เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 51 - ถึงจุดสิ้นสุด

บทที่ 51 - ถึงจุดสิ้นสุด

บทที่ 51 - ถึงจุดสิ้นสุด


บทที่ 51 - ถึงจุดสิ้นสุด

จากการสืบสวนของซูอิงฮุยและวั่งไฉ ฆาตกรอีกคนมีชื่อว่า เจิ้งซวง เคยเป็นทหารรับจ้างในต่างประเทศมาก่อน

ประกอบกับคำบอกเล่าของหลี่อัน ที่ว่าหนึ่งในฆาตกรมีปืนพกเหน็บเอวมาด้วย ก็คงหนีไม่พ้นเจิ้งซวงคนนี้แน่ๆ

ดังนั้น การจะรับมือกับเจิ้งซวง เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นทวีคูณ

วั่งไฉบอกว่า ปืนพกธรรมดาในตอนนี้ ยิงเขาไม่ตายหรอก แต่สำหรับคำพูดนี้ ซูอิงฮุยไม่เชื่อเด็ดขาด และอีกอย่างนะ ถึงจะยิงไม่ตายก็เถอะ ใครมันจะอยากกินอิ่มแล้วว่างจัด ไปยืนเป็นเป้าให้คนอื่นยิงเล่นฟะ?

ตอนนี้เจิ้งซวงไม่ได้อยู่ที่เมืองเฉิงตู แต่อยู่ที่เมืองเล็กๆ ติดกับเมืองเฉิงตู เขาเปิดร้านขายของกินเล่นอยู่ตรงข้ามตลาดสดกับภรรยา

ซูอิงฮุยกับวั่งไฉมาดักซุ่มอยู่ที่หน้าตลาดสดแห่งนี้ได้เจ็ดแปดวันแล้ว แต่ก็ยังหาจังหวะลงมือไม่ได้เลย

ช่วยไม่ได้นี่นา คนที่นี่พลุกพล่านเกินไป

ตลาดสดก็แบบนี้แหละ ขนาดตอนกลางคืนคนยังเดินกันขวักไขว่เลย

ตอนแรกเขากะจะหาจังหวะลงมือตอนที่เจิ้งซวงกลับบ้าน แต่หมอนั่นดันไม่กลับบ้านเลยนี่สิ

พอจัดการเก็บกวาดร้านเสร็จ ก็ดึงประตูเหล็กม้วนลง แล้วนอนเฝ้าร้านมันซะอย่างงั้น

ในเวลานี้ ซูอิงฮุยกำลังนั่งกินโรตีไข่เจียวฝีมือครอบครัวเจิ้งซวงอยู่บนรถตู้ "อืม รสชาติอร่อยใช้ได้เลยนะเนี่ย"

ส่วนวั่งไฉที่อยู่ท้ายรถ ก็กำลังแทะเป็ดพะโล้อย่างเมามันส์ มันเคี้ยวตุ้ยๆ พลางพูดว่า "ขืนรอต่อไปแบบนี้ก็ไม่ใช่ทางออกนะ"

"ฉันก็กำลังใช้ความคิดอยู่นี่ไง! จะรีบไปไหนวะ!"

……

ช่วงบ่าย หลังจากที่เจิ้งซวงและภรรยาขายของเสร็จ พวกเขาก็เริ่มทำความสะอาดร้าน

ระหว่างที่กำลังทำความสะอาด เจิ้งซวงก็พูดกับภรรยาว่า "อีกสองวันก็ถึงวันเกิดแม่แล้วนะ เราหยุดร้านสักสองวัน แล้วกลับไปเยี่ยมแม่กันเถอะ"

"เอาสิ! ดีเลย!" ภรรยาของเจิ้งซวงชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

เธอไม่ได้หยุดพักผ่อนมานานแค่ไหนแล้วนะ ครั้งสุดท้ายที่ได้หยุดพักผ่อน มันนานจนแทบจะจำไม่ได้แล้ว

ใครๆ ก็บอกว่าทำธุรกิจส่วนตัวมันอิสระ แต่พอได้มาทำจริงๆ ถึงได้รู้ว่า หลายๆ ครั้งไม่ใช่ว่าไม่อยากหยุดพัก แต่เป็นเพราะเสียดายรายได้ต่างหาก

ภรรยาของเจิ้งซวงอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เมื่อเห็นสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่กำลังยืนกระดิกหางอยู่หน้าประตูร้าน เธอก็นึกขึ้นได้ว่าในซึ้งนึ่งยังมีซาลาเปาไส้หมูเหลืออยู่อีกสองสามลูก จึงหันหลังกลับไปหยิบมาให้มันกิน

เธอเดินออกจากร้าน นั่งยองๆ แบมือออก วางซาลาเปาไส้หมูลงบนพื้นตรงหน้าสุนัขสีเหลือง พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า "กินสิ วันนี้แกโชคดีนะเนี่ย ที่ยังมีซาลาเปาเหลืออยู่"

แต่สุนัขสีเหลืองตัวนั้นทำเพียงแค่เอาดมๆ ซาลาเปา ไม่ยอมกิน มันเงยหน้าขึ้นมองเธอ พร้อมกับกระดิกหางไปมาไม่หยุด

หรือว่าจะมองไม่เห็นไส้หมู เลยไม่อยากกิน?

จากนั้นภรรยาของเจิ้งซวงก็ยื่นมือออกไป หวังจะบิซาลาเปาออกเป็นสองซีกให้มันเห็นไส้ข้างใน

จังหวะที่เธอกำลังยื่นมือออกไป สุนัขตัวนั้นก็พุ่งพรวดเข้ามากัดมือเธอเข้าอย่างจัง

"โอ๊ย!!"

เสียงกรีดร้องของภรรยา ทำให้เจิ้งซวงที่อยู่หลังร้านตกใจสุดขีด เขารีบวิ่งออกมาหน้าร้าน ก็เห็นสุนัขตัวหนึ่งกำลังกัดมือภรรยาของเขาอยู่!

"ไอ้หมาบ้า! ปล่อยนะโว้ย!!"

เจิ้งซวงโกรธจัด เตะเข้าใส่สุนัขตัวนั้นเต็มแรง แต่มันก็หลบได้อย่างคล่องแคล่ว

หลังจากสุนัขตัวนั้นวิ่งหนีไป เจิ้งซวงก็รีบย่อตัวลงดูบาดแผลของภรรยา ตอนนี้มือของเธอเหวอะหวะ เลือดไหลอาบ

"ไป! ไป! ไป! รีบไปล้างแผล แล้วรีบไปฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าเดี๋ยวนี้เลย!!"

เจิ้งซวงบอกให้ภรรยาไปล้างแผลที่หลังร้าน ส่วนเขาก็วิ่งไปที่ริมถนนเพื่อเอามอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

ส่วนสุนัขสีเหลืองตัวใหญ่ที่เพิ่งจะกัดคนไปเมื่อครู่ แน่นอนว่าต้องเป็นวั่งไฉของเรานั่นเอง

……

ตกดึก หน้าสถานีอนามัย

เจิ้งซวงกำลังยืนสูบบุหรี่อยู่หน้าประตูโรงพยาบาล ส่วนภรรยาของเขากำลังให้น้ำเกลืออยู่ข้างใน

ความจริงแล้วการถูกหมาแมวกัด ข่วน แค่ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าก็พอแล้ว แต่เป็นเพราะแผลของภรรยาเจิ้งซวงค่อนข้างลึก ประกอบกับเมื่อหลายปีก่อนเธอเคยป่วยหนัก ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายไม่ค่อยดีนัก

เพื่อความปลอดภัย หมอจึงแนะนำให้ให้น้ำเกลือเพิ่มด้วย

หลังจากสูบบุหรี่หมดมวน เจิ้งซวงก็เตรียมตัวจะเดินกลับเข้าไปในโรงพยาบาล จังหวะนั้นเอง ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา ที่ริมฝีปากคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดเอาไว้

"พี่ชาย ยืมไฟแช็กหน่อยสิ ไม่รู้ไฟแช็กผมร่วงหายไปไหน" ชายหนุ่มคนนั้นเอ่ยปากพูดกับเจิ้งซวง พร้อมกับยื่นบุหรี่อีกมวนให้

การมีบุหรี่แต่ไม่มีไฟแช็ก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเจิ้งซวงอยู่บ่อยๆ เขาจึงไม่ได้เอะใจอะไร และล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหยิบไฟแช็ก

วินาทีที่เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า สัญชาตญาณเตือนภัยของเจิ้งซวงก็ร้องเตือนขึ้นมาทันที มันคือสัญชาตญาณที่สั่งสมมาจากอาชีพเก่าของเขา

แย่แล้ว!

เจิ้งซวงพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ชายหนุ่มที่เพิ่งจะขอยืมไฟแช็กเมื่อครู่ ปล่อยหมัดฮุกซ้ายเข้าที่ปลายคางของเขาอย่างจัง

แรงมหาศาลอะไรขนาดนี้!!

เจิ้งซวงรู้สึกหน้ามืดวูบ ก่อนจะหมดสติไปในพริบตา

คนที่ลงมือทำร้ายเจิ้งซวง ก็คือซูอิงฮุยนั่นเอง

ซูอิงฮุยแบกร่างของเจิ้งซวงขึ้นบ่าอย่างง่ายดาย แล้วพาเขาไปที่รถตู้ที่จอดอยู่ริมถนน เปิดประตูแล้วโยนร่างของเขาเข้าไปข้างใน

จากนั้นเขาก็รีบขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ สตาร์ทรถ แล้วขับหายลับไปในความมืด

……

ณ ยอดเขาไร้ชื่อแห่งหนึ่ง ตอนนี้ซูอิงฮุยแบกร่างที่ไม่ได้สติของเจิ้งซวงมายืนอยู่ริมหน้าผา

เบื้องล่างคือป่าสนทึบ เมื่อมองลงไปในความมืดมิด ก็ดูราวกับก้นบึ้งของขุมนรก

ที่แห่งนี้แหละ คือหลุมศพที่ซูอิงฮุยตั้งใจเลือกไว้ให้เจิ้งซวง!

มันเป็นสถานที่ทุรกันดารห่างไกลผู้คน ต่อให้ผ่านไปสิบปีแปดปี ก็ไม่มีใครเฉียดกรายมาที่นี่แน่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการพบศพของเจิ้งซวงเลย

"แกเป็นคนจัดการเถอะ ฉันลงมือไม่ลง"

ซูอิงฮุยโยนร่างเจิ้งซวงทิ้งไว้บนพื้น แล้วหันไปพูดกับวั่งไฉ

"แกจัดการเองเถอะ! แกทำเองเลย! ฉันก็ทำไม่ลงเหมือนกัน เดี๋ยวฉันไปดูต้นทางให้!" วั่งไฉส่ายหัวปฏิเสธรัวๆ แล้วหันหลังวิ่งหนีไปทันที

ซูอิงฮุยส่งสายตาเหยียดหยามไล่หลังวั่งไฉไป ก่อนจะหันกลับมามองร่างของเจิ้งซวง

"ฆ่าคนก็ต้องชดใช้ด้วยชีวิต เป็นสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มีอะไรก็ไปเคลียร์กับท่านพญามัจจุราชเอาเองก็แล้วกัน"

สำหรับเจิ้งซวง ซูอิงฮุยจะไม่ยอมใช้วิธีล้อเล่นเหมือนที่ทำกับต่งกวงผิงเด็ดขาด

พวกทหารรับจ้างต่างชาติแบบนี้ มือเปื้อนเลือดมานักต่อนักแล้ว อันตรายสุดๆ พลาดท่าแค่นิดเดียว อาจจะโดนสวนกลับเอาถึงตายได้

ซูอิงฮุยเอื้อมมือไปบีบคอเจิ้งซวง แล้วออกแรงบีบเต็มที่

ร่างของเจิ้งซวงชักกระตุกและดิ้นรนอยู่พักหนึ่ง แต่เขาก็ไม่ได้ลืมตาขึ้นมาเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เพียงไม่กี่วินาที ลำคอของเจิ้งซวงก็ถูกบีบจนแหลกละเอียด และเขาก็ขาดใจตายไปในที่สุด

จากนั้น ซูอิงฮุยก็จัดการโยนศพของเจิ้งซวงทิ้งลงไปที่ตีนเขา

ง่ายดายมาก การฆ่าคนมันช่างง่ายดายเหลือเกิน ความตายก็ช่างเป็นเรื่องง่ายดาย

ตอนนั้นหลี่อันก็คงจะตายง่ายๆ แบบนี้เหมือนกันสินะ

……

เรื่องราวทั้งหมดจบลงแล้ว

ตลอดเหตุการณ์นี้ ใครผิดใครถูก ใครเป็นคนดี ใครเป็นคนเลว มันก็ยากที่จะตัดสินใจแล้ว

ต่งกวงผิงมีน้องสาว ส่วนเจิ้งซวงมีภรรยา พวกเขาก็แค่ต้องการหาเงินไปรักษาคนที่พวกเขารัก ถึงได้ยอมไปรับจ้างฆ่าคน

แต่หลี่อันกับลู่เสวี่ยล่ะ? สองแม่ลูกคู่นี้ถูกต่งกวงผิงกับเจิ้งซวงฆ่าตาย เพียงเพราะเห็นแก่เงินเท่านั้น

แล้วหลี่ไคผิงที่ยอมจ่ายเงินจ้างนักฆ่าล่ะ เป็นคนดีหรือเปล่า? คำตอบคือไม่ใช่อย่างแน่นอน

แล้วเขาเป็นคนเลวงั้นเหรอ? ก็พูดได้ยากเหมือนกัน

คนแรกที่ถูกหลอกลวงและหักหลัง ก็คือหลี่ไคผิงเอง เขาทำไปก็เพียงเพื่อแก้แค้นเท่านั้น

ดังนั้น ลู่เสวี่ย ภรรยาของหลี่ไคผิง ก็ไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์เช่นกัน

ในเรื่องราวทั้งหมดนี้ นอกจากหลี่อันที่ต้องมารับเคราะห์กรรมไปด้วยแล้ว ก็ไม่มีใครเป็นคนดีเลยสักคน

ซูอิงฮุยไม่ใช่คนดี วั่งไฉก็ไม่ใช่คนดีเหมือนกัน

"โลกใบนี้น่ะ บางครั้งมันก็เฮงซวยแบบนี้แหละโว้ย!"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 51 - ถึงจุดสิ้นสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว