- หน้าแรก
- วันพีซ เริ่มต้นด้วยระบบสังหาร
- บทที่ 61 อาโอคิจิตื่น
บทที่ 61 อาโอคิจิตื่น
บทที่ 61 อาโอคิจิตื่น
ไมนอส เดินผ่านลานกว้างอาบเลือดของ โล้กทาวน์ ในเวลานี้เขาไม่ได้ยินเสียงด่าทอหรือเสียงกังขาของใครอีกต่อไป
อย่างที่คาดไว้... เสียงรอบข้างค่อย ๆ เลือนหายไปจนเงียบสนิท (⌒▽⌒)
ฐานทัพเรือโล้กทาวน์ อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่นานนักไมนอสก็เดินมาถึง
เมื่อมองเห็นสัญลักษณ์ นกนางนวลแห่งความยุติธรรม ที่ประดับอยู่บนอาคารฐานทัพ ไมนอสก็รู้สึกเพียงแค่ความดูแคลน
มีเพียงพลังที่แท้จริงเท่านั้นคือความถูกต้อง... สิ่งที่เรียกว่าอำนาจ ก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่อยู่ในกำมือของผู้แข็งแกร่งเท่านั้น
เนื่องจากทหารเรือเกือบทั้งหมดออกไปล่าตัวไมนอส ฐานทัพจึงแทบจะร้างผู้คน...เหลือเพียงทหารผ่านศึกวัยชราที่พิการไม่กี่นายเฝ้าอยู่
การบุกรุกกะทันหันของไมนอสทำให้ทหารเก่าเหล่านี้ทำอะไรไม่ถูก
ไมนอสมองดูเหล่าทหารชรา แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ออกไปซะ แล้วชั้นจะไว้ชีวิตพวกแก”
แต่แววตาของเหล่าทหารเก่านั้นเด็ดเดี่ยว พวกเขาไม่หวั่นไหวต่อคำพูดนั้นและจ้องมองไมนอสเขม็ง
ในใจพวกเขารู้ดีอยู่แล้ว... ชายตรงหน้าคือ ผู้บุกรุก สินะ?
ไม่นานมานี้ นาวาตรีสโมคเกอร์ เพิ่งนำกำลังทหารจำนวนมากออกไปจับกุมใครสักคน... การที่ชายคนนี้มายืนอยู่ที่นี่ได้ ก็แปลว่าสโมคเกอร์และคนอื่น ๆ คงสิ้นชีพไปแล้ว
เมื่อคิดได้ดังนั้น ทหารชราต่างกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ แต่พวกเขาก็เตรียมใจที่จะตายพร้อมหน้าที่
เห็นน้ำตาของทหารเก่า ไมนอสก็เข้าใจการตัดสินใจของพวกเขาทันที
“ในเมื่อเลือกแบบนั้น... ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนพวกมันซะเถอะ!” ไมนอสพึมพำ
สิ้นคำ เขาก็เตรียมลงมือส่งทหารชราเหล่านี้ไปอยู่กับเพื่อนทหารเรือที่ล่วงลับ
ทันใดนั้น เสียงคำรามเกรี้ยวกราดก็ดึงดูดความสนใจของไมนอส
พร้อมกันนั้น เขาสัมผัสได้ว่าอากาศรอบตัวเย็นยะเยือกลงอย่างฉับพลัน
“หยุดนะ...หยุดเดี๋ยวนี้!” เสียงของ อาโอคิจิ ดังขึ้น แม้จะเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ก็แฝงความอ่อนล้า
ไมนอสเงยหน้ามอง เห็นร่างสูงโปร่งในชุดลำลองสีขาว เนกไทสีเหลือง เสื้อเชิ้ตขาว และแขนยาวสีน้ำเงิน
ผมดำหยิกเล็กน้อย ใบหน้ามีหนวดเคราขึ้นประปราย เขาดูสูงใหญ่แต่กลับดูอ่อนแออย่างเห็นได้ชัด (ฮิฮิ คิดว่าชั้นเปลี่ยนสไตล์การบรรยายเหรอ? ⌒▽⌒)
“อาโอคิจิ! มาแล้วเรอะ?” ไมนอสเอ่ยแซว พลางสำรวจสภาพอันอ่อนแอของ พลเรือเอก
“แกเป็นใคร? บุกเข้ามาในฐานทัพเรือโล้กทาวน์ทำไม?” อาโอคิจิถามตรง ๆ
เขาไม่เคยเห็นไมนอสในรูปลักษณ์ใหม่ที่เปลี่ยนไปจนจำเค้าเดิมไม่ได้ จึงถามออกไปแบบนั้น
“นี่จำชั้นไม่ได้งั้นเรอะ! งั้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการหน่อยละกัน เดี๋ยวจะมาตั้งฉายามั่วซั่วให้ชั้นอีก” ไมนอสประกาศด้วยท่าทีขึงขัง
“แกคงเคยได้ยินชื่อ ‘จอมสังหาร’ สินะ? แต่ชั้นชื่อ ไมนอส...เลิกเรียกชั้นว่าจอมสังหารได้แล้ว เข้าใจมั้ย?” ไมนอสเน้นย้ำชื่อตัวเองอย่างหนักแน่น
“ว่าไงนะ...แกคือ จอมสังหาร งั้นเรอะ?” ใบหน้าของอาโอคิจิเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
รูปลักษณ์ของไมนอสเปลี่ยนไปมากจนแทบจำไม่ได้ โชคดีที่ มายา แอบถ่ายรูปเขาไว้ ทำให้คนเริ่มรู้ว่าจอมสังหารหน้าตาเปลี่ยนไปแล้ว
ไม่แปลกที่อาโอคิจิจะไม่รู้... เขาเพิ่งฟื้นและยังไม่มีเวลาได้แตะหนังสือพิมพ์ก่อนที่ไมนอสจะบุกเข้ามา
ได้ยินอาโอคิจิเรียกเขาว่าจอมสังหารอีกครั้ง ไมนอสก็หงุดหงิดขึ้นมาทันที
ทันใดนั้น เขาก็นึกวิธีแนะนำตัวที่ดีกว่านี้ออก
“ในเมื่อแกจำไม่ได้ ชั้นจะทำให้แกจำจนวันตาย...เอาแบบโหด ๆ เลยละกัน!”
“ชั้นคือคนที่ถล่มสาขาที่ 16 จนเละ และทหารทุกคนในโล้กทาวน์ก็ถูกชั้นฆ่าตายหมดแล้ว... ชั้นชื่อ ไมนอส ทีนี้จำได้รึยัง อาโอคิจิ?” ไมนอสพูดด้วยน้ำเสียงยั่วเย้า
“อะไรนะ!?” คำพูดของไมนอสเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจอาโอคิจิ ทำเอาเขามึนงงไปชั่วขณะ
“แกเองเรอะที่ถล่มสาขาที่ 16! แล้วสโมคเกอร์กับทหารโล้กทาวน์ล่ะ!” อาโอคิจิตะโกนถามด้วยความเดือดดาล จ้องมองไมนอสตาแทบถลน
อาโอคิจิไม่เคยคาดคิดว่า เพียงแค่เขาหมดสติไปครู่เดียว สโมคเกอร์และคนอื่น ๆ จะต้องมาตายจากไป
เขาเกลียดตัวเอง... ถ้าเพียงแต่เขาตื่นขึ้นมาเร็วกว่านี้
อย่างน้อยที่สุด ทหารเรือโล้กทาวน์และสโมคเกอร์ก็คงยังมีชีวิตอยู่
ย้อนเวลากลับไปตอนที่สโมคเกอร์ได้รับข่าวว่าไมนอสมาถึงโล้กทาวน์...
สโมคเกอร์ทิ้งทหารเรือคนที่มารายงานข่าวไว้ สั่งให้เขาเฝ้าดูอาการอาโอคิจิใน ห้องพยาบาล ห้ามไปไหน
ทหารนายนั้นจึงรอดพ้นจากหายนะมาได้ ระหว่างเฝ้าไข้เขาก็เป็นห่วงสโมคเกอร์และเพื่อนทหารคนอื่นใจจะขาด
แต่หน้าที่ดูแล พลเรือเอก อาโอคิจิ สำคัญที่สุด เขาจึงทำได้เพียงเฝ้ารออย่างตั้งใจ
ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งกระวนกระวาย ทันใดนั้นเสียงไอคอกแคกก็เรียกสติเขา
แค่ก แค่ก... อาโอคิจิตื่นขึ้นมาแล้ว แม้ร่างกายจะยังอ่อนเพลียมาก
ทหารเรือหันไปมองด้วยความดีใจ รีบถลันเข้าไปดูอาการ “ท่านพลเรือเอกอาโอคิจิ! ท่านฟื้นแล้ว!”
“นายคือ...?” อาโอคิจิมองไปรอบห้องที่ไม่คุ้นตาและคนแปลกหน้าด้วยความงุนงง... จำได้ว่าภาพสุดท้ายคือเขาลอยคออยู่ในน่านน้ำสาขาที่ 16 นี่นา!
“ท่านพลเรือเอก คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ...”
อาโอคิจิเข้าใจสถานการณ์อย่างรวดเร็ว... สโมคเกอร์เป็นคนพาเขากลับมานี่เอง มิน่าล่ะ ก่อนจะหมดสติเขาถึงเห็นเงาร่างลาง ๆ เข้ามาใกล้
คิดได้ดังนั้น อาโอคิจิก็ยิ้มขมขื่น “เจ้าบ้าเอ๊ย...บอกให้ถอยไปก่อนแท้ ๆ”
“จริงสิ...แล้วสโมคเกอร์ไปไหน?” อาโอคิจิถามทหารผู้ดูแล
“ท่านพลเรือเอกครับ ก่อนท่านจะตื่น มีคนบุกรุกโล้กทาวน์ นาวาตรีสโมคเกอร์ นำกำลังออกไปสกัดกั้น ป่านนี้ยังไม่มีข่าวคราวเลยครับ ท่านรีบไปเถอะครับ!” ทหารนายนั้นรีบร้อนบอก
ด้วยความรีบร้อน เขาเลยลืมบอกอาโอคิจิไปว่า ผู้บุกรุก คือใคร (แถสีข้างถลอกแล้วจ้า ⌒▽⌒)
ได้ยินข่าวร้าย อาโอคิจิหน้าเปลี่ยนสีทันที เขาฝืนสังขารที่บาดเจ็บลุกขึ้นเพื่อจะไปช่วยสโมคเกอร์
พอเดินออกมาถึงหน้าฐานทัพ เขาก็ได้ยินเสียงเหมือนการโต้เถียงกันดังมาจากด้านใน... คิดว่าศัตรูบุกเข้ามาถึงในนี้แล้ว เขาจึงรีบเข้าไปดู
และนั่นทำให้เขาได้เผชิญหน้ากับไมนอส
ตัดภาพกลับมาที่ปัจจุบัน
ไมนอสแสยะยิ้ม “ไอ้สวะนั่นกับพวกปลาซิวปลาสร้อยเหรอ? แน่นอนว่าชั้นจัดการเรียบไปแล้ว”
ก่อนที่อาโอคิจิจะทันได้ตอบโต้ ไมนอสก็พูดเสริมขึ้นมาอย่างโหดร้าย “แกคงไม่รู้สินะว่าสโมคเกอร์ทำหน้ายังไงตอนที่ชั้นบอกว่าจะมาหาแก”
“มันกลัวจนหัวหดว่าชั้นจะมาถึงตัวแก พยายามจะหยุดชั้นแต่ก็ไร้น้ำยา... อยากจะพูดแต่ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเปล่งเสียง สุดท้ายก็ได้แต่นอนพะงาบ ๆ อย่างหมดสภาพ” (เฮ้อ... ทำไมชั้นถึงรู้สึกว่าตัวเองเหมาะกับบทตัวร้ายขนาดนี้นะ! ◣_◢)
ไมนอสจงใจยั่วยุอาโอคิจิ หวังจะทำลายจิตใจให้แหลกสลาย
“แกตาย!” อาโอคิจิระเบิดโทสะออกมาทันทีที่ได้ยินคำพูดของไมนอส
ในชั่วพริบตา ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างของอาโอคิจิ พร้อมกับก้อนน้ำแข็ง ไอซ์ บอล ที่พุ่งเข้าใส่ไมนอส
ไมนอสไม่คิดจะหลบแม้แต่นิดเดียว ปล่อยให้ไอซ์บอลปะทะร่างเต็ม ๆ
เพียงเสี้ยววินาที ไมนอสก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นก้อนน้ำแข็งรูปมนุษย์
แต่สำหรับไมนอส... แค่นี้มันยังห่างไกลคำว่า ‘พอ’
พลังมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างไมนอส กระแทกน้ำแข็งจนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยง ๆ
เขาก้าวออกมา บิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วมองอาโอคิจิด้วยสายตาขบขัน “สมกับเป็น พลเรือเอก...เล่นเอาเจ็บนิด ๆ เหมือนกันนะเนี่ย!”
แม้จะโกรธแค้นคำยั่วยุของไมนอส แต่อาโอคิจิก็ไม่ได้ผลีผลามบุกเข้าไป เขาเพียงแค่จ้องมองไมนอสด้วยสายตาเคร่งเครียดและระแวดระวัง...
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน