เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 อสูรอสุราโซ่เหวลึก เยียนม่อเสวียน (6)

บทที่ 200 อสูรอสุราโซ่เหวลึก เยียนม่อเสวียน (6)

บทที่ 200 อสูรอสุราโซ่เหวลึก เยียนม่อเสวียน (6)


“...พูดจบแล้วหรือยัง?”

คำพูดนั้น...

สบาย ๆ

ไม่ใส่ใจ

และยังคงไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา

กระแทกใส่เยียนม่อเสวียนราวกับตบหน้าอย่างแรง

ชั่วขณะหนึ่งความเงียบปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด

จากนั้นเส้นเลือดบนลำคออสูรของเยียนม่อเสวียนปูดโปนขึ้น

กรามของเขาขบแน่นจนแทบแตก

รูม่านตาสีแดงโลหิตขยายออก

เต็มไปด้วยความโกรธแค้น

และความคลุ้มคลั่ง

“...พูดจบแล้วหรือ?”

เขาทวนคำช้า ๆ

น้ำเสียงสั่นสะท้าน

“พูดจบแล้วงั้นหรือ?!”

ตูม!!

จิตสังหารมหาศาลปะทุออกมาจากร่างของเขาราวกับภูเขาไฟระเบิด

แคร้งงง!!

แคร้งงง!!

แคร้งงง!!

แคร้งงงงง!!!

เสียงโซ่นับไม่ถ้วนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว โซ่สีดำทั่วร่างสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ขณะที่ความเดือดดาลในดวงตาของเยียนม่อเสวียนพุ่งขึ้นถึงขีดสุด...

โซ่ทุกเส้นบนร่างของเยียนม่อเสวียนสั่นกระตุกอย่างรุนแรง

ราวกับอสรพิษคลุ้มคลั่งนับร้อยตัวที่กำลังดิ้นรนเพื่อฉีกเนื้อหนังของตนเอง

จากนั้นพวกมันก็จมลึกลงไปอีก

ฉึกกก!

โลหะสีดำแทงลึกเข้าไปในกล้ามเนื้อของเยียนม่อเสวียน

หลอมรวมเข้ากับกระดูกและเส้นเอ็นมากยิ่งขึ้น

พลังออร่าของเขาพุ่งทะยานขึ้นอย่างฉับพลัน

รุนแรงเสียจนท้องฟ้าส่งเสียงคำราม

ครืนนน...

ในบริเวณใกล้เคียง หนิงเจี้ยนลี่และเหล่าศิษย์หญิงต่างเบิกตากว้างก่อนจะกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยเพียงเพราะถูกแรงกดดันนั้นกดทับ ส่วนผู้เฒ่าฮั่นที่อยู่ไกลออกไปแทบทรุดลงกับพื้น

เมื่อถูกคลื่นออร่าอันน่าสะพรึงนั้นปะทะเข้าเต็ม ๆ

‘น…นี่มันจิตสังหารอะไรกัน!?’

‘มันยังเพิ่มขึ้นได้อีกงั้นหรือ!?’

‘นี่มันยังเป็นระดับหลอมปราณอยู่จริงหรือ!?’

เขาก้มศีรษะลงด้วยความตกตะลึง

แทบไม่กล้าเชื่อสิ่งที่กำลังเห็น

ในขณะเดียวกันเยียนม่อเสวียนค่อย ๆ กางแขนออก

แสงสีแดงคล้ำเต้นระริกอยู่ใต้ผิวหนัง ราวกับมีโซ่หลอมเหลวกำลังเลื้อยอยู่ภายในร่างกาย

“ในเมื่อเจ้าดูถูกข้ามากถึงเพียงนี้...”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ก่อนจะยกมือขวาขึ้นสู่ท้องฟ้า

ทันทีนั้นโซ่ทั้งหมดก็สั่นสะเทือน ราวกับสัตว์ร้ายนับพันกำลังตอบรับคำเรียกของเจ้านายแล้วพวกมันก็ระเบิดออก

ฉัววววววววว!!!

โซ่สีดำจำนวนมหาศาลพุ่งทะลุออกมาจากแผ่นหลัง

หัวไหล่

กระดูกสันหลัง

ซี่โครง

และแขนทั้งสองข้างของเยียนม่อเสวียน

ไม่ใช่เพียงสิบสาย

ไม่ใช่เพียงร้อยสาย

แต่มีนับร้อยเส้น

พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับเสาค้ำฟ้าสีดำ

จากนั้นพวกมันเริ่มบิดตัว

เริ่มหลอมรวม

เริ่มรวมศูนย์

รูม่านตาของหนิงเจี้ยนลี่หดเล็กลงทันที

เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล

ราวกับมีบางสิ่งอัปมงคลกำลังจะถือกำเนิด

“นะ..นั่นมันอะไรกัน...?”

นางพึมพำด้วยเสียงสั่น

ทางด้านผู้เฒ่าฮั่นเองก็ยกมือกุมหน้าอก

ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้

“นั่น... นั่นมัน...!!!”

แม้แต่เขาก็ไม่อาจกล่าวสิ่งที่กำลังเห็นออกมาได้

ส่วนหลี่เฟิงกลับเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสนใจ

เยียนม่อเสวียนกางแขนออกกว้าง ร่างกายค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ขณะที่โซ่สีดำมหาศาลบิดตัวอยู่เบื้องหลัง

เขาก้มมองหลี่เฟิงจากเบื้องบน มองชายผู้ยังคงสงบนิ่งไร้ความหวาดหวั่น

ก่อนจะตะโกนออกมาด้วยเสียงกึกก้อง ปลดปล่อยกระบวนท่าสุดท้ายของตน

“อสูรอสุราโซ่เหวลึก!!”

ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น

ท้องฟ้าทั้งผืนก็พลันมืดลง

โซ่มหาศาลด้านหลังเยียนม่อเสวียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง

ก่อเกิดเป็นวังวนขนาดยักษ์ ก่อนจะแปรสภาพเป็นอักขระมารมหึมา

ราวกับค่ายกลนรกที่ถูกสร้างขึ้นจากโลหะมีชีวิต

หมุนวนอยู่กลางฟากฟ้า แผ่กลิ่นอายแห่งความตายและความสิ้นหวังลงมาปกคลุมทั่วทั้งผืนป่า..

จากนั้นเงาร่างขนาดมหึมาก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นด้านหลังเยียนม่อเสวียน

เป็นภาพลวงตาของอสุรายักษ์ตนหนึ่ง

สูงตระหง่านราวกับสามารถค้ำจุนฟ้าดินได้

สามเศียร หกกรและในแต่ละกรนั้น ต่างถือหอกโซ่ขนาดมหึมาที่ลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีแดงหลอมเหลว

เมื่อมันอ้าปากคำราม

เมฆบนท้องฟ้าก็สั่นสะเทือน

ฟ้าดินพลันมืดมิด

“ร๊าาาาาาาาาาาาาาาาาห์!!!”

เสียงคำรามกึกก้องสะเทือนไปทั่วทั้งสวรรค์และปฐพี

แรงกดดันเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอทำให้หนิงเจี้ยนลี่ทรุดลงคุกเข่ากับพื้น

“นะ..นี่มัน...”

“นี่มันพลังระดับอะไรกันแน่?!”

นางกล่าวด้วยใบหน้าซีดเผือด

แม้แต่หลี่เฟิงเองยังอดประหลาดใจเล็กน้อยไม่ได้

แต่ในวินาทีต่อมาเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง

สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป

ก่อนหันไปมองเยียนม่อเสวียนด้วยความตกใจ

“เจ้า...”

“กำลังใช้พลังชีวิตของตัวเองอยู่งั้นหรือ?”

เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจน

ว่าพลังชีวิตของเยียนม่อเสวียนกำลังร่อยหรอลงอย่างบ้าคลั่ง

ขณะที่ออร่าอันน่าสะพรึงนั้นยังคงพุ่งทะยานสูงขึ้นไม่หยุด

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มของเยียนม่อเสวียนก็กว้างขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ

“หึหึ...”

“นี่ก็แค่เทคนิคลับต้องห้ามสำหรับสังเวยชีวิตธรรมดา ๆ เท่านั้น”

เขาหัวเราะเบา ๆ

ก่อนยกนิ้วชี้ไปยังหลี่เฟิง

ดวงตาสีแดงโลหิตเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งและความมุ่งมั่น

“...และด้วยสิ่งนี้”

“ข้าจะมอบคำตอบของข้าให้แก่เจ้า….”

ออร่าของอสุรายักษ์ด้านหลังปะทุขึ้นอีกครั้ง

ราวกับกำลังเตรียมปลดปล่อยการโจมตีสุดท้ายที่แลกมาด้วยชีวิตทั้งหมดของผู้ใช้

เยียนม่อเสวียนประกบฝ่ามือทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแรง

อสุรายักษ์ด้านหลังก็เคลื่อนไหวตาม

แขนทั้งหกข้างประสานท่าทางเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง

“....ประหารหมื่นโซ่!!!”

ฟ้าดินถล่มทลาย

ตูมมมมมมมมมมมม….!!!

โซ่นับหมื่นสายที่ใหญ่โตพอจะบดขยี้ขุนเขา พุ่งทะยานลงมาจากฟากฟ้าราวกับฝนดาวตกแห่งหายนะ

แต่ละสายห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีดำแดงที่คำรามลั่น

แต่ละสายอัดแน่นด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึง

ราวกับสามารถทำลายทุกชีวิตที่ขวางหน้าให้สูญสิ้น

และทุกสายต่างพุ่งเป้าไปยังบุรุษเพียงคนเดียว…หลี่เฟิง

อากาศฉีกขาด มิติเริ่มบิดเบี้ยวภายใต้พลังอันมหาศาลนั้น

หลี่เฟิงเงยหน้ามองการโจมตีที่กำลังถล่มลงมาจากท้องฟ้า

ภาพเบื้องหน้าราวกับวันสิ้นโลกกำลังมาเยือน

“...อันนี้สิ”

เขาพึมพำออกมาอย่างอดไม่ได้

“น่าประทับใจจริง ๆ”

เหนือศีรษะของเขา

มหาสายฝนแห่งโซ่เพลิงกำลังร่วงหล่นลงมา

อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง

แม้แต่ท้องฟ้ายังดูราวกับกำลังพังทลายลงมา

โซ่เพลิงหมื่นสาย...

ตกลงสู่หลี่เฟิงในการโจมตีเพียงครั้งเดียวที่ราวกับจะล้างโลก

และเมื่อเห็นภาพอันน่าสะพรึงนั้น

หนิงเจี้ยนลี่ก็กรีดร้องออกมาอย่างตื่นตระหนก

“ท่านศิษย์พี่!!!”

ในขณะเดียวกัน

หลี่เฟิงเพียงถอนหายใจเบา ๆ

ขณะมองเยียนม่อเสวียนผู้กำลังแผ่ออร่าชวนสะพรึงออกมา

พร้อมเงาอสุรายักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหลัง

ดูเหมือนว่าหลังจากปลดปล่อยการโจมตีนี้ออกไป

เยียนม่อเสวียนจะต้องตายอย่างแน่นอน

เพราะพลังชีวิตทั้งหมดของเขากำลังถูกเผาผลาญจนหมดสิ้น

แม้หลี่เฟิงจะไม่เคยสงสารศัตรู แต่เมื่อได้เห็นความมุ่งมั่นและความแน่วแน่เช่นนี้จากอีกฝ่าย เขาก็อยากตอบแทนด้วยความจริงจังเช่นกัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น หลี่เฟิงก็กำหมัดแน่น

แสงสีเงินเริ่มรวมตัวขึ้นบนแขนของเขาอย่างช้า ๆ ดวงดาวทั้งห้าสิบสองดวงภายในร่างหลอมดารา ดูเหมือนจะรับรู้ถึงเจตนาของผู้เป็นนาย

พวกมันส่องสว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนจักรวาลขนาดย่อมภายในร่างของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า ร่างทั้งร่างอาบไปด้วยแสงสีเงิน

หลี่เฟิงเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะตั้งท่าชกอย่างเรียบง่าย

จากนั้นจึงปลดปล่อยกระบวนท่าสุดท้ายของตนด้วยพลังทั้งหมดที่มี

“หมัดดาราร่วงหล่น”

ทันทีที่คำพูดนั้นดังขึ้น….

ตูมมมมมม!!!

เสาแสงสีเงินขนาดมหึมาพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เข้าปะทะกับมหาสายฝนแห่งโซ่เพลิงที่กำลังร่วงหล่นลงมา

และในวินาทีที่ทั้งสองสัมผัสกัน…

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม….!!!

คลื่นแรงกดดันมหาศาลระเบิดออกไปทุกทิศทาง

ราวกับพายุเฮอริเคนกำลังอาละวาด

ต้นไม้ถูกถอนรากถอนโคน

พื้นดินระเบิดแตกกระจาย

ขุนเขาสั่นสะเทือน

แต่แล้วเสาแสงสีเงินกลับพุ่งทะลวงโซ่ทั้งหมด

ราวกับกำลังฉีกกระดาษเปื่อย ๆ

ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้

มันพุ่งตรงขึ้นไป

มุ่งหน้าสู่อสุรายักษ์บนท้องฟ้า

...

เยียนม่อเสวียนมองภาพนั้น ก่อนจะเผยรอยยิ้มขื่นขม

แม้จะสังเวยทุกอย่างแล้ว แม้จะเผาผลาญพลังชีวิตทั้งหมด

บังคับโซ่ทุกเส้นในร่างกายให้ทำงานเกินขีดจำกัด

ทำลายร่างกายที่เหลืออยู่จนแทบไม่เหลือชิ้นดี

แม้จะปลดปล่อยการโจมตีที่ตั้งใจจะลากศัตรูลงนรกไปด้วยกัน

มันก็ยังไม่พอ

ไม่ใกล้เคียงเลยแม้แต่น้อย

เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ

เลือดสายหนึ่งไหลออกจากมุมปาก

“...อา...”

“สมแล้ว...”

“สัตว์ประหลาดจริง ๆ...”

ขณะที่แสงสีเงินสาดส่องมาถึงตัวเขา

มันก็เริ่มกลืนกินร่างของเขาอย่างช้า ๆ

เริ่มจากปลายแขน ไต่ขึ้นมาตามแขนขาแผ่กระจายผ่านหน้าอก

ค่อย ๆ กลืนกินร่างกายทั้งหมด

ภายในแสงสว่างอันเจิดจ้านั้น

กาลเวลาราวกับเชื่องช้าลง

ภาพตรงหน้าของเยียนม่อเสวียนพร่าเลือน

ร่างกายเริ่มสั่นไหวและเศษเสี้ยวของตัวตนเขา

ก็ค่อย ๆ สลายกลายเป็นละอองแสงทีละน้อย…

แต่กระนั้น...แววตาของเขากลับอ่อนลง

ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว หากเป็นเพราะการยอมรับชะตากรรม

ขณะที่แสงสีเงินค่อย ๆ กลืนกินร่างของเขาจนหมดสิ้น

เยียนม่อเสวียนก็เอ่ยกระซิบประโยคสุดท้ายออกมาอย่างแผ่วเบา

“...ช่างเป็นชีวิตที่... สูญเปล่าสิ้นดี...”

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม…!!!

แสงสว่างเจิดจ้าระเบิดขึ้นกลางท้องฟ้า

ฟ้าดินสั่นสะเทือน

ดวงอาทิตย์สีเงินขนาดมหึมาราวกับถือกำเนิดขึ้นกลางเวหา

ความสว่างอันไร้ขอบเขตแผ่กระจายออกไป

กลืนกินทุกสิ่งที่อยู่โดยรอบ

เปรี๊ยะ!

เสาแสงแห่งความเจิดจ้าสายหนึ่งพุ่งทะลุร่างอสุราที่แตกสลาย

ทะยานขึ้นสูงยิ่งกว่าเดิม

พุ่งตรงขึ้นไปสู่ชั้นฟ้า

ราวกับต้องการเจาะทะลวงสวรรค์ทั้งเก้า

ไม่มีสิ่งใดหยุดยั้งมันได้

ไม่มีสิ่งใดต้านทานมันได้

แม้แต่เมฆหมื่นลี้ก็ถูกฉีกกระจายจนหมดสิ้น

เมื่อแสงสว่างค่อย ๆ เลือนหาย ท้องฟ้ากลับคืนสู่ความเงียบงัน

ปลอดโปร่ง ไร้เมฆแม้แต่ก้อนเดียว ราวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงความฝัน

และเยียนม่อเสวียนก็หายไปแล้ว ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของร่องรอย

ไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้มาก่อน

เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมทั่วทั้งผืนป่าและสายลมที่พัดผ่านอย่างแผ่วเบา...

จบบทที่ บทที่ 200 อสูรอสุราโซ่เหวลึก เยียนม่อเสวียน (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว