เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 304 - ซุนเต๋อเซิ่ง

บทที่ 304 - ซุนเต๋อเซิ่ง

บทที่ 304 - ซุนเต๋อเซิ่ง


บทที่ 304 - ซุนเต๋อเซิ่ง

ภายในห้องโดยสารของรถยนต์เงียบสงัด

มีเพียงเสียงเพลงที่เปิดวนไปวนมาอย่างต่อเนื่อง

คำถามของวั่งไฉนับว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก และในขณะเดียวกันก็ต้องใช้สมองอย่างหนัก

"เฉาซิน เธอคิดว่าไง?" ซูอิงฮุยหันไปถามเฉาซิน

"ฉัน... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ฉันไม่เคยเป็นข้าราชการ" เฉาซินหน้าแดงระเรื่อ รู้สึกเขินอายเล็กน้อย

ซูอิงฮุยหันไปมองต้นตอของคำถาม นั่นคือวั่งไฉ!

วั่งไฉเบือนหน้าหนี แกล้งทำเป็นมองไม่เห็น

ผ่านไปเนิ่นนาน ซูอิงฮุยก็เอ่ยปากพูดขึ้น "ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รื้อถอนก่อนเลย!"

"รื้อที่ไหน?" วั่งไฉถาม

"รื้อหมู่บ้านไต้เจีย!"

...

วันนี้ซุนเต๋อเซิ่งรู้สึกเหมือนโดนหมาเลียหน้าจริงๆ

เดิมทีเขากำลังประชุมอยู่ดีๆ จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากทางมณฑล

เนื้อหาในโทรศัพท์กระชับสั้นได้ใจความ

ความหมายคร่าวๆ ก็คือ: จะมีนายกเทศมนตรีคนใหม่มารับตำแหน่งในเร็วๆ นี้

ซุนเต๋อเซิ่งมีสองทางเลือก:

ทางเลือกแรก: ย้ายไปทำงานที่เมืองหลวงชั่วคราว เลื่อนขั้นขึ้นหนึ่งระดับ

ทางเลือกที่สอง: รั้งตำแหน่งเดิมคอยเป็นผู้ช่วยนายกเทศมนตรีคนใหม่ ระดับชั้นยังคงเดิม แต่ตำแหน่งเปลี่ยนเป็นรองนายกเทศมนตรี

ซุนเต๋อเซิ่งไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมการโยกย้ายตำแหน่งถึงได้กะทันหันขนาดนี้

แถมยังมีทางเลือกให้เลือกอีกต่างหาก

นี่มันเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ชัดๆ!

ซุนเต๋อเซิ่งอยากจะถามถึงสาเหตุ แต่เขารู้สึกว่าเรื่องนี้มันมีลับลมคมใน ก็เลยไม่กล้าเอ่ยปาก

ส่วนไอ้ที่เรียกว่าทางเลือกนั้น คนปกติทั่วไปก็คงจะเลือกข้อแรกกันทั้งนั้น

แต่มันก็ไปสอดคล้องกับคำพังเพยเก่าแก่ที่ว่า: ยอมเป็นหัวไก่ ดีกว่าเป็นหางหงส์!

หากไปรับตำแหน่งที่เมืองหลวง ซุนเต๋อเซิ่งมีโอกาสแปดเก้าในสิบที่จะพบกับจุดจบอันหนาวเหน็บ

แต่ถ้าไม่ไป แล้วต้องมาโดนลดขั้นโดยไม่มีเหตุผล ซุนเต๋อเซิ่งก็ทำใจรับได้ยากเช่นกัน

"ผมขอเวลาคิดหน่อยได้ไหมครับ?" นี่คือคำพูดเดิมของซุนเต๋อเซิ่ง

ในฐานะที่เป็นเสือเฒ่าในแวดวงราชการ สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดก็คือการพูดอะไรมัดตัวจนดิ้นไม่หลุด!

ช่วงหลายปีมานี้ ซุนเต๋อเซิ่งก็ไม่ได้ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆ เขาตั้งใจจะอาศัยคอนเนคชั่นจากเพื่อนฝูงหลายๆ ฝ่าย เพื่อสืบดูว่าเรื่องราวที่แท้จริงมันเป็นยังไงกันแน่

"คุณมีเวลาพิจารณาแค่หนึ่งชั่วโมง" จากนั้นสายก็ถูกตัดไป

ซุนเต๋อเซิ่งขมวดคิ้วแน่น เดินออกจากห้องประชุมที่ยังไม่จบลงทันที

แล้วเริ่มโทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากทั่วสารทิศ

ทว่า ซุนเต๋อเซิ่งโทรจนสายแทบไหม้ ก็ยังไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย

แม้แต่อดีตเจ้านายเก่าของเขาก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เผลอๆ อาจจะไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อนด้วยซ้ำ

เรื่องนี้ทำให้ซุนเต๋อเซิ่งถึงกับกุมขมับ ชั่วขณะหนึ่งเขาไม่รู้จะทำยังไงดี

เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า

ซุนเต๋อเซิ่งร้อนรนจนเหงื่อแตกพลั่ก

จู่ๆ เขาก็นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเมื่อไม่นานมานี้

ตอนนั้นก็เป็นทางมณฑลที่ข้ามหัวเขามาออกคำสั่งโดยตรง

ไม่เพียงแต่ออกคำสั่งให้ตำรวจไปจับกุมคนสองคนที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง

และโรงเรียนนั้นก็มีครูสาวหายตัวไปในวันเดียวกันอีกด้วย

ซ้ำยังมีเฮลิคอปเตอร์บินเข้ามาในตัวเมือง แล้วจอดลงกลางโรงเรียนเลย

"หรือว่า สองเรื่องนี้มันจะเกี่ยวข้องกัน?" ซุนเต๋อเซิ่งขมวดคิ้ว

เรื่องราวในตอนนั้น ซุนเต๋อเซิ่งก็พอจะรู้อยู่บ้าง หรือมีคนเดาว่าต้องเป็นบุคคลระดับบิ๊กมาจัดการธุระแน่ๆ

บุคคลระดับบิ๊ก?

บุคคลระดับบิ๊ก!

ตาของซุนเต๋อเซิ่งเป็นประกาย หรือว่าบุคคลระดับบิ๊กคนนี้ จะเป็นนายกเทศมนตรีคนใหม่ที่มาเสียบแทนตำแหน่งเขากันนะ?

พอคิดถึงเรื่องนี้ หัวใจของซุนเต๋อเซิ่งก็เต้นรัวขึ้นมาทันที

ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ส่วนตัวของซุนเต๋อเซิ่งก็ดังขึ้น คนที่โทรมาก็คืออดีตเจ้านายเก่าของเขานั่นเอง

"ฮัลโหล หลิวเหล่า สืบเจออะไรบ้างไหมครับ?" ซุนเต๋อเซิ่งรีบถาม

"เสี่ยวซุนเอ๊ย ฉันบอกอะไรมากไม่ได้หรอกนะ จะเลือกยังไง ก็ลองตัดสินใจดูเอาเองแล้วกัน" หลิวเหล่าพูดจบประโยคนี้ ก็ชิงวางสายไปเลย

หลิวเหล่ากับซุนเต๋อเซิ่งต่างก็เป็นคนฉลาดด้วยกันทั้งคู่

แต่แค่ประโยคสั้นๆ ประโยคเดียวนี้ ก็แฝงข้อมูลไว้มหาศาลแล้ว

บอกมากไม่ได้: ก็หมายความว่าคนๆ นี้มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา ยิ่งใหญ่มาก!

ส่วนเรื่องที่ให้ตัดสินใจเอง: จากความเข้าใจที่ซุนเต๋อเซิ่งมีต่ออดีตเจ้านาย ปกติแล้วคำว่า 'ลองตัดสินใจดูเอาเอง' ก็คือการบอกใบ้ให้เขายอมถอยสักก้าว

การยอมถอยสักก้าวในที่นี้ก็คือ: ยอมรับการโดนลดขั้น!

ซุนเต๋อเซิ่งตัดสินใจอย่างเด็ดขาด รีบโทรกลับไปหาทางมณฑล ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า: "ท่านครับ ผมยินดีรั้งตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมือง QL ครับ!"

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยว่า: "นายกเทศมนตรีซุน คุณฉลาดมาก"

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ซุนเต๋อเซิ่งก็ดีใจจนเนื้อเต้น!

เลือกถูกจริงๆ ด้วย!

"แต่ว่า นายกเทศมนตรีซุน จะดำรงตำแหน่งที่นั่นต่อไปได้หรือไม่ ก็ต้องดูผลงานของคุณแล้วล่ะนะ"

"ที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องดูว่าคนๆ นั้นถูกใจคุณหรือเปล่า"

น้ำเสียงปลายสายแฝงความนัยลึกซึ้ง "ผมส่งข้อมูลให้คุณแล้วนะ ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้ว รองนายกเทศมนตรีซุน"

จากนั้นสายก็ถูกตัดไป

ในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์มือถือของซุนเต๋อเซิ่งก็ได้รับข้อความมัลติมีเดีย

ด้านบนเป็นรูปถ่ายของชายหนุ่มคนหนึ่ง นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีประวัติอะไรเพิ่มเติมเลย

ตามมาติดๆ ด้วยข้อความที่สอง

ซึ่งเนื้อหาก็สั้นกระชับ สั้นจนไม่รู้จะสั้นยังไง

มีแค่ข้อความสั้นๆ: ชื่อ: ซูอิงฮุย

ซุนเต๋อเซิ่งมองดูข้อมูลอันสั้นกุดบนหน้าจอมือถือ พลางกลืนน้ำลายเอื้อก

นี่... แค่นี้เองเหรอ?

แต่เมื่อนึกถึงคำพูดที่คนปลายสายพูด ซุนเต๋อเซิ่งก็เรียกสติกลับมาเต็มร้อย จ้องมองรูปถ่ายใบนั้นตาไม่กะพริบ

ตอนนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตูห้องทำงานของซุนเต๋อเซิ่งดังขึ้น

ซุนเต๋อเซิ่งสะดุ้งโหยง นึกว่าเป็นซูอิงฮุยมาถึงแล้ว จึงรีบผุดลุกขึ้นยืน

ทว่าคนที่มากลับเป็นเลขาของเขา "นายกเทศมนตรีซุนคะ การประชุมเรื่องโรงงานแป้งยังจะดำเนินการต่อไหมคะ?"

"ทางฝั่งนั้นรอมาตั้งนานแล้วค่ะ"

ซุนเต๋อเซิ่งของขึ้นทันที "ไม่ปงไม่ประชุมมันแล้ว! ประชุมบ้าประชุมบออะไร ให้พวกเขากลับบ้านไปเลย เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง!"

ซุนเต๋อเซิ่งลุกขึ้นยืน หมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกไปข้างนอกห้องทำงานทันที

พอเดินมาถึงประตู เขาก็หันกลับมามองเลขา "แล้วก็ ต่อไปนี้ให้เรียกฉันว่ารองนายกเทศมนตรีนะ ฉันโดนลดขั้นแล้ว!"

ทิ้งให้เลยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น ไม่รู้จะทำยังไงดี

...

หน้าหมู่บ้านไต้เจีย

รถคันหนึ่งแล่นมาจอดตรงทางเข้าหมู่บ้าน

"แม่งเอ๊ย ในที่สุดก็ถึงบ้านสักที!"

ช่วงหลายวันมานี้พวกเขาเอาแต่ขับรถ แทบจะไม่ได้ลงจากรถเลย

ตอนแรกๆ ทุกคนก็ยังคึกคักอยู่หรอก แต่พอหลังๆ ก็เริ่มจะเบื่อหน่ายกันแล้ว

"มันเป็นเพราะแกงกนั่นแหละ เสียดายรถออดี้คันนี้! ไม่งั้นนั่งเครื่องบินมาสบายกว่าตั้งเยอะ!" วั่งไฉสบถด่าอย่างหัวเสีย

ไอ้เวรซูอิงฮุยนั่น ตั้งแต่ไปขับรถออดี้มาจากในคฤหาสน์ ก็ยืนกรานว่าจะขับกลับบ้านให้ได้

"แกนี่มันลืมความลำบากตอนที่พวกเราขับรถตู้เก่าๆ แล้วใช่ไหมฮะ? นี่มันออดี้นะโว้ย! รถเก๋งหรูเลยนะเว้ย!!" พอโดนวั่งไฉด่า ซูอิงฮุยก็ไม่ยอมแพ้เถียงกลับทันที

วั่งไฉฟังแล้วมุมปากกระตุกยิกๆ

ให้งั้นเหรอ?

ให้ก็เหี้ยแล้ว!

แกเล่นกระชากคอเสื้อเขา หมัดแทบจะกระแทกหน้าเขาอยู่แล้ว เขาจะไม่ให้แกได้ยังไงเล่า?

"เอาเถอะน่า ยังไงซะก็มาถึงแล้วนี่นา" เฉาซินพูดกลั้วหัวเราะ

"นี่คือที่ที่ซูอิงฮุยเกิดเหรอคะ? บรรยากาศดีจังเลย!" เฉาซินเดินลงจากรถมาบิดขี้เกียจ

เมื่อมองเห็นเอวคอดกิ่วกับสะดือที่โผล่พ้นเสื้อมาอย่างไม่ตั้งใจของเฉาซิน ซูอิงฮุยก็หน้าแดงระเรื่อ รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที

วั่งไฉทำหน้าหมั่นไส้ "แกจะมาทำเป็นแกล้งเก๊กทำไมวะ! อย่าคิดนะว่าบิดาไม่รู้ ว่าแกสองคนเคยอาบน้ำด้วยกันมาแล้ว!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 304 - ซุนเต๋อเซิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว