- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 112 - ทวงหนี้!
บทที่ 112 - ทวงหนี้!
บทที่ 112 - ทวงหนี้!
บทที่ 112 - ทวงหนี้!
ท้ายที่สุด ภายใต้การไกล่เกลี่ยกึ่ง "บังคับ" ของตำรวจจราจร หญิงสาวก็จำใจต้องยอมรับข้อเสนอ
นั่นคือ เธอจะยอมให้ซูอิงฮุยตรวจกระเป๋าของเธอ แลกกับการที่ซูอิงฮุยต้องยอมให้เธอตรวจโทรศัพท์ของเขา
แต่ซูอิงฮุยกลับแสยะยิ้มเยาะ "เธอจะยอมรับก็เรื่องของเธอสิ ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน! ฉันตั้งใจจะลากเธอเข้าซังเตไปด้วยกันอยู่แล้ว! ฉันไม่แคร์หรอกนะ ยังไงฉันก็เป็นแค่นักท่องเที่ยว พอดีเลย กำลังหาที่ซุกหัวนอนฟรีๆ อยู่พอดี" จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับตำรวจจราจร "คุณตำรวจ ช่วยติดต่อสายตรวจให้หน่อยสิครับ อ้อ! เมื่อกี้เรามีเรื่องชกต่อยกันด้วยนี่นา งั้นรบกวนแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเพิ่มเข้าไปด้วยเลยนะครับ ติดคุกสักสองสามเดือนก็ไม่เลวนะ"
คำพูดนี้ทำเอาทุกคนถึงกับอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน นี่มันกะจะเอาให้ตายกันไปข้างนึงเลยหรือไง!
หญิงสาวกรีดร้องขึ้นมาทันที "แล้วแกจะเอายังไงกันแน่...!"
หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า! ทำไมถึงต้องมาเจอไอ้โรคจิตแบบนี้ด้วย!
เธอแค่ขอตรวจโทรศัพท์เขาหน่อยเดียว ไม่ได้ไปทำอะไรเสียหายร้ายแรงสักหน่อย!
ชายหนุ่มที่มาด้วยกันก็ขมวดคิ้วพูดอย่างไม่พอใจ "แกอย่ามาทำได้คืบจะเอาศอกนะ! เราอุตส่าห์ยอมถอยให้แล้ว!"
ซูอิงฮุยหัวเราะร่วน "ฉันไม่รู้จักแกนะไอ้ลูกหมา! แต่นังเด็กนี่น่าจะยังเป็นนักศึกษาอยู่ใช่ไหม? ลองนึกภาพดูสิ นักศึกษาติดคุกคดีทำร้ายร่างกาย แล้วกลับไปเรียนต่อ คงเหมือนได้พักร้อนยาวๆ เลยเนอะ!"
พอซูอิงฮุยเริ่มพ่นคำด่าทอหยาบคายออกมา ตำรวจจราจรก็ขมวดคิ้วเตือน "คุณครับ ระวังคำพูดด้วย!"
ซูอิงฮุยที่เมื่อกี้ยังยิ้มระรื่น จู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นดุดัน "ฉันมีเวลาเล่นกับพวกแกถมเถ! ขอบอกไว้เลยนะ ฉันจะไปดักรอที่หน้าโรงเรียนพวกแกทุกวัน! จะเอาป้ายไปแขวน จะเอาผ้าสีไปผูกประจานให้ดู!"
"แล้วฉันก็จะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทพวกแกด้วย! รอรับหมายศาลได้เลย! ถึงจะเอาผิดพวกแกไม่ได้ แต่ฉันจะทำทุกวิถีทางเพื่อป่วนประสาทพวกแกให้ถึงที่สุด!"
ถ่อย! นี่มันวิธีการของพวกอันธพาลชัดๆ!
หญิงสาวเพิ่งจะอ้าปากเตรียมจะด่ากลับ ก็ไปสบตาเข้ากับซูอิงฮุยพอดี แววตาดุดันและอำมหิตของเขา ราวกับพร้อมจะฆ่าเธอให้ตายได้ทุกเมื่อ ทำเอาเธอรู้สึกหวาดกลัวจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องพูด "งั้น... งั้นแกต้องการอะไร เรื่องนี้ถึงจะจบ?"
ซูอิงฮุยหันไปถามตำรวจจราจร "คุณตำรวจครับ ตอนนี้ผมขอเสนอเงื่อนไขได้หรือยังครับ?"
ถึงตำรวจจราจรจะไม่ชอบใจทัศนคติของซูอิงฮุยนัก แต่ก็ตอบกลับไปว่า "พวกคุณตกลงกันเองเถอะ ถ้าตกลงกันได้ก็ดี เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ ไม่ต้องถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลหรอก เข้าไปอยู่ในนั้นมันไม่สนุกหรอกนะ"
ซูอิงฮุยจ้องมองกระเป๋าของหญิงสาว "ฉันต้องการตรวจกระเป๋าเธอ! แต่โทรศัพท์ฉัน ไม่มีทางให้พวกแกดูเด็ดขาด! แค่นี้แหละ ทำได้เรื่องก็จบ ทำไม่ได้เราก็ไปเจอกันในห้องขัง!"
ซูอิงฮุยทำตัวเป็นหมูไม่กลัวน้ำร้อน กวนประสาทหญิงสาวและแฟนหนุ่มจนแทบจะคลั่ง
ทำไมต้องมาเจอไอ้บ้าที่ไม่ยอมรับฟังเหตุผลแบบนี้ด้วยนะ?
แถมยังทำตัวไร้การศึกษาสิ้นดี!
"ดูสิ! อยากดูก็ดูไปเลย! เอาไปให้หมดเลย!" หญิงสาวทนความกดดันไม่ไหว กระแทกกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างแรง น้ำตาแห่งความคับแค้นใจไหลพรากออกมา!
"ทั้งที่... ทั้งที่แกเป็นคนแอบถ่ายรูปฉันก่อนแท้ๆ! ฮือๆๆ...!" หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้โฮอยู่กับพื้น
แฟนหนุ่มหันไปถลึงตาใส่ซูอิงฮุยอย่างอาฆาตแค้น ก่อนจะย่อตัวลงไปปลอบใจแฟนสาว "ไม่เป็นไรนะที่รัก ถือซะว่าวันนี้เราดวงซวยไปเจอหมาบ้าเข้า ไม่เป็นไรนะ... ไม่เป็นไร..."
ซูอิงฮุยไม่สนคำด่าทอ เขาเทข้าวของในกระเป๋าของหญิงสาวออกมาจนหมดเกลี้ยง แล้วหันไปบอกตำรวจหน้าตาเฉย "คุณตำรวจครับ ผมตรวจดูแล้ว งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ?"
นี่มันเรียกว่าตรวจตรงไหน? ตำรวจจราจรรู้ดีว่าซูอิงฮุยแค่ต้องการจะเอาชนะและกลั่นแกล้งสองคนนี้เท่านั้น เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปถามหญิงสาว "แล้วทางคุณล่ะ? ถ้าไม่มีอะไรติดใจแล้ว เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงแค่นี้ตกลงไหม?"
แต่หญิงสาวเอาแต่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ยอมตอบคำถามตำรวจ
ผ่านไปกว่า 20 นาที หญิงสาวก็ยังคงก้มหน้าร้องไห้ ไม่ยอมพูดอะไร แม้ตำรวจจะพยายามถามย้ำหลายครั้ง เธอก็เอาแต่เงียบราวกับตัวเองเป็นเหยื่อที่น่าสงสารที่สุดในโลก
"น้องสาว การทำตัวแบบนี้มันเข้าข่ายขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นะ ถ้าเธอยังไม่ยอมพูดอะไร ฉันคงต้องส่งพวกเธอไปโรงพักแล้วนะ"
พอได้ยินคำขู่ของตำรวจ หญิงสาวก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด?
แต่เธอก็ยังคงไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่ก้มหน้าก้มตาเก็บข้าวของใส่กระเป๋าอย่างเงียบๆ
ส่วนแฟนหนุ่มก็หันไปฝากข้อความทิ้งท้ายไว้ให้ซูอิงฮุย "ฝากไว้ก่อนเถอะมึง!"
"คุณตำรวจครับ เห็นไหมครับ! เขาขู่ผม!"
ตำรวจจราจรถึงกับกุมขมับ ปวดหัวกับไอ้พวกคนยุคนี้จริงๆ ทำไมถึงได้น่ารำคาญกันขนาดนี้นะ!
ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย!
ซูอิงฮุยหรี่ตาลง จู่ๆ เขาก็เปลี่ยนใจ
เขาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นไปตรงหน้าหญิงสาว "ในเมื่อเธอยอมให้ฉันตรวจกระเป๋าแล้ว ฉันก็แฟร์ๆ ยอมให้เธอตรวจโทรศัพท์เหมือนกัน"
หญิงสาวที่ตาบวมเป่งจากการร้องไห้ เงยหน้าขึ้นมองซูอิงฮุย นึกว่าน้ำตาของเธอจะทำให้เขาใจอ่อน
จังหวะที่เธอกำลังจะยื่นมือไปรับโทรศัพท์
ซูอิงฮุยก็พูดเยาะเย้ยขึ้นมา "แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ถ้าขอดูแล้วต้องมีข้อแลกเปลี่ยน! ถึงตอนนั้นแค่ร้องไห้มันแก้ปัญหาไม่ได้หรอกนะ"
หญิงสาวไม่เข้าใจความหมายของซูอิงฮุย แต่เธอรีบคว้าโทรศัพท์ไป หวังจะหาหลักฐานมัดตัวไอ้โรคจิตแอบถ่ายคนนี้ให้ได้ เพื่อลากคอเขาเข้าคุก!
แต่ผลปรากฏว่า ในโทรศัพท์ของซูอิงฮุยว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย รูปถ่ายก็มีแค่รูปที่ติดมากับเครื่องเท่านั้น
แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ในเครื่องก็ยังมีแค่สองสามเบอร์
รู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก หญิงสาวรีบหันไปฟ้องตำรวจทันที "เขาต้องมีโทรศัพท์อีกเครื่องซ่อนไว้แน่ๆ ค่ะ!"
"พอได้แล้วน่า! เลิกวุ่นวายกันสักที! เชิญพวกคุณออกไปได้แล้ว!" ตำรวจจราจรตวาดเสียงดังอย่างหมดความอดทน เขาเอือมระอาเต็มทีกับพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้
ซูอิงฮุยดึงโทรศัพท์กลับมา แล้วเดินนำออกจากป้อมตำรวจไปเป็นคนแรก
ผ่านไปสักพัก หญิงสาวกับแฟนหนุ่มก็เดินตามออกมา และพบว่าซูอิงฮุยยังคงยืนรออยู่
ทั้งคู่ตั้งใจจะเดินเลี่ยงไปอีกทาง
"เฮ้ย! ไอ้น้อง!"
จังหวะที่ทั้งคู่กำลังจะเดินหนี ซูอิงฮุยก็ตะโกนเรียกจากด้านหลัง
เมื่อทั้งคู่หันกลับมา ก็พบซูอิงฮุยกำลังยืนส่งยิ้มให้ "ที่เมื่อกี้มึงบอกให้กูรอ มึงจะเอายังไงต่อล่ะ?"
พูดจบ ซูอิงฮุยก็หันหลังเดินไปอีกทาง
ปล่อยให้ทั้งสองคนยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น
……
ซูอิงฮุยเดินไปหาเก้าอี้นั่งพักผ่อนอยู่ฝั่งตรงข้ามของจัตุรัส สีหน้าของเขาตอนนี้ดำคร่ำเครียดสุดๆ
เขาบอกเลยว่า ยอมหักไม่ยอมงอ ถอยให้ก้าวเดียวก็เหมือนโดนเหยียบย่ำศักดิ์ศรี!
ตอนนี้ซูอิงฮุยอารมณ์เสียสุดๆ! เขาโกรธจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!
อยู่ดีๆ ก็โดนอีเด็กเปรตนี่มาหาว่าแอบถ่ายรูป แถมเขายังต้องงัดทักษะการแถระดับเทพเพื่อเอาตัวรอดอีก
ซูอิงฮุยยอมเสียเปรียบง่ายๆ ซะที่ไหนล่ะ?
แน่นอนว่าไม่!
พูดจริงๆ นะ ถ้าไม่ได้อยู่กลางเมืองแบบนี้ ซูอิงฮุยคงจับไอ้เด็กเปรตสองคนนั่นหักคอจิ้มน้ำพริกไปแล้ว!
หลังจากนั่งรออยู่ริมถนนประมาณชั่วโมงกว่าๆ สุนัขตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาซูอิงฮุย มันก็คือวั่งไฉนั่นเอง
"เจอไหม?"
เมื่อเห็นวั่งไฉพยักหน้า ซูอิงฮุยก็แสยะยิ้มเย็นชา แล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้
"ไปกันเถอะ!"
ถึงเวลาคิดบัญชีแล้ว!
(จบแล้ว)