- หน้าแรก
- สลากขูด รับพรสวรรค์ SSS หนึ่งเดียวในเซิร์ฟ
- บทที่ 1241: คลื่นอสูรมาเยือน
บทที่ 1241: คลื่นอสูรมาเยือน
บทที่ 1241: คลื่นอสูรมาเยือน
เทพพยากรณ์จุติ วันสิ้นโลกมาเยือน
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก ผู้แข็งแกร่งคือที่สุด
นี่คือกฎที่ถูกกำหนดไว้แล้ว
และเห็นได้ชัดว่ากฎข้อนี้ ได้รับการพิสูจน์แล้วตั้งแต่ช่วงแรกที่เทพพยากรณ์จุติลงมา
หลังจากพบความจริงว่าไม่สามารถออกจากเกมได้แล้ว ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มหวาดกลัวและตื่นตระหนก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่ระบบประกาศข่าวว่าคลื่นอสูรกำลังจะมาถึง
ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มหวาดกลัวว่าตัวเองจะตายในคลื่นอสูร
แน่นอนว่า คนที่หวาดกลัวล้วนเป็นพวกผู้อ่อนแอที่ไร้ความแข็งแกร่ง
ส่วนผู้แข็งแกร่งนั้น กลับรับมือกับวิกฤตได้อย่างไม่สะทกสะท้าน
และยิ่งเป็นดั่งฟางเส้นสุดท้ายในสายตาของพวกผู้อ่อนแอเหล่านั้น!
ผู้หญิงหลายคน รีบหาที่พึ่งพิงคุ้มกะลาหัวให้ตัวเองก่อนที่คลื่นอสูรจะมาถึง
สาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ยังพอสามารถใช้ความสวยของตัวเองหาที่พึ่งพิงได้
ต่อให้หน้าตาจะขี้เหร่ไปสักหน่อย ก็ยังพอมีคนเอาอยู่บ้าง
ส่วนผู้เล่นชายที่ความแข็งแกร่งไม่พอ นอกเหนือจากความเสียใจอย่างสุดซึ้งแล้ว ก็เหลือเพียงความอิจฉาริษยาเท่านั้น
"ก่อนหน้านี้ยังไปหัวเราะเยาะพวกที่เติมเงินเข้าเทพพยากรณ์อยู่เลย ตอนนี้ถึงเพิ่งพบว่า ตัวเองต่างหากที่เป็นตัวตลกที่น่าหัวเราะที่สุด!"
"ตอนนี้ทีมงานทางการได้ปิดระบบเติมเงินอัตโนมัติไปแล้ว เติมเงินไม่ได้แล้ว ถ้ารู้เร็วกว่านี้ฉันคงเอาเงินหลายหมื่นหยวนในบัตรธนาคารเติมเข้าเทพพยากรณ์ไปให้หมดแล้ว! ต่อให้จะไม่ได้แม้แต่รางวัลเติมเงินสะสมขั้นต่ำระดับหนึ่งแสน แต่อย่างน้อยก็แลกเหรียญทองติดตัวไว้ได้บ้างก็ยังดี!"
"ใช่เลย! ตอนนี้ทำเอาเงินในโลกแห่งความเป็นจริงไร้ประโยชน์ไปหมดแล้ว! บ้าเอ๊ย! ทำไมตอนเติมเงินฉันต้องลังเลด้วย ถ้าฉันเติมเงินไป ตอนนี้ฉันก็คงไม่หวาดกลัวเหมือนกับพวกนั้น แถมยังมีสาวๆ ล้อมหน้าล้อมหลังเป็นพรวนแล้ว!"
"เติมหนึ่งแสนก็สามารถมีอุปกรณ์ชุดเซ็ตคุณภาพสีทองระดับ 12 ได้หนึ่งชุด! อ๊ากกก! ในบัตรธนาคารฉันมีเงินอยู่หนึ่งแสนพอดี ตกลงแล้วฉันพลาดอะไรไปเนี่ย? เดิมทีมีโอกาสจะได้เป็นยอดฝีมือระดับท็อปแท้ๆ!"
……
...
ในขณะเดียวกัน
หลังจากระบบประกาศเสร็จสิ้น
ครืน ครืน!
บนท้องฟ้า เกิดการเปลี่ยนแปลงของสายลมและหมู่เมฆอย่างกะทันหัน ฟ้าแลบฟ้าร้องดังกึกก้อง
กลิ่นอายแห่งวันสิ้นโลกและความตาย กวาดล้างไปทั่วทั้งโลกแห่งคำพยากรณ์
ผู้เล่นนับไม่ถ้วนยังคงคาดหวังให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น
แต่ท้ายที่สุดก็ไม่มีปาฏิหาริย์ใดๆ
สามนาทีหลังจากที่ระบบประกาศแจ้งเตือน
ทวีปเทพพยากรณ์ ก็เกิดความโกลาหลวุ่นวายไปทั่ว!
ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!
ม่านแสงสีขาวแต่ละสายปรากฏขึ้นมา
มอนสเตอร์นับไม่ถ้วนทะลุผ่านม่านแสง มุ่งหน้าไปยังผู้เล่นในบริเวณใกล้เคียง หรือไม่ก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขตปลอดภัย
"คลื่นอสูร...คลื่นอสูรมาแล้ว!"
"คลื่นอสูรมาแล้วจริงๆ! คลื่นอสูรปรากฏขึ้นที่เขตป่าทางทิศเหนือของเมืองหลักแล้ว!"
"ทางทิศใต้ก็มีคลื่นอสูร! พวกมันกำลังเข้าใกล้เมืองหลักเข้ามาแล้ว!"
"หนีเร็ว! รีบกลับเมืองเร็วเข้า! ตอนนี้จะตายไม่ได้เด็ดขาดนะ! ถ้าตายไปก็คือตายจริงๆ นะ!"
หนี!!!
ผู้เล่นทั้งหมดที่ยังอยู่ในเขตป่าและยังไม่ทันได้กลับเมือง ต่างก็แย่งกันหนีตายมุ่งหน้าไปยังทิศทางของเขตเมืองหลัก
ต่อให้เป็นพวกที่ฝีมือไม่เลว ก็ไม่กล้าต่อกรกับมอนสเตอร์พวกนี้เลยแม้แต่น้อย
พวกเขาไม่กล้าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยง
เพียงขอแค่ได้อาศัยการคุ้มครองจากเขตปลอดภัยมาปกป้องตัวเอง
ทว่า
เมื่อผู้เล่นหลายคนหนีเข้าไปในเขตปลอดภัย และคิดเอาเองว่าเข้ามาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่ต้องเผชิญกับอันตรายอีกต่อไปแล้วนั้น
ในเมือง คนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ออกแบบเกมเทพพยากรณ์คนหนึ่ง ก็ได้พูดคำที่ทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวออกมา:
"หนีกลับเข้ามาในเมืองก็เปล่าประโยชน์ เพราะเป้าหมายหลักของคลื่นอสูรคือผู้เล่นทุกคน พวกมันจะไล่ล่าผู้เล่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ตายไม่เลิกรา"
"ไม่มีการจำกัดเวลา ดังนั้นวิธีเดียวที่จะจัดการกับคลื่นอสูรได้ ก็คือกำจัดมอนสเตอร์ทั้งหมด ไม่อย่างนั้นต่อให้ทุกคนจะหลบอยู่ในเมือง พวกมันก็จะพังเมืองเข้ามาอยู่ดี!"
"อย่าถามว่าฉันรู้ได้ยังไง เพราะฉันคือหนึ่งในผู้ออกแบบเกมเทพพยากรณ์ การตั้งค่าของคลื่นอสูรนี้ ฉันรู้ดี"
ชั่วขณะนั้น ผู้เล่นนับไม่ถ้วนต่างก็พ่นไฟโกรธแค้นใส่ผู้เล่นที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ออกแบบเกมเทพพยากรณ์คนนั้น:
"แกคิดจะทำร้ายพวกเราให้ตายหรือไง? อยู่ดีๆ ทำไมต้องจัดกิจกรรมคลื่นอสูรอะไรนี่ด้วย?"
"ไม่มีคลื่นอสูรนี้ บางทีพวกเราอาจจะยังมีชีวิตรอดได้ แต่ตอนนี้ดันมีคลื่นอสูรบ้าบอนี่ แกคิดจะปิดตายทางรอดของพวกเราหรือไง?"
"แล้วตอนนี้จะทำยังไง? ออกไปก็ตาย หลบอยู่ในเมืองก็ตาย แกบอกฉันมาสิว่าจะทำยังไงถึงจะช่วยตัวเองได้?"
ผู้เล่นที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ออกแบบเกมคนนั้น ตัวเขาเองก็ลนลานสุดๆ เหมือนกัน
เขารีบปลอบประโลมอารมณ์ของทุกคน: "การตั้งค่าของคลื่นอสูรไม่ได้ไร้เทียมทานหรอกนะ มอนสเตอร์ในนั้นก็จะถูกกำหนดตามเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นในเขตเมืองหลักที่เกี่ยวข้อง ด้วยฝีมือของผู้เล่นอย่างพวกเรา ขอเพียงพวกเราร่วมมือร่วมใจกัน ก็สามารถรับมือได้แน่นอน!"
"ดังนั้นทุกคนไม่ต้องกังวล ขอแค่เอาชนะมอนสเตอร์พวกนี้ไปทีละรอบ ก็สามารถจัดการกับคลื่นอสูรได้แล้ว!"
เมื่อพูดคำนี้ออกมา ทุกคนก็ถือว่าโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง: "งั้นก็ดี!"
"จริงสิ แล้วคลื่นอสูรนี้มีการโจมตีทั้งหมดกี่รอบ?"
ผู้ออกแบบเกมเทพพยากรณ์ขยับแว่นตา: "สิบรอบ"
"เท่าไหร่นะ???"
"สิบรอบ??!"
"แม่มเอ๊ย!"
"พี่น้องทั้งหลาย โยนมันออกไปก่อนเลย เอาไปเป็นอาหารให้คลื่นอสูรซะ!"
"ยาเมเตะ!!"
……
...
ในเขตป่า ปฏิกิริยาแรกของผู้เล่นทุกคนก็คือการวิ่งหนีเข้าไปในเมือง ไม่มีใครต่อต้านคลื่นอสูรเลย
ดังนั้นในไม่ช้า คลื่นอสูรระลอกแรกก็มาถึงหน้าเมืองแล้ว!
[ติ๊ง~ คลื่นอสูรระลอกแรกมาถึงแล้ว ขอให้ผู้เล่นทุกท่านออกไปนอกเมืองเพื่อต่อต้าน!]
หลังจากเขตเมืองหลักต่างๆ ประกาศแจ้งเตือนจากระบบ
แม้ว่ามอนสเตอร์นอกเมืองจะเริ่มบุกโจมตีเมืองแล้วก็ตาม
ผู้เล่นในเมือง ก็ยังคงหวาดกลัวและตื่นตระหนก ไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
เมืองหลักระดับหนึ่งเผ่ามนุษย์
นครรุ่งโรจน์
ประตูทิศเหนือ
ผู้เล่นนับไม่ถ้วนรวมตัวกันอยู่ในเมือง กลับทำได้เพียงเบิกตามองมอนสเตอร์นอกเมืองโจมตีเมือง โดยไม่มีใครกล้าออกไปนอกเมืองเพื่อรับมือศัตรูเลยแม้แต่คนเดียว
จนกระทั่งเวลานี้ ท่ามกลางฝูงชน นักรบคลั่งคนหนึ่งก็ก้าวออกมายืดหยัด
"ไอ้พวกขี้ขลาดตาขาว! หลบซ่อนอยู่แล้วมันจะทำไม?"
"รอให้คลื่นอสูรพังประตูเข้ามา ก็มีแต่ตายสถานเดียวเหมือนกันนั่นแหละ!"
"พวกนายไม่กล้าลุย ฉันลุยก่อนเอง!"
พูดจบ
ผู้เล่นนักรบคลั่งเลเวล 114 [เหวยหวั่วตู๋ขวง] ก็กวัดแกว่งขวานศึก แล้วพุ่งออกไปนอกเมือง!
อย่างที่ผู้ออกแบบเกมคนก่อนหน้านี้พูดไว้: มอนสเตอร์ที่ก่อตัวเป็นคลื่นอสูรเหล่านี้ เลเวลของมันขึ้นอยู่กับเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นในเขตเมืองหลักที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเลเวลเฉลี่ยของผู้เล่นในนครรุ่งโรจน์เผ่ามนุษย์ที่อยู่ที่เลเวล 112 เลเวลของมอนสเตอร์ที่กำลังบุกโจมตีนครรุ่งโรจน์อยู่ในตอนนี้ ก็คือเลเวล 112 เช่นกัน
แถมความแข็งแกร่งของมอนสเตอร์ ก็ยังเป็นแค่มอนสเตอร์ทั่วไป
ไม่ใช่มอนสเตอร์ระดับสูง และไม่ใช่บอส
ด้วยเลเวล 114 ของเหวยหวั่วตู๋ขวง ถึงกับมีเลเวลมากกว่ามอนสเตอร์พวกนี้ถึง 2 เลเวล
ดังนั้น ด้วยฝีมือของเขา การรับมือกับมอนสเตอร์ทั่วไปเลเวล 112 พวกนี้ ย่อมไม่ค่อยมีความกดดันอะไรมากนัก
เหวยหวั่วตู๋ขวงในช่วงแรกก็ยังค่อนข้างระมัดระวัง ไม่ได้ใช้ท่าไม้ตายคลุ้มคลั่ง
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
เขากวัดแกว่งขวานพุ่งเข้าไปในดงมอนสเตอร์ ก็พุ่งชนมั่วซั่วไปหมด
มอนสเตอร์แต่ละตัวถูกเขาฟันสังหารภายใต้ขวานศึกได้อย่างง่ายดาย!
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
"เห็นหรือยัง? พวกแกก็มีดีแค่นี้แหละ!"
หลังจากฟันสังหารมอนสเตอร์ไปสิบกว่าตัวติดต่อกัน
เหวยหวั่วตู๋ขวงก็เริ่มจะกำเริบเสิบสานขึ้นมาบ้างแล้ว
และกลายเป็นว่าไม่เกรงกลัวอะไรอีก เขาเปิดใช้งานท่าไม้ตายของนักรบคลั่งโดยตรง——
คลุ้มคลั่ง!
วูบ!
เมื่อเหวยหวั่วตู๋ขวงเสียสละพลังป้องกัน ทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
การฆ่ามอนสเตอร์ของเขาก็ยิ่งกลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับหั่นผัก!
แต่ในขณะที่เขากำลังได้ใจจนลืมตัวอยู่นั้น
อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น