- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพผู้เก่งกาจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
- บทที่ 15 - เหตุบังเอิญ
บทที่ 15 - เหตุบังเอิญ
บทที่ 15 - เหตุบังเอิญ
บทที่ 15 - เหตุบังเอิญ
คนในครอบครัวของคนไข้ดีใจจนน้ำตาไหล พากันโผเข้ากอดคนไข้แล้วร้องไห้โฮ บุฝานถอนเข็มเงินออก พ่อที่ยังคงตะลึงงันไม่หาย พูดอะไรไม่ออก เขาไม่เข้าใจเลยว่าลูกชายไปเรียนรู้วิชาพวกนี้มาจากไหน ฝีมือการฝังเข็มระดับนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้เลย การฝังเข็มคือศาสตร์ที่ยากที่สุดในวิชาแพทย์แผนโบราณ เพราะทุกเข็มต้องแม่นยำตรงจุดเส้นลมปราณ หากพลาดไปแม้แต่นิดเดียว อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ดังคำกล่าวของแพทย์แผนโบราณที่ว่า 'ยอมสั่งยาเป็นสิบเทียบ ดีกว่าฝังเข็มพลาดเพียงเข็มเดียว'
หญิงสาวผมหางม้าเดินเข้ามาหาบุฝานแล้วพูดขึ้น “พี่บุฝาน เก่งจังเลย ขอบคุณมากนะที่ช่วยชีวิตพ่อฉันไว้ ตอนนี้ที่บ้านไม่ค่อยมีเงิน ฉันมีอยู่ไม่กี่ร้อย พี่รับไว้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันหามาเพิ่มให้ทีหลัง”
บุฝานรีบโบกมือปฏิเสธ “น้องสาว ไม่ต้องหรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง คนบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งนั้น จะคิดเงินทำไมล่ะ คุณอาเพิ่งฟื้นยังต้องพักผ่อน งั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะ ไว้ค่อยซื้อเนื้อมาตุ๋นบำรุงคุณอาทีหลังก็แล้วกัน”
พ่อเดินเข้ามาแทรก “น้องสาวอะไรกัน นี่น้องเสี่ยวเยว่ลูกพี่ลูกน้องของแกไง ส่วนนั่นก็อาหู กับอาซ้อหู แล้วก็น้องชายของเสี่ยวเยว่อีกสองคน จำไม่ได้เหรอ”
บุฝานเพิ่งจะนึกออก ตอนเด็กๆ เด็กพวกนี้ชอบวิ่งตามก้นเขาต้อยๆ เวลาผ่านไปแป๊บเดียวโตกันหมดแล้ว มิน่าล่ะถึงหน้าคุ้นๆ บุฝานกล่าวขอโทษด้วยความเขินอาย
หูเสี่ยวเยว่หญิงสาวผมหางม้ายิ้มแล้วแนะนำตัว “พี่บุฝาน ฉันหูเสี่ยวเยว่ไง ตอนเด็กๆ เราเล่นด้วยกันบ่อยๆ พี่เคยบอกว่าจะแต่งงานกับฉันตอนโตด้วยนะ จำได้ไหม”
“ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ทุกคนในบ้านพากันหัวเราะร่วน บุฝานหน้าแดงก่ำ ตอนเด็กๆ เขาเคยพูดแบบนั้นจริงๆ แต่ก็เป็นแค่การล้อเล่นขำๆ ตอนเล่นขายของ แถมตอนนั้นผู้ใหญ่ในหมู่บ้านก็ชอบหยอกล้อพวกเขาว่าโตขึ้นจะจัดการแต่งงานให้
ตอนนี้เด็กหญิงตัวน้อยโตเป็นสาวสะพรั่งแล้ว แถมยังหน้าตาสะสวยใช้ได้เลยทีเดียว ดวงตากลมโต ใบหน้ารูปไข่ ผมยาวสลวย ส่วนสูงประมาณร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร แม้การแต่งตัวจะดูเชยไปหน่อย แต่ก็แฝงไปด้วยเสน่ห์แบบสาวชาวบ้าน
ระหว่างทางกลับบ้าน บุฝานยังคงคิดอะไรเพลินๆ พ่อมองลูกชายแล้วยิ้ม “ลูกชาย เสี่ยวเยว่หน้าตาก็น่ารักดีนะ ให้พ่อไปคุยเรื่องแต่งงานให้ไหม ถึงแกจะอายุมากกว่าเธอหลายปี แต่ถ้าพ่อเป็นคนออกหน้า คงไม่มีปัญหาหรอก”
บุฝานสะดุ้งโหยง รีบถอนหายใจ “เฮ้อ! พ่อ คิดไปถึงไหนเนี่ย ตอนนี้ผมยังไม่คิดเรื่องความรักหรอกครับ ผมกำลังคิดว่าพรุ่งนี้จะเอาสต๊อกยาพวกนี้ไปขายยังไงดี พรุ่งนี้ผมคงต้องกลับไปที่ตัวเมืองสักหน่อย ขายยาหมดเมื่อไหร่เดี๋ยวผมก็กลับมา”
พ่อพยักหน้าและถอนหายใจ “เฮ้อ! คืนนี้เรามาดื่มด้วยกันสักสองสามจอกเถอะ วันนี้วันเกิดพ่อนะ พ่อไม่ได้หวังให้แกหาเงินได้เยอะแยะอะไรหรอก แค่อยากให้แกกลับมาเยี่ยมพ่อบ่อยๆ ก็พอแล้ว”
“ครับพ่อ ผมรู้แล้ว พอจัดการเรื่องทางโน้นเสร็จ ผมก็จะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ถาวร ผมตั้งใจว่าจะตั้งตัวอยู่ที่เมืองเรานี่แหละ ครั้งนี้กลับไปก็จะไปเคลียร์เรื่องคืนห้องเช่าด้วยเลย”
พ่อพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “กลับมาตั้งตัวที่นี่ก็ดีนะ ใกล้บ้านดี ป่ะ! คืนนี้พ่อลูกเราดื่มกันให้เมาไปเลย”
พูดจบ พ่อก็ผัดกับข้าวมาสองอย่าง ทั้งคู่ดื่มกันอย่างสนุกสนาน พอเมาได้ที่ พ่อก็ล้มตัวลงนอนหลับปุ๋ย บุฝานกลับมาที่ห้อง คิดอะไรเรื่อยเปื่อย เขานึกถึงลั่วหลิงส่วง ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะเป็นยังไงบ้าง
ตัดภาพไปที่ทวีปหงเหมิง ลั่วหลิงส่วงหลังจากจัดการกับราชาหมาป่าเสร็จแล้ว เธอก็ออกตามหาบุฝานไปทั่ว แต่บุฝานกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เธอตามหาอยู่หลายวันก็ยังไม่พบ จนกระทั่งศิษย์น้องจากสำนักหยุนเซียวตามมาเจอเธอ
“ศิษย์พี่ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”
“ศิษย์พี่ พวกเราตามหาท่านแทบแย่ ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ”
ลั่วหลิงส่วงส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร “ศิษย์น้อง รบกวนพวกเจ้าบินขึ้นไปดูรอบๆ แถวนี้หน่อยได้ไหม ช่วยตามหาผู้ชายคนหนึ่งที่มีพลังระดับขั้นฝึกปราณให้ที”
ศิษย์น้องทั้งสองคนทำหน้างงๆ แต่ก็พยักหน้ารับคำและบินขึ้นไปค้นหาบนท้องฟ้า ผ่านไปสักพัก ทั้งคู่ก็บินกลับมา
“เป็นไงบ้าง เจอไหม!” ลั่วหลิงส่วงถามอย่างร้อนรน
ศิษย์น้องทั้งสองมองหน้ากันแล้วส่ายหน้า ศิษย์น้องคนหนึ่งตอบ “ศิษย์พี่ พวกเราค้นหาจนทั่วแล้ว ไม่เจอใครเลยครับ”
ศิษย์น้องอีกคนก็เสริมขึ้นมาว่า “คนธรรมดาที่มีพลังแค่ขั้นฝึกปราณ มาอยู่ในที่แบบนี้ ป่านนี้คงไม่เหลือแม้แต่ซากแล้วล่ะครับ ศิษย์พี่ พวกเรารีบกลับกันเถอะ ท่านอาจารย์สั่งให้พวกเรามาตามท่านกลับไปนะครับ”
ลั่วหลิงส่วงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า ยอมเดินทางกลับไปพร้อมกับศิษย์น้อง เธอเชื่อมั่นว่าบุฝานจะต้องปลอดภัยดี บางทีตอนนี้เขาอาจจะกลับไปยังโลกเดิมของเขาแล้วก็ได้
เช้าวันรุ่งขึ้น บุฝานตื่นขึ้นมาหาวหวอดๆ พ่อเตรียมข้าวเช้าไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ บุฝานก็หอบหิ้วยาที่เตรียมไว้เดินทางเข้าตัวมณฑล ครั้งนี้เขาพกขวดยามาเยอะแยะ จะขึ้นรถไฟก็คงไม่สะดวก จึงต้องเลือกนั่งรถบัสแทน
บุฝานนั่งพิงเบาะเตรียมจะงีบหลับ จู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีคนมาสะกิดเบาๆ ความรู้สึกนี้มันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน และเสียงที่ดังขึ้นก็ทำเอาบุฝานถึงกับสะดุ้งสุดตัว
“พี่ชายคะ รบกวนช่วยหน่อยได้ไหมคะ”
บุฝานหันไปมอง แล้วก็ต้องตกใจจนตาค้าง
“ทำไมถึงเป็นเธอ...”
“ทำไมถึงเป็นพี่...”
ทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกันด้วยความประหลาดใจ หลินชิงเสวี่ยดีใจจนเนื้อเต้น นั่งลงแล้วเริ่มพูดเจื้อยแจ้ว “พี่ชายคะ พวกเราสองคนมีโชคชะตาต่อกันมากเลยใช่ไหมคะเนี่ย แต่ยังไงก็รบกวนพี่ช่วยยกกระเป๋าขึ้นไปเก็บให้หน่อยได้ไหมคะ”
บุฝานถอนหายใจยาว แล้วลุกขึ้นช่วยยกกระเป๋าเดินทางของเธอขึ้นไปเก็บบนชั้น หลินชิงเสวี่ยกล่าวขอบคุณอย่างอารมณ์ดี “ขอบคุณค่ะพี่ชาย พี่กำลังจะไปมณฑลเจียงใช่ไหมคะ ทำไมถึงมานั่งรถบัสล่ะคะ ทีแรกฉันก็ตั้งใจจะนั่งรถไฟเหมือนกัน แต่ต้องรออีกนานเลย ก็เลยเปลี่ยนมานั่งรถบัสแทน ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญมาเจอพี่อีกครั้ง โชคดีจังเลยค่ะ แต่เอ๊ะ... รู้สึกว่าพี่ดูเปลี่ยนไปนิดหน่อยนะคะ หรือว่าฉันตาฝาดไปเอง”
หลินชิงเสวี่ยพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด บุฝานฟังแล้วก็อยากจะกระโดดลงจากรถซะเดี๋ยวนี้เลย สาวน้อยหน้าตาน่ารักคนนี้ ทำไมถึงพูดมากขนาดนี้นะ
หลินชิงเสวี่ยหยิบเสื้อคลุมของบุฝานออกมาส่งให้เขา “พี่ชายคะ เสื้อของพี่ฉันซักให้สะอาดแล้วนะคะ คราวก่อนต้องขอบคุณพี่มากๆ เลย ไม่อย่างนั้นฉันคงอายแย่”
บุฝานแค่ยิ้มรับและรับเสื้อคืนมา เมื่อหลินชิงเสวี่ยเห็นว่าบุฝานไม่ค่อยอยากจะคุยด้วย เธอก็ยอมหุบปาก หยิบหูฟังขึ้นมาใส่ แล้วยื่นหูฟังอีกข้างให้บุฝาน บุฝานหันไปมองหน้าเธอ หลินชิงเสวี่ยส่งยิ้มหวานให้ บุฝานไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เอนหลังพิงเบาะและฟังเพลงไปเงียบๆ
รถบัสกระแทกตกหลุมจนบุฝานสะดุ้งตื่น จากนั้นรถก็เบรกกะทันหันจนผู้โดยสารแทบจะหัวทิ่ม หลินชิงเสวี่ยตกใจรีบคว้าแขนบุฝานไว้แน่น ด้านหน้ารถมีชายคนหนึ่งหัวแตกเลือดอาบยืนขวางถนนอยู่ เหตุการณ์ยังไม่ชัดเจนนัก แต่พอมองไปไกลๆ ก็เห็นรถคันหนึ่งเหมือนจะประสบอุบัติเหตุชนกัน
คนขับรถเปิดประตูลงไปคุยกับชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็รีบวิ่งกลับขึ้นมาบนรถ ตะโกนถามผู้โดยสาร “ทุกคนครับ! ข้างหน้ามีอุบัติเหตุรถชน มีผู้หญิงคนหนึ่งบาดเจ็บสาหัส เลือดไหลไม่หยุดเลย ในรถคันนี้มีใครเป็นหมอ หรือพอจะรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นบ้างไหมครับ”
หลินชิงเสวี่ยรีบลุกขึ้นยืนตอบอย่างกระตือรือร้น “มีค่ะ! พี่ชายคนนี้เขาเป็นหมอค่ะ ฝีมือเขายอดเยี่ยมมากเลยนะคะ”