- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนว่าผมคืออัจฉริยะอันดับหนึ่ง
- บทที่ 15 - หุบปากกันให้หมดเลยนะโว้ย!
บทที่ 15 - หุบปากกันให้หมดเลยนะโว้ย!
บทที่ 15 - หุบปากกันให้หมดเลยนะโว้ย!
เยี่ยหงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง พยายามตั้งสติให้เยือกเย็นที่สุด ก่อนจะเดินฝ่าวงล้อมไปที่ประตูร้าน
"ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อย"
ชายฉกรรจ์หลายคนหันขวับมาถลึงตาใส่ทันที พร้อมกับตะคอกเสียงดัง "วันนี้ร้านนี้พวกพี่เหมาแล้ว ไอ้หนู ไปเล่นที่อื่นไป๊!"
"ผมเป็นลูกชายเจ้าของร้านนี้"
"หา?"
พวกชายฉกรรจ์ชะงักไปครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงว่าเยี่ยหงจะมีเหตุผลอะไรมาโกหกพวกตน จึงโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ "รีบๆ เข้าไปเลยไป!"
เยี่ยหงแทรกตัวผ่านฝูงชนที่ชวนอึดอัดเข้าไปภายในร้าน
สถานการณ์ในร้าน ดูเหมือนจะแตกต่างจากที่เขาจินตนาการไว้พอสมควร
ภาพเหตุการณ์เลวร้ายที่เขากังวล ไม่ได้เกิดขึ้นเลย
ภายในร้านอันคับแคบ ชายฉกรรจ์หัวโล้นคนหนึ่งกำลังตบโต๊ะดังปังๆ "นี่ฉันถามจริงๆ เถอะพวกคุณ วันนี้ฉันอุตส่าห์พาพี่น้องมาอุดหนุน แต่พวกคุณกลับบอกฉันว่าไม่มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อแบบนั้นแล้วเนี่ยนะ?!"
เยี่ยหงมองดูชายคนนี้แล้วรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตา แล้วก็นึกขึ้นได้ นี่มันชายหัวโล้นที่สั่งก๋วยเตี๋ยวเนื้อห่อกลับบ้านไปตั้งหลายชามเมื่อวานนี้นี่นา?
ตรงข้ามกับเขา พ่อแม่ของเขา เยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงกำลังโค้งคำนับ ปากก็พร่ำขอโทษขอโพย "คุณลูกค้าคะ ความจริงแล้วก๋วยเตี๋ยวชามนั้นลูกชายของเราเป็นคนคิดค้นขึ้นมาค่ะ ตอนนี้ที่ร้านมีแค่เขาคนเดียวที่ทำเป็น..."
"ตอแหล!" ชายหัวโล้นตบโต๊ะดังปัง ราวกับจะทำให้ร้านเล็กๆ แห่งนี้สั่นสะเทือนไปด้วย "พวกคุณเห็นฉันเป็นไอ้โง่หรือไง? ประสบการณ์การกินก๋วยเตี๋ยวมาทั้งชีวิตของฉัน การันตีได้เลยว่าก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสชาติระดับนั้น ต้องเป็นยอดฝีมือที่คลุกคลีอยู่กับการทำอาหารมาหลายสิบปีเท่านั้น ถึงจะทำออกมาได้!"
เขาลุกขึ้นยืน ชี้หน้าเยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงที่หน้าซีดเผือดด้วยท่าทีข่มขู่ "วันนี้ถ้าพวกคุณไม่เอาก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสชาติแบบเมื่อวานออกมาเสิร์ฟล่ะก็ พวกฉันไม่กลับแน่!"
"ใช่! ไม่กลับ!"
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่หน้าร้านต่างส่งเสียงสนับสนุนพร้อมเพรียงกัน ทำเอาเยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงตัวสั่นงันงกด้วยความกลัว
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็เหลือบไปเห็นเยี่ยหงยืนอยู่ตรงประตูร้านพอดี พวกเขาจึงพุ่งเข้าไปหาเยี่ยหงราวกับเห็นพระผู้ช่วยให้รอด
"ลูกรักของแม่! ในที่สุดแกก็กลับมาแล้ว!"
"คุณลูกค้าคะ ลูกชายของฉันกลับมาแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้เขารีบทำให้เดี๋ยวนี้เลยนะคะ!" พูดจบเธอก็ขยิบตาให้เยี่ยหงรัวๆ เป็นเชิงบอกให้รู้ว่าคนพวกนี้รับมือยาก ให้รีบไปทำก๋วยเตี๋ยวหลังร้านเร็วเข้า
ส่วนพวกชายฉกรรจ์ ก็หันขวับมาจ้องเยี่ยหงเป็นตาเดียว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย
"ก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยๆ เมื่อคืนนี้ แกเป็นคนทำจริงๆ เหรอ?" ชายหัวโล้นก็ยังคงมีสีหน้าไม่เชื่ออยู่ดี
ส่วนเยี่ยหงในที่สุดก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
นี่มันมาล้างแค้นบ้าบออะไรกัน ที่แท้ก็เป็นแก็งลูกค้าอันธพาลที่ติดใจก๋วยเตี๋ยวเนื้อของที่บ้านต่างหาก!
ตกใจแทบแย่
แม้ว่าจะแอบภูมิใจลึกๆ ที่ฝีมือการทำอาหารของตัวเองได้รับการยอมรับ แต่พอเห็นว่าพ่อแม่ถูกคนพวกนี้ข่มขู่จนหวาดผวาแบบนี้ เยี่ยหงก็อดรู้สึกโมโหไม่ได้
เขาทำหน้าเย็นชา แล้วตอบกลับเสียงเรียบ "ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม?"
เยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงเห็นท่าทีของเยี่ยหง ก็ตกใจจนหน้าถอดสี แทบจะพุ่งเข้าไปปิดปากเยี่ยหงซะเดี๋ยวนั้น
ลูกรักของพ่อแม่เอ๊ย! ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยหรือไงว่าพวกนี้เป็นใคร กล้าพูดจาแบบนี้ได้ยังไง?!
กลุ่มชายฉกรรจ์เห็นท่าทีไม่เกรงกลัวใครของเยี่ยหง ก็พากันกำหมัดแน่น ตะโกนด่าทอ "ไอ้เด็กเปรต! แกกล้าพูดจาแบบนี้ได้ยังไงวะ!"
"พวกพี่อุตส่าห์ให้เกียรติมากินที่ร้านซอมซ่อของแก แกไม่ซาบซึ้งใจแล้วยังกล้ากำเริบเสิบสานกับลูกพี่พวกฉันอีกเหรอ?! อยากไปนอนหยอดน้ำเกลือที่โรงพยาบาลสักสองสามวันใช่ไหม?!"
เสียงด่าทอดังระงมไปทั่ว เยี่ยเซียวและอันเสี่ยวอิงหน้าซีดกระวนกระวายใจ พวกเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเรื่องราวมันจะบานปลายมาถึงขั้นนี้
"หุบปากกันให้หมดเลยนะโว้ย!"
ชายหัวโล้นซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหัวโจกของกลุ่มตะโกนลั่น ภายในร้านพลันเงียบกริบลงทันที
จากนั้นเขาก็หันมายิ้มประจบประแจงให้เยี่ยหง "น้องชาย อย่าไปถือสาพวกมันเลยนะ พวกพี่หิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้ว น้องชายช่วยสงสารพวกพี่ รีบไปทำก๋วยเตี๋ยวให้หน่อยเถอะนะ!"
(จบแล้ว)