เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 - หนี

บทที่ 65 - หนี

บทที่ 65 - หนี


บทที่ 65 - หนี

"เร็วๆ เข้า! อย่าอู้งานสิโว้ย!"

"โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!"

"พี่ชาย ฉันทำไม่ไหวแล้วโว้ย!"

ในเวลานี้ ซูอิงฮุยกำลังสั่งการให้หลิวเทาจัดการกลบหลุม

ใช่แล้ว พวกเขากำลังจัดการทำลายหลักฐานอยู่ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน หลังจากซูอิงฮุยจัดการคู่รักนกปรอดเสร็จ เขาก็ยังอุตส่าห์เรียกหลิวเทามาดูผลงาน

พอหลิวเทาเห็นสภาพศพ ก็อ้วกแตกอ้วกแตนทันที นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นศพคนตายแบบใกล้ชิดขนาดนี้

หลังจากหลิวเทาอ้วกจนหมดไส้หมดพุง ซูอิงฮุยก็ยื่นพลั่วให้เขา แล้วสั่งให้ลงมือทำงานได้เลย

หนึ่งคนหนึ่งหมาช่วยกันกลบหลุมจนมืดค่ำ ในที่สุดก็กลบหลุมสำเร็จ แถมยังโบกปูนทับ แล้วทาสีทับอีกชั้นเพื่อความแนบเนียน

"ทีนี้ นายก็กลับไปบ้านพ่อแม่นายซะ แล้วก็ทำตามที่ฉันสั่งไว้ตั้งแต่แรก แกล้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น"

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น ซูอิงฮุยก็บอกให้หลิวเทากลับไปได้

หลิวเทาคร่อมมอเตอร์ไซค์ มองหน้าซูอิงฮุยด้วยความกังวลใจ "แล้วถ้าตำรวจมาตามสืบเรื่องฉันล่ะ จะทำยังไง?"

"ถ้าตำรวจถาม ก็บอกไปเลยว่าไม่รู้เรื่อง ยืนกรานปฏิเสธลูกเดียว ถ้าเขาถามหาอู๋เมิ่งอิ๋ง นายก็บอกไปว่าไม่รู้เหมือนกัน สงสัยจะหนีตามผู้ชายไปแล้วมั้ง..."

หลิวเทาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะขี่มอเตอร์ไซค์มุ่งหน้ากลับบ้านด้วยความกระวนกระวายใจ

ซูอิงฮุยยืนมองส่งหลิวเทาจนลับสายตา ก่อนจะสตาร์ทรถตู้เตรียมตัวออกเดินทาง เขาเองก็กำลังจะหนีเหมือนกัน

ใช่แล้ว หนีไปเลย ซูอิงฮุยไม่ได้พูดเล่นตอนที่บอกหลิวเทาว่าเขาจะหนี แต่เขาตั้งใจจะหนีจริงๆ

ระหว่างที่เขาคอยรับมือกับอู๋เมิ่งอิ๋งและเหอซู่รุ่ย ซูอิงฮุยก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ หรอกนะ

เขาต้องคอยออกไปซื้อเสบียงอาหารในตัวเมืองอยู่บ่อยๆ และในวันหนึ่งที่เขาออกไปซื้อของนั่นเอง

ซูอิงฮุยก็บังเอิญไปเจอกับวั่งตง เพื่อนสมัยมัธยมต้นของเขาเข้าพอดี

ตอนเรียนมัธยมต้น ซูอิงฮุยกับวั่งตงสนิทกันมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าแทบจะใส่กางเกงตัวเดียวกันเลยทีเดียว

แต่หลังจากเรียนจบมัธยมต้น พวกเขาก็แทบไม่ได้เจอกันอีกเลย จนกระทั่งขาดการติดต่อกันไปในที่สุด

สมัยนั้นยังไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือแอปพลิเคชันแชทให้ใช้กันแพร่หลายเหมือนสมัยนี้

วิธีเดียวที่จะเก็บช่องทางการติดต่อกันไว้ได้ ก็คือการเขียนสมุดเฟรนด์ชิปนั่นเอง

การได้บังเอิญเจอวั่งตง ทำให้ซูอิงฮุยรู้สึกประหลาดใจและดีใจมาก เขาลากวั่งตงไปกินเหล้าด้วยกันทันที และวันนั้นวั่งตงก็บังเอิญได้หยุดงานพอดี ทั้งสองคนเลยตรงดิ่งไปที่ร้านชาบู

เริ่มดวลเหล้ากันตั้งแต่เที่ยงยันมืดค่ำ

ช่วงแรกๆ ซูอิงฮุยรู้สึกมีความสุขมาก ความรู้สึกที่ได้เจอเพื่อนเก่าในต่างแดน เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกจริงๆ ถ้าไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง

แต่พอดื่มกันไปเรื่อยๆ ซูอิงฮุยก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยสนุกซะแล้ว

สาเหตุก็เพราะ ตอนนี้วั่งตงทำงานเป็นตำรวจน่ะสิ แต่ถ้าเป็นแค่ตำรวจธรรมดามันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก

ก็แค่ตำรวจ จะเป็นตำรวจก็เป็นไปสิ เขาไม่ได้เป็นขโมยซะหน่อย

แต่สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ซูอิงฮุยเริ่มเครียด ก็คือเรื่องอื่นต่างหาก

ตอนนั้นวั่งตงเมาได้ที่ ก็เลยเผลอหลุดปากเล่าความลับทางราชการให้ซูอิงฮุยฟัง

วั่งตงเล่าว่า เมื่อปีที่แล้ว เขาถูกดึงตัวเข้าร่วมหน่วยเฉพาะกิจ เพื่อสืบสวนคดีฉ้อโกงคดีหนึ่ง

ซูอิงฮุยพอได้ยินก็หูผึ่ง รีบซักไซ้ไล่เลียงทันที

ด้วยความเมา วั่งตงก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดออกมาหมดเปลือก "เรื่องนี้มันต้องย้อนกลับไปถึงคดีปล่อยภาพหลุดที่โด่งดังไปทั่วเมืองเมื่อปีที่แล้ว ตอนนั้นทั่วทั้งเมืองมีแต่ภาพลามกอนาจารแปะอยู่เต็มไปหมด..."

ซูอิงฮุยสะดุ้งตกใจ นี่มันคดีของหลี่ซุ่นจวี๋ชัดๆ!

วั่งตงเล่าต่อ "ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่มีภาพหลุด เราก็ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายในภาพ แต่เธอไม่ได้มาแจ้งความเรื่องภาพหลุดหรอกนะ เธอมาแจ้งความเรื่องถูกขู่กรรโชกทรัพย์ไป 300,000 หยวน จากการสืบสวนและวิเคราะห์หลักฐาน เราสงสัยว่าคนที่กรรโชกทรัพย์ กับคนที่ปล่อยภาพหลุด น่าจะเป็นคนคนเดียวกัน..."

ซูอิงฮุยยังคงตีหน้าตาย ยกแก้วเหล้าขึ้นชนกับวั่งตง แล้วกระดกเหล้าเข้าปากรวดเดียวหมด "แล้วไงต่อ?"

พอดื่มเหล้าเข้าไปอีกแก้ว วั่งตงก็ยิ่งพูดน้ำไหลไฟดับ "แค่คดีขู่กรรโชกทรัพย์ 300,000 หยวนน่ะ มันไม่ถึงขนาดต้องตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมาหรอกนะ เพราะมันก็แค่คดีฉ้อโกงธรรมดาๆ บวกกับคดีเผยแพร่สื่อลามกอนาจารเท่านั้นเอง"

"แต่นายรู้ไหมว่าทำไมเราถึงต้องตั้งหน่วยเฉพาะกิจขึ้นมา" วั่งตงทิ้งช่วงให้ลุ้น

เมื่อเห็นซูอิงฮุยเร่งเร้า วั่งตงก็เล่าต่อ "ก็เพราะไอ้คนร้ายคนนี้ มันมีความสามารถพิเศษอย่างหนึ่ง มันสามารถทำลายกล้องวงจรปิดได้!"

ซูอิงฮุยแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ "การทำลายกล้องวงจรปิด คนธรรมดาก็ทำได้ไม่ใช่เหรอ?"

วั่งตงส่ายหน้า "ถ้าทำลายแค่ตัวสองตัว มันก็ทำได้ง่ายๆ แต่ถ้าระดับทำลายเป็นร้อยเป็นพันตัวล่ะ! นั่นมันไม่ใช่งานที่คนคนเดียวจะทำได้แล้วนะ"

"เราสงสัยว่าคนร้ายน่าจะเป็นแฮกเกอร์ระดับหัวกะทิ เขาไม่เพียงแต่สามารถทำลายกล้องวงจรปิดได้ แต่เขายังสามารถตัดต่อภาพวงจรปิดได้ด้วย"

"อย่างเช่น สมมติว่ามีกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งจับภาพถนนเส้นหนึ่งอยู่ตลอดเวลา ตอน 5 โมง 10 นาที บนถนนเส้นนั้นไม่มีอะไรเลย แต่พอ 5 โมง 11 นาที จู่ๆ ก็มีรถคันหนึ่งโผล่ขึ้นมาบนถนนดื้อๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย"

ซูอิงฮุยกระซิบถาม "เหมือนกับการตัดต่อวิดีโองั้นเหรอ?"

"ใช่! เหมือนกับการตัดต่อวิดีโอเลย แถมยังเป็นการตัดต่อแบบเนียนกริบ! ไอ้หมอนี่มันเก่งมาก! โคตรเก่งเลย!!"

น้ำเสียงของวั่งตงเต็มไปด้วยความทึ่งในความสามารถของคนร้าย "เสียดายความเก่งจริงๆ ดันเอาไปใช้ในทางที่ผิดซะได้"

ซูอิงฮุยรินเหล้าให้วั่งตงอีกแก้ว ทั้งสองคนชนแก้วกันแล้วดื่มรวดเดียวหมด "แล้วพวกนายจับตัวมันได้หรือยังล่ะ?"

วั่งตงถอนหายใจยาว "ยังเลย บอกแล้วไงว่าไอ้หมอนี่มันเก่งมาก เราตามสืบแกะรอยไม่ได้เลย ตอนแรกเราก็สงสัยผู้ชายที่ชื่อหลิวอี้ ที่เป็นคู่หมั้นของผู้เสียหายในคดีภาพหลุด"

ซูอิงฮุยได้ยินว่าตำรวจเพ่งเล็งไปที่หลิวอี้ ก็ยิ่งใจคอไม่ดี "แล้วหลิวอี้เป็นคนทำหรือเปล่า? ใช่เขาไหม?"

วั่งตงส่ายหน้า "ไม่ใช่เขาหรอก จังหวะที่เรากำลังจับตาดูหลิวอี้อยู่นั้น เหตุการณ์กล้องวงจรปิดถูกทำลายเป็นวงกว้างก็เกิดขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่เมืองเรา แต่ไปเกิดขึ้นที่เมืองเฉิงตู"

"หลิวอี้ก็เลยรอดตัวไป"

ซูอิงฮุยแทบจะหลุดอุทานออกมา ตำรวจตามสืบเรื่องไปถึงเมืองเฉิงตูเลยเหรอเนี่ย!

"แล้วตกลงจับตัวคนร้ายได้ไหมล่ะ?"

วั่งตงถอนหายใจยาวอีกรอบ "ยังจับไม่ได้เลย ไอ้หมอนี่มันเจ้าเล่ห์มาก โผล่มาที่เมืองเฉิงตูได้แป๊บเดียว ก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย หน่วยเฉพาะกิจมืดแปดด้านจนเกือบจะต้องยุบหน่วยอยู่แล้ว"

ยุบหน่วยเหรอ? ยุบไปเลยยิ่งดี!

ซูอิงฮุยเพิ่งจะถอนหายใจอย่างโล่งอกได้แป๊บเดียว ประโยคต่อมาของวั่งตงก็ทำเอาหัวใจเขาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม

"แต่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ ไอ้หมอนั่นมันกลับมาอีกแล้ว! เกิดเหตุการณ์กล้องวงจรปิดถูกทำลายเป็นวงกว้างขึ้นอีกแล้ว"

ซูอิงฮุยรีบซักไซ้ "กลับมาอีกแล้วเหรอ! แล้วไงต่อ แล้วไงต่อล่ะ!"

"เอิ๊ก!" วั่งตงเรอออกมาเสียงดัง ก่อนจะทำหน้าลึกลับ "เรื่องหลังจากนี้บอกไม่ได้แล้วล่ะ ถึงนายจะเป็นเพื่อนสนิทฉัน แต่กฎก็ต้องเป็นกฎ!"

……

เพราะเหตุการณ์นี้นี่แหละ ในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่บังเอิญเจอวั่งตง ซูอิงฮุยก็รีบโทรตามหลิวเทาให้มาจัดการเรื่องบ้าๆ บอๆ พวกนี้ให้จบๆ ไปเลย

เพราะเขาตั้งใจจะหนีจริงๆ แล้ว!

"วั่งไฉ แกแน่ใจนะ ว่าทำลายกล้องวงจรปิดจนไม่เหลือซากแล้วจริงๆ?"

วั่งไฉที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับ ตอบด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย "แกคิดว่าฉันเป็นคนสะเพร่าเหมือนแกหรือไง เรื่องนี้ฉันจัดการเรียบร้อย แกวางใจได้เลย"

เมื่อได้ยินคำยืนยันจากวั่งไฉ ซูอิงฮุยก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 65 - หนี

คัดลอกลิงก์แล้ว