เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 - ตบหน้าถ่มน้ำลาย

บทที่ 70 - ตบหน้าถ่มน้ำลาย

บทที่ 70 - ตบหน้าถ่มน้ำลาย


บทที่ 70 - ตบหน้าถ่มน้ำลาย

"5,000 จะไปพออะไรล่ะครับ ขืนทำแบบนั้นเทพเจ้าจะหาว่าผมงกน่ะสิ เอาไป 6,000 เลยดีกว่า!" ซูอิงฮุยก้มหน้านับแบงก์ในมืออย่างขะมักเขม้น

หา?!

หมอดูถึงกับหูผึ่ง นึกว่าตัวเองหูฝาดไป!

เขาหากินในวงการนี้มาหลายปี เคยเจอแต่พวกลูกค้าต่อราคาขอลด แต่เพิ่งจะเคยเจอไอ้บ้าที่ขอเพิ่มราคาให้ตัวเองก็วันนี้นี่แหละ

นี่มันคนรวยสมองกลวงของแท้!

"อืม ก็พอได้อยู่ ในเมื่อพ่อหนุ่มมีศรัทธาแรงกล้าขนาดนี้ ฉันก็รู้สึกปลาบปลื้มใจยิ่งนัก เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะสวดมนต์ภาวนาให้พ่อหนุ่มเป็นพิเศษก็แล้วกัน เพื่อให้พ่อหนุ่มได้สมหวังในความรักไวๆ"

หมอดูเองก็เป็นคนมีหลักการ ในเมื่อลูกค้าใจป้ำยอมจ่ายหนัก เขาก็ยินดีจะแถมบริการเสริมให้

อย่างมากก็แค่จดวันเดือนปีเกิดของไอ้หนุ่มนี่ไว้ แล้วค่อยหาเวลาว่างๆ ไปขอเครื่องรางที่วัดไหนสักแห่งมาให้ก็สิ้นเรื่อง

ก็อย่างที่เขาว่ากันว่า พระกับนักพรตก็เหมือนครอบครัวเดียวกันนั่นแหละ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป ไม่เสียหายอะไรหรอก

ซูอิงฮุยที่กำลังง่วนอยู่กับการนับเงิน จู่ๆ ก็ชะงักมือ "ท่านนักพรตครับ ผมรบกวนให้ท่านช่วยดูดวงให้อีกเรื่องได้ไหมครับ เงินหนึ่งหมื่นหยวนนี่ ผมจะถวายให้เฒ่าจันทราทั้งหมดเลย"

"พ่อหนุ่มเชิญว่ามาเลย"

"คือว่า ผมกำลังรู้สึกมืดแปดด้านกับชีวิตน่ะครับ หางานทำก็ไม่ได้ ถึงหาได้ก็ทำได้ไม่นาน ไม่ทราบว่าดวงผมเหมาะจะทำอาชีพอะไรถึงจะรุ่งครับ"

หมอดูยักคิ้วเล็กน้อย อ้อ ที่แท้ก็จะดูดวงเรื่องหน้าที่การงานนี่เอง เรื่องหมูๆ แค่นี้ สำหรับหมอดูมืออาชีพอย่างเขา หลับตาตอบยังได้เลย

"รอสักครู่นะ พ่อหนุ่ม เดี๋ยวฉันจะคำนวณให้"

หมอดูหลับตาปี๋ นิ้วมือทั้งสองข้างทำท่าจีบนิ้วคำนวณไปมาอย่างขะมักเขม้น

ซูอิงฮุยยืนมองการแสดงปาหี่ของหมอดูอย่างเงียบๆ อยากจะรู้นักว่าไอ้จอมลวงโลกนี่มันจะงัดไม้ไหนมาหลอกเขาอีก

ผ่านไปครู่ใหญ่ หมอดูก็ลืมตาขึ้น "พ่อหนุ่ม ตอนนี้พ่อหนุ่มทำอาชีพอะไรอยู่ หรือว่ากำลังตกงาน"

ซูอิงฮุยหรี่ตามองหมอดู "ท่านลองทายดูสิครับ ท่านเป็นหมอดูไม่ใช่เหรอ?"

"อืม!"

หมอดูพยักหน้าทำมาดขรึม ให้คำตอบแบบกำกวม "พ่อหนุ่มน่าจะเคยทำงานเกี่ยวกับการบริการมาก่อนสินะ"

ซูอิงฮุยยิ้มมุมปาก ค่อยๆ ยัดปึกเงินสีแดงกลับเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ "จะว่าไปมันก็คืองานบริการนั่นแหละครับ"

เมื่อหมอดูเห็นพฤติกรรมของซูอิงฮุย หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ ลางสังหรณ์ไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้น

"ท่านนักพรตครับ ฝีมือการดูดวงของท่านนี่มันห่วยแตกสิ้นดีเลยนะ"

ซูอิงฮุยโน้มตัวลงไปจ้องหน้าหมอดูในระยะประชิด "ให้ผมบอกให้เอาบุญไหม ว่าตอนนี้ผมทำอาชีพอะไร"

"เพียะ!"

ซูอิงฮุยกวาดตามองรอบๆ สะพานลอย เมื่อเห็นว่าปลอดคน เขาก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าหมอดูเต็มแรง

โบราณว่าไว้ ตีคนอย่าตีหน้า แต่ซูอิงฮุยเล่นฟาดเข้าที่หน้าหมอดูอย่างจัง จนหมอดูถึงกับหน้าหัน สมองอื้ออึงไปชั่วขณะ

"นี่... นี่พ่อหนุ่มทำบ้าอะไรเนี่ย...!"

ซูอิงฮุยยั้งมือไว้แล้วนะ ไม่อย่างนั้นหมอดูกำมะลอนี่คงสลบเหมือดไปตั้งแต่ฝ่ามือแรกแล้ว

หมอดูพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่กลับถูกวั่งไฉที่ยืนสองขาเอาอุ้งเท้ากดคอเอาไว้แน่น

ทำเอาหมอดูขยับตัวไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว

"ผมจะบอกให้ก็ได้ ว่าตอนนี้ผมทำอาชีพอะไร"

ซูอิงฮุยกระแอมไอเบาๆ ทำเสียงขรึม "ตอนนี้กูเป็นเทศกิจโว้ย!"

"เพียะ!"

ซูอิงฮุยฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าหมอดูอีกรอบ แต่คราวนี้เขาเพิ่มแรงเข้าไปอีกนิด

ทำเอาหน้าหมอดูร้อนผ่าว รอยนิ้วมือห้านิ้วประทับหราอยู่บนใบหน้าคล้ำแดดของหมอดูอย่างชัดเจน

"แก..." หมอดูเพิ่งจะอ้าปากพูด

"เพียะ!" ฝ่ามือที่สามก็ตามมาติดๆ

ตอนนี้หน้าหมอดูเริ่มบวมเป่งขึ้นมาแล้ว เขาพยายามจะลุกขึ้นวิ่งหนี แต่กลับพบว่าเจ้าหมาใหญ่ที่กดคอเขาอยู่ มีพละกำลังมหาศาลเหลือเกิน

เขาดิ้นยังไงก็ดิ้นไม่หลุด

หมอดูที่นั่งกองอยู่บนพื้น พยายามใช้เท้าถีบซูอิงฮุย เพื่อป้องกันตัว

"โอ๊ย!! เจ็บ! เจ็บ!! เจ็บโว้ย!!!"

แต่ยังไม่ทันที่เท้าจะยื่นไปถึงตัวซูอิงฮุย ซูอิงฮุยก็สวนหมัดเข้าที่หน้าแข้งของหมอดูอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นปรี๊ดเข้าสู่กระดูก ทำเอาหมอดูน่ามืดไปชั่วขณะ

"เพียะ!" ฝ่ามือที่สี่ฟาดเข้าที่ใบหน้าของหมอดูอีกครั้ง

"หุบปาก! ขืนแกร้องอีกคำเดียวกูจะกระทืบให้ตายเลย!"

เมื่อเห็นสายตาอำมหิตของซูอิงฮุย หมอดูก็หุบปากฉับด้วยความหวาดกลัว

ซูอิงฮุยยิ้มเหี้ยม "บอกมา! แกลอกเงินชาวบ้านไปเท่าไหร่แล้ว?"

หมอดูตกใจจนหน้าถอดสี "ผมไม่ได้หลอก ผมไม่ได้หลอกใครเลย..."

"เพียะ!"

ฝ่ามือที่ห้าฟาดลงมาอย่างไม่ออมแรง คราวนี้เกือบทำเอาลูกตาของหมอดูกระเด็นหลุดออกจากเบ้า

"พูดใหม่ ให้โอกาสแก้ตัวอีกครั้ง"

หมอดูในตอนนี้แทบจะร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด "ไม่ได้หลอกใครจริงๆ ครับ ผมนั่งตบยุงมาหลายวันแล้ว ยังไม่มีลูกค้ามาให้หลอกเลย..."

หมอดูยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่บวมเป่งและร้อนผ่าวของตัวเอง โชคชะตาช่างเล่นตลกกับเขาสิ้นดี ทำไมเขาต้องมาเจอไอ้บ้าโรคจิตแบบนี้ด้วยเนี่ย

ซูอิงฮุยง้างมือขึ้นอีกครั้ง ทำท่าจะฟาดลงมา หมอดูตกใจจนร้องเสียงหลง "อย่า... อย่าตีผมเลย! ผมพูดความจริงนะ! ผมไม่ได้หลอกใครมาหลายวันแล้วจริงๆ..."

จากคำให้การของหมอดู เขาปักหลักหากินอยู่ที่นี่มาได้พักใหญ่แล้ว คนในละแวกนี้ก็โดนเขาหลอกไปจนหมดแล้ว ถ้าขืนอีกสองสามวันยังไม่มีเหยื่อหน้าโง่มาให้เชือด เขาก็ตั้งใจจะย้ายทำเลหากินแล้ว

"เพียะ!"

ถึงหมอดูจะพยายามอธิบายแค่ไหน ฝ่ามือก็ยังคงฟาดลงมาที่ใบหน้าของเขาอยู่ดี

หลังจากโดนตบไปหลายฉาด หน้าของหมอดูก็บวมฉุเป็นหัวหมูไปเรียบร้อยแล้ว "พี่ชาย! ไม่สิ ลูกพี่! ถ้าผมเผลอไปหลอกญาติพี่น้องคนไหนของลูกพี่เข้า ลูกพี่บอกจำนวนเงินมาเลย เดี๋ยวผมจ่ายคืนให้สองเท่า! ไม่สิ! สามเท่าเลยเอ้า!! เลิกตีผมเถอะ... ผมไหว้ล่ะ..."

ซูอิงฮุยทำหน้าประหลาดใจมองดูหมอดูหน้าหมู "หลอกลวงอะไรกันเล่า ท่านนักพรตพูดอะไรเนี่ย นี่เขาเรียกว่าเงินบริจาคต่างหาก! พูดเรื่องเงินๆ ทองๆ มันดูหยาบคายไปนะ!"

"เพียะ!"

ฝ่ามือฟาดลงมาที่หน้าหมอดูอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ฝีมือของซูอิงฮุย แต่เป็นฝีมือของวั่งไฉ

ก็แหม วั่งไฉเห็นหน้าไอ้สิบแปดมงกุฎนี่แล้วรู้สึกหมั่นไส้แปลกๆ

ถ้าไม่ได้ตบหน้ามันสักฉาด วั่งไฉคงนอนไม่หลับแน่ๆ

หมอดูหันขวับไปมองสุนัขตัวใหญ่ที่กดคอเขาอยู่ด้วยความตกตะลึงสุดขีด

นี่มันหมาพันธุ์อะไรเนี่ย! ทำไมเรี่ยวแรงมันถึงได้มหาศาลพอๆ กับผู้ชายอกสามศอกแบบนี้!

"เพียะ!"

วั่งไฉฟาดอุ้งเท้าใส่หน้าหมอดูอีกรอบ แต่คราวนี้มันกางกรงเล็บออกด้วย ผลก็คือ บนใบหน้าที่บวมเป็นหัวหมูของหมอดู ก็มีรอยข่วนเลือดซิบเพิ่มขึ้นมาอีกหลายรอย

สภาพของหมอดูในตอนนี้ ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! เทศกิจทำร้ายประชาชน!! หมาทำร้ายประชาชน!!"

เมื่อเห็นว่ามีคนกำลังเดินข้ามสะพานลอยมา หมอดูก็รีบแหกปากร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง หวังจะให้พลเมืองดีเข้ามาช่วย

"แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

แต่ยังร้องขอความช่วยเหลือไม่ทันจบ หมอดูก็รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอหอย จนต้องไอโขลกกออกมาอย่างรุนแรง

"อ้วก... แหวะ..."

หลังจากไอเสร็จ เขาก็เริ่มอาเจียนออกมา

ที่แท้ก็เป็นเพราะวั่งไฉขากเสลดก้อนโตถ่มใส่ปากของหมอดูพอดี...

ซูอิงฮุยถึงกับมุมปากกระตุก วั่งไฉนี่มันก็เล่นสกปรกเกินไปหน่อยนะเนี่ย

ไอ้หมอดูนี่ คงอยากจะกลั้นใจตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย...

เมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนหันมามมอง ซูอิงฮุยก็เตะวั่งไฉไปหนึ่งที "เผ่นกันเถอะ"

เมื่อวั่งไฉยกอุ้งเท้าออก หมอดูก็ล้มพับลงไปนอนกองกับพื้น พยายามขากถ่มเอาสิ่งปฏิกูลในปากออกมาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ส่วนหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวที่เป็นต้นเหตุ ก็อันตรธานหายตัวไปในแสงอาทิตย์ยามเย็นเสียแล้ว

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 70 - ตบหน้าถ่มน้ำลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว