เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?

บทที่ 48 จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?

บทที่ 48 จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?


บทที่ 48 จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?

“บาซิลิสก์? แต่สิ่งที่ทรงพลังจริงๆ ก็คือผู้ถูกจ้องมองต้องตายทันที แทนที่จะกลายเป็นหินใช่ไหม?”

ศาสตราจารย์มักกอนนากับพูดด้วยความสับสน หลังจากได้ยินคำพูดของเชอร์ล็อค

เชอร์ล็อคชี้ไปยังกล้องในมือของดัมเบิลดอร์ที่ไหม้เกรียมไปหมด

“นักเรียนที่ถูกโจมตีอาจไม่ได้มองเข้าไปในดวงตาของมันโดยตรง แต่มองผ่านบางสิ่งบางอย่าง เช่น คอลินมองผ่านเลนส์กล้อง และจัสตินที่ถูกโจมตีครั้งทีี่แล้ว มองผ่านเงาสะท้อนบนแอ่งน้ำใต้ฝ่าเท้าของเขา”

ดัมเบิลดอร์มองเขาด้วยความชื่นชม

“สังเกตได้ดีมากเชอร์ล็อค ตอนนี้ฉันสับสนนิดหน่อย ตอนที่เธอเข้าร่วมมือปราบมาร ทำไมคนพวกนั้นถึงบอกว่าเธอไม่เหมาะสมในการเข้าร่วมแผนกการต่อสู้”

เขามองกล้องในมือแล้วพูดเบาๆ

“มีความเป็นไปได้สูงที่สิ่งมีชีวิตนั้นอาจเป็นบาซิลิสก์ แต่กุญแจสำคัญของปัญหาไม่ใช่ว่าใครคือผู้โจมตี แต่เป็นว่าใครคือคนเปิดประตู…”

คำพูดสุดท้ายของดัมเบิลดอร์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา เชอร์ล็อคกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลได้ยินสิ่งที่เขาพูดไม่ชัดเจน

จากนั้นดัมเบิลดอร์ส่ายหัว

“ถ้าเป็นบาซิลิสก์จริงๆ วิธีเอาชนะมันก็ง่ายมากเช่นกัน การขันของไก่นั้นเป็นอันตรายถึงชีวิต ฉันจำได้ว่าแฮกริดเลี้ยงไก่ไว้มากมายซึ่งสามารถใช้เตรียมการป้องกันได้”

อย่างไรก็ตาม สิ่งต่างๆ ไม่ง่ายอย่างนั้น

เมื่อคืน ไก่ทุกตัวที่แฮกริดเลี้ยงเอาไว้ถูกใครบางคนรัดคอจนตาย

แน่นอนว่าผู้ปล่อยบาซิลิสก์ได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีสำหรับศัตรูตามธรรมชาติเหล่านี้

แต่ไม่ว่าในกรณีใด ด้วยคำเตือนของเชอร์ล็อค ดัมเบิลดอร์และเหล่าอาจารย์ของโรงเรียนจึงได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า

ไก่ไม่ใช่สัตว์วิเศษหายาก พวกมันสามารถหาซื้อได้ทุกที่ อันตรายที่รู้ล่วงหน้านั้นจัดการได้ง่ายกว่าอันตรายที่ไม่รู้จัก ซึ่งทำให้เหล่าอาจารย์รู้สึกมั่นใจเช่นกัน

แต่นักเรียนไม่มีความมั่นใจเช่นนี้

เพื่อเป็นการรักษาความลับ พวกเขาไม่ได้บอกนักเรียนคนใดว่าสิ่งมีชีวิตที่โจมตีนักเรียนนั้นเป็นบาซิลิสก์

พ่อมดตัวน้อยจึงยังคงกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่ไม่รู้

พ่อมดรุ่นเยาว์จากครอบครัวมักเกิ้ลตกอยู่ในอันตราย แม้แต่เนวิลล์ผู้มักขี้อายยังหน้าซีดลงทุกวัน ความหวาดกลัวในดวงตาของเขาไม่สามารถปกปิดได้เลย

“กลัวอะไรเนวิลล์ นายเป็นเลือดบริสุทธิ์ เป้าหมายของสัตว์ประหลาดในห้องลับต้องไม่ใช่นายแน่นอน!”

รอนให้ความมั่นใจ หลังจากเห็นสีหน้าเนวิลล์ในห้องส่วนกลางของกริฟฟินดอร์

แต่ความสบายใจของเขาไม่มีผล เนวิลล์ออกจากห้องนั่งเล่นด้วยท่าทางสับสน มองไปทางหนึ่ง เหมือนกับว่าเขากำลังจะไปยังห้องสมุด

“ความกล้าหาญของเขามีน้อยมาก ปล่อยเขาไว้คนเดียวเถอะ”

แฮร์รี่พูดด้วยสีหน้าหนักอึ้ง เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะมาสงสัยปฏิกิริยาผิดปกติของเนวิลล์อีกต่อไป

“ศาสตราจารย์ฟอเรสต์เพิ่งอวยพรคอลินเมื่อวาน แล้วก็มีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขาในวันนี้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน!”

เฮอร์ไมโอนี่ดูสับสนเช่นกัน

“แต่ไม่มีทางที่ศาสตราจารย์ฟอเรสต์จะเป็นฆาตกรแน่นอน เราเคยคุยกันมาก่อนแล้ว เขาเป็นเลือดผสม ทายาทของสลิธีรินต้องเป็นเลือดบริสุทธิ์ใช่ไหม?”

“ไม่จำเป็น!” รอนพูดอย่างจริงจัง

“จำสิ่งที่ฉันบอกก่อนหน้านี้ได้ไหม มีครอบครัวพ่อมดเพียงไม่กี่ครอบครัวสามารถเรียกได้ว่าเป็นเลือดบริสุทธิ์อย่างแท้จริง ถ้าพวกเขาไม่แต่งงานกับมักเกิ้ล พ่อมดอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว!”

“บางคนสืบทอดสายเลือดจากสลิธีรินอาจลืมตัวตนของบรรพบุรุษไปนานแล้วด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีตระกูลเลือดบริสุทธิ์ที่รอดชีวิต เคยได้ยินว่าใครมีความสัมพันธ์กับสริธีริน!”

หลักฐานก่อนหน้านี้ที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเชอร์ล็อค ถูกรอนคว่ำไปแล้ว ในเวลานี้ เฮอร์ไมโอนี่ต้องตกใจเมื่อพบว่าจากหลักฐานในปัจจุบัน ศาสตราจารย์ฟอเรสต์ดูน่าสงสัยไม่น้อยไปกว่ามัลฟอย

เธอพูดตะกุกตะกัก

“แต่ฉันยังไม่เชื่อ! ถ้าอาจารย์ฟอเรสต์เป็นฆาตกรจริงๆ แล้วเขาเกลียดพ่อมดที่เกิดจากมักเกิ้ลมาก ทำไมเขาถึงยอมตอบคำถามของฉัน แม้ว่าน้ำเสียงของเขาอาจดูเย็นชา และท่าทางต่อผู้คนดูห่างเหินมาก แต่จริงๆ แล้วเราทุกคนรู้ดีว่าศาสตราจารย์เป็นคนดีมาก ตอนที่เขาอยู่ในตรอกไดแอกอน เขายังทะเลาะกับพ่อของมัลฟอยเพื่อช่วยคุณวิสลีย์อีกด้วย!”

คำพูดของเฮอร์ไมโอนี่ทำให้ทั้งรอนและแฮร์รี่รู้สึกหนักใจ

เมื่อพวกเขาพบกับเชอร์ล็อคครั้งแรก พวกเขาไม่มีความประทับใจในตัวอีกฝ่ายเพราะนิสัยเย็นชาของเขา

แต่ในระหว่างการเดินทาง พวกเขาค้นพบว่าเชอร์ล็อคตัวจริงไม่ได้เย็นชาเหมือนปรากฏบนพื้นผิว

เชอร์ล็อคตัวจริงนั้นอ่อนโยน เขาไม่เคยพูดจาหยาบคายแม้แต่กับนักเรียนที่ดื้อรั้น เขามีอารมณ์ขันและความน่าสนใจในชั้นเรียน เพื่อทำให้เด็กๆ สนใจชั้นเรียนการป้องกันตัวจากศาสตร์มืด อีกฝ่ายถึงกับค้นหาหนทางเสกตัวละครจากการ์ตูนมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอน…

หลังจากเรียนและเข้ากันได้เกือบครึ่งปีการศึกษา แฮร์รี่กับคนอื่นๆ ก็ยอมรับศาสตราจารย์คนนี้อย่างแท้จริง พวกเขานึกไม่ออกว่าเชอร์ล็อคจะเป็นฆาตกรที่ต้องการ ‘ชำระล้าง’ ทั้งโรงเรียนอย่างโหดเหี้ยมได้อย่างไร

หลังจากความเงียบกินเวลานาน แฮร์รี่ก็พูดขึ้นทันที

“ถ้าศาสตราจารย์ไม่ใช่ฆาตกรจริงๆ จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?”

เฮอร์ไมโอนี่กับรอนตกตะลึงกับข้อสันนิษฐานของเขา ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเวทมนต์หรือวิทยาศาสตร์

“แฮร์รี่ ฉันรู้ว่านายไม่ต้องการให้ศาสตราจารย์ฟอเรสต์เป็นฆาตกร! เราก็ด้วย แต่นายไม่สามารถปกปิดข้อสงสัยของเขาด้วยคำพูดที่ไม่มีมูลความจริงได้! นี่เป็นการไม่เคารพเหยื่อ จงรับผิดชอบในสิ่งที่…”

“ฉันไม่ได้ปกปิด ฉันพูดความจริง!”

แฮร์รี่ขัดจังหวะคำพูดของรอนอย่างจริงจัง แล้วเขาก็วิเคราะห์ให้อีกฝ่ายฟังอย่างรอบคอบตั้งแต่ต้นจนจบ

“นายจำวันแรกที่เปิดเรียนได้ไหม ตอนเราขับรถบินได้มาโรงเรียน ชนต้นวิลโลว์แล้วได้รับบาดเจ็บ”

รอนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพยักหน้า

“แน่นอน ฉันจำเรื่องนั้นได้เหมือนกัน จู่ๆ ต้นวิลโลว์ก็บ้าไปแล้ว มันอยากจะฆ่าพวกเรา!”

“จากนั้นเราไปหามาดามพอมฟรีย์เพื่อรับการรักษา แล้วพบกับศาสตราจารย์ฟอเรสต์ระหว่างทางกลับหอพัก นายจำสิ่งที่เขาพูดกับเราได้ไหม?”

“เขาบอกว่า…ไม่อยากให้นักเรียนขอลาในชั้นเรียนครั้งแรก”

รอนรู้สึกประทับใจกับประโยคนี้เท่านั้น เพราะในเวลานั้นเขากับแฮร์รี่กำลังคุยกันเพื่อหาข้ออ้างไม่ไปเรียนวันพรุ่งนี้ แต่เชอร์ล็อคจับเขาได้

แฮร์รี่ส่ายหัว

“ไม่ใช่ประโยคนั้น สิ่งที่เขาพูดหลังจากเห็นเราคือ ‘ฉันคิดว่าสุดท้ายพวกเธอจะลงจอดได้อย่างปลอดภัย’ ต่างหาก”

รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ตกตะลึง

“นี่เป็นหลักฐานประเภทไหน? ศาสตราจารย์ฟอเรสต์อาจพูดแบบสบายๆ ในตอนนั้น แล้วการที่เราได้รับบาดเจ็บเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ!”

……………………..

*ผมจะใช้คำว่าปากอีกาตามต้นฉบับนะครับ

ภาษาชาวบ้านใช้บ่อย 汉语惯用语

乌鸦嘴 ปากอีกา แปลเป็นไทยคือ ปากอัปมงคล หรือปากเสีย

คำนี้ในภาษาจีน จะหมายถึงคนที่ชอบพูดอะไรที่ไม่เป็นมงคล แต่ไม่ใช่หมายถึงพวกปากสุนัข

เพราะในความเชื่อคนจีน "乌鸦 อีกา" ถูกตีตราเป็นสัตว์อัปมงคล เป็นสัญลักษณ์ความโชคร้ายหรือความซวย

อีกาจึงถูกมองเป็น "ตัวซวย"

ดังนั้น เวลาที่ใครเผลอพูดอะไรที่ไม่เป็นมงคลขึ้นมา ก็จะถูกว่าเป็น " 乌鸦嘴 ปากอีกา”

จบบทที่ บทที่ 48 จะบอกว่าเขาเป็นแค่คนปากอีกางั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว