- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 401 - มนุษย์กับสัตว์
บทที่ 401 - มนุษย์กับสัตว์
บทที่ 401 - มนุษย์กับสัตว์
บทที่ 401 - มนุษย์กับสัตว์
โอเชียเนีย
บนเกาะร้างอันห่างไกลไร้ผู้คน
"เตรียมพร้อมหรือยัง? แขกกลุ่มแรกกำลังจะมาแล้วนะ" ซูอิงฮุยนั่งยองๆ อยู่บนโขดหิน
ส่วนวั่งไฉกำลังโก่งก้นง่วนอยู่กับการทำอะไรบางอย่างบนพื้นดิน
จะให้ทำอะไรล่ะ
ก็กำลังกางค่ายกลอยู่น่ะสิ
กางค่ายกลที่สามารถกักขังผู้ฝึกตนระดับจินตันได้!
กู้เหยียนชุนเคยสอนพวกเขาไว้ว่า "บางเรื่องน่ะ จะยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้หรอกนะ ตรงกันข้าม เราต้องแสดงความแข็งกร้าวออกมา เพื่อให้ทุกคนรู้ว่า แกไม่ใช่พวกที่จะมาแหยมได้ง่ายๆ..."
"ทำให้พวกมันรู้ซึ้งถึงผลที่ตามมาถ้ากล้ามาแหย่หนวดเสือ ยิ่งพวกมันกลัวแกมากเท่าไหร่ คนที่แกแคร์ก็จะยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น!"
เพียงแต่ว่าครั้งก่อนหน้านี้ เป็นการประกาศศักดาต่อภายในประเทศ
แต่ครั้งนี้ เป้าหมายคือการเผชิญหน้ากับกองทัพผสมจากประเทศมหาอำนาจระดับท็อปของโลก!
"แกคิดว่ากางค่ายกลมันเหมือนเล่นขายของหรือไงวะ? หุบปากแล้วรอเงียบๆ ไปเลย!" วั่งไฉด่ากลับอย่างหัวเสีย
ไอ้คนที่เอาแต่นั่งรอเสือกมาเร่งคนทำงาน!
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?
ค่ายกลที่วั่งไฉกำลังกางอยู่นั้น อาศัยแกนค่ายกลจากกระเบื้องสีดำที่หลี่ชิงอวี้เคยมอบให้มันที่หมู่บ้านเว่ยเจียวาน
ตอนแรกกะว่าจะเอาไว้ใช้ต่อสู้กับจีอวี่ชูซะหน่อย
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้สู้กัน
กลับกลายเป็นว่าช่วยหาเมียให้หลี่ชิงอวี้ซะงั้น
กระเบื้องสีดำแผ่นนี้ ก็เลยตกเป็นสมบัติของวั่งไฉไปโดยปริยาย
"แล้วพวกในประเทศล่ะ เอาไงดี?" จู่ๆ วั่งไฉก็โพล่งถามขึ้นมา
"รอดูสถานการณ์ไปก่อน ถ้าพวกมันแกล้งทำเป็นสู้ไม่เต็มที่ ก็แล้วไป แต่ถ้าพวกมันเอาจริงล่ะก็ ขอโทษด้วยละกัน" ซูอิงฮุยตอบด้วยเสียงเหี้ยม
นักพรตอวี้หลงกับหลี่ชิงอวี้รู้ดีว่าซูอิงฮุยถูกใส่ร้าย
และหยางตงคุนก็เคยบอกไว้ว่า สองศิษย์อาจารย์คู่นี้ตั้งใจจะช่วยแก้ต่างให้ซูอิงฮุย
แต่เบื้องบนกลับไม่ยอมซื้อเรื่องนี้
เขากับวั่งไฉก็เลยกลายเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ดี
"ดูเหมือนว่า ชีวิตของสองศิษย์อาจารย์คู่นี้ในประเทศ จะไม่ได้มีอำนาจล้นฟ้าอย่างที่คิดไว้ซะแล้วสิ" วั่งไฉบ่นพึมพำขณะกำลังจัดแจงค่ายกล
"ก็แหงล่ะ จะมีอำนาจล้นฟ้าได้ไง?"
"ไอ้แก่ยวี้หลงนั่น ก็มีฝีมือแค่ระดับจินตันขั้นกลาง แกไม่ได้ยินที่หยางตงคุนเล่าให้ฟังเหรอ ว่าแต่ก่อนแกเคยซ้อมไอ้แก่นี่มาแล้วน่ะ?"
"ประเทศเราออกจะกว้างใหญ่ไพศาล นอกจากคนรักอิสระแบบลูกพี่คุนแล้ว มันก็ต้องมีระดับจินตันคนอื่นซ่อนอยู่อีกแน่ๆ! เผลอๆ อาจจะมีพวกที่ไม่กินเส้นกับอวี้หลงอยู่ด้วย พอสบโอกาสคราวนี้ ก็เลยถือโอกาสเล่นงานตลบหลังมันซะเลย"
ซูอิงฮุยเป็นคนใจกว้าง แต่ไม่ได้แปลว่าเขาโง่
ปกติเขาแค่เป็นคนสบายๆ อะไรก็ได้ ขี้เกียจจะไปคิดหยุมหยิม
แต่บางเรื่อง เขาก็มองออกได้ทะลุปรุโปร่งเหมือนกัน
ก็ดูอย่างเรื่องที่หลี่ชิงอวี้ส่งทองคำหนักหนึ่งหมื่นชั่งมาให้สิ ยังต้องรายงานเบื้องบนเลย
สองศิษย์อาจารย์คู่นี้ ถึงจะดูมีอำนาจใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วอำนาจนั้นก็มีขีดจำกัด
"ในยามจำเป็น เราอาจจะต้องฆ่าพวกมันทิ้งซะ ถือซะว่าเป็นการมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับสองศิษย์อาจารย์ผู้รักชาตินี่ก็แล้วกัน"
ถึงแม้ซูอิงฮุยจะชอบกดขี่ข่มเหงและกลั่นแกล้งสองศิษย์อาจารย์คู่นี้อยู่บ่อยๆ
แต่เขาก็ต้องยอมรับว่า ทั้งสองคนนี้ช่วยแก้ปัญหาให้เขามานับไม่ถ้วนจริงๆ
และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขายังเป็นคนช่วยดูแลปกป้องครอบครัวของซูอิงฮุยด้วย
จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของวั่งไฉก็ดังขึ้น
แต่มันไม่ใช่เสียงสายเรียกเข้า มันเป็นเสียงแจ้งเตือนข้อความ
ข้อความจากหยางตงคุน เนื้อหาสั้นๆ กระชับได้ใจความ: พี่วั่ง ตอนนี้พวกพี่อยู่ที่ไหน ผมจะไปช่วย ผมสู้ได้สามคนเลยนะ!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ลูกพี่คุนนี่ใจเด็ดจริงๆ ว่ะ!" พอเห็นข้อความ ซูอิงฮุยก็หัวเราะลั่นอย่างอารมณ์ดี
ถึงพวกเขาจะรู้จักกันได้ไม่นาน
แต่สำหรับหยางตงคุนคนนี้ ซูอิงฮุยรู้สึกชอบใจหมอนี่เอามากๆ
รักเพื่อน!
ใจนักเลงสุดๆ!
แต่ในขณะที่ซูอิงฮุยกำลังคิดหาคำตอบเพื่อส่งข้อความกลับไปหาลูกพี่คุนอยู่นั้นเอง
จู่ๆ สีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขากดล็อกหน้าจอโทรศัพท์เก็บใส่กระเป๋าเงียบๆ
แขก มาถึงแล้ว!
"วั่งไฉ อีกนานไหม?"
"แม่งเอ๊ย! ทำไมมากันเร็วจังวะ! ยังไม่เสร็จเลย!"
ซูอิงฮุยถอนหายใจ "แกทำไปก่อนละกัน เดี๋ยวฉันจะออกไปรับหน้าพวกมันเอง!"
สิ้นเสียง ซูอิงฮุยก็ทะยานร่างพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที
เมื่อไต่ระดับขึ้นมาถึงความสูงหนึ่งพันเมตร ร่างกายของเขาก็เปล่งประกายสีเงินวูบวาบ ร่างแยกของเขาปรากฏตัวขึ้นเคียงข้างทันที
หนึ่งคน... สามคน... ห้าคน...
เพียงไม่ถึงห้านาที ร่างคนสิบเจ็ดร่างก็มายืนรายล้อมอยู่รอบตัวเขา
ล้อมกรอบเขาไว้ทุกทิศทาง
"มากันแค่นี้เองเหรอ? คนน้อยไปหน่อยนะ!" ซูอิงฮุยทำหน้าเย้ยหยัน กวาดสายตามองคนเหล่านั้น
นอกจากคนเอเชียสามคนแล้ว ที่เหลือก็เป็นฝรั่งตาน้ำข้าวล้วนๆ
"ซูอิงฮุย แกได้ก่ออาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติแล้ว!"
"จงตามพวกเรากลับไปรับการพิจารณาคดีซะดีๆ!"
ซูอิงฮุยหาวหวอดๆ อย่างเกียจคร้าน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ "อ้อ"
"ตอนนี้ฉันติดธุระอยู่ว่ะ ไม่มีเวลาไปหรอก เอาเป็นว่าพวกแกกลับไปก่อน แล้วอีกสองสามวันฉันจะแวะไปหาพวกแกเอง ดีมะ?"
จังหวะนั้นเอง หญิงวัยกลางคนชาวเอเชียคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมา "สหายซู อย่าพยายามขัดขืนให้เหนื่อยเปล่าเลย"
หญิงวัยกลางคนผู้นี้สวมชุดนักพรตสีเรียบๆ ไม่มีลวดลายหรือเครื่องประดับใดๆ ให้รกรุงรัง
ในมือถือแส้ปัดรังควานที่ดูประณีต เส้นใยสีขาวพลิ้วไหวไปตามสายลม
ใบหน้าของนางดูอ่อนโยนและใจดี ให้ความรู้สึกเป็นมิตรและอบอุ่น
หญิงวัยกลางคนผู้นี้มีฉายาว่าจิ้งซู เป็นผู้ฝึกตนระดับจินตันจากประเทศจีน
และนางก็เป็นหนึ่งในสามจินตัน ที่เคยร่วมมือกับนักพรตอวี้หลง ต่อต้านการโจมตีของดอกบัวแดงที่เมืองหลวงนั่นเอง
"ป้าชื่ออะไรล่ะ?" ซูอิงฮุยหรี่ตาถาม
"นักพรตจิ้งซู" จิ้งซูค้อมศีรษะทักทายซูอิงฮุย
"จิ้งซูงั้นเหรอ ชื่อเพราะดีนี่" ซูอิงฮุยพยักหน้า
แต่วินาทีถัดมา ประโยคคำพูดของซูอิงฮุย กลับทำเอาใบหน้าของจิ้งซูเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำด้วยความโกรธ
"ป้าอายุขนาดนี้แล้ว ยังมีประจำเดือนอยู่ไหมเนี่ย ยังพอจะเบ่งลูกไหวหรือเปล่า?"
"ถ้ายังไหว จะลองไปผลิตลูกชายอ้วนจ้ำม่ำกับตาแก่ยวี้หลงสักคนดูไหมล่ะ เป็นไง?"
"ดูทรงแล้ว ป้ากับตาลุงนั่นก็ดูเหมาะสมกันดีนะ"
พอเจอสีหน้ายียวนกวนประสาทของซูอิงฮุย บวกกับคำพูดจาแทะโลมลามกอนาจารเหล่านั้นเข้าไป
อารมณ์โกรธของจิ้งซูก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที!
"อมิตาพุทธ ประสิกซู โปรดอย่าได้..." จังหวะนั้นเอง พระชราที่ยืนอยู่ข้างๆ จิ้งซูก็พยายามจะเอ่ยห้ามปราม
พระชรารูปนี้ก็เป็นหนึ่งในสามจินตันที่ร่วมต้านทานดอกบัวแดงเช่นกัน มีฉายาว่า: อู๋ขู่
แต่ยังไม่ทันที่พระชราจะพูดจบ ซูอิงฮุยก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
"อ๋ออออ! มิน่าล่ะ ป้าถึงได้เมินตาแก่ยวี้หลงน่ะ!"
"ที่แท้ก็แอบมากินตับกับหลวงพ่ออ้วนรูปนี้นี่เอง!"
"ไหนๆ สารภาพมาซิ ป้ากับหลวงพ่อ แอบไปผลิตลูกเณรน้อยมาแล้วกี่คนล่ะฮะ!"
พอประโยคนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน
ผลิตลูกเณรน้อย?
ส่วนพวกฝรั่งตาน้ำข้าวที่มาจากชาติตะวันตก ต่างก็ทำหน้ายิ้มกริ่ม มองหน้าจิ้งซูกับอู๋ขู่อย่างมีเลศนัย
มองดูคนชาติเดียวกันกัดกันเองอย่างสนุกสนาน
วินาทีถัดมา ซูอิงฮุยก็หันขวับไปมองพวกฝรั่งรอบๆ บ้าง
"ดูหน้าพวกแกคุ้นๆ นะเนี่ย ฉันเคยเจอพวกแกที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าวะ?" ซูอิงฮุยยิ้มถาม
"อ๋อ! นึกออกแล้ว!"
"ฉันเคยเห็นพวกแกในหนังโป๊ไงล่ะ! แอคติ้งพวกแกในนั้นแจ่มเอาเรื่องเลยนะ!"
"โดยเฉพาะฉากหนังคนปะฉะดะกับสัตว์ของพวกแกน่ะ แม่งโคตรมันส์เลยว่ะ!"
หนังโป๊?
คนปะฉะดะกับสัตว์?
ทุกคนงงเป็นไก่ตาแตกไปชั่วขณะ ไม่เข้าใจว่าซูอิงฮุยกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร
จนกระทั่งผ่านไปหลายสิบวินาที ในที่สุดก็มีคนเก็ตความหมาย
ต่างก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ!
"ซูอิงฮุย! แกรนหาที่ตายนักนะ...!"
"พวกเราจะจัดการสังหารแกตรงนี้เลย...!"
"วันนี้แกต้องตายสถานเดียว! ต่อให้เป็นพระเจ้าลงมาโปรด แกก็ไม่รอดหรอก...!"
……
(จบแล้ว)