- หน้าแรก
- ระบบสุดโกงกับนายน้อยปลอมตัว
- บทที่ 506 - เกือบความแตก, บังเอิญเก็บนิวเคลียร์ไว้พอดี
บทที่ 506 - เกือบความแตก, บังเอิญเก็บนิวเคลียร์ไว้พอดี
บทที่ 506 - เกือบความแตก, บังเอิญเก็บนิวเคลียร์ไว้พอดี
บทที่ 506 - เกือบความแตก, บังเอิญเก็บนิวเคลียร์ไว้พอดี
ลำแสงหลากสีสันปรากฏขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะหลอมรวมกันเป็นร่างมนุษย์เรืองแสงเบื้องหน้าทุกคน
วินาทีถัดมา
หญิงสาวเสมือนจริงในชุดเดรสลูกไม้สีชมพู ส่วนสูงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากจิ้มลิ้มอมยิ้มหวานหยดย้อย เผยให้เห็นลักยิ้มบุ๋มสองข้างแก้ม ดูน่ารักน่าชังราวกับภูตน้อยแห่งฤดูใบไม้ผลิ ก็ปรากฏกายขึ้น
หล่อนลอยตัวขึ้น กระโดดโลดเต้นวนเวียนอยู่รอบตัวเซี่ยชิงอวี่อย่างเริงร่า พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงดีใจ "เจ้านายคะ เจ้านายกลับมาแล้ว ลูลู่จะได้ร่วมรบไปกับเจ้านายอีกแล้ว"
"??? ชิงอวี่ นี่นายชอบสไตล์นี้หรอกเหรอ?!"
ทุกคนเบิกตาโพลงมองภาพโฮโลแกรมของระบบปัญญาประดิษฐ์ประจำยานรบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจแกมหยอกล้อ ก่อนจะกลั้นขำไว้ไม่อยู่ พากันหลุดขำพรืดออกมา
"แหม ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย"
จางจื่อหานเลิกคิ้วขึ้น จ้องมองเซี่ยชิงอวี่ด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย แววตาเต็มไปด้วยความขบขัน "ปกติไม่เห็นรู้เลยนะว่านายชอบแนวนี้ ทำตัวน่ารักน่าทะนุถนอมซะขนาดนี้ ใครเห็นก็ต้องใจละลายแหละน้า"
"เอ่อ.. เดี๋ยวสิ.... พวกนายฟังฉันแถ.... เอ้ย อธิบายก่อน......"
เซี่ยชิงอวี่โดนแซวเข้าจังๆ ก็หน้าแดงสลับขาว ทำตัวไม่ถูก อายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ
ดูเหมือนลูลู่จะไม่ทันสังเกตเห็นบรรยากาศมาคุในตอนนี้ หล่อนยังคงบินวนรอบตัวเซี่ยชิงอวี่อย่างร่าเริง ปากก็เจื้อยแจ้วไม่หยุด "เจ้านายคะ คราวนี้พวกเราต้องไปจัดการศัตรูที่เก่งมากๆ เลยใช่ไหมคะ? ลูลู่จะปกป้องเจ้านายสุดชีวิตเลยน้า~"
เซี่ยชิงอวี่รีบหันไปสั่งลูลู่ ที่กำลังลอยพันแข้งพันขา ทำตาแป๋วเอามือเท้าคางจ้องมองเขาด้วยความชื่นชม "เปลี่ยนเป็น... โหมดต่อสู้"
"รับทราบค่ะ เจ้านาย ไว้คราวหน้ามาร่วมรบกันใหม่นะคะ~"
วินาทีต่อมา ลูลู่ก็รับคำด้วยน้ำเสียงอาลัยอาวรณ์ หล่อนยืนตัวตรงแหน่ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจัง แสงสว่างวาบขึ้นรอบกาย รูปลักษณ์ของหล่อนก็เปลี่ยนเป็นคุณลุงพ่อบ้านวัยกลางคนในชุดสูทสุดเนี้ยบ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "สปาร์ตาพร้อมรับคำสั่งครับ นายน้อย"
ทางด้านเฉินซีอิน ผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องวุ่นวายทั้งหมด ก็ได้แต่ยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อ
เอ่อ....
ถ้าจำไม่ผิด แพ็กเกจเสียงต่อสู้พวกนี้ น่าจะเป็นของระบบปัญญาประดิษฐ์ 【ตี๋ปา】 ในวงแหวนวิญญาณของเขา ที่เป็นคนอิมพอร์ตเข้าไปในระบบปฏิบัติการของยานรบเองแหละ
นี่มันแพ็กเกจเสริมที่ทางตระกูลเฉินเพิ่งจะปล่อยออกมาให้พวกคนขับหุ่นยนต์รบ ยานรบ หรือยานอวกาศติดตั้งเอาไว้ช่วยปรับสมดุลสุขภาพจิตใจเวลาทำงานเครียดๆ รู้สึกจะชื่อว่าแพ็กเกจ...
ในใจฉันมีแค่เธอ~ ไม่มีเขา~... หรืออะไรประมาณนี้แหละมั้ง?
"อะแฮ่มๆ"
เซี่ยชิงอวี่ไอแก้เก้อ รีบหันไปรัวคำสั่งใส่ระบบปัญญาประดิษฐ์ เพื่อกลบเกลื่อนความอาย
"สปาร์ตา ปล่อยเครื่องตรวจจับสัญญาณชีพ สแกนกลิ่นอายและสถานะของสัตว์อสูรกู่ในรัศมีโดยรอบ เปิดโหมดล่องหน พิกัดเป้าหมายคือทิศตะวันตก 1,200 กิโลเมตร....."
สิ้นเสียงรับคำสั่งเป็นชุด
สปาร์ตาก็สะบัดมือทั้งสองข้าง หน้าจอโฮโลแกรมขนาดยักษ์ก็เด้งพรวดขึ้นมาตรงหน้าทุกคน บนหน้าจอแสดงพารามิเตอร์ต่างๆ ของยานรบอย่างละเอียด
ทั้งระบบขับเคลื่อน ระบบป้องกัน ระบบเรดาร์ บาเรียพลังงาน ระบบอาวุธยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ตัวเลขและข้อมูลต่างๆ กะพริบอัปเดตอยู่ตลอดเวลา
จากนั้น หน้าจอก็แบ่งออกเป็นหลายช่อง ช่องที่ใหญ่ที่สุดฉายภาพวิวด้านนอกของยานรบให้เห็นอย่างชัดเจน
ภาพเทือกเขาสลับซับซ้อนที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง และหุบเขาที่ถูกปกคลุมด้วยทะเลหมอก กำลังเลื่อนถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าพวกเขากำลังบินด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าไปสู่นอกป่าแห่งหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน ที่ใต้ปีกทั้งสองข้างของยานรบ เครื่องตรวจจับขนาดจิ๋วรูปร่างคล้ายนกฮัมมิงเบิร์ดที่ไร้ซึ่งคลื่นพลังวิญญาณ ก็พุ่งทะยานออกมา พุ่งกระจายออกไปทุกทิศทุกทางเพื่อสอดแนมพื้นที่โดยรอบ
เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ เซี่ยชิงอวี่ก็หันขวับกลับมาหาทุกคน รีบแก้ตัวพัลวัน "พวกนายฟังฉันก่อนนะ.... มันไม่ได้เป็นอย่างที่พวกนายคิดเลยนะเว้ย...."
"เข้าใจๆ ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว"
เต้าปู้อวี่เดินเข้าไปตบบ่าเซี่ยชิงอวี่ปุบๆ ขัดจังหวะคำพูดของเขา พร้อมกับทำหน้าตาแบบ 'คนกันเองน่า ฉันรู้ทันนายหรอก'
"ก่อนหน้านี้มันไม่ได้เป็นแบบนี้นะเว้ย...."
เซี่ยชิงอวี่เห็นแบบนั้นก็ยิ่งร้อนรน อยากจะอธิบายให้เคลียร์ หน้าแดงเถือกไปหมด "ไอ้นี่น่ะ ต้าเซี่ยเพิ่งจะ... ปล่อยแพ็กเกจเสริมระบบปัญญาประดิษฐ์ตัวใหม่ออกมาเมื่อไม่นานมานี้เอง เขาโฆษณาว่ามันมีรูปลักษณ์และเสียงให้เลือกหลากหลาย เอาไว้ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ฉันก็เพิ่งจะเคยใช้เป็นครั้งแรกนี่แหละ.. เพิ่งจะลงโปรแกรมไปเมื่อวานนี้เอง....."
"โอเคๆ รู้แล้วน่า"
เฉินซีอินเลิกคิ้วขึ้น เดินเข้าไปกดไหล่เซี่ยชิงอวี่ไว้ ขืนปล่อยให้พูดต่อ มีหวังได้หลุดปากแฉออกมาแน่ๆ ว่าแพ็กเกจเสริมพวกนี้ เขาเป็นคนป้ายยาให้เอง
เซี่ยชิงอวี่ส่งสายตาตัดพ้อไปหาเฉินซีอิน จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานพี่ซีอินเป็นคนแนะนำให้เขาลองใช้ดูเองนี่หว่า.....
บอกว่าเป็นโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ที่ตระกูลเฉินพัฒนาขึ้นมา มีความสมจริงสูงปรี๊ด ออกแบบมาเพื่อใช้ในการรบโดยเฉพาะ
เฉินซีอินกวาดสายตามองทุกคน เก็บเอาสีหน้างุนงงของทุกคนไว้ในใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง ชี้นิ้วไปที่หน้าจอโฮโลแกรม "เรามาวางแผนกันก่อนดีกว่า ว่าจะจัดการกับสัตว์อสูรกู่หินระดับแปดตัวนี้ยังไงดี"
พอได้ยินคำพูดของเฉินซีอิน ทุกคนก็พยักหน้าเห็นด้วย ตระหนักได้ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเอาลูกบอลพิกัดของต้าเซี่ยกลับคืนมาให้ได้ จึงยอมเก็บความขี้เล่นเอาไว้ก่อน
สายตาของทุกคนมองตามปลายนิ้วของเฉินซีอิน ไปหยุดอยู่ที่หน้าจอมอนิเตอร์
ไม่น่าเชื่อเลยว่ายานรบลำนี้จะบินได้เร็วขนาดนี้ แป๊บเดียวก็บินข้ามระยะทางเกือบพันกิโลเมตรมาได้แล้ว
จากภาพที่เครื่องตรวจจับสแกนและส่งกลับมาให้ดู
ในป่าที่อยู่ห่างออกไปกว่า 400 กิโลเมตรเบื้องหน้า
มีสัตว์อสูรกู่ระดับแปดตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ รูปร่างของมันใหญ่โตราราวกับภูเขาลูกย่อมๆ ลำตัวยาวกว่า 3,000 เมตร ลักษณะคล้ายกับอสูรหินหลอมเหลวขนาดยักษ์
เปลือกนอกที่เป็นหินสีแดงคล้ำของมัน เต็มไปด้วยลวดลายเส้นสายที่ไม่ปะติดปะต่อกัน ส่วนหัวดูคล้ายกับก้อนหินศิลาขนาดยักษ์ แขนขากำยำล่ำสัน ตรงข้อต่อมีแสงสีทองเรืองรองสว่างวาบเป็นระยะๆ แผ่นหลังเต็มไปด้วยหนามหินแหลมคมเรียงรายเป็นแนวยาว ดูราวกับใบมีดที่ส่องประกายเย็นเยียบ
ปากที่อ้ากว้างราวกับอ่างเลือดของมัน มีไอหมอกสีดำจางๆ พ่นออกมาเป็นระยะๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่ว กัดกร่อนต้นไม้ใบหญ้าในบริเวณใกล้เคียงจนเหี่ยวเฉา
ตอนนี้มันกำลังหลับตาพริ้ม นอนหลับปุ๋ยอย่างสบายใจเฉิบ
"งานหยาบแล้วสิ"
เฉินซีอินขมวดคิ้วมุ่น ยกมือขึ้นแตะวงแหวนวิญญาณ ฉายภาพแผนที่โฮโลแกรมที่แสดงตำแหน่งของลูกบอลพิกัดขึ้นมา แล้วเอาไปเทียบกับภาพที่เครื่องตรวจจับส่งกลับมา
ทุกคนสังเกตเห็นว่าเครื่องตรวจจับหลายสิบตัว บินวนรอบสัตว์อสูรกู่ตัวนี้ไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของลูกบอลพิกัดกลมๆ นั่นเลย
"ดูท่าคงต้องล้มไอ้สัตว์อสูรตัวนี้ให้ได้ก่อน ถึงจะหาลูกบอลพิกัดเจอแล้วล่ะ" จางจื่อหานหน้าเครียด สายตาจ้องเขม็งไปที่สัตว์อสูรกู่ระดับแปดบนหน้าจอ
"อืมม ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นระดับลวดลายทองนะ แต่จะอยู่ระดับไหนคงต้องรอให้มันตื่นขึ้นมาก่อนถึงจะรู้" หลินอู่กำหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยไฟนักสู้ เอ่ยขึ้นว่า "ลองบวกดูซักตั้งก็ไม่เสียหายนี่ ถ้ามันเป็นแค่ระดับแปดขั้นต้น โอกาสที่เราจะล้มมันได้ก็มีสูงมาก"
"หรือว่า.... ให้ฉันลองดูก่อนไหม?" หวังเจียเสวี่ยตาเป็นประกาย หันไปมองทุกคน "ฉันเป็นสายเงา น่าจะลองลอบเร้นเข้าไปดูได้นะ... เผลอๆ อาจจะแอบหยิบลูกบอลพิกัดกลับมาได้เลยก็ได้"
"เสี่ยงเกินไป... เราไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงขนาดนั้น"
เฉินซีอินส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะหันไปทางเซี่ยชิงอวี่ "ชิงอวี่ ถอยยานออกไปรักษาระยะห่างก่อน แล้วก็เตรียมบริการปลุกตอนเช้าด้วยระเบิดนิวเคลียร์พลังวิญญาณสักลูกซิ"
"เอ่อ... พี่ซีอิน.. ช่วงนี้ฉันมัวแต่ง่วนอยู่กับยานอวี่เสิน ไม่ได้ทำระเบิดนิวเคลียร์ตุนไว้เลยอ่ะ... อ้อ... จริงสิ..."
เซี่ยชิงอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง กำลังจะบอกว่าไม่มีหัวรบนิวเคลียร์เหลือแล้ว ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ถล่มกองทัพของดิอาถูฟู เขาเก็บหัวรบนิวเคลียร์พลังวิญญาณลูกนึงกลับมานี่นา
"นี่ไง"
เฉินซีอินโบกมือเบาๆ แหวนมิติบนนิ้วก็เปล่งแสงเรืองรอง
"พี่ซีอิน ที่แท้ตอนนั้นที่พี่เก็บระเบิดนิวเคลียร์ลูกนี้ไว้ ก็เผื่อเอาไว้ใช้ในสถานการณ์แบบนี้สินะ?"
พอได้ยินคำถามของเซี่ยชิงอวี่ ทุกคนก็หันขวับมามองเฉินซีอินเป็นตาเดียว แววตาเต็มไปด้วยความทึ่ง
นี่ซีอินมองการณ์ไกลขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
เตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว?
"บังเอิญน่ะ บังเอิญจริงๆ...."
เฉินซีอินยกยิ้มมุมปาก ตอนนั้นเขาก็แค่ไม่อยากทิ้งขว้างของดีให้เสียเปล่า ไม่นึกเลยว่าตอนนี้มันจะได้เอามาใช้ประโยชน์จริงๆ
"งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ จัดมาเลยสิลูกพี่"
เต้าปู้อวี่ถูมือไปมา แววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับเห็นภาพสัตว์อสูรกู่ระดับแปดตัวนั้นโดนระเบิดนิวเคลียร์พลังวิญญาณอัดซะน่วม หรือไม่ก็โดนระเบิดตายคาที่ไปเลย
"ใจเย็นๆ"
"ชิงอวี่ อัปเกรดระเบิดนิวเคลียร์พลังวิญญาณลูกนี้หน่อยสิ เพิ่มอานุภาพให้มันแรงขึ้นอีกนิด"
"อ๋อ ได้เลย จัดไปครับพี่ซีอิน..."
(จบแล้ว)