เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 89 - เจ้าซิน

บทที่ 89 - เจ้าซิน

บทที่ 89 - เจ้าซิน


บทที่ 89 - เจ้าซิน

ณ ตัวเมือง XC

เจ้าซิน พนักงานขายสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการทำงานในร้านเพชรทอง จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากลูกค้ารายเก่าของเธอ

ลูกค้าคนนี้อยากจะให้เจ้าซินช่วยเดินทางไปหาเขาที่เมืองเฉิงตูสักหน่อย ลูกค้าคนนั้นก็คือซูอิงฮุยนั่นเอง

เขาไม่ได้ติดต่อซื้อของจากเจ้าซินมาเกือบครึ่งปีแล้ว การที่จู่ๆ โทรมาหาในวันนี้ ทำให้เจ้าซินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก

หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ ซูอิงฮุยก็บอกว่าเขามีเครื่องประดับเพชรทอง และหยกอีกจำนวนมากอยู่ในมือ

เขาอยากจะให้เจ้าซินช่วยแปรสภาพสิ่งของเหล่านี้ให้เป็นเงินสดที

จากน้ำเสียงของซูอิงฮุยในโทรศัพท์ เจ้าซินพอจะเดาออกว่าเขาดูรีบร้อนเอามากๆ

เธอเป็นเพียงพนักงานขายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ถึงแม้จะพอรู้ขั้นตอนการรับซื้อของมีค่าเปลี่ยนเป็นเงินสดอยู่บ้าง แต่เธอก็ไม่เคยลงมือปฏิบัติจริงเลยสักครั้ง

เจ้าซินจึงแนะนำซูอิงฮุยว่า ถ้าเขารีบใช้เงินจริงๆ ก็ให้ลองไปที่โรงรับจำนำดู แม้จะโดนกดราคาไปบ้าง แต่ก็ได้เงินเร็วทันใจ

แต่ซูอิงฮุยกลับปฏิเสธข้อเสนอนั้น แถมยังยืนกรานดึงดันจะให้เจ้าซินเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้ได้ พร้อมกับเสนอจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ค่าตอบแทนก้อนโตให้เธอด้วย

เมื่อได้ยินว่าจะได้ส่วนแบ่ง เจ้าซินก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมา เธอไม่ค่อยอยากจะเชื่อเลยว่าจะมีลาภลอยก้อนโตหล่นทับเธอจริงๆ

และถึงแม้จะมีจริง เธอก็ไม่คิดว่ามันจะมาหล่นทับคนธรรมดาๆ อย่างเธอหรอก

เจ้าซินพยายามนึกทบทวนถึงนิสัยใจคอของซูอิงฮุย ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอคนนี้ ดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนเลวร้ายอะไรนะ

สุดท้าย เจ้าซินก็ตอบตกลงรับข้อเสนอของซูอิงฮุย หลังจากขออนุญาตลางานกับผู้จัดการร้านเรียบร้อย เธอก็รีบเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองเฉิงตูทันที

……

"แกคิดอะไรกับพนักงานขายคนนี้หรือเปล่าเนี่ย ถึงดึงดันจะให้หล่อนมาช่วยให้ได้" วั่งไฉจ้องมองซูอิงฮุยด้วยสีหน้าพิลึกพิลั่น

"ตาเฒ่าบอกไว้แล้ว ว่าช่วงนี้ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด เพราะข้างนอกมันอันตรายเกินไป แถมผู้หญิงคนนี้ก็นิสัยดีใช้ได้เลยนะ เมื่อก่อนเธอก็เคยเลี้ยงข้าวพวกเราไม่ใช่เหรอ?"

มีสิ่งหนึ่งที่ซูอิงฮุยไม่ได้บอกวั่งไฉไปก็คือ เขามีความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างอยู่ในใจ ลึกๆ แล้วเขารู้สึกว่าผู้หญิงที่ชื่อเจ้าซินคนนี้เป็นคนที่พึ่งพาได้จริงๆ

วั่งไฉเคยบอกเขาไว้ว่า ตอนนี้เขาควรจะเชื่อในสัญชาตญาณของตัวเอง และสัญชาตญาณของเขาก็บอกให้เชื่อใจเจ้าซิน

"ก็ตามใจแกเถอะ ขอแค่ได้ทองมาก็พอ ฉันไม่สนเรื่องอื่นหรอก"

ก่อนหน้านี้ เพื่อปกป้องซูอิงฮุย วั่งไฉเอาตัวเข้าบังวิถีระเบิดขีปนาวุธ จนพลังเทพของมันถูกทำลายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้มันจึงต้องการทองคำอย่างเร่งด่วนเพื่อมาฟื้นฟูร่างกาย

"รอกินทองเข้าไปฟื้นพลังสักพัก เราค่อยไปคิดบัญชีกับมังกรเจียวตัวนั้นกัน" ซูอิงฮุยพูดขึ้น

การที่ซูอิงฮุยสามารถบรรลุระดับสร้างรากฐานได้ ก็ต้องยกความดีความชอบให้พี่งู และพี่งูก็มอบสมบัติให้เขามากมายขนาดนี้

ดังนั้น ต่อให้ไม่มีเรื่องของกู้เหยียนชุนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซูอิงฮุยก็ต้องไปจัดการมังกรเจียวตัวนั้นอยู่ดี

ถือซะว่ารับเงินเขามา ก็ต้องช่วยปัดเป่าภัยพิบัติให้เขาล่ะนะ

วั่งไฉขยับตัวเล็กน้อย "แล้วจะชวนตาเฒ่าไปด้วยไหม?"

ซูอิงฮุยส่ายหน้า "ชวนไปทำไมล่ะ ตาแก่แบบนั้น ขืนพาไปก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ"

ตามคำบอกเล่าของกู้เหยียนชุน มังกรเจียวตัวนี้ไม่ใช่พวกไก่กาอาราเล่แน่ๆ ถึงตอนนั้นถ้าสู้ไม่ได้จริงๆ เขากับวั่งไฉที่ยังหนุ่มยังแน่นก็ยังพอจะวิ่งหนีเอาตัวรอดได้ไม่ใช่เหรอ?

วั่งไฉพยักหน้ารับ "งั้นก็ไม่ต้องพาไป"

จากนั้นซูอิงฮุยก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า "ตามความคิดของฉันนะ วิธีที่ดีที่สุดคือ ปล่อยให้กองทัพเป็นคนจัดการมังกรเจียวตัวนั้น"

หลังจากได้เห็นแสนยานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของกองทัพยุคใหม่ด้วยตาตัวเองแล้ว ซูอิงฮุยก็ตระหนักได้ทันทีว่า พวกมังกร พวกงู หรือพวกแมลงอะไรก็ตามแต่...

ของพวกนี้ พอไปอยู่ต่อหน้าเครื่องบินรบและปืนใหญ่ มันก็เป็นแค่เศษซากธุลีดินดีๆ นี่เอง

วั่งไฉกลอกตาใส่ "แล้วตามความคิดของแก แกเป็นคนตัดสินใจได้หรือเปล่าล่ะ?"

"ไม่ได้"

"งั้นก็จบเรื่อง"

"จินตนาการนิดหน่อยไม่ได้หรือไง ผิดกฎหมายหรือไงฮะ?"

……

เจ้าซินเดินทางมาถึงเมืองเฉิงตูก็ปาเข้าไปช่วงบ่ายแล้ว

เมื่อเธอเดินทางมาถึงอพาร์ตเมนต์เก่าๆ ตามที่อยู่ที่ซูอิงฮุยให้ไว้ เธอก็เริ่มรู้สึกหวั่นใจและอยากจะถอยกลับเสียแล้ว

ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ เธอไม่เชื่อว่าจะมีลาภลอยก้อนโตหล่นทับเธอจริงๆ

จนกระทั่งเธอรวบรวมความกล้าเคาะประตูห้อง และได้เห็นกองเพชรพลอยทองคำและหยกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะรับแขกของซูอิงฮุย เธอถึงได้เชื่อสนิทใจ

"น้องสาวคนสวย ลองตรวจดูสิว่าของพวกนี้มันเป็นของแท้หรือเปล่า?" ซูอิงฮุยบอกให้เจ้าซินเข้าไปตรวจสอบดู

เจ้าซินเดินเข้าไปที่โต๊ะรับแขก หยิบกำไลหยกขึ้นมาวงหนึ่ง แล้วเริ่มตรวจสอบอย่างละเอียด

ด้วยประสบการณ์การเป็นพนักงานขายมาหลายปี แค่มองแวบเดียว เธอก็รู้ได้ทันทีว่ากำไลวงนี้เป็นของแท้ล้านเปอร์เซ็นต์ แถมยังเป็นเนื้อน้ำแข็งใสแจ๋วอีกต่างหาก!

ถึงจะไม่ใช่ของระดับพรีเมียม แต่ก็มีมูลค่ามหาศาลเลยทีเดียว

อย่างน้อยๆ เจ้าซินก็ไม่มีปัญญาซื้อมาใส่หรอก

"คุณซูคะ ของพวกนี้ทั้งหมด คุณจะขายหมดเลยเหรอคะ?" เจ้าซินถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

เจ้าซินลองประเมินราคาคร่าวๆ ดูกองอัญมณี หินโมรา หยก และทองคำพวกนี้...

รวมๆ แล้ว มูลค่าต้องไม่ต่ำกว่าสิบล้านหยวนอย่างแน่นอน!

ตามที่ซูอิงฮุยรับปากไว้ทางโทรศัพท์ หากขายของพวกนี้ได้หมด เขาจะแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้เธอถึง 5%...

ซูอิงฮุยเดินเข้าไปยืนข้างๆ เจ้าซิน หยิบก้อนแร่ทองคำขึ้นมาหนึ่งก้อน "พวกนี้ความบริสุทธิ์มันต่ำไป ช่วยเอาไปเปลี่ยนเป็นทองคำบริสุทธิ์ในราคาเท่ากันให้ทีนะ"

จากนั้นก็หยิบแหวนทองฝังเพชรขึ้นมาอีกวง "ส่วนพวกนี้ แกะเพชรออกแล้วเอาไปขายให้หมด ส่วนทองก็เก็บไว้"

เจ้าซินพูดแทรกขึ้นมา "แต่ถ้าแกะเพชรออก ราคามันก็จะ..."

ซูอิงฮุยโบกมือปฏิเสธ "ฉันต้องการแค่ทองคำ เข้าใจที่ฉันพูดไหม?"

"แต่ไอ้แร่ทองคำพวกนี้มันจัดการยากหน่อยนะคะ ถ้าเอาไปขายตามช่องทางปกติ จะโดนตรวจสอบเอานะคะ"

ซูอิงฮุยยิ้มกริ่ม "ก็เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงต้องพึ่งพาเธอไงล่ะ เธอทำงานในวงการนี้มาตั้งนาน จะไม่มีเส้นสายคนรู้จักบ้างเลยเหรอ?"

เจ้าซินจ้องมองแร่ทองคำในมือพลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ไม่มีปัญหาค่ะ ฉันพอจะรู้จักเพื่อนอยู่สองสามคน..."

"ฉันต้องการทองคำทั้งหมด 38 ชั่ง! ขอแค่ทองคำเท่านั้น!"

"ส่วนเงินที่เหลือ จะโอนเข้าบัญชี หรือให้เป็นเงินสด ก็ไม่มีปัญหา"

ซูอิงฮุยหยิบกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังโซฟาออกมา แล้วจับของบนโต๊ะรับแขกยัดใส่กระเป๋าไปทีละชิ้นๆ "ฉันให้เวลาเธอแค่วันครึ่งเท่านั้น! ยิ่งเร็วยิ่งดี!"

เจ้าซินยังไม่ทันได้ตั้งตัว ซูอิงฮุยก็ยัดกระเป๋าเดินทางใส่มือเธอ แล้วเชิญเธอออกไปยืนอยู่นอกห้องเสียแล้ว

"จัดการเสร็จแล้ว โทรมาหาฉันด้วยนะ"

"แกร๊ก!"

เสียงล็อกประตูดังขึ้นเบาๆ ซูอิงฮุยปิดประตูห้อง ปล่อยให้เจ้าซินยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่หน้าห้องพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบยักษ์...

เจ้าซินก้มมองกระเป๋าเดินทางในมือด้วยความรู้สึกเหนื่อยหน่ายใจ

นี่มัน...

…………

จากเหตุการณ์ของเจ้าซินในครั้งนี้ ทำให้ซูอิงฮุยได้ตระหนักถึงสัจธรรมข้อหนึ่ง นั่นก็คือ จงอย่าประมาทสตรีเพศเด็ดขาด

บางครั้งเราก็ต้องยอมรับในประสิทธิภาพการทำงานของผู้หญิงจริงๆ

ซูอิงฮุยกำหนดเวลาให้เจ้าซินแค่วันครึ่ง แต่ผ่านไปเพียงแค่วันนิดๆ เจ้าซินก็จัดการธุระให้เขาเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว

เมื่อได้เห็นทองคำแท่งบรรจุเต็มกระเป๋า ซูอิงฮุยก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

"คุณซูคะ ช่วงนี้ราคาทองคำค่อนข้างผันผวน ของทั้งหมดของคุณขายได้ 14,470,000 หยวน หักค่าคอมมิชชั่น 5% ของฉัน และค่าทองคำ 38 ชั่งแล้ว คุณยังเหลือเงินอีก 4,588,000 หยวน ฉันปัดเศษให้คุณเป็น 4,600,000 หยวนโอนเข้าบัญชีแล้วนะคะ..."

เจ้าซินกำลังชี้แจงรายละเอียดให้ซูอิงฮุยฟัง พร้อมกับบอกว่าค่าธรรมเนียมเธอคิดจากยอดแค่สิบล้านเท่านั้น ส่วนที่เกินสิบล้านเธอไม่คิดค่าคอมมิชชั่น

ส่วนเรื่องทองคำแท่ง เจ้าซินก็ใช้ชื่อของเธอและเพื่อนๆ ทยอยซื้อมาหลายลอต เพื่อป้องกันไม่ให้ใครรู้ว่าซูอิงฮุยเป็นคนซื้อ

"บัตรธนาคาร 5 ใบนี้ มี 4 ใบ ใบละหนึ่งล้าน และอีกใบหกแสน เป็นบัตรใหม่ที่เปิดในชื่อฉันและเพื่อนๆ ค่ะ เพราะถ้าจู่ๆ มีเงินก้อนใหญ่โอนเข้ามาในบัญชี จะต้องถูกตรวจสอบอย่างแน่นอนค่ะ"

"คุณซูคะ สาเหตุหลักเป็นเพราะมีเวลาจำกัดน่ะค่ะ พูดตามตรง ของพวกนี้ของคุณมันน่าเสียดายมากจริงๆ ถ้ามีเวลาขายมากกว่านี้ น่าจะได้ราคาดีกว่านี้เยอะเลยนะคะ แต่ในเมื่อคุณรีบ..."

ซูอิงฮุยและวั่งไฉจ้องมองเด็กสาวช่างจ้อตรงหน้าด้วยความรู้สึกทึ่ง

ผู้หญิงแบบนี้ ใครได้ไปเป็นภรรยา

นับว่าเป็นบุญวาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเลยจริงๆ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 89 - เจ้าซิน

คัดลอกลิงก์แล้ว