- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 41 - กลับบ้าน
บทที่ 41 - กลับบ้าน
บทที่ 41 - กลับบ้าน
เซียนเอ๋อร์และคุณปู่ของเธอได้รับการอำนวยความสะดวกจากต้วนเฟยหู่ให้มีคนขับรถไปส่งถึงบ้าน
ก่อนจะขึ้นรถ เซียนเอ๋อร์โบกมือให้เยี่ยหงไม่หยุด "บ๊ายบายค่ะพี่ชาย~"
คุณปู่ของเธอเองก็สงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว เขาเอ่ยกับเยี่ยหงด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "น้องชาย พักอยู่ที่ไหนล่ะ? ตระกูลไช่ของเราจะต้องไปเยี่ยมคารวะเพื่อขอบคุณถึงที่บ้านให้ได้!"
เยี่ยหงคิดว่าชายชราก็แค่พูดตามมารยาทเท่านั้น จึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก และบอกที่อยู่ของร้านอาหารเยี่ยสือไป
......
หลังจากออกมาจากสถานีตำรวจ เวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว ต้วนเฟยหู่และซ่งหลิงหลิงเดินมาส่งเยี่ยหงด้วยตัวเองถึงหน้าประตูสถานี
จากการสืบสวนตลอดทั้งคืน ต้วนเฟยหู่และซ่งหลิงหลิงก็พอจะเข้าใจลำดับเหตุการณ์คร่าวๆ แล้ว สายตาที่เคยมองเยี่ยหงด้วยความประมาทได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น
ในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ หากไม่ใช่เพราะความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว การตัดสินใจที่แม่นยำ บวกกับฝีมือการต่อสู้ที่เก่งกาจของเยี่ยหง ป่านนี้ไอ้โจรสองคนนั้นคงหนีลอยนวลไปนานแล้ว
ก่อนจะแยกย้ายกัน เจ้าหน้าที่ทั้งสองได้ทำความเคารพเยี่ยหงอย่างเป็นทางการ สายตาของซ่งหลิงหลิงยิ่งเต็มไปด้วยความชื่นชม
เพียงแค่วันนี้วันเดียว เด็กหนุ่ม ม.ปลาย ที่ดูธรรมดาๆ คนนี้ ได้ทำลายโลกทัศน์เดิมๆ ของเธอไปจนหมดสิ้น
ที่แท้เด็ก ม.ปลาย ก็ดุดันเอาเรื่องได้ขนาดนี้เชียว!
"นี่! นายฝีมือดีขนาดนี้ สนใจมาช่วยงานที่สถานีตำรวจไหมล่ะ?" ซ่งหลิงหลิงพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก
ต้วนเฟยหู่ถลึงตาใส่อีกครั้ง ซ่งหลิงหลิงจึงรีบยู่ปากทันที "โอเคๆ ฉันหุบปากแล้วก็ได้!"
ต้วนเฟยหู่หันมาพูดกับเยี่ยหงอย่างจริงจัง "ผมขอเป็นตัวแทนของเพื่อนร่วมงานสถานีตำรวจอำเภออันหมิงทุกคน กล่าวขอบคุณน้องชายอีกครั้งนะ! ผมให้คนเตรียมรถไว้หน้าประตูแล้ว เดี๋ยวคนขับรถจะไปส่งเธอถึงบ้านเลย"
หลังจากเยี่ยหงจากไป ซ่งหลิงหลิงก็บ่นอย่างไม่พอใจทันที "อาจารย์ เมื่อกี้ทำไมอาจารย์ต้องขัดฉันด้วยล่ะ?"
ต้วนเฟยหู่บ่นด้วยความผิดหวัง "เธอนี่ไม่หัดใช้สมองน้อยๆ ของเธอคิดบ้างเลยนะ อายุแค่นี้แต่กลับมีความกล้าหาญและฝีมือเก่งกาจขนาดนี้ เธอคิดว่าเขาเป็นแค่นักเรียนธรรมดาๆ จริงๆ น่ะเหรอ?"
"อาจารย์กำลังจะบอกว่า..."
"ถึงแม้ว่าอำเภออันหมิงจะเป็นแค่อำเภอธรรมดาๆ ภายใต้การปกครองของเมืองไป๋ลู่ แต่ที่นี่ก็มีบุคคลสำคัญระดับบิ๊กๆ ถือกำเนิดขึ้นมามากมาย ไม่แน่ว่าเบื้องหลังของเยี่ยหงคนนี้อาจจะมีผู้ยิ่งใหญ่หนุนหลังอยู่ก็ได้! ต่อไปเธอต้องหัดทำตัวให้หูตาไวเข้าไว้ อย่าคิดว่าปู่ของเธอเป็น... แล้วเธอจะมาทำตัวกร่างสุ่มสี่สุ่มห้าในอำเภออันหมิงได้นะ!"
ซ่งหลิงหลิงแลบลิ้นและไม่กล้าพูดอะไรอีก
......
ถนนของกินในอำเภออันหมิงนั้น แตกต่างจากเมืองใหญ่ๆ ที่ยังคงคึกคักไปจนถึงเที่ยงคืน โดยปกติแล้วที่นี่ร้านรวงจะทยอยปิดกันประมาณสี่ทุ่ม
ตอนที่เยี่ยหงนั่งรถตำรวจกลับมาถึงถนนของกินฝั่งตะวันออก มองจากไกลๆ ก็เห็นเพียงแค่ร้านอาหารเยี่ยสือเท่านั้นที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวอยู่
เงาสองร่างยืนชะเง้อมองออกไปนอกถนนอย่างร้อนรนอยู่หน้าร้าน
กระแสความอบอุ่นไหลซ่านเข้ามาในหัวใจของเยี่ยหง นี่สินะ... ความอบอุ่นที่เรียกว่า 'บ้าน'!
พอเห็นเยี่ยหงลงมาจากรถตำรวจ เยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงก็รีบพุ่งตัวเข้ามาหาทันที
อันเสี่ยวอิงดึงเยี่ยหงเข้าไปกอดแน่น พร้อมกับสะอื้นไห้ "ไอ้ลูกตัวดี ทำเอาพวกเราเป็นห่วงแทบแย่!"
แม้ว่าเยี่ยเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ จะไม่พูดอะไร แต่แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวลเช่นกัน
ถึงแม้ว่าต้วนเฟยหู่จะให้คนโทรมาอธิบายสถานการณ์คร่าวๆ ให้พวกเขาฟังแล้ว แต่ก่อนที่จะได้เห็นหน้าเยี่ยหงกับตาตัวเอง หัวใจที่แขวนต่องแต่งอยู่ของพวกเขาก็ยังคงวางไม่ลง
"เอาล่ะครับแม่ ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อยนี่นา" เยี่ยหงตบไหล่ผู้เป็นแม่เบาๆ แล้วหันกลับไปขอบคุณเสี่ยวหลิว คนขับรถของสถานีตำรวจที่มาส่งเขา "พี่หลิว ลำบากพี่แล้วนะครับ"
"ไม่เป็นไรๆ!" เสี่ยวหลิวยกนิ้วโป้งให้เยี่ยหง "พวกเราต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณนาย ถ้าปล่อยให้ไอ้สองคนนั้นหนีไปได้ พวกฉันคงโดนด่าเปิงแน่ๆ!"
(จบแล้ว)