- หน้าแรก
- แฟ้มลับคู่หูสายเทา กฎหมายไม่รับ เราจัดให้
- บทที่ 18 - อัศวินของเจ้าหญิง
บทที่ 18 - อัศวินของเจ้าหญิง
บทที่ 18 - อัศวินของเจ้าหญิง
บทที่ 18 - อัศวินของเจ้าหญิง
เมื่อหลี่ซุ่นจวี๋ฟื้นขึ้นมาจากการหมดสติ เวลาก็ล่วงเลยมาจนเกือบเที่ยงแล้ว เมื่อตั้งสติได้ เธอจึงสวมเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรม เพื่อเตรียมลงไปขอต่อเวลาห้องพัก ตอนนี้เธอยังไม่อยากกลับบ้านไปเผชิญหน้ากับหลิวฟาง ผู้เป็นแม่ของเธอ
ทว่า พนักงานต้อนรับกลับแจ้งว่า วันนี้โรงแรมจะปิดให้บริการชั่วคราว
"ขออภัยด้วยนะคะคุณผู้หญิง เนื่องจากระบบป้องกันอัคคีภัยของทางโรงแรมยังไม่ผ่านมาตรฐาน จึงจำเป็นต้องปิดปรับปรุงชั่วคราวค่ะ"
เมื่อหมดทางเลือก หลี่ซุ่นจวี๋จึงต้องคืนคีย์การ์ดและเช็คเอาต์ออกจากโรงแรม
เธอบอกกับพนักงานต้อนรับว่าจะออกไปทานอาหารเช้า แล้วค่อยกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นก็สวมเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมเดินออกไปดื้อๆ
ความจริงแล้วเธอไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยนเลยต่างหาก ภายในห้องพักมีเพียงชุดกระชับสัดส่วนที่เธอถอดทิ้งไว้เท่านั้น ดังนั้นหลี่ซุ่นจวี๋จึงตั้งใจจะขโมยเสื้อคลุมอาบน้ำของโรงแรมหนีออกมาเลย ทรัพย์สินติดตัวทั้งหมดของเธอมีเพียงโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวเท่านั้น
โชคดีที่ตอนเปิดห้องพัก โรงแรมไม่ได้เรียกเก็บเงินมัดจำล่วงหน้า
คล้อยหลังหลี่ซุ่นจวี๋เดินจากไปได้ไม่นาน ชายหนุ่มคนหนึ่งพร้อมกับสุนัขพันธุ์ทางสีเหลืองก็ปรากฏตัวขึ้นที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ เขาล้วงธนบัตร 500 หยวนออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นให้พนักงานต้อนรับ "ขอบใจมากนะพี่สาว ทำให้โรงแรมเสียรายได้ซะแล้ว"
คนที่มาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากซูอิงฮุย เขาได้เตี๊ยมกับพนักงานต้อนรับของโรงแรมไว้ล่วงหน้าแล้ว ว่าห้ามให้หลี่ซุ่นจวี๋ต่อเวลาห้องพักเด็ดขาด โดยแลกกับเงิน 500 หยวนให้กับพนักงานต้อนรับคนนี้
พนักงานต้อนรับรับเงินไปอย่างพึงพอใจ "มีค่าเสื้อคลุมอาบน้ำอีก 120 หยวน รบกวนช่วยจ่ายให้ด้วยนะคะ"
ซูอิงฮุยกลอกตาบน ก่อนจะล้วงธนบัตรอีก 200 หยวนยื่นให้พนักงานต้อนรับ "ไม่ต้องทอน"
หลี่ซุ่นจวี๋เดินไปตามท้องถนน ตลอดทางมีผู้คนมากมายชี้ไม้ชี้มือและซุบซิบนินทาเธอ
หลี่ซุ่นจวี๋คิดว่าคงเป็นเพราะเธอสวมเสื้อคลุมอาบน้ำเดินตามถนนล่ะมั้ง มันคงจะดูแปลกตาไปหน่อย เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
จนกระทั่งเธอเหลือบไปเห็นกระดาษ A4 ที่ติดอยู่บนเสาไฟฟ้า เธอถึงได้กระจ่างแจ้งแก่ใจ!
ที่แท้ผู้คนบนท้องถนนก็จำเธอได้กันหมดแล้ว!
เรื่องนี้ทำให้หลี่ซุ่นจวี๋ถึงกับสติแตก เธอพุ่งเข้าไปฉีกกระดาษ A4 บนเสาไฟฟ้าอย่างบ้าคลั่ง แต่กระดาษพวกนี้ถูกทาด้วยกาวอย่างแน่นหนา แค่จะฉีกออกมาสักแผ่นก็ยากเย็นแสนเข็ญ
และพฤติกรรมของเธอก็เรียกความสนใจจากผู้คนรอบข้างให้เข้ามามุงดู
"ผู้หญิงคนนั้นนี่เอง! คนที่กำลังเป็นกระแสในเน็ตอยู่ตอนนี้ไง?"
"หน้าไม่อายจริงๆ! ยังมีหน้ากล้าเดินออกจากบ้านอีก แถมยังแต่งตัวซะบางหวิวเชียว! ร่านเข้ากระดูกดำจริงๆ!"
"ทำตัวเสื่อมเสียชื่อเสียงคนในพื้นที่ไปหมด! หล่อนไม่ได้โดนจับเข้าซังเตไปแล้วเหรอ? แล้วมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไง ดูจากการแต่งตัวแล้ว สงสัยหล่อนคงจะเสียสติไปแล้วแน่ๆ!"
……
จู่ๆ ก็มีเปลือกกล้วยลอยมาตกแหมะอยู่บนหัวของหลี่ซุ่นจวี๋อย่างพอดิบพอดี หลี่ซุ่นจวี๋หันขวับไปตวาดใส่ฝูงชนอย่างเกรี้ยวกราด "ใคร! ใครเป็นคนปา! ฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกแกให้หมดเลย!"
ผู้คนรอบข้างต่างเงียบกริบ ไม่มีใครปริปากพูดอะไร สำหรับประชาชนที่สมัครสมานสามัคคีกัน เมื่อต้องรับมือกับพวกนอกคอก ย่อมไม่มีใครยอมปริปากทรยศพวกพ้องอยู่แล้ว
"อ๊าก! ไปตายซะ!! ไปตายซะให้หมด!!!"
เมื่อหลี่ซุ่นจวี๋เห็นทุกคนรอบข้างมองมาที่เธอด้วยสายตายิ้มเยาะ เธอก็ฟิวส์ขาดทันที เธอแผดเสียงร้องคำราม พร้อมกับปาเศษกระดาษในมือใส่ฝูงชน
ทว่า เศษกระดาษเบาหวิวพวกนั้นไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ เลย อย่าว่าแต่จะปาให้โดนคนเลย แค่จะปาออกไปให้พ้นตัวยังทำไม่ได้ กลับถูกลมพัดปลิวกลับมาติดเต็มตัวหลี่ซุ่นจวี๋ แปะอยู่บนเสื้อคลุมอาบน้ำขนนุ่มฟูของเธอเต็มไปหมด
ผู้คนที่มุงดูต่างพากันมองหลี่ซุ่นจวี๋ราวกับกำลังดูตัวตลก
หลี่ซุ่นจวี๋ที่ทนรับสายตาเหยียดหยามไม่ไหว รีบวิ่งฝ่าวงล้อมฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อเธอวิ่งหลุดออกมาได้ เธอกลับพบว่า ไม่ว่าจะเป็นบนเสาไฟฟ้า บนกำแพง หรือแม้แต่บนถังขยะ ทุกที่ล้วนเต็มไปด้วยรูปถ่ายของเธอทั้งสิ้น
เธอรีบโบกแท็กซี่เพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านทันที ตอนนี้หลี่ซุ่นจวี๋อยากจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด เธอไม่อยากอยู่ในขุมนรกแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่า แม้แต่คนขับแท็กซี่ยังจำเธอได้ เขามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ ตอนแรกคนขับไม่อยากจะรับเธอขึ้นรถเลย เพราะรู้สึกว่ามันเป็นลางซวย
แต่เมื่อหลี่ซุ่นจวี๋ยอมเสนอให้ค่าโดยสารสูงลิบลิ่วถึง 50 หยวน คนขับก็ยอมให้เธอขึ้นรถจนได้ ก็แหม ใครจะไปยอมเป็นศัตรูกับเงินล่ะจริงไหม?
ตลอดทางไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรเลยสักคำ
เมื่อหลี่ซุ่นจวี๋นั่งรถมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ทั่วทั้งหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยรูปถ่ายของเธอ คราวนี้หลี่ซุ่นจวี๋อยากจะตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยจริงๆ
เธอค่อยๆ ย่องจากปากทางเข้าหมู่บ้านมุ่งหน้ากลับบ้านอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าคนในหมู่บ้านจะจำเธอได้
เมื่อใกล้จะถึงบ้าน เธอถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ตลอดทางที่เดินมา เธอไม่เจอใครเลยสักคน
อีกแค่สองโค้งเท่านั้น ขอแค่เลี้ยวอีกสองโค้ง เธอก็จะถึงบ้านแล้ว!
โค้งสุดท้าย!
หลี่ซุ่นจวี๋ก้าวเท้าเข้าไปในตรอกเล็กๆ หน้าบ้านของเธอ และในวินาทีนั้นเอง หลี่ซุ่นจวี๋ก็ถึงกับยืนอึ้ง
เพราะตอนนี้ บริเวณหน้าประตูบ้านของเธอเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย หลายคนถือกล้องวิดีโอและไมโครโฟนยืนดักรออยู่ที่หน้าบ้าน
จู่ๆ ก็มีใครบางคนในฝูงชนตะโกนขึ้นมาว่า "นั่นไง! ดูสิ หลี่ซุ่นจวี๋กลับมาแล้ว"
เพียงชั่วพริบตา สายตาของทุกคนก็หันขวับมาทางหลี่ซุ่นจวี๋ ทุกคนกรูกันเข้ามาล้อมรอบตัวเธอทันที!
ลองถามดูสิว่ามีเด็กสาวคนไหนบ้างที่ไม่เคยฝันหวาน มีเด็กสาวคนไหนบ้างที่ไม่เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจ?
หลี่ซุ่นจวี๋เองก็เคยเพ้อฝันว่าสักวันหนึ่งเธอจะได้เป็นดารา แล้วก็มีนักข่าวแห่แหนมารุมสัมภาษณ์เธอแบบนี้เหมือนกัน
แต่ไม่เคยคิดเลยว่า เธอจะโด่งดังเป็นพลุแตกด้วยวิธีการแบบนี้
ฝูงชนห้อมล้อมหลี่ซุ่นจวี๋เอาไว้ แสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปรัววูบวาบจนแทบจะทำให้ดวงตาหมาๆ ของเธอบอด
"คุณหลี่ซุ่นจวี๋ครับ ขอถามหน่อยว่าคุณลักลอบมีความสัมพันธ์แบบนี้กับคุณเหลียงกั๋วหลงมานานแค่ไหนแล้วครับ? ตอนนี้คุณเหลียงกั๋วหลงยังคงนอนไม่ได้สติอยู่ ผู้ชมทางบ้านหวังว่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนจากปากของคุณนะครับ"
"คุณหลี่ซุ่นจวี๋คะ ได้ยินมาว่าคุณกับคุณเหลียงกั๋วหลงเคยเป็นแฟนกัน แล้วทำไมคุณถึงยอมยกเขาให้กับเพื่อนสนิทของคุณล่ะคะ? แฟนๆ ในไลฟ์สดก็อยากรู้คำตอบเหมือนกันค่ะ!"
"คุณหลี่ซุ่นจวี๋ครับ คุณหลิวอี้เคยประกาศกลางเวทีว่าจะให้คุณคืนเงินค่าสินสอด แต่คุณบอกว่าคุณคืนเงินค่าสินสอดไปหมดแล้ว? สรุปแล้วเรื่องนี้มันยังไงกันแน่ครับ! ได้ยินมาว่าวันนี้คุณหลิวอี้ไปหาทนายเพื่อเตรียมฟ้องคุณแล้ว คุณมีแผนจะรับมือกับเรื่องนี้ยังไงครับ?"
……
คำถามที่สาดกระหน่ำเข้ามาเป็นชุด ทำเอาหลี่ซุ่นจวี๋ถึงกับมึนตึบ ในเวลานี้ เธอปรารถนาเหลือเกินว่าจะมีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยพาเธอหลบหนีไปจากห้วงความทุกข์ทรมานนี้
แล้วเทพีแห่งโชคลาภก็เข้าข้างหลี่ซุ่นจวี๋ที่ดวงซวยมาหลายวัน ในที่สุดอัศวินของเธอก็มาช่วยแล้ว!
ท่ามกลางฝูงชน หลิวฟาง แม่ของหลี่ซุ่นจวี๋ มือหนึ่งถือไม้ถูพื้นเปื้อนขี้ พุ่งทะลวงฝ่าวงล้อมจากด้านนอกสุดเข้ามายังใจกลางฝูงชน
ด้วยความห้าวหาญดุดันราวกับนักรบ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ขวางไม่อยู่! ใครโดนลูกหลงเข้าไป ต่างก็ต้องร้องโอดโอยกันเป็นแถว!
"แหวะ! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย?!"
"อ้วก... แหวะ... ขี้นี่หว่า! แม่งเอ๊ย!"
……
เพียงชั่วพริบตา ฝูงชนต่างก็พากันแตกฮือหนีเอาตัวรอด แม่เฒ่าจอมโหดของหลี่ซุ่นจวี๋ ฟาดไม้ถูพื้นเข้าที่หัวของหลี่ซุ่นจวี๋อย่างจัง
ร่างของหลี่ซุ่นจวี๋เต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลสกปรกโสโครก ในเวลานี้ เธอถึงกับอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง!
ทว่า ก็เป็นเพราะมีคราบขี้ติดอยู่เต็มตัว ภายใต้รัศมีแห่งความสกปรกนี้ กลับไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หลี่ซุ่นจวี๋แม้แต่ครึ่งก้าว
ภายใต้การนำทัพของอัศวินขี้ หลิวฟาง เจ้าหญิงหลี่ซุ่นจวี๋ก็สามารถฝ่าวงล้อมออกมาได้อย่างปลอดภัย และกลับเข้าบ้านไปได้อย่างสวัสดิภาพ
ตอนที่หลิวฟางกำลังจะปิดประตูเหล็กบานใหญ่ เธอก็หันไปตะคอกใส่ฝูงชนที่อยู่ด้านนอก "ฉันอยากจะรู้นักว่าใครมันจะกล้ามายืนอออยู่หน้าบ้านฉันอีก! ไสหัวไป! ไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!"
จากนั้นเธอก็โยนไม้ถูพื้นขึ้นไปบนฟ้า อานุภาพของไม้ถูพื้นด้ามนี้ ช่างรุนแรงเทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์เลยทีเดียว!
(จบแล้ว)