- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 110 - หาเรื่อง
บทที่ 110 - หาเรื่อง
บทที่ 110 - หาเรื่อง
บทที่ 110 - หาเรื่อง
เช้าวันรุ่งขึ้น ซูอิงฮุยและวั่งไฉก็เดินออกมาจากโรงแรม
เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังอำเภอที่ใกล้ที่สุด เพื่อไปหาซื้อรถยนต์สักคัน แล้วขับรถคันใหม่ป้ายแดงกลับบ้านเกิด
นี่ก็เป็นเพราะไม่มีทางเลือกอื่น เขาพยายามเสิร์ชหาข้อมูลในมือถือดูแล้ว
ปัญหาหลักๆ ก็คือ วั่งไฉที่เป็นหมานั้น ไม่สามารถใช้บริการขนส่งสาธารณะใดๆ ได้เลย
ทางเลือกเดียวที่มีก็คือรถไฟ แต่ก็ต้องมีเอกสารนู่นนี่นั่นวุ่นวายไปหมด...
ซูอิงฮุยไม่มีเวลาว่างมานั่งจัดการเรื่องพรรค์นั้นหรอก
อีกอย่าง วั่งไฉก็ไม่ใช่หมาธรรมดาทั่วไป เกิดไปตรวจเจอความผิดปกติอะไรเข้า มีหวังได้ถูกจับไปผ่าตัดแยกชิ้นส่วนแน่ๆ
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว ซูอิงฮุยก็เหมารถแท็กซี่เถื่อนในเมือง มุ่งหน้าสู่อำเภอทันที
เมื่อหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวเดินทางมาถึงอำเภอ ก็เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว
พวกเขาอาศัยระบบนำทาง จนมาถึงถนนสายที่เขาเรียกกันว่า 'ถนนสายรถยนต์'
ที่นี่มีโชว์รูมรถยนต์ตั้งเรียงรายเต็มสองข้างทาง
"ไป เข้าไปเดินดูข้างในกัน"
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวสุ่มเดินเข้าไปในโชว์รูมแห่งหนึ่ง พนักงานขายสาวสวยรีบเดินเข้ามาต้อนรับด้วยรอยยิ้มหวานทันที
"ยินดีต้อนรับสู่ฮอนด้าค่ะ สวัสดีค่ะสุดหล่อ สนใจดูรถรุ่นไหนคะ?"
ซูอิงฮุยพยักหน้ารับ "อืม ขอดูรอบๆ ก่อนนะครับ"
"ไม่ทราบว่าสนใจเป็นรถ SUV หรือรถเก๋งคะ?"
ซูอิงฮุยกวาดสายตามองไปรอบๆ โชว์รูม ทันใดนั้นเขาก็ตาเป็นประกาย เมื่อเหลือบไปเห็นรถเก๋งรุ่นเดียวกับที่เขาปล้นมาขับเมื่อวานนี้
ซูอิงฮุยเดินตรงเข้าไปหารถคันนั้นทันที "คันนี้ราคาเท่าไหร่ครับ?"
พนักงานขายยิ้มแย้มตอบ "นี่คือ Honda Accord รุ่นใหม่ล่าสุดค่ะ ราคา 129,800 หยวนค่ะ"
"แล้วรุ่นท็อปกลางล่ะครับ?" ซูอิงฮุยถามต่อ
ก็อย่างที่เขาว่ากันว่า ถึงไม่เคยกินเนื้อหมู ก็เคยเห็นหมูวิ่งล่ะนะ
ถึงซูอิงฮุยจะไม่เคยซื้อรถมาก่อน แต่เขาก็พอจะรู้ว่าเวลาซื้อรถ ควรเลือกรุ่นท็อปกลาง
รุ่นล่างสุดฟังก์ชันก็น้อยเกินไป ส่วนรุ่นท็อปสุดฟังก์ชันบางอย่างก็ไม่ได้ใช้
ในฐานะพนักงานขายรถยนต์ เธอย่อมเข้าใจความหมายของ 'รุ่นท็อปกลาง' ที่ซูอิงฮุยพูดถึง "ถ้ารุ่นหรูหรา ราคาจะสูงขึ้นมาหน่อยค่ะ อยู่ที่ 147,800 หยวนค่ะ รถสองคันข้างๆ นี้คือรุ่นหรูหราค่ะ คุณลูกค้าสามารถเข้าไปนั่งทดลองขับดูได้นะคะ"
แพงขึ้นมาอีกสองหมื่นหยวน?
ซูอิงฮุยขมวดคิ้ว ถามต่อว่า "แล้วมันมีฟังก์ชันอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างครับ?"
พนักงานขายอธิบายอย่างใจเย็น "เมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน รุ่นหรูหราจะมีกล้องมองหลัง กุญแจบลูทูธผ่านมือถือ ระบบครูสคอนโทรล..."
พนักงานขายร่ายยาวเป็นหางว่าว แน่นอนว่าซูอิงฮุยฟังรู้เรื่องแค่บางส่วนเท่านั้น
"ถ้าพูดถึงความคุ้มค่า รุ่นหรูหราถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากเลยค่ะ แถมรถรุ่นนี้ก็เหมาะกับคนหนุ่มสาวอย่างคุณลูกค้าด้วยนะคะ ทั้งดูดีมีระดับ และไม่หวือหวาจนเกินไป..."
จากนั้นพนักงานขายก็เริ่มพูดจาหว่านล้อมสารพัด แถมยังบอกอีกว่าถ้าซูอิงฮุยสนใจ ทางโชว์รูมก็มีรถทดลองขับให้บริการด้วย
"อืม ขอผมลองคิดดูก่อนนะครับ ส่วนเรื่องทดลองขับคงไม่ต้องหรอก เดี๋ยวผมขอไปดูร้านอื่นก่อนก็แล้วกัน"
ก็เขาเพิ่งจะทดลองขับรถรุ่นนี้มาเมื่อวานเองนี่นา จะต้องไปทดลองขับอะไรอีกล่ะ
จากนั้นซูอิงฮุยก็พาวั่งไฉเดินออกจากโชว์รูม การซื้อรถมันก็ไม่ใช่การซื้อผักกาดขาวนี่นา ยังไงก็ต้องเดินดูหลายๆ ร้านก่อนตัดสินใจ
แถมราคาเกือบ 150,000 หยวน มันก็ทำเอาซูอิงฮุยรู้สึกปวดใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งต้องรวมค่าประกัน ภาษี...
รวมๆ แล้วก็คงตกราวๆ 170,000-180,000 หยวนเลยทีเดียว
"เพราะแกนั่นแหละไอ้หมาบ้า กินทองเข้าไปซะเยอะแยะ! ไม่งั้นระดับฉัน คงได้ถอยโรลส์-รอยซ์มาขับแล้ว!"
ซูอิงฮุยกระซิบด่าวั่งไฉเบาๆ
วั่งไฉได้ยินก็โกรธจนลมออกหู นี่แกจะเหมาความดีความชอบไปคนเดียวเลยใช่ไหม?
ตอนที่แกได้ผลประโยชน์ ไม่เห็นแกจะทำหน้าบูดเบี้ยวแบบนี้เลยนี่หว่า!
……
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่โตโยต้าค่ะ..."
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่ MG ค่ะ..."
"สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับสู่เชฟโรเลตค่ะ..."
ซูอิงฮุยพาวั่งไฉเดินดูรถแทบจะทุกโชว์รูมบนถนนสายนี้แล้ว แต่ก็ยังหารถที่ราคาถูกใจและถูกสเปคไม่ได้สักคัน
สุดท้าย ซูอิงฮุยและวั่งไฉก็ต้องมานั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนม้านั่งริมถนน เตรียมตัวพักผ่อนสักหน่อย แล้วค่อยไปดูโชว์รูมอื่นๆ ต่อ
"วั่งไฉเอ๊ย การเดินช้อปปิ้งนี่มันไม่ใช่งานของคนจริงๆ นะ พวกผู้หญิงเขาทำได้ยังไงกัน เดินช้อปปิ้งทั้งวันโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย?"
ที่ซูอิงฮุยบ่นว่าเหนื่อย ไม่ใช่เหนื่อยกายหรอกนะ แต่เป็นเหนื่อยใจต่างหาก
วั่งไฉกลอกตาบน ไม่ยอมพูดจาโต้ตอบกับไอ้คนบ้าคนนี้
ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่สะดวกที่จะพูดล่ะก็ มันคงด่าสวนกลับไปแล้ว!
ซูอิงฮุยล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา ก้มหน้าก้มตาค้นหาข้อมูลรถยนต์ในอินเทอร์เน็ตต่อ
ผลก็คือ ซูอิงฮุยไถมือถืออยู่เกือบชั่วโมง ก็ยังหาข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ไม่ได้เลย
ถ้าไม่แพงเกินไป
ก็ห่วยแตกเกินรับได้
ในระหว่างที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการค้นหาข้อมูลในมือถือ วั่งไฉก็ใช้หางปัดโดนตัวเขาเบาๆ
"หืม?" ซูอิงฮุยเงยหน้าขึ้นมา ก็พบว่ามีคนสองคนมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
เป็นหญิงสาวหนึ่งคน กับชายหนุ่มอีกหนึ่งคน ดูจากหน้าตาและท่าทางแล้ว น่าจะยังเป็นนักศึกษากันอยู่
และพวกเขากำลังจ้องมองซูอิงฮุยอย่างเอาเป็นเอาตาย
"มีอะไรหรือเปล่าครับ?" ซูอิงฮุยขมวดคิ้วถาม
แต่ทั้งสองคนกลับไม่ยอมพูดอะไร เอาแต่จ้องหน้าเขาเขม็ง
ทำให้ซูอิงฮุยรู้สึกหงุดหงิด จังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากถามอีกครั้ง หญิงสาวคนนั้นก็แบมือมาตรงหน้าเขา
"หมายความว่าไง?"
หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เอาออกมา!"
ซูอิงฮุยงงเป็นไก่ตาแตก รู้สึกว่าเรื่องนี้มันชักจะแปลกๆ แล้วสิ "เอาอะไร?"
หญิงสาวพูดเสียงแข็ง "โทรศัพท์มือถือของคุณน่ะ!"
ชายหนุ่มที่มาด้วยก็พูดเสริม "ผมขอเตือนให้คุณหยิบออกมาดีๆ นะ ไม่อย่างนั้นผมจะไม่เกรงใจคุณแน่!"
อ้าวเฮ้ย! มาหาเรื่องกันถึงที่เลยเว้ย!
ซูอิงฮุยเริ่มสนุกขึ้นมาแล้วสิ เขาเก็บโทรศัพท์มือถือเข้ากระเป๋ากางเกงทันที "แล้วทำไมผมต้องให้พวกคุณดูด้วยล่ะ?"
"เมื่อกี้คุณนั่งก้มหน้าอยู่ตรงนี้ แล้วแอบถ่ายรูปฉันไปตั้งชั่วโมงนึง! ตอนนี้ฉันขอตรวจดูโทรศัพท์ของคุณ!!!"
พอเห็นซูอิงฮุยเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า หญิงสาวก็กรีดร้องขึ้นมาทันที!
เสียงแหลมปรี๊ดของเธอ ดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี เพียงไม่นาน ก็มีไทยมุงเดินเข้ามามุงดูเหตุการณ์กันเต็มไปหมด
"ถ้าผมไม่ให้ล่ะ พวกคุณจะทำไม?" ซูอิงฮุยทำหน้าตากวนโอ๊ยใส่หญิงสาว ก่อนจะหันไปกระดิกนิ้วท้าทายชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ "ส่วนนาย ถ้าแน่จริงก็เข้ามาตีฉันเลยสิ! ขอร้องล่ะ เข้ามาตีฉันให้ตายไปเลย!"
"คุณคิดว่าผมไม่กล้าเหรอ?"
พอโดนซูอิงฮุยยั่วยุ ชายหนุ่มก็รู้สึกเสียหน้าต่อหน้าหญิงสาว เขาถลกแขนเสื้อขึ้น ทำท่าจะพุ่งเข้าไปวางมวยกับซูอิงฮุย
แต่หญิงสาวกลับดึงแขนเขาไว้ "เราเป็นคนมีเหตุผลนะ อย่าไปใช้กำลังกับคนพรรค์นี้เลย"
เมื่อเห็นว่ามีคนเริ่มมุงดูเยอะขึ้น หญิงสาวก็เริ่มได้ใจ เธอตะโกนถามซูอิงฮุยเสียงดังลั่น "ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงๆ ทำไมถึงไม่กล้าเอาโทรศัพท์มาให้ฉันดูล่ะ?"
จังหวะนี้ ไทยมุงคนหนึ่งก็เอ่ยปากถามขึ้นมา "เกิดอะไรขึ้น? มีเรื่องอะไรกัน?"
พอได้ยินคำถาม หญิงสาวก็หันไปตอบทันที "ผู้ชายคนนี้ แอบถ่ายรูปฉันตอนนั่งอยู่ตรงนี้มาเป็นชั่วโมงแล้ว! พอฉันขอตรวจดูโทรศัพท์ เขากลับไม่ยอมให้ดู!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาว ไทยมุงต่างก็เริ่มซุบซิบนินทากันไปต่างๆ นานา
"สมัยนี้ยังมีพวกโรคจิตแบบนี้อยู่อีกเหรอเนี่ย?"
"ก็พูดยากนะ เห็นข่าวเมื่อวันก่อนไหมล่ะ?"
"พ่อหนุ่ม ถ้าไม่ได้ทำจริงๆ ก็เอาโทรศัพท์ออกมาให้แม่หนูเขาดูหน่อยสิ จะได้จบๆ เรื่องกันไป"
……
(จบแล้ว)