- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 121 ลูกยิงไร้รูปแบบเผด็จศึก
บทที่ 121 ลูกยิงไร้รูปแบบเผด็จศึก
บทที่ 121 ลูกยิงไร้รูปแบบเผด็จศึก
ภายในห้องแต่งตัวช่วงพักครึ่ง บรรยากาศหนักอึ้งอย่างผิดปกติ
ผู้เล่นปารีส แซงต์-แชร์กแมง นั่งเงียบกริบ สีหน้าของพวกเขาแตกต่างกันไป การตกเป็นรองจากครึ่งแรกส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
เหยียนหยวนยืนอยู่กลางห้องแต่งตัว จ้องมองลูกทีมด้วยใบหน้าราบเรียบ นัยน์ตาของเขาจับจ้องไปที่กระดานแทคติก ภาพของคาวานีที่ผลาญโอกาสทองไปถึงสองครั้งยังคงฉายชัดในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“คาวานี”
น้ำเสียงของเหยียนหยวนทุ้มต่ำและเย็นเยียบเฉียบขาด ทำลายความเงียบงันภายในห้องแต่งตัว
“นายคือศูนย์หน้าของทีมเรา เป็นจุดศูนย์กลางในเกมรุกที่สำคัญที่สุดบนสนาม ทว่าผลงานของนายในวันนี้กลับไม่คู่ควรกับตำแหน่งศูนย์หน้าของปารีส แซงต์-แชร์กแมง เลยแม้แต่น้อย ความลังเลของนายเมื่ออยู่ต่อหน้าสองโอกาสเหน่ง ๆ ทำให้เราต้องสังเวยโอกาสตีเสมอไป เล่นฟุตบอลมาตั้งหลายปี ฝีเท้าของนายถอยหลังลงคลองทุกนัดที่ลงสนามเลยหรือไง!”
คาวานีก้มหน้า ขบเม้มริมฝีปาก ไม่กล้าสบตาเหยียนหยวน เขาสัมผัสได้ถึงไฟโทสะในถ้อยคำของเหยียนหยวนอย่างชัดเจน
นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่เขาเห็นโค้ชเกรี้ยวกราดขนาดนี้ ตามปกติแล้ว แม้เหยียนหยวนจะเข้มงวด แต่การสั่งสอนของเขาก็จะเยือกเย็นและเน้นไปที่การชี้แนะมากกว่า แต่วันนี้ เหยียนหยวนแสดงความผันผวนทางอารมณ์ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
“คนอื่น ๆ ก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเหมือนกัน”
สายตาของเหยียนหยวนกวาดมองผู้เล่นทุกคน โดยเฉพาะผู้เล่นเกมรับสองสามคน
“แนวรับของพวกนายมีแต่รอยรั่วเต็มไปหมด เฟร์นานโด, มาร์กินญอส การประสานงานของพวกนายมันเชื่องช้ายิ่งกว่าหญิงชราซะอีก ประตูที่สองของมาร์กเซยแทบจะเป็นของขวัญประเคนให้จากพวกนายเลยด้วยซ้ำ มาร์กเซยยัดเงินซื้อตัวพวกนายไปแล้วหรือไง?”
เหล่าผู้เล่นต่างก้มหน้าเงียบกริบ ความโกรธเกรี้ยวของเหยียนหยวนทำให้บรรยากาศทั่วทั้งห้องแต่งตัวเงียบสงัดและตึงเครียด
เหยียนหยวนมองไปรอบ ๆ สูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอารมณ์ ในที่สุด เขาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สงบลง
“เอาล่ะ ดึงสติกลับมาได้แล้ว เราจะปล่อยให้แมตช์นี้กลายเป็นข้ออ้างสำหรับความพ่ายแพ้ของเราไม่ได้ ตอนนี้เรายังมีโอกาส เกมมันยังไม่จบ”
เขาทิ้งจังหวะหลังจบประโยค ผู้เล่นทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นมา ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำที่เหยียนหยวนเอื้อนเอ่ย
“แทคติกของมาร์กเซยนั้นเรียบง่ายมาก พวกเขาสร้างความปั่นป่วนให้แนวรับเราผ่านการเพรสซิงกดดันหนักและเกมสวนกลับเร็ว โดยเฉพาะริมเส้น การถ่ายบอลเร็วนั้นทรงประสิทธิภาพมาก เกมรุกของเราก็สะเปะสะปะ ขาดความอดทนและการประสานงานที่มากพอ หลายต่อหลายครั้งที่เราเอาแต่บุกตะลุยแบบฉายเดี่ยว”
น้ำเสียงของเหยียนหยวนค่อย ๆ เปลี่ยนเข้าสู่โหมดวิเคราะห์
“ในครึ่งหลัง เราต้องจัดระเบียบเกมรุกกันใหม่ ปรับเปลี่ยนฟอร์เมชัน และขยับตำแหน่งการยืน เราต้องการความเร็ว เราต้องการการทะลวงฟันให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เคาะบอลไปมา แต่ต้องฉีกกระชากแนวรับของพวกเขาให้ขาดสะบั้น”
เหยียนหยวนหยุดชะงัก หยิบกระดานแทคติกขึ้นมา และชี้ไปที่ตำแหน่งบนนั้น
“เนย์มาร์ นายจะลงสนามในครึ่งหลัง ทำให้คาวานีเห็นเป็นตัวอย่างหน่อย เนย์มาร์ นายเห็นความผิดพลาดของคาวานีแล้ว ผมไว้ใจนายมากกว่าเขา อย่าทำตัวแบบเขา เข้าใจไหม?”
“ไม่มีปัญหาครับโค้ช”
จากนั้น เหยียนหยวนก็หันไปอีกฝั่งและกล่าว
“ซ่งชวน นายก็เตรียมตัวให้พร้อม นายจะลงไปแทนเอ็นคุนคูและขยับไปเล่นตำแหน่งปีกขวา นายต้องงัดเอาความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลของนายออกมาใช้ให้มากกว่านี้ เพื่อสร้างความอันตรายให้แนวรับมาร์กเซย จำไว้ว่าอย่ามัวแต่ถ่างออกไปเล่นรอบนอก นายต้องตัดเข้าในเพื่อสร้างโอกาสให้มากขึ้น”
“ครับโค้ช!”
เหล่าผู้เล่นต่างพากันพยักหน้ารับ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาค่อย ๆ หลุดพ้นจากบรรยากาศตึงเครียดในห้องแต่งตัว กลับเข้าสู่สภาวะเตรียมพร้อมสำหรับลงทำศึกอีกครั้ง
เหยียนหยวนโบกมือเป็นครั้งสุดท้าย
“เราจะทำผิดพลาดซ้ำรอยครึ่งแรกไม่ได้อีก เราต้องตะกุยสกอร์คืนมาให้ได้ในครึ่งหลัง ต่อให้เราจะทวงสกอร์คืนมาไม่ได้ แต่เราจะพ่ายแพ้ในแง่ของโมเมนตัมและทัศนคติไม่ได้เด็ดขาด พวกนายเข้าใจไหม!”
สิ้นคำกล่าวของเหยียนหยวน เหล่าผู้เล่นก็ลุกขึ้นยืนทีละคน ความมั่นใจและความมุ่งมั่นถูกจุดประกายให้ลุกโชนขึ้นอีกครา
“ครับ! โค้ช!”
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เตรียมตัวพร้อมเต็มพิกัดที่จะกลับลงไปสู้รบอีกครั้ง
ในครึ่งหลัง จังหวะและบรรยากาศของการแข่งขันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภายใต้การปรับหมากของเหยียนหยวน ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้สำแดงแทคติกที่ยืดหยุ่นและทรหดอดทนยิ่งขึ้น
เมื่อการแข่งขันล่วงเลยเข้าสู่นาที น. 60 สถานการณ์บนผืนหญ้าก็เริ่มเอนเอียง
เอ็นโซกี อาศัยเซนส์การอ่านเกมอันยอดเยี่ยม ตัดบอลได้สำเร็จจากการประสานงานกับแดนกลาง ก่อนจะเปิดฉากสวนกลับอย่างรวดเร็ว
เขาป้ายบอลไปให้แวร์รัตติ ผู้ซึ่งดันบอลทะยานขึ้นหน้าอย่างมั่นคง เมื่อเห็นว่าไลน์ดีเฟนส์ของมาร์กเซยเริ่มหละหลวม เนย์มาร์ก็สปรินต์ระเบิดสปีดทะลวงเข้าสู่พื้นที่ว่างทันที สลัดการตามประกบของรามี, ฮิโรกิ ซากาอิ และคนอื่น ๆ จนทิ้งรอยโหว่เล็ก ๆ ให้เห็น เนย์มาร์ไม่อิดออดลังเล เขาง้างเท้าซัดเต็มข้อ...ลูกฟุตบอลคำรามกึกก้องพุ่งทะยานเสียบตาข่าย!
“เป็นประตูครับ!!! ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตีไข่แตกไล่มาแล้ว!”
ผู้บรรยายตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้น
“เนย์มาร์ได้สำแดงพรสวรรค์เกมรุกอันไร้เทียมทานของเขาให้เห็นแล้ว เขาอยู่เหนือกว่าเกมรับของมาร์กเซยโดยสมบูรณ์! ฝีเท้าของเขาคู่ควรกับค่าตัวสถิติโลกอย่างแท้จริง”
“ทำได้ดีมาก เนย์มาร์!!!”
เหยียนหยวนปรบมือรัว ๆ อยู่ริมเส้น
ทั่วทั้งสนามระเบิดเสียงเชียร์กระหึ่มกึกก้องในวินาทีนี้ ผู้เล่นปารีส แซงต์-แชร์กแมง เข้าไปรุมล้อมเนย์มาร์เพื่อฉลองประตู เหยียนหยวนเองก็ชูกำปั้นสะใจอยู่ข้างสนาม แม้สีหน้าของเขาจะดูเคร่งขรึม ทว่านัยน์ตากลับทอประกายความโล่งใจและความพึงพอใจที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
แต่ห้วงเวลานี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่มันคือจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ต่างหาก
เมื่อเกมดำเนินต่อไป ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ค่อย ๆ ยึดครองพื้นที่บนผืนหญ้าไว้ได้ ทว่ามาร์กเซยก็ไม่ได้ยอมจำนนง่าย ๆ พวกเขายังคงตั้งรับอย่างสุดกำลัง และสอดส่องหาโอกาสสวนกลับเร็วในแดนหน้าเสมอ
เมื่อเกมล่วงเลยมาถึงนาที น. 75 ท่ามกลางจังหวะชุลมุนที่เกือบจะหลุดการควบคุม มาร์กินญอสก็งัดเอาเซนส์ทางแทคติกอันเฉียบคมและทักษะการแสดงละครตบตาออกมาใช้ บีบให้สเตฟ ม็องด็องด้า ผู้รักษาประตูมาร์กเซย ต้องทำฟาวล์ไปเต็มเปา
บางทีผู้ตัดสินอาจจะตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองในครึ่งแรก คราวนี้เขาจึงเป่าให้เปแอสเชได้ลูกเตะฟรีคิกในระยะทำการชั้นยอดอย่างไม่ลังเล
เนย์มาร์ก้าวไปยืนประจำการที่จุดเตะฟรีคิก จังหวะที่เขากำลังจะง้างเท้า แฟนบอลมาร์กเซยก็เริ่มสาดแสงเลเซอร์สีเขียวเข้าใส่ตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว เสียงโห่ร้องก่นด่าอย่างมุ่งร้ายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งอัฒจันทร์
เรือนร่างของเนย์มาร์พรุนไปด้วยจุดแสงเลเซอร์ยิ่งกว่าไฟเทคในไนต์คลับเสียอีก
เหยียนหยวนจ้องมองเนย์มาร์ที่กำลังจะสับไก เขากำหมัดแน่นด้วยความประหม่า อารมณ์ตึงเครียดถึงขีดสุด
เนย์มาร์กลับดูเยือกเย็นอย่างน่าประหลาด เขาไม่หวั่นไหวต่อแสงเลเซอร์และยังคงเพ่งสมาธิจดจ่อไปที่ปากประตู
เขาขยับปรับสเต็ปเท้า เล็งไปที่เสาไกล แล้วปั่นไซด์โค้งสุดแม่นยำพุ่งเข้าหากรอบประตู
ม็องด็องด้าแทบจะขยับตัวไม่ทัน ปล่อยให้ลูกฟุตบอลลอยละลิ่วเสียบตาข่ายไปอย่างงดงาม
2–2! ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ตามตีเสมอได้สำเร็จ!
แฟนบอลปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในสนามส่งเสียงเฮลั่นดังกึกก้อง ขณะที่แฟนบอลมาร์กเซยแผดเสียงด่าทอด้วยความเกรี้ยวกราด บรรยากาศพุ่งทะยานสู่ความตึงเครียดสุดขีดในชั่วพริบตา
เหยียนหยวนรีบลุกพรวดขึ้นมาจากข้างสนาม สองมือกำหมัดแน่น ตะโกนสั่งลูกทีมให้รักษาความเยือกเย็นและเตรียมพร้อมถอยลงมาตั้งรับ
“รักษาโมเมนตัมนี้ไว้ ทำให้ได้ต่อเนื่อง แมตช์นี้ใกล้จะจบแล้ว ถ้าพวกนายยันเสมอไว้ได้ แค่นี้ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว!!!”
เหยียนหยวนสั่งการเด็ดขาด
การแข่งขันทวีความยากจะคาดเดามากขึ้นหลังจากสองประตูของเนย์มาร์ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่าทิศทางของเกมจะพลิกผันไปทางไหนต่อ
เมื่อเกมดำเนินเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ฉกฉวยโอกาสบุกครั้งสำคัญมาได้อีกครา และครั้งนี้ ซ่งชวนก็ได้สำแดงเทคนิคการยิงประตูอันเปี่ยมพรสวรรค์ขั้นสูงของเขาให้เป็นที่ประจักษ์
นาที น. 85 แนวรับมาร์กเซยเผยให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน พวกเขาแทบจะทิ้งเกมรุกเพื่อมารอตั้งรับเพียงอย่างเดียว ฝั่งปารีสเองก็สภาพร่อแร่ไม่ต่างกันนัก
ใคร ๆ ต่างก็คิดว่าแมตช์นี้คงจะจบลงด้วยผลเสมอ
นาที น. 87 ซ่งชวนรับบอลในแดนกลางแล้วเลี้ยงถอยร่นลงมา ทุกคนต่างทึกทักเอาว่าเขาคงกะจะครองบอลชัวร์ ๆ แล้วเคาะฆ่าเวลาจนกว่าจะจบเกม
แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ซ่งชวนจะไม่ได้ป้ายบอลคืนหลัง แต่เขากลับระเบิดสปีดกระชากบอลขึ้นหน้าอย่างกะทันหัน ควบตะบึงไปได้ระยะหนึ่ง...เป็นระยะที่กะทัดรัดพอดีให้เขาง้างเท้าสับไก
จากนั้น เขาก็พลิกตัวตวัดยิงในทันที!
ผู้เล่นทั้งสองฝั่งถึงกับตกตะลึง ไม่มีใครคาดฝันมาก่อนว่าซ่งชวนจะเลือกจัดการกับลูกบอลด้วยวิธีนี้
ลูกยิงนี้มันไร้รูปแบบ ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นการตวัดยิงส่งเดช ปราศจากการตั้งท่าเล็งด้วยซ้ำ เป็นปฏิกิริยาตอบสนองจากจิตใต้สำนึกล้วน ๆ ทว่าวิถีโค้งของลูกฟุตบอลกลับแม่นยำดุจจับวาง พุ่งเสียบตาข่ายไปในทิศทางที่ไม่มีใครล่วงรู้
กองหลังมาร์กเซยไม่มีเวลาตอบสนอง พวกเขาไม่เคยคิดฝันว่าซ่งชวนจะเลือกทลายทางตันด้วยวิธีนี้ และม็องด็องด้าก็หมดสิทธิ์พุ่งเซฟเพราะถูกโจมตีทีเผลออย่างจัง
ลูกบอลวาดเส้นโค้งเพอร์เฟกต์ พุ่งดิ่งเสียบมุมขวาล่างของประตู ก่อนจะกลิ้งหลุน ๆ ซุกก้นตาข่ายไปในที่สุด
ประตูเป็นผล!
3–2! ซ่งชวน ปีกขวาของปารีส แซงต์-แชร์กแมง งัดลูกยิงเผด็จศึกสังหารมาร์กเซยในวินาทีสุดท้าย ปล้นสามแต้มอันล้ำค่ามาให้เปแอสเชได้สำเร็จ!!!
ทั่วทั้งสนามระเบิดความคลุ้มคลั่งขึ้นในพริบตา และแฟนบอลปารีสบนอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือนก็ตะโกนลั่นสุดเสียง
“ซ่ง! ซ่ง! ซ่ง!!!!”
“ฮีโร่แห่งปารีส! ซ่ง!”
ผู้เล่นปารีส แซงต์-แชร์กแมง เองก็คลั่งไคล้ดีใจสุดขีด พวกเขาวิ่งกรูเข้าไปหาซ่งชวน จับเขาแบกขึ้นสูงเพื่อฉลองชัยชนะที่หายาก หรืออาจจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
เหยียนหยวนชกอากาศอย่างสะใจ ความปีติยินดีฉายชัดบนใบหน้าอย่างไม่ปิดบัง ในที่สุดเขาก็นำทัพพลิกนรกกลับมาคว้าชัยในศึกเดอร์บีแมตช์ที่กดดันสุดขีดนัดนี้ได้สำเร็จ
ผู้บรรยายตะโกนลั่นด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
“เหลือเชื่อมาก! ซ่งชวนงัดลูกยิงไร้รูปแบบมาเป็นประตูชัย ประตูนี้จะต้องติดโผลูกยิงแห่งปีอย่างแน่นอน! ลูกยิงนี้มันสุดตีนอลังการงานสร้างจริง ๆ! ซ่งคือไอ้หนูทีเด็ดของเปแอสเช เขาคว้าสามแต้มล้ำค่ามาให้ปารีสได้สำเร็จ! มาร่วมส่งเสียงเชียร์ให้ดาวรุ่งอย่างซ่งกันเถอะ!!!!”
ผู้เล่นมาร์กเซยยังคงช็อกไม่หายกับความผิดพลาดในครั้งนี้ โรลันโดทุบต้นขาตัวเองอย่างแรง สีหน้าของเขาหดหู่และสิ้นหวังอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเสียงนกหวีดของผู้ตัดสินดังขึ้น แมตช์การแข่งขันก็จบลงอย่างเป็นทางการ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง บุกมาหักคอมาร์กเซยด้วยสกอร์ 3–2
การปรับแต่งหมากแทคติกของเหยียนหยวนและการวิ่งสู้ฟัดของเหล่านักเตะ ท้ายที่สุดก็ช่วยให้ทีมคว้าชัยในศึกเดอร์บีแมตช์แห่งชาติที่ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดและกดดันขั้นสุดนี้ไปได้
ทั่วทั้งสนามเฉลิมฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง และขุนพลปารีส แซงต์-แชร์กแมง ก็ตอบแทนชัยชนะอันแสนเข็ญนี้ด้วยหยาดเหงื่อและแรงกายของพวกเขาอย่างสมศักดิ์ศรี
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═