- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพผู้เก่งกาจกับการใช้ชีวิตในเมืองใหญ่
- บทที่ 7 - เรื่องวาดฝันให้ความหวัง ต้องยกให้ผม
บทที่ 7 - เรื่องวาดฝันให้ความหวัง ต้องยกให้ผม
บทที่ 7 - เรื่องวาดฝันให้ความหวัง ต้องยกให้ผม
บทที่ 7 - เรื่องวาดฝันให้ความหวัง ต้องยกให้ผม
ลั่วหลิงส่วงเห็นบุฝานวิ่งเข้ามาก็รีบร้องห้าม “เจ้าวิ่งกลับมาทำไม รีบหนีไปสิ ข้ายังพอถ่วงเวลาให้นางได้อีกหน่อย”
“คุณบาดเจ็บหนักขนาดนี้ คงเจ็บมากเลยใช่ไหม ลูกผู้ชายอย่างผมจะปล่อยให้ผู้หญิงมาปกป้องได้ยังไง ผมต่างหากที่ต้องเป็นคนปกป้องคุณ”
บุฝานก้าวมายืนขวางหน้าลั่วหลิงส่วงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใย คำพูดของเขาทำให้เธอซาบซึ้งใจมาก แต่มันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี คนเดียวตายก็ยังดีกว่าตายทั้งคู่ เธอโกรธจัดจนผลักเขาออกไปอย่างแรง
“ไสหัวไปให้พ้น! บุฝาน ข้าบอกให้เจ้ารีบหนีไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นต่อให้ตาย ข้าก็ไม่มีวันให้อภัยเจ้าเด็ดขาด”
บุฝานไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขากุมมือเธอไว้แน่น จู่ๆ ก็นึกถึงประโยคคลาสสิกขึ้นมาได้ “เคยมีความรักอันจริงใจวางอยู่ตรงหน้าผม แต่ผมกลับไม่ทะนุถนอมมันไว้ กว่าจะรู้ตัวว่าสูญเสียมันไป ผมก็เสียใจจนสายเกินไปแล้ว ความเจ็บปวดที่สุดในโลกมนุษย์คงไม่มีอะไรเกินสิ่งนี้ หากสวรรค์ให้โอกาสผมกลับไปแก้ไขได้อีกครั้ง ผมจะพูดคำสามคำกับผู้หญิงคนนั้นว่า 'ผมรักคุณ' และหากต้องกำหนดระยะเวลาของความรักนี้ ผมหวังว่ามันจะยาวนานถึงหนึ่งหมื่นปี”
ลั่วหลิงส่วงฟังแล้วน้ำตาไหลพรากด้วยความซาบซึ้ง เธอไม่รู้เลยว่าจะตอบกลับเขายังไงดี บุฝานเห็นดังนั้นก็แอบขำในใจ วัฒนธรรมโลกยุคปัจจุบันนี่มันเจ๋งจริงๆ ประโยคคลาสสิกแค่นี้ก็ทำเอาแม่นางเซียนถึงกับบ่อน้ำตาแตกได้
หญิงชุดดำเองก็ซาบซึ้งจนน้ำตาซึม นางปรบมือรัวๆ ให้กับทั้งสองคน
“แปะ แปะ แปะ…”
“ซาบซึ้ง ซาบซึ้งกินใจเหลือเกิน ความรักที่ยอมตายแทนกันได้แบบนี้ ทำให้ผู้คนอดซาบซึ้งไม่ได้จริงๆ ข้าทำใจทำร้ายพวกเจ้าไม่ลงแล้วล่ะ ขอแค่ส่งโอสถสรรค์สร้างมาให้ข้า ข้าก็จะปล่อยพวกเจ้าไป ให้พวกเจ้าสองคนได้ครองรักกันอย่างมีความสุข”
บุฝานหันไปมองพร้อมกับหยิบโอสถสรรค์สร้างออกมา “คุณหมายถึงยานี่ใช่ไหม”
ลั่วหลิงส่วงได้สติกลับมาทันที เธอรีบคว้ามือบุฝานไว้ “บุฝาน อย่ามอบให้นางเด็ดขาด ต่อให้เจ้ามอบให้นาง นางก็ไม่ปล่อยพวกเราไปหรอก”
บุฝานตบหลังมือเธอเบาๆ “ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไม่เป็นไร!”
หญิงชุดดำรีบยื่นมือออกไปพร้อมกับให้คำมั่นสัญญาอย่างตื่นเต้น “ขอแค่เจ้ามอบมันให้ข้า ข้าขอรับรองว่าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้าแน่นอน”
ลั่วหลิงส่วงร้อนรน “อย่าไปเชื่อคำพูดของนาง ถ้าเจ้ามอบให้นาง ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งซะ เจ้ารีบหนีไปตอนนี้เลย ข้ายังมีแรงสู้ต่อ เจ้าไม่มีพลังปราณ นางตามหาเจ้าไม่เจอหรอก”
พอได้ยินแบบนั้น หญิงชุดดำก็เริ่มร้อนใจ คิดจะพุ่งเข้าไปแย่งชิง บุฝานรู้ทันความคิดของนาง จึงรีบร้องห้าม “ถ้าคุณขยับเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะกลืนมันลงคอเดี๋ยวนี้เลย”
พูดจบบุฝานก็ทำท่าจะโยนยาเข้าปาก หญิงชุดดำตกใจจนต้องรีบถอยกลับไป “อย่านะ! ข้าไม่เข้าไปแล้ว เจ้าอย่ากังวลไปเลย ข้าไม่เข้าใจเลยว่านังหนูนี่มีดีอะไร ถึงทำให้เจ้าหลงใหลได้ขนาดนี้ ความจริงแล้ว ข้าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านางเลยนะ”
พูดจบ หญิงชุดดำก็ปลดผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้างดงามสะกดสายตาและรูปร่างอันเย้ายวน หากผู้ชายคนไหนไม่ได้ตาบอด ก็ต้องหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน
“เพียงแค่เจ้ายินยอม ข้าจะเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเจ้า ข้าจะพาเจ้าเข้าสู่พรรคมาร ช่วยให้เจ้าฝึกวิชามาร และผลักดันให้เจ้าขึ้นเป็นผู้นำพรรคมาร มีอำนาจเหนือคนนับหมื่น เป็นรองเพียงคนผู้เดียว”
หญิงชุดดำพยายามใช้วาจาหว่านล้อม แต่สำหรับบุฝานแล้ว ทักษะการขายฝันระดับนี้มันห่วยแตกเกินไปจริงๆ เรื่องแบบนี้ต้องยกให้คนยุคปัจจุบันอย่างเขาสิ ขืนไม่สั่งสอนให้รู้ซึ้งถึงวัฒนธรรมยุคปัจจุบันเสียบ้าง นางคงไม่รู้หรอกว่าการขายฝันของแท้มันเป็นยังไง
ลั่วหลิงส่วงไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยม เธอรีบดึงแขนบุฝานไว้ “บุฝาน อย่าไปฟังนางนะ นางกำลังหลอกเจ้า ขอแค่เจ้าไม่หลงเชื่อนาง ต่อไป… ข้าจะยอมเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของเจ้าเอง”
ลั่วหลิงส่วงถูกคำขายฝันของอีกฝ่ายปั่นหัวจนร้อนรน ต้องรู้ไว้ว่าตำแหน่งแบบนั้น ในดินแดนของพวกเธอมีคนแย่งกันแทบตาย
บุฝานอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ก็ต้องกลั้นไว้ เขาแกล้งกระซิบตอบ “คุณพูดเองนะ ถึงเวลาแล้วอย่ามางอแงพลิกลิ้นล่ะ”
พูดจบ บุฝานก็เดินไปข้างหน้าสองสามก้าว หญิงชุดดำนึกว่าตนหว่านล้อมสำเร็จแล้ว แต่บุฝานกลับหยุดเดิน แล้วแกล้งทำสีหน้าลำบากใจ
“คุณสวยมากจริงๆ ด้วย แต่ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียว จะให้จับปลาสองมือก็คงไม่ได้ ทำยังไงดีนะ เลือกไม่ถูกเลย พวกเราเพิ่งจะรู้จักกันเอง ถ้าคุณหลอกผมขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ โอ๊ย เครียดจัง”
ทักษะการแสดงของบุฝานเข้าขั้นรางวัลออสการ์ แม้แต่ลั่วหลิงส่วงก็ยังหลงเชื่อคำพูดของเขา เธอโกรธจนกระอักเลือดออกมาอีกระลอก เมื่อกี้เพิ่งจะทำซึ้งจนน้ำตาแตกแท้ๆ ตอนนี้มากลับลำซะงั้น
“ผู้ชายก็สันดานเดียวกันหมด ไม่มีดีสักคน!”
เมื่อบุฝานเปิดช่องให้ หญิงชุดดำก็รีบให้คำมั่นอีกครั้ง “ข้า เยี่ยหลิวหลี พูดคำไหนคำนั้นเสมอ หรือว่าเจ้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับข้าเลยสักนิด”
เยี่ยหลิวหลีพูดพลางบิดเอวคอดกิ่ว แกล้งทำเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปครึ่งตัว บุฝานเบิกตากว้าง ทำหน้าหื่นกามใส่ ภาพนั้นทำเอาลั่วหลิงส่วงไม่อยากจะเชื่อสายตา เธอโกรธจัดจนกระอักเลือดออกมาอีกคำ
“พรวด!”
“บุฝาน ข้าดูคนผิดจริงๆ”
ลั่วหลิงส่วงโกรธจนแทบจะหายใจไม่ออก แต่บุฝานกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองเธอ เขาเดินตรงดิ่งไปหาเยี่ยหลิวหลี
เยี่ยหลิวหลีตื่นเต้นสุดขีด โอสถสรรค์สร้างกำลังจะตกเป็นของนางแล้ว ทันทีที่ได้มันมา นางจะสับไอ้หมอนี่ให้เป็นชิ้นๆ เลยคอยดู
ขณะที่บุฝานกำลังจะยื่นยาให้ จู่ๆ เขาก็ดึงมือกลับ แล้วรีบถอยหลังไปสองสามก้าวพร้อมกับทำหน้าหวาดกลัว “ผมกลัว…”
เยี่ยหลิวหลีโกรธจนแทบจะสติแตก แต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไว้ “กลัวอะไรกันเล่า ข้าออกจะสะสวยขนาดนี้ มีอะไรให้น่ากลัว มาเถอะ เข้ามาหาข้าสิ”
บุฝานส่ายหัวรัวๆ เหมือนคนบ้า เยี่ยหลิวหลีหมดความอดทนแล้ว นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “สรุปว่าเจ้าต้องการอะไรกันแน่ จะเข้ามาหรือไม่มา”
“พูดปากเปล่ามันเชื่อไม่ได้หรอก เอาแบบนี้ดีไหม คุณมอบของแทนใจให้ผมสักหน่อยสิ จะได้แสดงความจริงใจให้ผมเห็น คุณอย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ ผมไม่ใช่พวกหน้าเงินหรอก ผมก็แค่รู้สึกไม่ปลอดภัยน่ะ ถึงยังไงสุดท้ายผมก็ต้องเป็นของคุณอยู่ดี ของๆ คุณกับของๆ ผมมันก็เหมือนกันนั่นแหละ จริงไหม”
ลั่วหลิงส่วงโกรธจนมือสั่น เธอใช้กระบี่ยันพื้นไว้ สาบานในใจว่าจะต้องฆ่าบุฝานให้ได้
เยี่ยหลิวหลีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนคัมภีร์เล่มหนึ่งไปให้เขา “นี่คือคัมภีร์ระดับสูงของพรรคมารเรา แค่นี้คงพอแล้วใช่ไหม”
บุฝานเปิดดูผ่านๆ แล้วโยนทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่ไยดี “ไอ้ของพรรค์นี้ อ่านก็ไม่ออก ไม่เห็นจะมีความจริงใจตรงไหนเลย”
เยี่ยหลิวหลีโกรธจนอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอเขาให้ตาย แต่ก็ทำไม่ได้ นางจึงจำใจหยิบขวดยาออกมา “นี่คือโอสถเสริมรากฐาน แล้วก็นี่โอสถบำรุงพลัง ส่วนนี่… กระบี่เหมันต์น้ำแข็ง…”
เยี่ยหลิวหลีหยิบของวิเศษทั้งหมดที่มีออกมาจนหมดเกลี้ยง บุฝานแอบยิ้มกริ่มในใจ คนที่นี่ไม่มีสมองกันหรือไงเนี่ย หลอกง่ายชะมัด
บุฝานมองดูของเหล่านั้นแล้วถอนหายใจ “เฮ้อ! น้อยไปหน่อยนะเนี่ย แต่ก็ถือว่าพอเห็นความจริงใจบ้างแล้วล่ะ”
บุฝานเดินเข้าไปหา แล้วยื่นโอสถสรรค์สร้างให้นาง เยี่ยหลิวหลียิ้มกริ่มเตรียมจะรับมันมา แต่บุฝานก็ชักมือกลับอีกครั้ง พร้อมกับทำหน้าเศร้าสร้อย
“คุณรักผมจริงๆ ใช่ไหม”
“รักสิ รัก รักที่สุดเลย”
ในที่สุดบุฝานก็ยื่นยาให้นาง เมื่อเยี่ยหลิวหลีรับยาไป ลั่วหลิงส่วงก็หลับตาลงด้วยความโกรธแค้น เธอเกลียดตัวเองที่หลงเชื่อผู้ชายคนนี้
เยี่ยหลิวหลีได้โอสถสรรค์สร้างมาครอบครองก็หัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง “ฮ่าฮ่าฮ่า… ไอ้สวะเอ๊ย คอยดูเถอะ ข้าจะสับแกเป็นชิ้นๆ ให้สาสมกับความแค้นในใจข้า”
บุฝานแกล้งทำเป็นตกใจจนตัวงอ เขาฉวยจังหวะที่นางเผลอ รวบรวมพลังปราณทั้งหมดกระตุ้นกระบี่บินที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อคลุมให้พุ่งทะลวงเข้าที่กลางอกของเยี่ยหลิวหลีอย่างจัง ทะลุออกไปด้านหลัง
“ฉึก…”
เยี่ยหลิวหลีถูกจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว กว่านางจะรู้ตัว บุฝานก็วิ่งหนีหายไปเร็วยิ่งกว่ากระต่ายเสียอีก
“หลิงส่วง เร็วเข้า ปลิดชีพนางเลย!”