เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - แกล้งความจำเสื่อม

บทที่ 3 - แกล้งความจำเสื่อม

บทที่ 3 - แกล้งความจำเสื่อม


บทที่ 3 - แกล้งความจำเสื่อม

★★★★★

พอคิดมาถึงจุดนี้ ในใจของเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็รู้สึกอ้างว้างและหวาดหวั่น

ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ หยาดน้ำตาใสราวกับคริสตัลก็ร่วงหล่นลงมาราวกับไข่มุกที่สายขาด

เสี่ยวเปาจื่อเห็นเฟิ่งเสี่ยวจิ่วร้องไห้ก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก

"อ๊ะ! เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ เจ้าร้องไห้ทำไมเนี่ย!? อย่าร้องสิ..."

เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวเปาจื่อ ประกอบกับเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา เฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจและร้องไห้โฮออกมาอย่างหนักหน่วงกว่าเดิม

"ฮือๆ ข้าอยากกลับบ้าน ฮือๆ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ฮือๆ พ่อจ๋าแม่จ๋า หนูอยากกลับบ้าน..."

มองดูเฟิ่งเสี่ยวจิ่วร้องไห้สะอึกสะอื้นน้ำตานองหน้า ดูไร้ที่พึ่งพาราวกับเด็กน้อยหลงทาง

เสี่ยวเปาจื่อจึงรีบรวบตัวเธอเข้ามากอดพร้อมกับลูบหลังเบาๆ ปลอบประโลมราวกับผู้ใหญ่คนหนึ่ง

"โอ๋ๆ เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์คนเก่งไม่ร้องไห้แล้วนะ เด็กดี..."

พูดมาถึงตรงนี้ เสี่ยวเปาจื่อก็เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มือที่กำลังลูบหลังเฟิ่งเสี่ยวจิ่วชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อ ก่อนจะก้มหน้ามองเธอแล้วเอ่ยถามด้วยความสับสน

"เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ เจ้าไม่มีบ้านมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ เจ้าเป็นเด็กกำพร้านะ แล้วเจ้าอยากจะกลับบ้านไหนกันล่ะ!?"

"เอ่อ..."

เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป เฟิ่งเสี่ยวจิ่วถึงกับลืมร้องไห้ไปเสียสนิท

ความตื่นตระหนกแล่นปราดเข้ามาในหัวใจทันที

นั่นก็เพราะความจริงแล้วเธอเป็นแค่ตัวปลอมที่เข้ามาสิงอยู่ในร่างนี้ แถมยังไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเจ้าของร่างเดิมเลยสักนิด แล้วหลังจากนี้เธอจะเอาตัวรอดต่อไปได้อย่างไร!?

ยิ่งคิดเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็ยิ่งร้อนใจ ใบหน้าเล็กๆ ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาใสแจ๋วไม่ว่าจะมองมุมไหนก็ดูงดงามจับตา

เธอดูราวกับตุ๊กตาแก้วคริสตัลที่ชวนให้ผู้คนรู้สึกทะนุถนอมและเวทนา!

เสี่ยวเปาจื่อมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึงในใจ แต่แล้วเขาก็เหมือนจะนึกอะไรออกจึงเบิกตากว้าง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วเอ่ยถามเฟิ่งเสี่ยวจิ่วอย่างร้อนรน

"เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ เจ้ายังจำได้ไหมว่าข้าคือใคร!?"

พอพูดจบโดยไม่รอให้เฟิ่งเสี่ยวจิ่วได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสี่ยวเปาจื่อก็เริ่มพึมพำกับตัวเองด้วยความลุกลี้ลุกลน

"เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ หรือว่าเจ้าจะตกใจเรื่องของเสี่ยวเต๋อจื่อจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว!? เจ้าอย่ามาหลอกให้ข้ากลัวนะ!"

เมื่อได้ยินเสี่ยวเปาจื่อพูดแบบนั้น เฟิ่งเสี่ยวจิ่วที่ตอนแรกกำลังสติแตกไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาอธิบายก็เกิดประกายแห่งความหวังขึ้นมาในดวงตา เธอปิ๊งไอเดียออกทันที

วินาทีต่อมาเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็แกล้งขมวดคิ้วแน่น ยกมือขึ้นกุมขมับทำหน้าตาเจ็บปวดทรมาน

"โอ๊ย ปวดหัวจังเลย! ทำไมข้าถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ! เจ้าเป็นใคร!? แล้วข้าคือใคร!? ทำไมข้าถึงลืมทุกอย่างไปหมดเลยเนี่ย!?"

"อะไรนะ!? เสี่ยวจิ่ว จิ่วเอ๋อร์ เจ้าจะ จะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ หรือ!?"

เสี่ยวเปาจื่อกรีดร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิท

บนใบหน้าอวบอิ่มนั้นมีดวงตาสีดำสนิทที่เบิกกว้างราวกระดิ่งทองแดง เมื่อรวมเข้ากับแก้มยุ้ยๆ ขาวอวบของเขาแล้ว มองดูปราดเดียวก็รู้สึกว่าเป็นภาพที่ดูตลกขบขันไม่น้อย!

ทางด้านเฟิ่งเสี่ยวจิ่วพอเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เธอก็รีบพยักหน้ารับตามน้ำไปทันทีพร้อมกับทำสีหน้าจนใจ

"อืม ข้าลืมไปหมดทุกอย่างเลย จะทำยังไงดี!? ฮือๆ สรุปแล้วข้าเป็นใครกันแน่!? ข้ากลัวเหลือเกิน..."

ปกติแล้วรูปร่างหน้าตาของเฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็ถือว่าสะสวยมากอยู่แล้ว

ยิ่งตอนนี้เธอทำหน้าตาหวาดกลัวและดูสิ้นไร้ไม้ตอก มันยิ่งทำให้เธอดูงดงามน่าทะนุถนอมราวกับดอกสาลี่ที่เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำค้างยามเช้า

อย่าว่าแต่ผู้ชายอกสามศอกที่เห็นแล้วจะใจสั่นเลย แม้แต่ขันทีอย่างเสี่ยวเปาจื่อก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารจับใจ

"เสี่ยวจิ่วเอ๋อร์ไม่ต้องกลัวนะ! มีข้าอยู่ทั้งคน! ต้องเป็นเพราะเรื่องของเสี่ยวเต๋อจื่อเมื่อคืนนี้ทำให้เจ้าตกใจมากจนสูญเสียความทรงจำไปแน่ๆ เลย!"

เมื่อได้รับฟังข้อสันนิษฐานของเสี่ยวเปาจื่อ เฟิ่งเสี่ยวจิ่วก็รีบตีหน้าซื่อทำเป็นสงสัยแล้วถามกลับไปว่า

"เสี่ยวเต๋อจื่อคือใครหรือ!?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 3 - แกล้งความจำเสื่อม

คัดลอกลิงก์แล้ว