- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 56 - โกรธจนไม่มีที่ระบาย
บทที่ 56 - โกรธจนไม่มีที่ระบาย
บทที่ 56 - โกรธจนไม่มีที่ระบาย
เวลานี้เยี่ยหงกำลังพิงตู้หนังสือ และจดจ่ออยู่กับการพลิกอ่านหนังสือในมือ
แสงแดดสาดส่องผ่านบานกระจกเข้ามาในห้องสมุด ตกกระทบลงบนตัวเยี่ยหงพอดิบพอดี มองจากไกลๆ ดูงดงามราวกับภาพฝันในฉากภาพยนตร์
"ไอ้เด็กนี่มองมุมข้างก็หล่อมีเสน่ห์ใช้ได้เลยนะเนี่ย..." จูจื่อฉีหน้าแดงขึ้นมากะทันหัน ก่อนจะบ่นอุบอิบด่าตัวเองในใจ "จูจื่อฉี เธอคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย!"
"พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ—"
เสียงพลิกหน้าหนังสือดังรัวเร็วจนผิดปกติ
จูจื่อฉีขมวดคิ้ว แล้วค่อยๆ ย่องไปยืนอยู่ข้างๆ เยี่ยหง
ในขณะที่หนังสือ 'พื้นฐานการจัดการร้านอาหาร' ในมือใกล้จะถูกพลิกจนจบเล่ม จู่ๆ เยี่ยหงก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาเตะจมูก
หืม?
เยี่ยหงกำลังจะหันหน้าไปมอง แต่จู่ๆ หูข้างขวากลับถูกมือเรียวเล็กหยิกหมับเข้าให้โดยไม่ทันตั้งตัว!
"......พี่จื่อฉี พี่ทำอะไรเนี่ย? ช่วยปล่อยมือเก๊าท์ก่อนได้ไหมครับ?" เยี่ยหงมองหญิงสาวที่กำลังทำหน้าถมึงทึงอยู่ข้างๆ ด้วยความงุนงง
เขาไม่ได้ไปทำอะไรให้เธอโกรธสักหน่อยนี่นา!
จูจื่อฉีไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อยมือ แต่กลับออกแรงหยิกแรงขึ้นไปอีก "นี่ไอ้เด็กบ้า หนังสือเรียนดีๆ มีตั้งเยอะแยะไม่รู้จักอ่าน มาอ่านหนังสือการจัดการร้านอาหารอะไรเนี่ย แถมยังเป็นภาษาอังกฤษต้นฉบับอีก นายอ่านรู้เรื่องหรือไง? แล้วมีใครเขาอ่านหนังสือกันแบบนายบ้าง อ่านแบบผ่านๆ พลิกรัวๆ แบบนี้น่ะเหรอ?"
เยี่ยหงถูกหยิกหูจนเริ่มโมโห
พี่หยิกหูผม งั้นผมก็จะหยิกหูพี่บ้าง!
เมื่อเห็นใบหูขาวเนียนน่ารักของจูจื่อฉี เยี่ยหงก็ยื่นมือไปหยิกหูเธออย่างลืมตัว
อืม... สัมผัสเรียบลื่นนุ่มนิ่ม จับแล้วรู้สึกดีสุดๆ ไปเลย
จูจื่อฉีชะงักอึ้งไป สมองประมวลผลไม่ทันชั่วขณะ
"กรี๊ดดดดดด—!!!"
สองวินาทีต่อมา เสียงกรีดร้องสะเทือนเลือนลั่นก็ดังก้องไปทั่วค่อนห้องสมุด!
เยี่ยหงนึกในใจว่าแย่แล้ว เขารีบปล่อยมือทันที แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
จูจื่อฉีทั้งโกรธทั้งอาย เธอชี้หน้าเยี่ยหงด้วยความโมโหจนพูดไม่ออก
"ฉันอุตส่าห์เป็นห่วงนายเหมือนน้องชายแท้ๆ แต่นายกลับ...! ฮึ่ม!"
เมื่อเห็นแววตาใสซื่อไร้เดียงสาของเยี่ยหง จูจื่อฉีก็รู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
ถ้าหมอนี่เป็นผู้ใหญ่ เธอคงตบหน้าหันไปแล้ว แต่นี่เขาเป็นแค่เด็ก ม.ปลาย ที่ยังไม่ประสีประสาโลก บางทีที่เขาทำไปเมื่อกี้อาจจะไม่ได้ตั้งใจก็ได้มั้ง?
ความรู้สึกโกรธแต่ไม่มีที่ระบายแบบนี้ ทำเอาจูจื่อฉีแทบจะกระอักเลือด
สุดท้ายเธอก็กระทืบเท้าแรงๆ หนึ่งที แล้วหันหลังเดินหนีไปด้วยความโมโห
เยี่ยหงรู้ตัวว่าเมื่อกี้ตัวเองทำเกินไปหน่อย จึงรีบวิ่งตามไปง้อทันที
ที่เคาน์เตอร์บรรณารักษ์ จูจื่อฉียังคงไม่หายโกรธ เธอนั่งหน้ามุ่ย ฟุบหน้าอ่านหนังสือของตัวเองโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองเยี่ยหงสักนิด
"พี่จื่อฉี ผมตั้งใจเรียนอยู่จริงๆ นะครับ เพียงแต่วิธีการเรียนของผมมันพิเศษกว่าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
พอได้ยินคำพูดของเยี่ยหง จูจื่อฉีก็เงยหน้าขึ้นมาปรายตามองเขาด้วยสายตาเย็นชา
ความหมายชัดเจนว่า: นายคิดว่าฉันจะเชื่อคำโกหกพรรค์นี้หรือไง?
เยี่ยหงยิ้มเจื่อนๆ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหนังสือที่วางอยู่ข้างมือของจูจื่อฉี
เขาลอบสังเกตเห็นว่าจูจื่อฉีกำลังขมวดคิ้วเคร่งเครียดอยู่กับโจทย์คณิตศาสตร์ข้อหนึ่ง
แถมยังไม่ใช่คณิตศาสตร์ธรรมดาด้วย แต่เป็นโจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงที่ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยถึงจะได้เจอ
ที่แท้ข่าวลือก็เป็นเรื่องจริง จูจื่อฉีกำลังเตรียมตัวสอบเทียบโอนปริญญาตรีต่อเนื่องอยู่นี่เอง
เยี่ยหงเกิดไอเดียปิ๊งขึ้นมาในหัว สั่งการระบบทันที "ระบบ สแกนโจทย์ข้อนี้"
"ติ๊ง! เปิดใช้งานทักษะคณิตศาสตร์ระดับเชี่ยวชาญ กำลังสแกนโจทย์... สแกนเสร็จสิ้น... โอกาสที่โฮสต์จะแก้โจทย์ข้อนี้ได้สำเร็จคือ: 70% ยืนยันที่จะแก้โจทย์หรือไม่"
"ยืนยัน"
"กำลังแก้โจทย์... แก้โจทย์สำเร็จ ส่งคำตอบเรียบร้อย"
ในเวลานี้ ภายในใจของจูจื่อฉีกำลังหงุดหงิดว้าวุ่นสุดๆ
เธอติดแหง็กอยู่กับโจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงข้อนี้มาหลายวันแล้ว ไปถามครูคณิตศาสตร์ในโรงเรียนตั้งหลายคน พวกเขาก็แก้ไม่ได้
พลิกหาคำตอบในหนังสือทุกเล่มในห้องสมุดก็ไม่มี แถมเมื่อกี้ยังมาโดนเยี่ยหงกวนประสาทอีก อารมณ์ก็เลยยิ่งบูดเบี้ยวไปกันใหญ่
แต่ในขณะที่เธอกำลังเม้มปาก แอบหงุดหงิดอยู่ในใจคนเดียวนั้น จู่ๆ ก็มีเสียงใสกระจ่างดังขึ้นข้างหู "ใช้ทฤษฎีบทค่ามัชฌิมของลากร็องฌ์สิครับ"
(จบแล้ว)