าง ลำแสงสายหนึ่งสว่างวาบขึ้นมา ในหัวของบุฝานก็มีวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย บุฝานดีใจจนเนื้อเต้น รีบโค้งคำนับเสวียนเยี่ยอย่างสุดซึ้งทันที
"ขอบคุณท่านเทียนจุน..."
เสวียนเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย "เอาล่ะ! ที่นี่เจ้าทำตัวตามสบายเถอะ ไม่ต้องเกรงใจข้า ห้องทุกห้องถูกทำความสะอาดไว้อย่างหมดจด ข้ายังมีธุระ ไม่ขออยู่เป็นเพื่อนแล้วนะ นอกจากที่นี่แล้ว ห้ามไปเดินเพ่นพ่านที่อื่นเด็ดขาด เข้าใจไหม"
บุฝานพยักหน้าแสดงความเข้าใจ เสวียนเยี่ยพริบตาเดียวก็หายตัวไป บุฝานอยู่คนเดียวที่นี่รู้สึกเบื่อจริงๆ เขาเลือกห้องมาห้องหนึ่งแบบสุ่มๆ ห้องนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของตำรา ภายในจัดเก็บไว้อย่างสะอาดสะอ้าน ราวกับว่ามีคนมาทำความสะอาดทุกวัน
บุฝานเข้ามาในห้องนี้และมองดู ไม่มีอะไรพิเศษ! มีเพียงภาพวาดภาพหนึ่งที่หัวเตียง ในภาพเป็นเทพธิดาถือกระบี่วิเศษเล่มหนึ่ง ดูเหมือนจริงราวกับมีชีวิต
"ดูเหมือนว่าห้องนี้จะเป็นห้องที่เทพธิดาเคยอยู่ บุฝานเตรียมตัวจะเปลี่ยนห้องทันที แต่พอเขาเดินออกมา ก็บังเอิญพบกับท่านยายที่กำลังกวาดพื้นอยู่ บุฝานรีบกล่าวขอโทษทันที"
"ขอโทษที! ข้าไม่ได้ตั้งใจ..."
ท่านยายยิ้มและกล่าวว่า "ไม่เป็นไร! ท่านคือคุณชายบุใช่ไหม! ท่านเทียนจุนได้สั่งไว้แล้ว หากต้องการอะไรสามารถบอกยายแก่คนนี้ได้เลย"
"ขอบคุณท่านยาย แต่ว่า! ท่านยาย ยอดเขานี้ท่านเป็นคนทำความสะอาดทั้งหมดเลยเหรอ?"
ท่านยายพยักหน้าและกล่าวว่า "ใช่แล้ว! ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ข้าก็จำไม่ได้แล้ว ข้าทำความสะอาดอยู่ที่นี่มาตลอด ตั้งแต่ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่นี่จากไป ท่านเทียนจุนก็นานๆ ทีถึงจะมา และแทบจะไม่ได้มาพักผ่อนที่นี่เลย ยอดเขาลูกนี้จึงกลายเป็นยอดเขาโดดเดี่ยว ข้าจะทำความสะอาดที่นี่ให้สะอาดทุกวัน"
บุฝานถามท่านยายคนนี้ด้วยความอยากรู้ "ท่านยาย ท่านช่วยเล่าให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม? เรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมลูกศิษย์ของท่านเทียนจุนถึงได้..."
ท่านยายถอนหายใจและกล่าวว่า "เฮ้อ... เรื่องนี้พูดไปก็ยาว และห้องนี้ก็เป็นของลูกศิษย์ที่ท่านเทียนจุนโปรดปรานที่สุด ชื่อนางคือเฟิงเยวี่ยฮวา! ข้าจำได้แม่นยำ ตอนที่ท่านเทียนจุนพานางมา นางยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่เลย มอมแมมเชียวล่ะ! ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคนล้วนเอ็นดูศิษย์น้องหญิงคนนี้มาก"
ตอนที่ท่านยายพูดก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา บุฝานมองดูรอยยิ้มของนาง นางคงจะนึกย้อนไปถึงตอนนั้นแล้ว ท่านยายกล่าวกับบุฝานต่อว่า "ศิษย์น้องหญิงเฟิงเยวี่ยฮวาคนนี้เฉลียวฉลาดมาตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าท่านเทียนจุนจะสอนอะไร นางก็เรียนรู้ได้ทันที ที่สำคัญที่สุดคือศิษย์น้องหญิงมีความสามารถมาก เก่งทั้งพิณ หมากรุก ลายพูนกัน และภาพวาด และภาพวาดในห้องของนาง นางก็เป็นคนวาดตัวเอง มันเหมือนตัวจริงเป๊ะเลย"
บุฝานพยักหน้า ภาพวาดนั้นเหมือนจริงมาก ราวกับมีชีวิต ดูเหมือนว่าที่ท่านยายพูดจะเป็นความจริง เทพธิดาที่ชื่อเฟิงเยวี่ยฮวาคนนี้มีความสามารถมากจริงๆ
ท่านยายถอนหายใจและกล่าวต่อว่า "น่าเสียดายนะ! ตอนที่นางอายุ 200 ปี ลงเขาไปหาประสบการณ์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมด"
"เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปได้ยังไง"
บุฝานยิ่งมีความอยากรู้มากขึ้นไปอีก ท่านยายชี้ไปที่เจดีย์องค์หนึ่งที่อยู่ไกลออกไปเบื้องหน้าของสำนักเสวียนเทียนและกล่าวว่า "ท่านเห็นเจดีย์องค์นั้นที่อยู่ตรงหน้าไหม?"
"เห็นแล้ว!"
ท่านยายพยักหน้า "เจดีย์องค์นั้นเรียกว่าเจดีย์สยบอสูร ตอนที่สำนักเสวียนเทียนทำสงครามกับเผ่าอสูร ได้ผนึกอสูรยักษ์ไว้กว่าหมื่นตัว ในนั้นยังมีราชันย์อสูรอยู่อีกตัวหนึ่งด้วย! เวลาผ่านไปหลายปีขนาดนี้ เจดีย์องค์นั้นก็ยังคงสยบอสูรเหล่านี้ไว้เหมือนเดิม ไม่เคยสั่นคลอนเลย มีอยู่ครั้งเดียวนั่นแหละที่เจดีย์สยบอสูรเกือบจะถูกทำลาย เป็นเพราะลูกศิษย์ทั้งหมดของท่านเทียนจุนยอมสละชีวิต ถึงได้ทำให้เจดีย์สยบอสูรองค์นี้กลับมามั่นคงได้"
"เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่! ท่านยายเล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ"
ท่านยายมองดูท่าทางอยากรู้อยากเห็นของบุฝาน ยิ้มแล้วก็เล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง ก็คือตอนที่เฟิงเยวี่ยฮวาลงเขาไปหาประสบการณ์ ได้บังเอิญพบกับบุรุษผู้หนึ่งและตกหลุมรักกัน! ต้องรู้ไว้นะว่าคนที่เพิ่งเคยออกสู่โลกกว้างอย่างเฟิงเยวี่ยฮวา ย่อมถูกหลอกได้ง่าย เมื่อสตรีตกหลุมรักแล้ว ก็ยากที่จะเยียวยาได้ นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าลมปากของบุรุษก็คือผีสางที่หลอกลวง! แค่คำพูดไม่กี่คำก็สามารถหลอกล่อจนนางหัวปั่นได้แล้ว
เรื่องราวที่ทั้งสองคนเคยผ่านพบมา เรียกได้ว่าคนอื่นทั้งชีวิตก็ยังไม่เคยเจอ ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาทั้งสองยังร่วมเป็นร่วมตายกันมา ความรู้สึกของทั้งสองคนแข็งแกร่งจนยากจะทำลาย แต่ทว่านางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาผู้นั้นคืออสูร แถมยังเป็นบุตรชายของราชันย์อสูร จุดประสงค์ของเขาก็คือการเข้าใกล้เฟิงเยวี่ยฮวา เพื่อให้เฟิงเยวี่ยฮวาพาเขากลับมาที่สำนักเสวียนเทียน แต่ระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาจะปิดบังท่านเทียนจุนได้อย่างไร ท่านเทียนจุนมองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งแล้ว แต่ไม่ได้แฉเขาในทันที เพราะอยากจะดูว่าเขาต้องการจะทำอะไรกันแน่
บุฝานฟังมาถึงตรงนี้ก็ตกใจมากและกล่าวว่า "แล้วตอนหลังจุดจบของพวกเขาเป็นอย่างไร..."
ท่านยายยิ้มและกล่าวว่า "จุดจบ... เพื่อไม่ให้ลูกศิษย์สุดที่รักต้องเจ็บปวด ท่านเทียนจุนจึงเรียกเขาออกมาคุยเป็นการส่วนตัว เพื่อถามถึงจุดประสงค์ของเขา หวังว่าจะสามารถจัดการเรื่องนี้โดยไม่ต้องทำร้ายลูกศิษย์ของเขา แต่ทว่า..."
ท่านยายนึกถึงตอนที่นางบังเอิญได้ยินบทสนทนาระหว่างท่านเทียนจุนกับเขาในอดีต บทสนทนาทั้งหมดนั้นท่านยายได้ยินอย่างชัดเจน
"เจ้าอสูรร้าย! เจ้าช่างบังอาจนัก กล้ามาที่สำนักเสวียนเทียน ไม่เชื่อหรือว่าข้าจะกำจัดเจ้าทิ้งซะเดี๋ยวนี้" เสวียนเยี่ยกล่าวกับเขา
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ท่านเทียนจุนเจินอู่ ไม่มีอะไรปิดบังท่านได้จริงๆ แต่ถ้าท่านอยากจะฆ่าข้า ท่านทำไม่ได้หรอกนะ ไม่อย่างนั้นท่านคงไม่เรียกข้ามาคุยเป็นการส่วนตัวหรอก"
"เจ้าต้องการอะไรกันแน่..."
"ข้าต้องการอะไร ฮ่าฮ่าฮ่า... ท่านรู้ไหมว่าตั้งแต่เด็กข้าใช้ชีวิตมาแบบไหน สำนักเสวียนเทียนของพวกท่านแสร้งทำเป็นมีคุณธรรม ฆ่าฟันผู้คนอย่างไม่ลืมหูลืมตา ใช้เจดีย์ผุพังนั่นขังท่านพ่อของข้าและเผ่าอสูรทั้งหมด ทำให้ข้าและท่านแม่ต้องกลายเป็นศัตรูของแดนอสูร ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ทุกวัน สุดท้ายท่านแม่ของข้าก็ถูกฝ่ายธรรมะของสำนักเสวียนเทียนพวกท่านฆ่าตาย ข้าขอสาบาน! จะต้องโค่นเจดีย์สยบอสูรลงให้ได้"
"อสูรร้าย! เพ้อเจ้อ ตราบใดที่มีสำนักเสวียนเทียนของพวกเราอยู่ จะไม่มีวันยอมให้เผ่าอสูรของพวกเจ้าทำตามอำเภอใจ ขอเตือนให้เจ้ารีบยอมจำนน บางทีอาจจะเหลือวิญญาณเอาไว้ให้เจ้าสักดวง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้ามาที่นี่ก็ไม่ได้คิดจะรอดกลับไปอยู่แล้ว แต่ถ้าข้าตาย ข้าก็จะพาลูกศิษย์ที่ท่านรักที่สุดไปตายด้วย ลืมบอกท่านไปเลย! ข้ากับเฟิงเยวี่ยฮวาแต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เสวียนเยี่ยโกรธจนหน้าเขียว อยากจะฟาดเขาให้ตายในฝ่ามือเดียว แต่เมื่อนึกถึงลูกศิษย์ของตัวเอง สุดท้ายเขาก็อดทนและลงมือไม่ลง จึงปล่อยเขาจากไปเช่นนั้น