- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 510 - หุ่นยนต์รบปะทะศิลายักษ์ ใครให้ความกล้ามันมา
บทที่ 510 - หุ่นยนต์รบปะทะศิลายักษ์ ใครให้ความกล้ามันมา
บทที่ 510 - หุ่นยนต์รบปะทะศิลายักษ์ ใครให้ความกล้ามันมา
บทที่ 510 - หุ่นยนต์รบปะทะศิลายักษ์ ใครให้ความกล้ามันมา
"ผู้บุกรุก ไปตายซะ!"
มั่วเฟยเท่อขี้เกียจไปสนหน้าอินทร์หน้าพรหม ความงุนงงในแววตาแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นทะลุจุดเดือดในพริบตา มันจ้องเขม็งไปยังยานอวี่เสินที่พุ่งทะยานเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง แผดเสียงคำรามลั่น คลื่นเสียงดังกึกก้องสั่นสะเทือนจนฝุ่นควันรอบกายปลิวว่อนกระจาย
จากนั้นมันก็อ้าปากกว้างราวกับอ่างเลือด ร่างอันใหญ่โตสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แสงพลังวิญญาณสีแดงรอบกายลุกโชนดั่งเปลวเพลิงที่กำลังเริงระบำ มันรวบรวมก้อนพลังงานความร้อนสูงสีแดงฉานขนาดมหึมากว่าร้อยเมตรไว้ในปาก ก่อนจะพ่นออกไปสุดแรง
ก้อนพลังงานพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่ยานอวี่เสิน ทุกที่ที่มันพุ่งผ่าน อากาศถูกแผดเผาจนบิดเบี้ยวผิดรูป
ยานอวี่เสินที่กำลังพุ่งชาร์จเข้ามา ไอพ่นด้านหลังก็พ่นไฟสีฟ้าออกมาพรวดพวด ร่างเครื่องเอียงหลบอย่างคล่องแคล่วว่องไว หมุนควงสว่านกลางอากาศอย่างสวยงาม หลบก้อนพลังงานไปได้อย่างฉิวเฉียด
——ตูม!
ก้อนพลังงานร่วงหล่นลงในระยะห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ระเบิดกัมปนาท แสงไฟสว่างจ้าบาดตาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า กลุ่มควันรูปดอกเห็ดลอยพวยพุ่ง คลื่นความร้อนซัดสาด แผ่นดินในรัศมีร้อยกิโลเมตรแหลกสลายเป็นจุณ
พวกเฉินซีอินที่อยู่ห่างออกไป 1,000 กิโลเมตร มองเห็นภาพเหตุการณ์นี้ผ่านเซนเซอร์ 360 องศาไร้มุมอับของยานอวี่เสินที่ส่งสัญญาณภาพถ่ายทอดสดกลับมาให้ดู แววตาของทุกคนพลันเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ระดับแปดขั้นสมบูรณ์นี่มันโหดของจริง แค่ปล่อยสกิลส่งเดชก็รุนแรงสั่นสะเทือนฟ้าดิน อานุภาพไม่ด้อยไปกว่าระเบิดนิวเคลียร์เลยสักนิด
พวกระดับเจ็ดทั่วๆ ไป ขืนโดนเข้าไปมีหวังตายหยังเขียดแหงๆ
ตามมาติดๆ
หลังจากที่หลบหลีกการโจมตีพ้น ยานอวี่เสินก็กำดาบยักษ์สีดำทะมึนความยาวสามสิบเมตรทั้งสองเล่มไว้แน่น ลวดลายพลังวิญญาณบนใบดาบสาดประกายแสงเจิดจ้า รวบรวมเป็นคมดาบพลังงานสีดำยาวกว่าร้อยเมตร พุ่งเข้าประชิดตัวมั่วเฟยเท่อ เปิดฉากบวกกันซึ่งๆ หน้า
ภาพที่เห็นดูเหมือนกับก้างปลาตัวจิ๋วถือไม้พลองสองอัน กำลังกระโดดตีก็อตซิลล่ายังไงยังงั้น
ยานอวี่เสินสะบัดแขนทั้งสองข้างอย่างแรง ดาบยักษ์ทั้งสองเล่มตวัดวาดเป็นเส้นโค้งพลังงานสีดำ พุ่งเข้าฟาดฟันใส่มั่วเฟยเท่อ
"ตู้ม!"
เส้นโค้งพลังงานพุ่งกระแทกเข้ากับร่างของมั่วเฟยเท่ออย่างจัง สาดประกายไฟสว่างวาบ เปลือกนอกสีแดงคล้ำถูกฟันจนเกิดรอยปริแตก
มั่วเฟยเท่อที่ประมาทเกินไป ถูกแรงกระแทกซัดจนผงะถอยหลังไปหลายสิบก้าว ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนพื้น ล้วนทิ้งรอยเท้าลึกเป็นหลุมบ่อ เศษหินกระเด็นปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ
แต่ภายใต้การปกป้องของเกราะพลังวิญญาณระดับแปดและพรสวรรค์โล่คุ้มกัน
มั่วเฟยเท่อก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมายนัก แค่รู้สึกเหมือนโดนหยามหน้าก็เท่านั้น
ตัวเบ้อเริ่มเทิ่มตั้ง 3,000 กว่าเมตรอย่างมัน ดันโดนไอ้ของเล่นชิ้นกระจิ๋วหลิวแค่ 60 เมตร ชนจนเซถลาเนี่ยนะ?
มั่วเฟยเท่อก้มหน้าลงต่ำ สายตาจ้องเขม็งไปที่ยานอวี่เสินที่บินว่อนไปมาราวกับแมลงวัน บินวนเวียนอยู่รอบตัวมันไม่หยุดหย่อน คอยจ้วงแทงดาบสีดำหวังจะพังเปลือกนอกของมัน
"【อัดกระแทกอสนี】!"
ฝ่ามือยักษ์ที่ห่อหุ้มด้วยพลังวิญญาณเงื้อขึ้นสูง ก่อนจะฟาดลงมาอย่างแรงราวกับขุนเขาสองลูกถล่มลงมาจากฟากฟ้า
ฝ่ามือตวัดขึ้นลงซ้ายขวาไม่หยุดหย่อน เสียดสีกับอากาศจนเกิดเป็นเปลวไฟลุกโชน เงาทะมึนทาบทับปกคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ครอบงำยานอวี่เสินที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเอาไว้มิดชิด
——ครืน ครืน ครืน!
เสียงแหวกอากาศดังกึกก้อง สะเทือนเลื่อนลั่นไปถึงชั้นเมฆ!
สิบกว่านาทีต่อมา
การปะทะกันระหว่างมั่วเฟยเท่อกับยานอวี่เสิน ทำให้ผืนดินในรัศมีกว่าพันกิโลเมตรพรุนเป็นรังผึ้ง
คลื่นกระแทกจากการต่อสู้ ลูกบอลพลังงานที่พลาดเป้า และลำแสงสีดำที่สาดกระหน่ำลงมาเป็นระยะๆ ระเบิดหลุมบ่อลึกและทำลายเทือกเขาไปนับไม่ถ้วน
เมื่อการต่อสู้ดำเนินต่อไป แผ่นดินก็แตกร้าว เป็นหลุมเป็นบ่อ ดูราวกับถูกมีดฝาน เปลือกโลกถูกเฉือนหลุดออกไปเป็นชั้นๆ
"ข้อมูลออกแล้ว ยานอวี่เสินมันก็แค่เอาไว้ใช้เดินทางจริงๆ แหละ ฉันยังไม่ได้ติดอาวุธหนักๆ ให้มันเลย"
เซี่ยชิงอวี่มองดูค่าสถิติต่างๆ ที่โชว์หราอยู่บนวงแหวนวิญญาณ เงยหน้าขึ้นมองทุกคน สีหน้าเคร่งเครียด "นอกจากปืนใหญ่อวี่กวงที่พอจะสร้างบาดแผลให้มันได้บ้างแล้ว คมดาบพลังวิญญาณธรรมดาๆ แทบจะทำอะไรมันไม่ได้เลย มันถึกเกินไป"
"แถมมันยังสูบพลังวิญญาณจากผืนดินมาฟื้นฟูตัวเองไปด้วยสู้ไปด้วยได้อีก ยิ่งสู้ยิ่งอึด โคตรวิปริตเลยว่ะ"
"อืม เห็นอยู่เหมือนกัน พวกที่ไต่ขึ้นมาระดับแปดระดับเก้าลวดลายทองได้นี่ ไม่ธรรมดากันสักตัวแหละ..... พวกกากๆ คงโดนคัดออกหรือไม่ก็ติดแหง็กอยู่ระดับเจ็ดไปตั้งนานแล้ว"
จางจื่อหานพยักหน้าเห็นด้วย สายตาจับจ้องไปที่ภาพการต่อสู้ที่แชร์มาจากวงแหวนวิญญาณ ชี้ไปที่ร่างอันใหญ่โตของมั่วเฟยเท่อ แล้วเอ่ยขึ้น "ยังดีที่สัตว์อสูรกู่ตัวนี้มันไม่มีสกิลโจมตีระยะไกลที่น่ากลัวเท่าไหร่ พวกเราน่าจะพอรับมือไหวอยู่"
เฉินซีอินพยักหน้าเบาๆ พลังเสียงในร่างพวยพุ่งออกมา แปรสภาพเป็นร่างแยกทั้งสี่ เขาหันไปมองเซี่ยชิงอวี่ "จริงสิชิงอวี่ เห็นหรือเปล่าว่าลูกบอลพิกัดมันซ่อนอยู่ตรงไหน?"
"อยู่นี่ไง"
เซี่ยชิงอวี่ใช้นิ้วชี้ไปที่หน้าจอ ตรงบริเวณหน้าท้องของมั่วเฟยเท่อ พูดด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ ว่า "ดูจากพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของมัน เดาว่าตอนที่มันกำลังสูบพลังจากเส้นชีพจรปฐพีในเขตแดนรอบนอก คงเผลอดูดเอาลูกบอลพิกัดของต้าเซี่ยเราไปติดหนึบอยู่ที่เปลือกนอกตรงท้องมันแน่ๆ เลย"
"ไม่รู้เหมือนกันว่าแบบนี้มันเรียกว่าต้าเซี่ยเราซวย หรือว่าฝ่ายนั้นดวงดีกันแน่......"
"หาเจอก็ดีแล้ว จะมัวชักช้าไม่ได้แล้ว ขืนรอให้มันฟื้นพลังกลับมาเต็มร้อยล่ะก็ ยุ่งยากกว่านี้แน่ ลุยกันเลยพวกเรา"
"โอเค"
สิ้นเสียง
ทั้งหกคนก็รีดเร้นพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด ร่างกายกลายเป็นลำแสงหลากสีสัน พุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิ
อีกด้านหนึ่ง
ยานอวี่เสินที่กำลังต่อสู้พัวพันกับมั่วเฟยเท่ออยู่นั้น เริ่มจะเพลี่ยงพล้ำลงทุกที
ถึงแม้ว่ามันจะอาศัยความคล่องตัวและทักษะการบังคับอันยอดเยี่ยมของระบบสปาร์ตา หลบหลีกการโจมตีของมั่วเฟยเท่อไปได้หลายครั้งหลายครา แต่แม่ครัวที่เก่งกาจแค่ไหน ถ้าไม่มีข้าวสารก็หุงข้าวไม่ได้ฉันใด ยานรบที่ไร้อาวุธทรงพลัง ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงให้กับสัตว์อสูรกู่ระดับแปดได้ฉันนั้น
ปืนใหญ่อวี่กวงที่ยิงไปก่อนหน้านี้ ต้องใช้เวลาชาร์จพลังงานอยู่นานสองนาน กว่าจะปล่อยการโจมตีด้วยพลังวิญญาณระดับแม็กซ์ออกมาได้ ถ้าจะให้ยิงซ้ำอีกรอบ ก็ต้องรอคูลดาวน์อีกพักใหญ่ ตอนนี้เลยทำได้แค่สาดปืนใหญ่แสงมืดแบบธรรมดาๆ ไปพลางๆ ก่อน
ยังดีที่หินผลึกพลังวิญญาณระดับเก้าคอยปั๊มพลังงานให้ไม่ขาดสาย บวกกับคุณสมบัติสุดโกงของโลหะอะบอส ยานอวี่เสินเลยยังพอยื้อยุดฉุดกระชากต่อไปได้
"น่ารำคาญชะมัด!"
มั่วเฟยเท่อจ้องเขม็งไปที่ไอ้ก้อนดำๆ ที่ตีไม่ตาย ตบไม่พ่น แถมยังตามตื๊อไม่เลิก โกรธจนควันออกหู
เห็นๆ อยู่ว่าตบโดนไปตั้งหลายทีแล้ว แต่ไอ้ของเล่นชิ้นนี้ก็ยังอึดถึกทน บินร่อนกลับมาโจมตีต่อได้หน้าตาเฉย
เรื่องนี้ทำเอามันเริ่มจะสับสนกับกฎเกณฑ์ของมิติหลอมกู่ซะแล้วสิ หรือว่าตัวใหญ่กว่ามันจะไม่ได้แปลว่าเก่งกว่าเสมอไปวะ?
แล้วไอ้ของพรรค์นี้มันเอาแรงที่ไหนมาสู้กับข้าได้ฟะ?!
"คอยดูเถอะ ข้าจะบดขยี้แกให้เละเลย!"
ความงุนงงและความโกรธแค้นปะทุขึ้นในใจของมั่วเฟยเท่อ แสงสีแดงรอบกายเต้นเร่าราวกับเปลวเพลิงที่บ้าคลั่ง สองมือกางออกกระหน่ำตบไม่ยั้ง พร้อมกับอัดฉีดพลังวิญญาณลงไปใต้ดิน
"【เศษศิลาสะเทือน】!"
ชั่วพริบตานั้น
โดยมีมั่วเฟยเท่อเป็นศูนย์กลาง แผ่นดินในรัศมีกว่าสิบกิโลเมตรก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและแตกร้าว หนามหินแหลมคมที่อาบไปด้วยแสงสีแดงผุดขึ้นมาจากพื้นดินราวกับดอกเห็ดหลังฝน หนามหินพวกนี้มีขนาดสั้นยาวต่างกันไป ตั้งแต่ร้อยเมตรไปจนถึงพันเมตร พุ่งทะยานเข้าหายานอวี่เสิน
ยานอวี่เสินจุดไอพ่นด้านหลัง พ่นเปลวไฟสีฟ้าออกมาเต็มกำลัง ขับเคลื่อนตัวเองพุ่งเฉียงขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูงสุด หวังจะหลบการโจมตีให้พ้น
ทว่า จำนวนหนามหินมันมีเยอะเกินไป แถมความเร็วก็เร็วจี๋ ยังมีหนามหินหลายสิบแท่งพุ่งเฉียดขอบยานไป สาดประกายไฟสว่างวาบเป็นทางยาว
หนึ่งในนั้นเป็นหนามหินขนาดมหึมา พุ่งแหวกอากาศมาดุจมิสไซล์ ล็อคเป้าไปที่แขนซ้ายของยานอวี่เสินอย่างแม่นยำ
ระบบปัญญาประดิษฐ์สปาร์ตาตอบสนองอย่างฉับไว บังคับยานให้เอียงตัวหลบ พร้อมกับใช้แขนขวาที่ถือดาบยักษ์สีดำตวัดฟันออกไปสุดแรง เกิดเป็นคมดาบพลังงานสีดำพุ่งเข้าปะทะกับหนามหิน
"ตูม!"
เสียงระเบิดดังกึกก้อง หนามหินถูกคมดาบฟันจนแหลกละเอียดเป็นเศษหินชิ้นเล็กชิ้นน้อย ปลิวกระจายไปทั่ว
แต่ยานอวี่เสินก็โดนแรงกระแทกซัดจนสั่นคลอนไปมากลางอากาศ ทิศทางการบินเริ่มจะเสียศูนย์
ยังไม่ทันจะได้ตั้งหลัก ฝ่ามือยักษ์ของมั่วเฟยเท่อก็ตวัดฟาดลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง
พริบตาเดียว ยานอวี่เสินก็ถูกตบปลิวว่อนราวกับดาวตก พุ่งกระแทกลงพื้นดิน ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย ไถลไปตามพื้นเป็นทางยาว
มั่วเฟยเท่อสบโอกาส พุ่งพรวดเข้าไปหายานอวี่เสินที่ล้มกลิ้งอยู่บนพื้น เงื้อเท้าขนาดยักษ์ขึ้นสูง เตรียมจะกระทืบซ้ำให้แบนแต๊ดแต๋
ทันใดนั้นเอง
"กินดาบฉันซะเถอะ!"
เต้าปู้อวี่ที่เพิ่งจะพุ่งทะยานเข้าสู่สมรภูมิก็ชิงลงมือเป็นคนแรก ดาบสีเลือดในมือตวัดฟันออกไป ปราณกระบี่ยาวกว่าพันเมตรพุ่งแหวกอากาศเข้ากระแทกร่างของมั่วเฟยเท่ออย่างจัง ทว่าวินาทีต่อมา ประกายแสงสีแดงก็แตกกระจาย ปลิวว่อนไปในอากาศราวกับแสงดาว
มั่วเฟยเท่อไร้รอยขีดข่วน มันหันขวับไปมองผู้ที่โผล่พรวดมาขัดจังหวะด้วยความงุนงง ในแววตาเต็มไปด้วยความสับสน
???
ไอ้ผู้บุกรุกระดับเจ็ดตัวนี้ มันมาเล่นตลกอะไรวะ?
ใครให้ความกล้ามันมาสอดมือเข้ามายุ่งกับการต่อสู้ของระดับแปดเนี่ย?
(จบแล้ว)