- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ปากหมาจนจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดต้องร้องไห้
- บทที่ 143 : ไอ้พวกที่ก่อกรรมทำเข็ญ ปล้นฆ่าจนฟ้าดินพิโรธแบบนี้... ที่แท้ก็เป็นเผ่ามนุษย์งั้นเร้อ ? !
บทที่ 143 : ไอ้พวกที่ก่อกรรมทำเข็ญ ปล้นฆ่าจนฟ้าดินพิโรธแบบนี้... ที่แท้ก็เป็นเผ่ามนุษย์งั้นเร้อ ? !
บทที่ 143 : ไอ้พวกที่ก่อกรรมทำเข็ญ ปล้นฆ่าจนฟ้าดินพิโรธแบบนี้... ที่แท้ก็เป็นเผ่ามนุษย์งั้นเร้อ ? !
เหล่าผู้ชมที่เห็นเหตุการณ์ต่างทำหน้าแบบว่าช็อกสุดขีดอย่างไม่อาจเลี่ยงได้
เพราะฉากที่ปรากฏบนหน้าจอในตอนนี้มัน...
มีร่างของยอดยุทธ์เผ่ามารอยู่หกร่าง
ส่วนที่ว่าทำไมถึงมองปร๊าดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นยอดยุทธ์เผ่ามารน่ะหรือ
ก็เพราะบนกางเกงในตรงแก้มก้นของพวกมันมีคำว่า ‘เผ่ามาร’ ขนาบทั้งซ้ายทั้งขวาอยู่
แถมยังเขียนเนื้อ ๆ เน้น ๆ โชว์หราเสียด้วย !
ดูทรงแล้วเห็นได้ชัดเลยว่าโดนกระบี่แกะสลักเอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันแผ่ไอสีดำจาง ๆ ออกมาอีก สภาพแบบนี้ถ้าไม่ใช่เผ่ามารก็ผีแล้วล่ะเพื่อนเอ๊ย
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ช็อกนั้น
นั่นเป็นเพราะว่าคนทั้งหกคนนี้กำลังห้อยอยู่บนต้นไม้ในสภาพเหมือนตุ๊กตาไล่ฝน (นึกถึงเรื่องอิ๊กคิวซัง) ที่กำลังแกว่งไปแกว่งมาตามแรงลม !
และภาพที่คุ้นตาดีก็คือ ทั้งหกล้วนเหลือแต่กางเกงในตัวเดียว ตามร่างกายเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำดำเขียว ใบหน้าปูดบวมเป็นหัวหมู แถมตรงหัวที่เคยมีเขางอกอยู่ก็โดนหักทิ้งแบบถอนรากถอนโคน เหลือแค่รอยแผลตัดขวาง
มิหนำซ้ำไอ้คนที่ลงมือก็เหมือนมันกลัวว่าคนพวกนี้จะหายใจสะดวกเกินไป ถึงกับใจดีเอาหินมามัดถ่วงไว้ที่ข้อเท้าของทุกคนเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้เสียด้วย
ภาพที่เห็นเล่นเอาผู้ชมต่างพะอืดพะอมสีหน้าบอกบุญไม่รับ ไม่ต่างจากถูกจับใส้หมูที่ไม่ได้ล้างยัดใส่ปากทั้งดิบ ๆ
“อะไรที่เรียกว่าความอัปยศอดสู... ก็ไอ้นี่ไงล่ะ ! นี่มันโคตรในโคตรความอัปยศอดสูขั้นสุดยอดชัด ๆ !”
“มันแค่ปล้นฆ่ายังไม่พอ ต้องจับมาแขวนคอสักลายประจานอีก เหี้ยเกิ๊น แบบนี้เผ่ามารนี่หน้าแหกยับไปยันบรรพบุรุษเลยนะเนี่ย !”
“ถึงจะไม่ได้เห็นตอนรุมสกรัมก็เถอะ แต่ไอ้พวกนี้ที่โดนจับโล้ชิงช้าทั้งแก๊งแบบนี้นี่มัน เห็นแล้วกูกลั้นขำไม่ไหวจริง ๆ ว่ะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ...”
“กูว่านา นี่มันล้างแค้นเผ่ามารชัด ๆ อะ เพราะถ้าแค่ปล้นฆ่าก็แค่ฆ่าไปซะ แต่นี่มันฆ่าอย่างเดียวไม่พอต้องจับมาประจานอีก มันเป็นอื่นไม่ได้เลยนอกจากแค้นส่วนตัวล้วน ๆ”
“ก็จริงนะ อย่างน้อย ๆ พวกนังโจรชั่วก็ยังมีตรรกะป่วย ๆ แต่ไอ้อาชญากรกลุ่มนี้แค่ตรรกะซักนิดก็ยังขี้เกียจคิด เล่นเสร็จก็สะบัดตูดหนี ไม่มีการซุ่มรอกลุ่มอื่นมาติดกับอะไรเลย”
“คิดว่าใคร ๆ ก็หน้าไม่อายเหมือนนังโจรชั่วพวกนั้นที่คิดเรื่องสารเลวอย่างการรีดไถแกะอ้วนตัวเดิมซ้ำ ๆ เหรอ ยัยพวกสารเลวนั่นมันน่ากลัวกว่าเปรตนรกซะอีก แม้แต่ซาตานก็ยังต้องยอมสักชื่อพวกมันไว้บนแผ่นหลังเลยมั่งน่ะ !”
ดูทรงแล้วผู้ชมคงจะเริ่มเคยชินกับเรื่องนี้แล้ว แม้ในใจจะยังตกใจอยู่ก็ตาม แต่ก็กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากบ้างแล้ว
ต้องยอมรับว่าพฤติกรรมของพวกซูเสี่ยวเถานั้นได้ยกระดับขีดจำกัดความอดทนของจิตใจผู้ชมให้อัปเลเวลขึ้นไปอีกขั้น
ถึงจะไม่รู้... ว่ามันเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีก็เถอะ
แต่ที่รู้แน่ ๆ คือไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเม่ยเหยาชัวร์ ๆ
เธอส่ายหัวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้แน่นอน ! ! !”
“เผ่ามารคนอื่นโดนดักตีกะบาลก็ยังพอทำเนา แต่จ้าวมารที่เป็นถึงขอบเขตจ้าวยุทธ์เก้าดาวสุดปลายยอดเนี่ยนะ ! คนที่อีกแค่ก้าวเดียวก็จะได้เลื่อนเป็นขอบเขตเกียรติยุทธ์ เป็นผู้ปกครองกองทัพนับแสนกลับโดน... เป็นไปไม่ได้น่า... นี่มันเป็นไปไม่ได้แน่นอน ! ! !”
เพียวเพียวมองด้วยสีหน้าแบบไม่รู้จะพูดอะไร
จะจ้าวมารหรือกองทัพนับแสนอะไรก็ไม่รู้หรอก แต่ไอ้ศพที่หัวปูดเป็นลูก ๆ จำนวนเยอะสุดบนต้นไม้นั่นก็คือจ้าวมารอะไรนั่นมันเล่นตายสนิทชนิดที่ว่าดวงวิญญาณหายสาบสูญไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ช่างเป็นสภาพที่น่าอัปยศอดสูอะไรเช่นนี้
เมื่อมองไปที่เม่ยเหยาซึ่งตาลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ปากก็พร่ำเพ้ออะไรไม่รู้ฟังไม่ออก เพียวเพียวก็พยักหน้ามั่นใจอีกครั้ง
“ช่างเถอะ ๆ ในเมื่อคนของสองเผ่าพวกเธอพึ่งพาไม่ได้ งั้นมาดูยอดฝีมือเผ่าผีเสื้อปีกแสงแทนก็แล้วกัน”
ก็อย่างที่ว่า ‘เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ’ ทั้ง ๆ ที่มีตัวอย่างความซวยให้เห็นอยู่ทนโท่ตั้งสองเผ่าแล้วแท้ ๆ แต่ก็ยังจะมามีความมั่นใจแบบระเบิดระเบ้ออยู่อีก
แต่จะว่าไปแล้วเธอก็ใช่ว่าจะมั่นใจแบบสุ่มสี่สุ่มห้า
เพราะทวีปเศษซากที่พวกอัจฉริยะรุ่นปัจจุบันมันมีขนาดใหญ่กว่ามาก แต่จำนวนคนของแต่ละเผ่ากลับน้อยกว่ารุ่นปัจจุบันเป็นร้อยเท่า เหลือแค่ 1,000 คนเท่านั้น ซึ่งหากรวมจากทุกเผ่าแล้วก็จะมีรวม ๆ ประมาณ 3 ล้านกว่าคน
ในสถานที่กว้างใหญ่ขนาดนี้ การจะเดินทางมาสุ่มเจอหน้ากันได้นี่ต้องเรียกว่าทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันมาเลยทีเดียวเชียวล่ะ ดังนั้นหากจะมีคนซวยโดนดักตีหัวสักคนสองคนมันก็พอจะเข้าใจได้อยู่ แต่ไอ้การที่จะโดนยกแก๊งเหมือนสองเผ่าเมื่อกี๊เนี่ยสิ !
ล้อเล่นชัด ๆ
เพียวเพียวกลอกตาด้วยความรู้สึกดูถูกเหยียดหยามในใจ
เสร็จแล้วก็โบกมือน้อย ๆ เปลี่ยนช่องไปดูฉากอื่น
ทว่า……
คราวนี้ภาพที่ปรากฏขึ้นได้ทำให้ผู้ชมต้องอึ้งเก็มกี่เป็นรอบที่ร้อย
“พวกแม่ง... ทำเหี้ยไรกันอีกวะ !”
“หรือว่าจะเป็น... ท่าดิ่งพสุธาหัวปักเลนในตำนานอะ ?”
ภาพบนจอยักษ์แสดงให้เห็นสิ่งมีชีวิตแปดตัวที่มีปีกผีเสื้อสวยงามอยู่ที่หลัง หัวของพวกมันฝังอยู่ในดิน ลำตัวชี้เด่ตั้งตรงแหน่วราวกับหอกปักพื้น
ผู้ชมถึงกับอึ้งตาค้างรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
ที่แสบกว่านั้นก็คือ นังโจรชั่วพวกนั้นคงกลัวว่าตัวที่ตั้งตรงแหน่วนั่นจะล้มลงมาเลยอุตส่าห์หวังดีหาท่อนไม้สองท่อนมาปักขนาบสองข้างหน้าหลังไว้ให้ เป็นตัวหนีบประคองลำตัวพวกมันไว้ไม่ให้ล้มไปทางไหนได้อีก
ผู้ชมต่างอุทาน “เช้ดเข้ !” กันระงมขมขื่น
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด ! ?”
ต่อให้เป็นจักรพรรดินีน้ำแข็งผู้แสนเย็นชาก็ยังต้องแสดงอาการสติแตกออกมา
เธอไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตา รีบโบกมือเปลี่ยนช่องทันที ซึ่งคราวนี้ไม่ได้เป็นภาพแบบเมื่อกี๊แล้ว
เพราะรอบนี้... ไม่ได้มีไม่ค้ำ เป็นภาพหัวปักดินโก้งโค้งโก่งตูดโชว์กางเกงในสีขาวปอน ๆ กันถ้วนทั่ว !
เพียวเพียวโกรธจัดจนสั่นไปหมดทั้งตัว ไม่สนใจบรรยากาศที่เงียบสงัดขึ้นเรื่อย ๆ ของสนามประลองและรีบเปลี่ยนช่องอย่างบ้าคลั่ง
แน่นอนว่าเธอไม่ได้ใช้สิทธิ์ของตัวเองที่มี 3 ครั้ง แต่เปลี่ยนช่องโดยแบบสุ่มไม่จำกัดแทน
ทว่าแม้จะเปลี่ยนไปดูอีกสักกี่เผ่าพันธุ์ก็ตาม... แต่เรื่องผลลัพธ์นั้นมันก็... หลากหลาย แต่โดยรวมแล้วก็คล้ายคลึงกัน
บางพวกโดนจับมัดห้อยหัวกับต้นไม้ในสภาพคอสเพลย์เป็นหนอนชาเขียว
บางพวกโดนจับทำเป็นรูปหัวใจพร้อมสลักคำว่า ‘ป๋มเป็นเศษขยะคับ’ ไว้บนร่างกาย
ที่เหี้ยมกว่าคือ มีพวกที่โดนจับทำกังหันลมมนุษย์แขวนไว้กับต้นไม้ ต่อให้ตายห่ากันไปหมดแล้วก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงต้องหมุนติ้ว ๆ ต่อไปแบบนั้น
หรือจะบอกว่า ไม่ว่าจะเปลี่ยนช่องไปดูช่องไหนก็ตาม ก็มีแต่กางเกงในขาว ๆ กับตูดโก่ง ๆ เต็มไปหมด
อ้อ ไม่สิ ยังมีอันนึงเป็นลายไดร์เป่าผมสีชมพูด้วย เพราะไอ้หมอนั่นดูทรงแล้วมันพวกวิตถารชัด ๆ และแน่นอนว่าจุดจบของมันย่อมน่าอนาถที่สุด
และไอ้คนที่โดนจับทำกังหันลมหมุนติ้วก็คือมันนั่นแหละ
ไดร์เป่าผมสีชมพูนั่นหมุนเร็วจนกลายเป็นวงกลมซ้อนสามชั้นแล้ว !
เมื่อบนจอเปลี่ยนช่องวนไปเรื่อย ๆ
อย่าว่าแต่พวกคนดูเลย ขนาดพวกเยว่ฝูทั้งสามเองก็ยังต้องอ้าปากค้างแบบมึนตึ้บไม่รู้จะคอมเมนต์อะไรดี
“นะ... นี่มันเป็นไปไม่ได้... เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง ? ? ?”
“ทำไมเป็นงี้อะ... ทำไมอัจฉริยะเผ่าฉันถึงกลายร่างมาเป็นงี้ได้กัน ? ? ?”
“เป็นไปไม่ได้... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด... เป็นไปไม่ได้เด็ดขาดเลย ? ? ?”
จักรพรรดินีทั้งสามสติแตกอีกรอบ โกรธจนสั่นไปทั้งตัวไม่รู้ครั้งที่เท่าไหร่แล้ว
สามเผ่าพันธุ์ของพวกเธอจะยังยืนหยัดอยู่ในหมื่นโลกต่อได้อย่างไรหลังจากที่ต้องโดนหยามน้ำหน้าถึงเบอร์นี้
ดวงตาของทั้งสามค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ แต่ละคนกัดฟันกรอด ๆ แบบอยากจะบ้าแล้ว
“ไปสืบ... ไปสืบมาให้ฉันเดี๋ยวนี้ ! ! !”
“ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเป็นไอ้พวกเดรัจฉานสัตว์นรกเผ่าไหนที่มันกล้าทำเรื่องระยำตำบอนจนฟ้าดินยังต้องพิโรธแบบนิ ! ! !”
“ไอ้พวกเหี้ย ! ! !”
“อย่าให้กูรู้ว่าฝีมือใคร... ไม่งั้นกูจะทำให้มันเสียใจที่ต้องเกิดมา ! ! !”
“สัด... พวกสัตว์นรกเดนเดรัจฉาน... กล้าดียังไงมาหยามน้ำหน้ายอดยุทธ์หมื่นเผ่าพันธุ์กูแบบนี้ ! กูจะฆ่ามึง จะจับมึงมาฉีกเป็นหมื่น ๆ ชิ้น ! จะถลกหนังมันทั้งเป็นแล้วกระชากเส้นเอ็นออกมาทำกางเกงในซะ ! ! !”
ตอนนี้พวกเธอทำอย่างอื่นไม่ได้อีกนอกจากสติแตก
เรื่องโดนหยามน่ะเรื่องเล็ก ปล่อยผ่านไปสักพักหนึ่งเดี๋ยวเรื่องก็เงียบไปเอง อีกเดี๋ยวเวลาก็จะช่วยเยียวยาทุกบาดแผลให้เอง
แต่ถ้าเกิดว่าเรื่องนี้มันไปทำลายแผนการใหญ่ขึ้นมาล่ะจะเป็นอย่างไร ก็จะกลายเป็นว่าสามเผ่าพันธุ์ของพวกตนจะอยู่รอดไม่ได้ยังไงล่ะ
โดยเฉพาะเยว่ฝูกับเพียวเพียว
พวกเธอไม่เหมือนกับเม่ยเหยา เผ่ามารนั้นเทิดทูนผู้แข็งแกร่งเป็นที่สุด ผู้ไร้เทียมทานคือผู้นำสูงสุด และเผ่ามารก็ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นปึกแผ่นอันหนึ่งอันเดียวกัน สั่งคำไหนคำนั้น
แต่สถานการณ์ของเยว่ฝูกับเพียวเพียวไม่ใช่แบบนั้นเลย
ไม่ว่าจะเป็นเผ่าเทพสวรรค์เขาสัตว์แห่งหมื่นเผ่าพันธุ์
หรือจะเป็นเผ่าผีเสื้อปีกแสงในหมู่เผ่าปิศาจก็ตาม
ภายในเผ่าพันธุ์ของพวกเธอมีเผ่าพันธุ์ย่อย ๆ อยู่มากมายเกินไป ไม่ได้รวมกันเป็นปึกแผ่นแต่อย่างใด หากพูดเรื่องความซับซ้อนและความขัดแย้งภายในแล้วพวกมันด้อยกว่าแค่เผ่ามนุษย์เท่านั้น แถมยังด้อยกว่าเพียงเล็กน้อยเสียด้วย
และถ้าเกิดเรื่องมันแพร่กระจายบานปลายไปจนกระทบกับแผนการใหญ่เข้าล่ะก็
เกรงว่าทั้งสองเผ่าพันธุ์คงต้องเจอกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ถึงขั้นสูญพันธุ์กันเลยก็เป็นได้
แล้วจะไม่ให้พวกเธอสติแตกจนเป็นบ้าได้อย่างไร
หลังจากที่ทั้งสามแหกปากด่าพร้อมกับสั่งการไปด้วยอยู่พักหนึ่ง หลาย ๆ คนก็หายตัวไปจากบริเวณนั้น เห็นได้ชัดว่าไปสืบตามคำสั่ง
แม้ว่าซวนซวนจะไม่รู้ว่าพวกนั้นจะสืบอย่างไร แต่ก็ไม่ได้กังวลเลยแม้แต่น้อย
กลับกันรอยยิ้มกลับยิ่งกว้างขึ้น ๆ ขณะยืนดูเรื่องสนุกอยู่ข้าง ๆ อย่างสบายอุรา
ทว่าก็ยังมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ซวนซวนต้องประหลาดใจไม่น้อยอยู่
ไม่นานพวกที่ไปสืบก็กลับกันมา
หลังจากที่ทั้งสามได้ยินลูกน้องกระซิบรายงานข้างหู สีหน้าของพวกเธอก็เปลี่ยนจากงุนงงเป็นเอ๋อแดก จากเอ๋อแดกก็เปลี่ยนเป็นช็อกสุดขีด และหลังจากฟังจบ...
ทั้งสามก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นไม่อยากจะเชื่อสายตา
“นะ... นี่มันเป็นไปได้ไงกัน ? ? ?”