เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - หมาป่ากับกระต่ายน้อย

บทที่ 43 - หมาป่ากับกระต่ายน้อย

บทที่ 43 - หมาป่ากับกระต่ายน้อย


บทที่ 43 - หมาป่ากับกระต่ายน้อย

★★★★★

มองเห็นขันทีน้อยตรงหน้ามีใบหน้าหล่อเหลาราวกับหยกชั้นเลิศ เครื่องหน้าจิ้มลิ้มงดงาม และในตอนนี้ภายในดวงตากลมโตคู่สวยของเขาก็แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัวที่กำลังจดจ้องมาที่ตัวเขาอย่างตึงเครียด

ท่าทางแบบนั้นดูราวกับลูกกระต่ายน้อยตัวสั่นเทาที่กำลังเผชิญหน้ากับหมาป่าจอมโหดไม่มีผิด!

และแน่นอนว่าตัวเขาเองก็คือหมาป่าจอมโหดตัวนั้น!

พอนึกมาถึงตรงนี้ตู๋กูหมิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันอยู่ในใจ

หมาป่าจอมโหดงั้นเหรอ!?

ทำไมจู่ๆ เขาถึงได้มีความคิดประหลาดๆ แบบนี้ขึ้นมาได้นะ!?

ตู๋กูหมิงคิดในใจ พอหันไปเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของซือถูจวิ้นเยี่ยนที่อยู่ข้างๆ ดวงตาเหยี่ยวก็ทอประกายวูบหนึ่ง ก่อนที่ริมฝีปากบางจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยปากพูดออกมา

"ออกไปได้แล้ว!"

พอได้ยินคำพูดของตู๋กูหมิง เฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็รู้สึกราวกับยกภูเขาออกจากอกทันที

จากนั้นเธอก็เอ่ยคำว่า 'กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ' กับตู๋กูหมิง แล้วรีบหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกไปอย่างรวดเร็ว

ก็แหงล่ะสิ มือของหนูตอนนี้มันเจ็บปวดสุดๆ ไปเลยนี่นา!

ปวดแสบปวดร้อนไปหมด ราวกับกำลังโดนไฟเผาอยู่อย่างนั้นแหละ

หลังจากที่เฟิ่งเสี่ยวจิ่วรีบร้อนจากไป ภายในห้องหนังสือก็เหลือเพียงแค่ตู๋กูหมิงและซือถูจวิ้นเยี่ยนสองคนเท่านั้น

เมื่อเห็นตู๋กูหมิงเอาแต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดจา ดวงตาหงส์อันงดงามของซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ทอประกายวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้น

"ฝ่าบาท เมื่อครู่นี้พระองค์จงใจจะทดสอบเขาใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ!?"

ซือถูจวิ้นเยี่ยนคอยติดตามอยู่เคียงข้างตู๋กูหมิงมาหลายปี นิสัยใจคอของตู๋กูหมิงเป็นอย่างไรเขาย่อมรู้ดีที่สุด

ตู๋กูหมิงได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้คิดจะปิดบังซือถูจวิ้นเยี่ยน เขาจึงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานซืนให้อีกฝ่ายฟัง

"เมื่อวานซืนมีนักฆ่าจากพรรคกราบจันทราหลายคนมาลอบสังหารเจิ้น แต่เจิ้นก็จัดการพวกมันไปหมดแล้ว ทว่าในตอนนั้นขันทีน้อยคนนี้ก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย"

พอได้ยินคำพูดของตู๋กูหมิง คิ้วเรียวสวยของซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและครุ่นคิด

"คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ทว่ากระหม่อมดูแล้วเสี่ยวจิ่วไม่น่าจะเป็นคนของพรรคกราบจันทรานะพ่ะย่ะค่ะ!"

พอได้ยินซือถูจวิ้นเยี่ยนพูดแบบนั้น ตู๋กูหมิงก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ริมฝีปากบางขยับเปิดออกพลางพึมพำกับตัวเอง

"เสี่ยวจิ่ว!? ที่แท้ขันทีคนนี้ก็คือเสี่ยวจิ่วนี่เอง!"

พูดมาถึงตรงนี้ตู๋กูหมิงก็เหมือนจะนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้อีกครั้ง ดวงตาเหยี่ยวปรายมองไปทางซือถูจวิ้นเยี่ยนพลางเอ่ยขึ้น

"ดูเหมือนเจ้าจะใส่ใจเขาเป็นพิเศษเลยนะ!"

"หึหึ กระหม่อมแค่รู้สึกว่าขันทีน้อยคนนี้น่าสนใจดีน่ะพ่ะย่ะค่ะ!"

เมื่อได้ยินคำถามของตู๋กูหมิง ซือถูจวิ้นเยี่ยนก็ไม่ได้คิดจะปิดบังความรู้สึกที่ตนเองมีต่อเฟิ่งเสี่ยวจิ่วเลยแม้แต่น้อย

แม้ว่าเขาจะเพิ่งรู้จักและใช้เวลาร่วมกับขันทีน้อยคนนี้ได้ไม่นาน แต่เขากลับสัมผัสได้เสมอว่าขันทีน้อยคนนี้ช่างแตกต่างจากคนอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง

นั่นก็เพราะว่าเขามีดวงตาที่ใสกระจ่างและบริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับน้ำพุร้อน และคนที่มีดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ขนาดนี้ จะเป็นคนที่มีจิตใจเจ้าเล่ห์เพทุบายไปได้อย่างไร!?

ในขณะที่ซือถูจวิ้นเยี่ยนกำลังคิดวิเคราะห์อยู่ในใจ ตู๋กูหมิงที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที เขาเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ซือถู เดินเรือด้วยความระมัดระวังย่อมปลอดภัยไปหมื่นปี ขันทีน้อยคนนี้เจิ้นรู้สึกว่าเขามีพิรุธน่าสงสัยเต็มไปหมด บางทีเขาอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคกราบจันทราจริงๆ ก็ได้..."

พูดมาถึงตรงนี้ ประกายความอำมหิตที่ซุกซ่อนเอาไว้ก็วาบผ่านดวงตาเหยี่ยวของตู๋กูหมิงไปชั่วขณะ

หากขันทีน้อยคนนี้เป็นคนของพรรคกราบจันทราจริงๆ เขาก็พร้อมจะสังหารทิ้งอย่างแน่นอน!

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เฟิ่งเสี่ยวจิ่วที่เพิ่งจะกลับมาถึงห้องพักของตัวเอง จู่ๆ ก็หนาวสะท้านจนตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างรุนแรง

ภายในใจบังเกิดความรู้สึกกระวนกระวายและหวาดหวั่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เธอเบิกดวงตากลมโตขึ้น แล้วกวาดสายตามองสำรวจไปรอบๆ บริเวณอีกครั้ง

มองเห็นแสงแดดข้างนอกยังคงสาดส่องสว่างไสว แสงแดดอันร้อนแรงแผดเผาลงมาจนใบไม้บนต้นไม้นอกหน้าต่างพากันแห้งเหี่ยวหงิกงอไปหมดแล้ว

อากาศร้อนอบอ้าวขนาดนี้ แล้วทำไมจู่ๆ หนูถึงได้หนาวสั่นขึ้นมาได้ล่ะเนี่ย!?

มันให้ความรู้สึกเหมือนมีกระแสความหนาวเย็นยะเยือกค่อยๆ คืบคลานจากฝ่าเท้าพุ่งตรงขึ้นไปสู่กระหม่อมทีละนิ้วๆ อย่างไรอย่างนั้น

ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เฟิ่งเสี่ยวจิ่วรู้สึกสงสัยและไม่เข้าใจเอาเสียเลย

แต่เธอก็ไม่ได้เก็บเอามาคิดใส่ใจให้มากความ รีบลงมือทายาแก้แผลพุพองลงบนมือที่ได้รับบาดเจ็บของตัวเองอย่างรวดเร็ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - หมาป่ากับกระต่ายน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว