- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 35 - 4 ล้าน!
บทที่ 35 - 4 ล้าน!
บทที่ 35 - 4 ล้าน!
บทที่ 35 - 4 ล้าน!
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตอันแสนสบายของซูอิงฮุยใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว
"ขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามอยู่เป็นเพื่อนกันมาตลอดนะครับ ขอบคุณพี่ๆ เสี่ยๆ ที่ช่วยเปย์ของขวัญให้ แล้วก็ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ ที่ช่วยกันสมทบทุนซื้อของกินมาให้ด้วยนะครับ..."
หลังจากกล่าวขอบคุณในห้องไลฟ์สดเสร็จสรรพ ซูอิงฮุยก็กดปิดไลฟ์สดไป
แม่มึงเอ๊ย! จบซะที!
ตอนนี้ก็ปาเข้าไปหกโมงเย็นแล้ว ซูอิงฮุยไลฟ์สดมาเต็มๆ 15 วัน ช่วงเวลาที่ทรมานที่สุดสำหรับเขาก็คือตอนเข้าห้องน้ำนี่แหละ
คฤหาสน์หลังนี้มันก็ดีไปซะทุกอย่างนะ เสียอย่างเดียวคือทำไมถึงมีแต่ชักโครกวะ เป็นอะไร นั่งยองๆ มันขี้ไม่ออกหรือไง?
แถมตอนขี้ก็ต้องไลฟ์สดไปด้วย ความรู้สึกแบบนั้นมันช่างทรมานจิตใจสุดๆ
จากที่ปกติเป็นคนถ่ายคล่อง พอคิดว่ามีคนเป็นร้อยเป็นพันจ้องมองอยู่ มันก็ทำเอาขี้หดตดหาย กลายเป็นคนท้องผูกไปเลย
เรื่องน่าขยะแขยงยังไม่หมดแค่นั้นนะ เพราะยังมีคนชอบมาคอมเมนต์ถามตอนที่เขากำลังปลดทุกข์ด้วย
"สตรีมเมอร์ ขี้คล่องไหมล่ะ!"
"สตรีมเมอร์ ขี้เยอะไหม วันนี้ขี้เต็มชักโครกเลยหรือเปล่า!"
และที่น่าขยะแขยงยิ่งกว่าก็คือ "สตรีมเมอร์ วันนี้ขี้แข็งหรือขี้เหลว สีอะไรอ่ะ!"
โคตรเสื่อม! ซูอิงฮุยละเบื่อหน่ายกับความเสื่อมทรามของชาวเน็ตยุคนี้จริงๆ!
ในจังหวะนี้เอง เขาก็ได้รับข้อความแจ้งเตือน เป็นข้อความแจ้งยอดเงินโอนเข้าบัญชี: จำนวนเงิน 108,000 หยวน
ซูอิงฮุยปรี๊ดแตกทันที ตกลงกันไว้ที่ 120,000 หยวนไม่ใช่เหรอ ทำไมยอดเงินมันถึงหายไปตั้งหมื่นกว่าหยวนล่ะ!
เขารีบต่อสายตรงไปหานายหน้าหวังอี้เทาทันที แต่หวังอี้เทากลับบอกหน้าตาเฉยว่า นี่มันเป็นเงินหลังหักภาษีแล้ว
ค่าจ้าง 15 วันของเขาคือ 120,000 หยวน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ 36,000 - 144,000 หยวน จึงต้องหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10%
"ในสัญญาเราระบุไว้ว่าเป็นค่าจ้าง เพราะงั้นก็ต้องจ่ายตามมาตรฐานการจ่ายค่าจ้างสิ"
จังหวะที่ซูอิงฮุยกำลังจะอ้าปากด่า หวังอี้เทาก็พูดขัดขึ้นมาว่า "ฉันขอเตือนให้นายรับเงินไปแล้วก็หุบปากซะ อย่ามาหาเรื่องใส่ตัว ขืนมานั่งไล่เบี้ยกันจริงๆ รายได้จากของขวัญไลฟ์สดของนายทั้งหมดรวมกันแล้ว ยอดเงินได้บุคคลธรรมดาของนายมันก็ต้องขยับขึ้นไปอีกขั้นนึงเลยนะเว้ย ถึงตอนนั้นนายก็ต้องจ่ายภาษี 20% นู่นเลย"
พอได้ยินประโยคนี้ ซูอิงฮุยก็รีบเปลี่ยนสีหน้าทันที "เข้าใจแล้วครับ สมควรแล้วครับ การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่ดีอยู่แล้วครับ"
พูดจบเขาก็รีบชิงวางสายไปเลย
"ถุย!"
ซูอิงฮุยถ่มน้ำลายใส่หน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเตรียมเก็บข้าวของกลับบ้าน
ความจริงเขาก็ไม่ได้มีของอะไรให้เก็บมากมายหรอก เพราะตอนมาก็มาแต่ตัว มีแค่เสื้อผ้าเปลี่ยนสองชุดเท่านั้น
แต่ไอ้พวกของกินที่ชาวเน็ตส่งมาให้นี่สิ กองเป็นภูเขาเลากาเลย คราวนี้แหละที่ทำเอาเขาปวดหัวหนัก ไม่รู้จะจัดการยังไงดี
โชคดีนะที่ช่วงหลายวันมานี้ เขาเลือกกินแต่พวกของสดของเน่าเสียอย่างพวกผลไม้หรือของสุกก่อน
ส่วนพวกของแห้งที่เก็บได้นานๆ เขาก็เก็บไว้ตั้งใจจะแพ็คใส่กล่องส่งไปรษณีย์กลับไปกินต่อที่ห้องเช่า
การกินทิ้งกินขว้าง ถือเป็นเรื่องน่าละอายอย่างยิ่ง
จังหวะนี้เอง วั่งไฉก็เดินกระดิกหางส่ายก้นเข้ามาหา "อย่าเพิ่งไป ฉันมีเรื่องจะบอก"
ซูอิงฮุยยังคงก้มหน้าก้มตาจัดของกิน "มีเรื่องอะไร? แกแอบไปขโมยของเก่าอะไรมาได้หรือเปล่า?"
"ไม่ได้ของเก่าหรอก แต่ฉันหาเงินก้อนโตมาให้เราได้"
เงินก้อนโต? ซูอิงฮุยเงยหน้าขึ้นมา มองวั่งไฉด้วยสีหน้าฉงนสงสัย หมาอย่างมันจะไปหาเงินที่ไหนมาได้ แถมยังอ้าปากพูดไม่ได้อีกต่างหาก
จากนั้นวั่งไฉก็เล่าเรื่องราวของสองแม่ลูกผีให้ซูอิงฮุยฟังอย่างละเอียด
"แกกำลังจะบอกว่า บนโลกนี้มีผีอยู่จริงๆ งั้นเหรอ? แล้ววันแรกที่ฉันมาถึง ฉันก็เจอผีหลอกเข้าให้แล้ว?"
วั่งไฉพยักหน้า
"แกกำลังจะบอกว่า ข่าวในเน็ตมันเป็นเรื่องแต่ง พวกแม่ลูกคู่นั้นถูกฆาตกรรมโดยฝีมือคนอื่น? แล้วผีผู้หญิงคนนั้นก็มาจ้างให้เราไปแก้แค้น?"
วั่งไฉพยักหน้าอีกรอบ
"แกกำลังจะบอกว่า ช่วงหลายวันมานี้ แกไม่ได้ออกไปหาของมีค่าอะไรเลย แต่เอาเวลาไปทำตัวเป็นนักสืบตามสืบเรื่องนี้?"
วั่งไฉพยักหน้ายืนยัน
ซูอิงฮุยฟิวส์ขาดทันที ไอ้หมาเวรนี่ไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย มาเสียเที่ยวเปล่าๆ ชัดๆ!
"ไม่เอา! ไม่รับงานนี้! แก้แค้นบ้าอะไร? จะให้เราไปฆ่าคนหรือไง! รับจ้างผีไปแก้แค้น แกคิดได้ไงเนี่ย! พวกเราไม่ใช่นักสืบนะโว้ย!!"
พูดจบ ซูอิงฮุยก็คว้าถุงผ้าใบใหญ่ เตรียมตัวจะเดินออกจากประตูไป
ตอนที่ขาข้างหนึ่งกำลังจะก้าวพ้นประตู เสียงของวั่งไฉก็ดังลอยมาตามลม "เขาเสนอค่าจ้างให้ 4 ล้าน แถมเป็นเงินสดด้วยนะ"
ขาข้างที่กำลังจะก้าวออกไปของซูอิงฮุย ชะงักกึก ก่อนจะรีบชักกลับเข้ามาอย่างไว
"เท่าไหร่นะ! ฉันหูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย!!"
วั่งไฉมองซูอิงฮุยด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะทวนประโยคเดิมอีกครั้ง "เขาเสนอค่าจ้างให้ 4 ล้าน แถมเป็นเงินสดด้วยนะ"
ซูอิงฮุยทิ้งถุงผ้าลงพื้นทันที แล้วรีบวิ่งเข้าไปหาวั่งไฉ "เอาจริงๆ นะ สองแม่ลูกนั่นก็น่าสงสารอยู่นะ อยู่ดีๆ ก็โดนฆ่าตายเฉยเลย ตัวฉันก็ไม่ได้มีข้อดีอะไรหรอกนะ มีก็แต่ความยุติธรรมที่เปี่ยมล้นนี่แหละ! ว่ามาเลย ช่วงนี้แกสืบได้ความว่าไงบ้าง?"
ทักษะการเปลี่ยนสีหน้าแบบปุบปับของซูอิงฮุยนี่ ถ้าไม่ไปเป็นนักแสดงก็ถือว่าเสียของจริงๆ
แน่นอนว่าปฏิกิริยาของเขาอยู่ในความคาดหมายของวั่งไฉอยู่แล้ว เพราะตอนแรกวั่งไฉก็ปฏิเสธเสียงแข็งเหมือนกัน แถมยังปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยยิ่งกว่าซูอิงฮุยซะอีก
แต่พอวั่งไฉได้ยินผีผู้หญิงบอกว่าจะให้ค่าตอบแทน 4 ล้าน วั่งไฉก็ตอบตกลงแบบไม่คิดชีวิตเลย
เด็กผู้หญิงบอกว่า เงิน 4 ล้านนี่ต้องรอให้พวกเธอแก้แค้นสำเร็จก่อนถึงจะบอกที่ซ่อนให้
ตามที่เด็กผู้หญิงเล่า นี่เป็นเงินที่พ่อของเธอทิ้งไว้ให้ ก่อนตายพ่อกำชับนักกำชับหนาว่าห้ามเอาไปบอกแม่เด็ดขาด
พ่อของเธอเอาเงินสดไปซ่อนไว้ เพื่อเป็นหลักประกันว่าหลังจากที่เขาตายและทรัพย์สินถูกธนาคารยึดไปหมดแล้ว ลูกเมียของเขาจะยังมีเงินก้อนนี้ประทังชีวิตต่อไปได้
สถานที่ซ่อนเงิน มีแค่เด็กผู้หญิงคนเดียวที่รู้
วั่งไฉบอกซูอิงฮุยว่า "ช่วงนี้ฉันสืบอะไรไม่ได้เลย ฉันเป็นหมานะ จะไปสืบอะไรได้สะดวกนักล่ะ ก็เลยต้องรอให้แกมาช่วยนี่ไง"
สืบอะไรไม่ได้เลย? ซูอิงฮุยกลอกตาบน สืบไม่ได้แล้วทำไมมึงไม่รู้จักไปขโมยของมีค่ามาตุนไว้ก่อนวะ ไอ้หมาสมองทึบ!
"แล้วสองแม่ลูกนั่นอยู่ไหนล่ะ? ฉันจะเจอหน้าพวกเขาได้ไหม?"
ยังไงก็ต้องรับงานนี้แหละ แต่ก่อนอื่นก็ต้องขอเจอหน้าผู้จ้างวานก่อนสิ
วั่งไฉส่ายหน้า ก่อนจะใช้อุ้งเท้าชี้ไปที่ความว่างเปล่าข้างๆ "แกมองไม่เห็นหรอก ตอนนี้พวกเขายืนอยู่ข้างๆ เรานี่แหละ"
ซูอิงฮุยหันขวับไปมอง เพ่งมองอยู่นานสองนาน ก็เห็นแต่ความว่างเปล่า
แต่เขาก็รู้สึกได้นะ รู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่ เหมือนกับตอนวันแรกที่เขามาถึงคฤหาสน์เป๊ะเลย "แล้วแกรู้ได้ไงว่าฉันมองไม่เห็น? ตอนฉันมาวันแรก แกก็ไม่ได้เตือนฉันสักคำ"
วั่งไฉส่ายหน้า "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตอนมาถึงวันแรกฉันก็มองไม่เห็นพวกเธอหรอก พอฉันออกไปข้างนอกแล้วกลับมาถึงได้เห็น ตอนนั้นแกยังเกือบโดนควักหัวใจอยู่ตรงพุ่มไม้เลย"
พอได้ยินที่วั่งไฉพูด ซูอิงฮุยก็กลืนน้ำลายเอื๊อก นี่กูเกือบโดนผีควักหัวใจเลยเหรอเนี่ย?
ความกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจเขาอีกครั้ง แต่พอคิดถึงเงิน 4 ล้าน ซูอิงฮุยก็รีบสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไปทันที
นั่นมันเงินตั้ง 4 ล้านเชียวนะ!
แถมยังเป็นเงินสดขาวๆ เน้นๆ อีกต่างหาก!!
ซูอิงฮุยกระแอมไอเบาๆ ทำเป็นไม่สนใจเรื่องที่ตัวเองเกือบโดนควักหัวใจ แล้วหันไปพูดกับความว่างเปล่าว่า "อะแฮ่ม! สองสาวใจเย็นๆ ก่อนนะ เดี๋ยวผมขอตัวไปหาข้อมูลข่าวคดีนี้ก่อน!"
(จบแล้ว)