เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 13 ทั้งห้าคนลงมือ !

ตอนที่ 13 ทั้งห้าคนลงมือ !

ตอนที่ 13 ทั้งห้าคนลงมือ !


ตอนที่ 13 ทั้งห้าคนลงมือ !

เพื่อเตรียมใส่อาหารที่อาจหาได้ในระหว่างทาง อาจารย์จางจึงเตรียมถุงกระสอบขนาดใหญ่หลายใบ ทั้งถุงใส่ปุ๋ยและถุงตาข่ายแจกจ่ายให้กับศึกษาก่อนออกเดินทาง

บนรถไฟ แม้อะไรหลาย ๆ อย่างอาจหาไม่ได้ แต่กระสอบเหล่านี้มีให้เก็บอยู่ไม่น้อย

"เมื่อวานนี้มีคนตายไปเท่าไหร่กันแน่..."

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ภาพที่เห็นยิ่งทำให้ทุกคนใจสั่นและหวาดกลัว

ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยศพ

ทั้งศพมนุษย์และศพของด้วงยักษ์ บริเวณช่วงหน้าของขบวนรถไฟที่หลุดจากราง รถไฟได้ชนพื้นดินอย่างรุนแรงทำให้ตัวรถบิดเบี้ยวและเสียรูป

พวกเขาทั้งห้าคนเดินตามกันไป พร้อมมองผ่านหน้าต่างที่พังเสียหายจากแรงกระแทกเข้าไปข้างใน

สิ่งที่เห็นคือภาพนรกบนดิน

เลือดสีแดงสดกระจายเต็มทุกทิศทาง

ศพมนุษย์มากมายปะปนอยู่กับสิ่งของที่กระจัดกระจาย บ้างก็หงาย บ้างก็คว่ำ เลือดสด ๆ สาดเปื้อนเพดานและบนพื้นรถไฟ

แม้ยังไม่ทันเข้าใกล้ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งก็พุ่งเข้าจมูกจนแทบกลั้นหายใจไม่อยู่

“ดูเหมือนคนเหล่านี้จะไม่ได้ถูกด้วงยักษ์ฆ่า แต่น่าจะตายเพราะแรงกระแทกที่รุนแรง”

อาจารย์จางกวาดสายตามองศพที่ดวงตายังลืมค้างอยู่และหลบสายตานั้นด้วยความอึดอัดใจจนต้องหันหน้าไปทางอื่น

"หายใจลึก ๆ ...หายใจ..."

นักศึกษาคนอื่น ๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา และพยายามปรับลมหายใจเพื่อระงับอาการคลื่นไส้อาเจียน

เมื่อไม่นานนัก ตู้รถไฟห้องที่มีหมายเลข "5" ติดอยู่ ก็ปรากฏขึ้นในสายตา

"ถึงตู้เสบียงแล้ว" อาจารย์จางพูดขึ้น

ตู้เสบียงเอียงอยู่ในมุม 45 องศา เกือบชนพื้นดิน

ทั้งห้าคนเดินอ้อมมาทางฝั่งหน้าต่างที่หันขึ้นฟ้า หลังจากนั้นก็พบขอบหน้าต่างที่เสียหายจนสามารถมองเข้าไปด้านในได้

สิ่งที่เห็นคือ ตู้รถไฟที่ถูกกระแทกรุนแรงจนทำให้โต๊ะ เก้าอี้ เคาน์เตอร์ รวมถึงศพมนุษย์กระเด็นหลุดจากที่เดิม

พวกมันทั้งหมดกองรวมกันอยู่บนทางเดินจนแน่นหนา ทำให้ไม่สามารถเดินผ่านจากตู้หมายเลข 5 ไปยังห้องครัวได้

“ต้องลองจากด้านท้ายของตู้ที่ 4 ดู ทางเข้าห้องครัวจากตู้ที่ 5 โดนขวางหมดแล้ว”

อาจารย์จางยื่นหัวเข้าไปสำรวจสภาพอย่างมั่นใจ ก่อนจะได้ข้อสรุป

กองเศษซากที่อัดแน่นกันอยู่ไม่ใช่แค่หลายตัน ต่อให้พวกเขาที่มีพลังพิเศษ มีร่างกายที่เหนือกว่าคนธรรมดา ก็ไม่มีทางย้ายมันออกได้ภายในเวลาอันสั้น

ยิ่งไปกว่านั้น เศษซากเหล่านี้ยังติดแน่นกับผนังรถไฟจนแทบไม่มีช่องให้ดึงออกมา

"หืม ? ของดีนี่"

ดวงตาของหลินเทียนเหอเปล่งประกายขึ้นมาทันที เขาหยิบถุงขนมไข่เค็ม พวกน้ำสมุนไพร และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่กล่องแตกออกมาจากกองเศษซาก

เขาเก็บอาหารที่เจอใส่กระเป๋าเป้ ก่อนเดินตามคนอื่น ๆ และมุ่งหน้าไปยังตู้หมายเลข 4

สภาพของตู้หมายเลข 4 กลับซับซ้อนยิ่งกว่า

แต่โชคดีที่เศษซากส่วนใหญ่ติดอยู่ด้านหน้า พื้นที่ด้านหลังยังพอมีช่องให้ผ่านไปได้

ต่างจากตู้หมายเลข 5 ที่มีผู้โดยสารน้อย ส่วนตู้หมายเลข 4 กลับเต็มไปด้วยศพมนุษย์จำนวนมาก ส่งกลิ่นเหม็นโชยออกมา

“เหม็นก็เหม็น แต่อย่างน้อยก็เข้าได้ หน้าต่างที่ไปยังห้องครัวของตู้หมายเลข 5 น่าจะพังเข้าไปได้ เดี๋ยวฉันลองดูก่อน”

อาจารย์จางพูดขึ้น ก่อนจะสวมหน้ากากปิดจมูกปีนผ่านหน้าต่างที่เสียหายเข้าไป

หานหนิงส่งนักรบโครงกระดูกเข้าไปก่อน จากนั้นเขาและนักศึกษาคนอื่น ๆ ก็เดินตามเข้าไป

เมื่อทั้งหมดเข้ามาทางด้านหลังของตู้หมายเลข 4 ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้นมาทันที

ตอนที่พวกเขาปีนเข้ามา รถไฟสั่นเล็กน้อย ทำให้ร่างของศพหล่นกระแทกลงไปยังอีกจุดหนึ่ง

เมื่อศพตกลงมานั้น ทำให้เห็นถึงบาดแผลฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยเลือดสดบนหลังของศพ

“นี่มัน...”

ด้วงตัวอ่อนขนาดเท่าหัวแม่มือจำนวนมาก กำลังค่อย ๆ เลื้อยเข้าออกจากบาดแผลตามร่างของศพ

ไม่ใช่แค่ศพเดียว แต่ทุกศพที่มองเห็น ต่างมีด้วงตัวอ่อนเหล่านี้เกาะอยู่ตามแผล

สายตาของทุกคนเปลี่ยนไป

พวกเขาพบว่า บริเวณบาดแผลของทุกศพ ล้วนมีด้วงตัวอ่อนลักษณะเดียวกันเกาะอยู่ มันกระจายตัวอยู่หนาแน่นจนทำให้ทุกคนรู้สึกขนลุกซู่ราวกับมีอะไรมาไต่ตามผิวหนัง

“หวี่ หวี่ หวี่”

การมาถึงของพวกเขาดูเหมือนจะมารบกวนผู้อยู่อาศัยในที่แห่งนี้

จากเศษซากที่กองระเกะระกะภายในตู้หมายเลข 4 มีเสียงปีกสั่นไหวดังขึ้นมาเบา ๆ

ทันใดนั้น ด้วงยักษ์นับสิบตัวบินออกมาจากกองเศษซากในรถไฟ พุ่งตรงไปยังหานหนิงและกลุ่มของเขา

“ให้ตายสิ ! ที่แท้พวกมันใช้ศพมนุษย์เป็นรังฟักตัวอ่อน !” หานหนิงสบถอยู่ครู่หนึ่ง พร้อมสั่งนักรบโครงกระดูกให้เข้าไปป้องกัน

นี่ไม่ใช่ความผิดของอาจารย์จางที่ไม่ทันสังเกตเห็นจากข้างนอก ด้วงตัวอ่อนเหล่านี้กลมกลืนไปกับบาดแผลที่เปื้อนเลือด

ทันที่พูดจบลง

ทันใดนั้น ก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น

ด้วงยักษ์ตัวใหญ่กว่าทุกตัวที่เคยเห็น โผล่ออกมาจากกองศพด้านหน้า มันมีลำตัวอ้วนกลมมีแสงจาง ๆ บินวนอยู่หลังกลุ่มของแมลงตัวอื่น ๆ

“ถอย ! ถอยออกไป ! ที่นี่แคบเกินไป สู้ไม่สะดวก !”

อาจารย์จางออกคำสั่ง พร้อมส่งสัญญาณให้เหล่าลูกทีมถอยไปยังพื้นที่เปิดโล่งด้านนอก

ขณะที่แนวหน้าของนักรบโครงกระดูกกำลังต่อสู้กับฝูงด้วงยักษ์ที่พุ่งเข้ามาอย่างดุเดือด กลุ่มทั้งห้าคนก็รีบฉวยโอกาสปีนหน้าต่างกลับออกมาด้านนอกทันที

เมื่อหานหนิงตั้งสติและเตรียมควบคุมนักรบโครงกระดูกให้ถอยกลับ เขาก็พบว่านักรบโครงกระดูกตัวนี้แข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง ด้วงยักษ์ที่ชอบดูดเลือดก็ไม่สามารถทำอะไรนักรบโครงกระดูกได้

เหมือนสุนัขที่พยายามกัดเม่น ปากที่แหลมคมของด้วงยักษ์กัดลงบนโครงกระดูกที่แข็งแกร่ง แต่กลับทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนตื้น ๆ เท่านั้น

แต่ถึงกระนั้น โครงกระดูกเพียงตัวเดียวก็ยากที่จะต้านทานฝูงด้วงยักษ์นับสิบตัวได้ สุดท้ายมันถูกโจมตีจนต้องถอยร่นไปทีละน้อย

“ถ้าจัดการพวกมันไม่ได้ เราก็ไม่มีทางเข้าไปข้างในได้เลย”

“หานหนิง นายใช้นักรบโครงกระดูกล่อพวกมันออกมา เราจะจัดการทีละตัว” อาจารย์จางเสนอแผน

“ได้ !”

หานหนิงสังเกตเห็นหมอกสีเทาที่ปกคลุมร่างของนักรบโครงกระดูกเริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขารู้ได้ทันทีว่ามันใกล้จะหมดแรงแล้ว จึงรีบสั่งให้มันปีนออกจากในห้องทันที

ในจังหวะที่มันเดินโซเซก็ปีนออกจากห้องได้สำเร็จ ด้วงยักษ์อีกห้าตัวยังคงเกาะติดอยู่บนร่างของมันแน่น

ร่างกายที่เล็กอยู่แล้วของมันแทบจะถูกฝูงด้วงยักษ์เหล่านั้นปกคลุมจนมิด

เมื่อเห็นเช่นนี้ผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ข้างนอก ก็รีบใช้พลังของตัวเองเพื่อโจมตีด้วงยักษ์ทันที

หานหนิงดึงหน้าไม้โลหะ เล็งไปที่ด้วงยักษ์ตัวหนึ่งและเหนี่ยวไกยิง

อาจารย์จางใช้พลังพิเศษทำให้แขนและหมัดของเขากลายเป็นสีเทาแข็งเหมือนหิน ก่อนกระหน่ำทุบลงไปอย่างรุนแรง

หลินเทียนเหอยกมือขึ้น ปล่อยพลังเถาวัลย์สีเขียวอมม่วงที่เต็มไปด้วยหนามเล็ก ๆ ออกมาพันรอบด้วงยักษ์สองตัวจนดิ้นไม่หลุด

โจวหยู หรือที่ทุกคนเรียกกันว่า “เหล่าหลาย” มีพลังพิเศษไม่เหมือนใคร ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มอย่างรวดเร็ว

ดวงตาของเขากลอกไปมา ก่อนจะหยิบขวานดับเพลิงที่พกติดไว้ที่เอวออกมา จากนั้นก้าวไปข้างหน้าเพียงสองก้าวแล้วฟาดฟันอย่างดุดันลงบนส่วนหลังของด้วงตัวหนึ่ง

ฉัวะ !

ด้วยแรงฟันของขวานดับเพลิง คมขวานผ่าลงบนแผ่นหลังของด้วงยักษ์ตัวนั้นจนกระดองแตกออกมาอย่างน่าสยดสยองและแยกเป็นรอยร้าวก่อนจะระเบิดกระจายเป็นเศษชิ้นเล็ก ๆ หลายสิบชิ้น

เพื่อนคนสุดท้าย เสียวหมิงหวังสะบัดมือทั้งสองข้างเข้าหากัน ก่อนจะปล่อยใบมีดอากาศขนาดเท่าฝ่ามือที่โปร่งแสงออกมา มันพุ่งตรงไปยังด้วงยักษ์ที่หลินเทียนเหอกำลังควบคุมไว้ชั่วคราว

"ฮ่า ! "

เลือดน้ำเน่าจากด้วงยักษ์นั้นส่งกลิ่นคาวคลุ้งกระเด็นออกมา !

พวกเขาทั้งห้าคนลงมือฆ่าด้วงยักษ์พร้อมกัน ภายในชั่วพริบตา !

จบบทที่ ตอนที่ 13 ทั้งห้าคนลงมือ !

คัดลอกลิงก์แล้ว