- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพผู้เก่งกาจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
- บทที่ 206 ไม่สามารถทะลวงผ่านได้
บทที่ 206 ไม่สามารถทะลวงผ่านได้
บทที่ 206 ไม่สามารถทะลวงผ่านได้
บทที่ 206 ไม่สามารถทะลวงผ่านได้
พอบู้ฝานได้ฟังสิ่งที่หวงเยี่ยนพูด ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดเลยว่าเธอจะมองการณ์ไกลได้ขนาดนี้ หาได้ยากจริงๆ! สิ่งสำคัญคือเธอสามารถไม่ลืมความตั้งใจเดิมได้
"เยี่ยนจื่อ! ไม่คิดเลยว่าเธอจะเติบโตขึ้นมากขนาดนี้ ฉันดีใจกับเธอจริงๆ"
หลังจากกู้ซูอิ่งกลับไป เธอก็ร้องไห้อย่างหนัก กู้ชวนพ่อของเธอพอรู้ว่าลูกสาวลาออกจากงาน ก็รีบวิ่งกลับมา พอถึงบ้านก็เห็นลูกสาวกำลังร้องไห้ เดิมทีตั้งใจจะด่าเธอสักยก แต่พอเห็นเธอเสียใจขนาดนี้ คำด่าก็ถูกกลืนลงคอไป
กู้ชวนถามด้วยความเป็นห่วง "นี่ลูกเป็นอะไรไป ใครรังแกลูก ไอ้เด็กเหลือขอนั่นมันรังแกลูกใช่ไหม คอยดูนะพ่อจะไปจัดการมันให้ตายเลย"
กู้ชวนพูดจบก็เตรียมจะไปหาหยางเซียว แต่ตอนนี้หยางเซียวหนีไปเตร็ดเตร่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ ตอนที่อยู่ที่โรงแรม หยางเซียวอ้างว่าจะร่วมหุ้นทำธุรกิจกับเพื่อนชาวต่างชาติ แล้วเอาเงินของกู้ซูอิ่งไปสองล้าน กู้ซูอิ่งมีเงินทั้งหมดสิบล้าน คืนให้บู้ฝานไปห้าล้าน เหลืออีกห้าล้านตั้งใจจะเอามาลงทุนในบริษัทของตัวเอง แต่กลับโดนหยางเซียวเอาไปสองล้าน ตอนนี้หยางเซียวถือเงินสองล้านไปเสวยสุขอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้
"พ่อ! พ่อจะทำอะไร? เขาจะมารังแกหนูได้ยังไง โทษไปโทษมาก็ต้องโทษตี้ตูคอร์ปอเรชั่นนั่นแหละ ทำให้ตอนนี้ไม่มีใครกล้าร่วมงานกับหนูเลยสักคน นี่มันบีบให้หนูไม่มีที่ยืนชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"
ยิ่งกู้ซูอิ่งพูดก็ยิ่งโมโห กู้ชวนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง "เฮ้อ! ซูอิ่งเอ๊ย ตัวลูกเองทำไม่ดีแท้ๆ จะไปโทษตี้ตูคอร์ปอเรชั่นได้ยังไง ถ้าตี้ตูคอร์ปอเรชั่นคิดจะเล่นงานลูกจริงๆ ลูกคิดว่าลูกและครอบครัวเราจะยังอยู่เย็นเป็นสุขแบบนี้ได้เหรอ? อีกอย่าง เป็นถึงประธานตี้ตูคอร์ปอเรชั่นดีๆ ไม่ชอบ จะลาออกทำไม ลูกคิดว่าออกมาทำเอง แล้วรายได้ต่อปีจะสูงกว่าตอนอยู่ตี้ตูคอร์ปอเรชั่นเหรอ? พ่อล่ะไม่เข้าใจความคิดลูกจริงๆ"
คำพูดของกู้ชวนยิ่งทำให้กู้ซูอิ่งโกรธจัด "เงิน เงิน เงิน ในสายตาพ่อก็มีแต่เงิน ไม่เคยสนใจความรู้สึกหนูเลย หนูทำงานให้ตี้ตูคอร์ปอเรชั่นอย่างขยันขันแข็ง แต่กลับไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจอะไรเลยสักอย่าง แค่คิดจะดึงคนเก่งๆ เข้ามาช่วยงานบริษัท แนะนำหยางเซียวให้เป็นผู้อำนวยการก็ยังไม่ได้ แล้วหนูจะทนอยู่ที่นั่นต่อไปทำไม"
พอกู้ชวนได้ฟังก็แสดงความไม่เห็นด้วยทันที "ตี้ตูคอร์ปอเรชั่นทำถูกแล้ว ไอ้เด็กนั่นคิดจะเข้าไปเป็นผู้อำนวยการในตี้ตูคอร์ปอเรชั่นเนี่ยนะ ท่านประธานตี้ตูคอร์ปอเรชั่นเขารวยก็จริง แต่เขาไม่ได้บ้า"
กู้ซูอิ่งได้ยินแบบนี้ก็แทบคลั่ง เธอคิดว่าพ่อของเธอมีอคติกับหยางเซียว โกรธจนรีบกลับเข้าห้องตัวเองแล้วล็อกประตูแน่นหนา
หม่าเจียวเจียวรีบหยิกเอวกู้ชวนทันที "นี่คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย..."
"ผมพูดความจริง ผมล่ะไม่เข้าใจเลยว่าลูกสาวคุณไปชอบคนแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเอาไปเทียบกับบู้ฝานล่ะก็ ห่างชั้นกันเป็นแสนโยชน์"
กู้ซูอิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงไม่เห็นดีเห็นงามกับหยางเซียว เธอเชื่อมั่นว่าหยางเซียวจะต้องเก่งกว่าใครๆ บู้ฝานก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ ที่บังเอิญไปช่วยหวังฉวินลี่ไว้ เลยได้รู้จักกับท่านประธาน ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเคยช่วยเธอไว้มากมาย แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์มาใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ แถมยังเป็นฝ่ายขอหย่ากับเธอก่อนด้วยซ้ำ
ยิ่งกู้ซูอิ่งคิดก็ยิ่งโมโหและรู้สึกน้อยใจอย่างหนัก ชาตินี้เธอจะไม่มีวันให้อภัยบู้ฝานเด็ดขาด
หลังจากกู้เหยากลับมา ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คนที่บ้านฟังอย่างมีความสุข คนทั้งครอบครัวต่างก็โห่ร้องดีใจไปกับเขาด้วย นายท่านกู้มองดูหลานชายที่ตอนนี้ได้ดิบได้ดีขึ้นมา ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาคิดว่าตัวเองควรจะช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวบ้าง จะปล่อยให้หลานชายแบกรับอยู่คนเดียวก็รู้สึกละอายใจ
นายท่านกู้มาที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ถือใบปลิวรับสมัครงานพาร์ทไทม์เดินไปหาฝ่ายบุคคลของห้าง พนักงานฝ่ายบุคคลมองเขาแล้วขมวดคิ้ว "คุณลุง ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว จะทำไหวเหรอ?"
นายท่านกู้รีบยืดอกทันที "ร่างกายฉันแข็งแรงมาก วางใจได้เลย! ปีนี้ฉันอายุครบ 60 พอดี แม่หนูช่วยให้โอกาสฉันหน่อยเถอะนะ ที่บ้านไม่มีอะไรจะกินแล้ว ฉันต้องการงานนี้จริงๆ"
นายท่านกู้ขอร้องอย่างน่าสงสาร พนักงานฝ่ายบุคคลเห็นเขาแล้วก็รู้สึกเวทนา จึงยอมให้เขาลองทำดูหนึ่งวัน พอนายท่านกู้ได้ฟังก็ดีใจสุดๆ เขาตั้งใจทำงานมาก ที่สำคัญคืองานนี้ง่ายมาก แค่คอยบริการลูกค้า แจกใบปลิว ใส่ถุงร่มให้ลูกค้า มีเพียงแค่ต้องยืนตลอดเวลาเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกปวดเมื่อยอยู่บ้าง
วันนั้นบู้ฝานเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ได้ออกไปไหน เขาขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อทะลวงผ่านระดับต่อไป ไม่ใช่ว่าบู้ฝานไม่อยากทะลวงระดับ แต่การทะลวงระดับแต่ละครั้งมันนำมาซึ่งความเจ็บปวดแสนสาหัส ราวกับเดินเฉียดประตูนรกก็ไม่ปาน ดังนั้นเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวการทะลวงระดับ ทุกครั้งที่ต้องทำ เขาต้องรวบรวมความกล้าอย่างมหาศาล
บู้ฝานนำหินวิญญาณออกมาดูดซับปราณฟ้าดิน แต่ครั้งนี้ไม่ว่าเขาจะพยายามทะลวงผ่านยังไง ก็ไม่สามารถทำลายผนึกระดับที่หกได้ แถมผนึกยังไม่มีทีท่าว่าจะคลายลงเลยแม้แต่น้อย นี่ทำให้บู้ฝานจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
บู้ฝานพึมพำกับตัวเอง "ดูท่าคงต้องหาเวลาไปเสี่ยงตายสักรอบแล้ว ตอนนี้คัมภีร์ไร้อักษรเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง หากเจออันตรายก็สามารถกลับมาได้ทุกเมื่อ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ชาตินี้คงไม่มีทางทะลวงผ่านได้อีกแน่"
ในเมื่อบู้ฝานตัดสินใจจะไปดินแดนหงเมิง เขาก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทุกอย่าง จะได้ไม่ซ้ำรอยเดิมที่ไปแล้วไม่มีอะไรจะกิน อีกอย่าง ต้องรอให้งานประมูลและงานประมูลโครงการเสร็จสิ้นเสียก่อน ถึงจะไปได้อย่างสบายใจ
พอพูดถึงงานประมูลโครงการ บู้ฝานก็รีบโทรศัพท์หาเฉินจิ่วทันที เฉินจิ่วรับสายอย่างรวดเร็ว บู้ฝานจึงถามขึ้น "งานประมูลเตรียมการไปถึงไหนแล้ว"
"คุณกิเลนเพลิงวางใจได้เลยครับ ทุกอย่างเตรียมพร้อมเกือบหมดแล้ว แต่ยังขาดของสะสมล้ำค่าอีกนิดหน่อย เพื่อดันให้โอสถคืนชีพดูโดดเด่นขึ้นมา ไม่อย่างนั้นมูลค่าของการประมูลครั้งนี้คงจะดูดรอปไปบ้างครับ"
บู้ฝานพยักหน้าอย่างเข้าใจ หลังจากวางสาย บู้ฝานก็เอาแต่คิดว่าจะไปหาของสะสมล้ำค่ามาจากไหน ตอนนั้นเอง หลิวหย่งก็โทรศัพท์เข้ามา เดิมทีบู้ฝานไม่อยากรับสาย แต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจรับ
"เสี่ยวฝาน! ไม่ทราบว่าตอนนี้พอจะสะดวกมาหาฉันที่นี่หน่อยได้ไหม คืออย่างนี้ คนของตระกูลจินอยากจะพบเธอ พวกเขามีเรื่องอยากจะขอโทษเธอต่อหน้า หวังว่าเธอจะเห็นแก่หน้าฉัน มานั่งคุยกันหน่อยดีไหม"
เดิมทีบู้ฝานอยากจะปฏิเสธ เพราะเขาไม่มีอะไรต้องคุยกับตระกูลจิน เขาไม่เคยโดนใครดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้มาก่อน แต่คิดไปคิดมาก็ตัดสินใจไป เพื่อดูว่าตระกูลจินจะมาไม้ไหน แต่เรื่องให้อภัยน่ะ ไม่มีทาง
บู้ฝานตอบเสียงเรียบในสาย "ก็ได้! เดี๋ยวฉันไป"
หลังจากวางสาย บู้ฝานก็นั่งแท็กซี่มาที่โรงหมอของหลิวหย่ง หลิวหย่งกับผู้อาวุโสหยวนออกมายืนรอรับที่หน้าประตู บู้ฝานพยักหน้าให้หลิวหย่ง แต่กลับไม่แม้แต่จะปรายตามองผู้อาวุโสหยวนเลย ทำเอาผู้อาวุโสหยวนถึงกับทำตัวไม่ถูก แต่ก็ยังฝืนยิ้มประจบ พอเข้ามาด้านใน หลิวหย่งก็รีบชงชาให้บู้ฝานด้วยตัวเอง
บู้ฝานไม่อ้อมค้อม "ผู้อาวุโสหลิว ไหนคุณบอกว่าคนของตระกูลจินจะมาไง?"
หลิวหย่งรีบตอบอย่างเกรงใจ "พวกเขาน่าจะกำลังเดินทางมาน่ะ คงจะรถติด เสี่ยวฝานมาถึงนี่แล้วก็ดื่มชาก่อนสิ พอดีฉันมีสมุนไพรตัวนึง อยากให้เสี่ยวฝานช่วยดูให้หน่อยน่ะ"
"ไม่มีปัญหา สมุนไพรอะไร เอามาดูสิ"
หลิวหย่งรีบหยิบสมุนไพรที่เตรียมไว้ออกมา มันถูกบรรจุอยู่ในกล่องไม้ พอบู้ฝานเปิดดูก็ต้องตกตะลึง ของสิ่งนี้เป็นสมุนไพรที่หายากมากจริงๆ มูลค่าของมันนั้นประเมินไม่ได้เลย
"หญ้ามังกรเพลิง! ผู้อาวุโสหลิว ของสิ่งนี้หาไม่ได้ง่ายๆ เลยนะ คุณไปได้มันมายังไง"
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ไม่ปิดบังเสี่ยวฝานหรอก ของชิ้นนี้มันหาไม่ได้ง่ายๆ จริงๆ นั่นแหละ ส่วนได้มายังไงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เพื่อนคนนึงเขาได้มาแล้วเอามาขายต่อให้ฉันน่ะ"