เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…

บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…

บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…


[SC] บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…

ท้ายที่สุดแล้วซิงเฉิงก็จับมือของหลินซินก่อนจะพากันเดินจากไป ทุกคนต่างมองหน้ากัน พวกเขาไม่คิดว่าฉากจบจะกลายเป็นแบบที่มีใครที่ไหนก็ไม่รู้มาคว้ามือสาวงามจากไปกับเขาแบบดื้อ ๆ

ต้านเซินมีสีหน้าที่แย่มาก ๆ ชายหนุ่มรู้สึกเสียหน้าอย่างรุนแรง ทุกคนที่อยู่รอบ ๆ เองก็รู้สึกสงสารเขาจับใจ

ที่โรงอาหารย่านร้านค้าฟู่ต๋านใต้ ซิงเฉิงในที่สุดก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แม้ว่าอาหารจะไม่ได้อร่อยมาก แต่ว่ามันก็มีราคาถูก อีกอย่างซิงเฉิงอยากที่จะมาลิ้มลองรสชาติของมันอีกครั้งหนึ่ง

"เด็กโง่ โตแล้วนะอย่าร้องไห้ง่าย ๆ สิ รู้ไหม?" ซิงเฉิงหลุดขำออกมา

หลินซินที่อยู่ข้าง ๆ ยังสะอื้นอยู่ ใบหน้าที่แต่งมานั้นดูแย่มาก ดวงตาของเธอแดงก่ำเสียจนทำให้หัวใจของผู้ที่เห็นเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด หญิงสาวร้องไห้แล้วก็ตัดพ้อออกมา "พี่มันแย่ แย่ที่สุด!"

"โอ๋ๆๆ ฉันผิดเองแหละ ยกโทษให้ฉันได้ไหม?" ซิงเฉิงรู้สึกผิดจากใจจริง

หลินซินดูแล้วยังอารมณ์ไม่ดีนัก แต่เธอก็ยังรู้สึกเหมือนว่ามันเป็นความฝัน เธอแตะหน้าของพี่เธอแล้วก็พึมพำออกมา "พี่ใหญ่ พี่จริง ๆ ใช่ไหม?"

ซิงเฉิงจับมือที่เย็นเยียบของน้องแล้วก็ตอบเธอกลับ "เด็กโง่ นี่ฉันเอง…"

"ตั้งสองปีในที่สุดก็กลับมาซะที ฉันกับพ่อแม่คิดว่าพี่ตายไปแล้วซะอีก ทำไมถึงได้หายไปนานขนาดนี้? รู้ไหมว่าพวกเราเป็นห่วงกันขนาดไหน? รู้ไหมว่าพวกเราคิดถึงพี่มากขนาดไหน?" หลินวินเริ่มที่จะร้องไห้อีกแล้ว

พวกนักศึกษาที่อยู่รอบ ๆ คิดว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน ซึ่งอันที่จริงแล้วทุกคนเองในบริเวณนี้ พวกเขาต่างก็รู้จักหลินซินกันไม่มากก็น้อย ดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าของพวกเขาจึงทำให้เกิดข่าวลืมที่พวกเขาคิดกันไปเองแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

"ซินซินฉันรู้ดี ฉันขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง และไม่ได้กลับมาหาทุกครั้งที่คิดถึง" ซิงเฉิงพูดแล้วถอนหายใจ

หลินซินรู้ว่าพี่ของเธอหมายความว่ายังไง การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทำให้ครอบครัวของหญิงสาวเปลี่ยนไปตลอดกาล พ่อของเธอต้องเข้าคุก ส่วนแม่ของเธอก็มาล้มป่วย ครอบครัวของเธอในตอนนั้นประสบปัญหาอย่างหนัก และเธอเองไม่สามารถช่วยอะไรได้เลยพวกเขาได้เลย

"ฉันกลับไปที่ซีอาน ได้เจอกับป้าหวางแล้ว แต่ว่าไม่ได้เจอลุงหลินนะ ส่วนเรื่องครอบครัวฉันรู้แล้วล่ะ ฉันห้ามป้าหวางบอกเธอว่าฉันกลับมาเองแหละ และฉันคนนี้ก็จะไม่ยอมให้ใครมากลั่นแกล้งเธออีก" ซิงเฉิงพูด

หลินซินจ้องไปทางซิงเฉิงด้วยดวงตาที่อ่อนโยน "พี่ใหญ่ คิดถึงพี่จัง …"

"กินก่อนเถอะเด็กโง่ หลังอาหารเย็นช่วยพาฉันไปเดินรอบ ๆ ฟู่ต๋านด้วยนะ สองปีที่หายไปฉันไม่รู้เลยว่าเธอเข้ามาเรียนที่นี่" ซิงเฉิงลูบหัวของน้องสาวก่อนจะหัวเราะออกมา

ภายใต้คำปลอบใจของซิงเฉิง หลินซินก็ดูจะอารมณ์ดีขึ้น นี่เป็นวันที่ดีที่สุดในรอบสองปีสำหรับเธอ หลังจากที่กินข้าวแล้ว หญิงสาวก็จัดแจงลากพี่ชายของเธอไปทั่วทั้งวิทยาลัยฟู่ต๋าน โดยไม่ได้สนใจสายตาที่คนรอบข้างมองเลยแม้แต่น้อย

อาคารหลักของฟู่ต๋านกว้างขวางเอามาก ๆ ที่แห่งนี้ สำหรับซิงเฉิงแล้ว เขาเองก็มีความทรงจำที่ดีบ้างไม่ดีบ้างเกี่ยวกับมันไม่น้อยเลย

"แล้วพี่ จะยังอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ไหม?" หลินซินพูดอย่างกังวล แม้ว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นพี่น้องกันจริง ๆ แต่ว่าความสัมพันธ์ของพวกเขามันก็ไม่ได้ต่างจากพี่น้องร่วมสายเลือดเลยแม้แต่น้อย

ซิงเฉิงพยักหน้า "ฉันจะอยู่ที่นี่อย่างน้อยก็อีกสองถึงสามปี ท้ายที่สุดแล้วเมืองใหญ่มันก็มีโอกาสที่มากกว่า"

"เยี่ยมเลย หลังจากนี้เราจะได้เจอกันเยอะ ๆ สินะ ถ้างั้นพี่ต้องเอาวีแชทกับเบอร์มาให้หนูด้วย" บนถนนสายหลัก หลินซินที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้าหัวเราะคิกคัก รอยยิ้มใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสดใส

ซิงเฉิงซื้อของโทรศัพท์หัวเหว่ยแล้วให้ร้านดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่ต้องการมาให้แล้ว ดังนั้นชายหนุ่มเลยส่งโทรศัพท์ให้เธอไปจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองเลย

"พี่หางานได้รึยังคะ?" หลินซินถามด้วยความกังวล

ซิงเฉิงพยักหน้า "ฉันทำเรื่องบางอย่างให้ลุงอยู่ เดี๋ยวไว้จะเล่าให้ฟังทีหลัง"

"จริง ๆ แล้วหนูไม่ชอบเซี่ยงไฮ้เลย แรงกดดันก็เยอะ ความก้าวหน้าก็เร็วเกินไป เรียนจบแล้วหนูอยากกลับไปอยู่กับแม่ที่ซีอานมากกว่า" หลินซินถอนหายใจ

"ไม่เป็นไรหรอก ตราบใดที่เธอต้องการน่ะนะ." ซิงเฉิงหัวเราะหลังจากที่พวกเขามาอยู่ที่ศาลา

หลินซินพูดพึมพำจนแทบไม่ได้ยิน "หนูเจอพี่ซือซิงสองสามครั้งแล้ว พวกพี่เป็นยังไงกันบ้างคะ?"

ซือซิง?

มีคนพูดถึงเธออีกแล้ว เอาตามตรง ซิงเฉิงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผู้หญิงคนนั้น ทุกคนล้วนแต่มีทางเลือกของตัวเอง หลังจากผ่านไปหลายปีทั้งเขาและเธอคนนั้นก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก ดังนั้นชายหนุ่มเลยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่แล้ว

ซิงเฉิงส่ายหัว

"หนูว่าพี่ซือซิงคงคิดถึงพี่อยู่นะ ทุกครั้งที่เธอมาหา เธอมักจะถามถึงพี่เสมอเลย"

ซิงเฉิงใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายอยู่ที่ฟู่ต๋าน และนั่งอยู่กับซินซินที่ห้องสมุดเป็นพักใหญ่ อันที่จริงชายหนุ่มอยากที่จะปลีกตัวออกมาตั้งนานแล้ว แต่ทุกครั้งซินซินทำท่าเหมือนกับจะร้องไห้ ผนวกกับเมื่อเช็คแล้วว่าหานปิงไม่ได้โทรหาเขา ดังนั้นซิงเฉิงจึงเลือกที่จะอยู่กับน้อยสาวของเขาให้นานอีกหน่อย

หลังจากที่กินมื้อเย็นเสร็จแล้ว เขาก็ไปส่งเธอที่หอพัก …

พอเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็รีบกลับมาที่บริษัทของหานปิง ที่สวนสำหรับพักผ่อน พวกพนักงานคนอื่น ๆ ต่างพากลับกันไปหมดแล้ว เหลือแต่มาเซอราตี้ที่ยังจอดอยู่ แน่นอนว่ากุญแจรถอยู่กับซิงเฉิง

ซิงเฉิงรู้ดีว่าหานปิงคงจะโกรธอยู่แน่ ๆ ดังนั้นชายหนุ่มจึงเลือกที่จะโทรหาเธอ แต่โทรสองรอบแล้วก็ไม่มีการตอบกลับ พอลองส่งวีแชทไป เธอก็ไม่ยอมตอบข้อความของเขาอีก

"เวรเอ๊ย เธอคงจะโมโหน่าดู!" ซิงเฉิงหงุดหงิด จนต้องสบถออกมา

อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นไม่นาน ในที่สุดหานปิงก็ตอบกลับมาทางวีแชท "ฉันดื่มกับเพื่อนอยู่ไม่ต้องเป็นห่วง"

พอเห็นแบบนี้เขาก็คิดว่าดีแล้ว ตัวเขาจะได้กลับไปนอนซะหน่อย ว่าแล้วซิงเฉิงก็ติดสินใจขับรถออกไป ก่อนจะจอดแวะซื้อหนังสือร้านใกล้ ๆ แถวนั้น นอกจากวิชาหลักอย่างปรัชญาแล้ว ตัวเขาก็ยังเรียนด้านการจัดการและการบริหารทางการเงินด้วย ถ้าไม่ติดว่านี่ก็เยอะมากพอแล้วละก็ ซิงเฉิงคงจะไปเรียนกฎหมายเพิ่มอีกตัวด้วย

ตั้งแต่สมัยประถมแล้ว ซิงเฉิงเป็นนักเรียนที่เรียกได้ว่าเรียนดี แต่เขาเองก็ไม่ได้พอใจเพียงแค่นั้น เขามักที่จะทำคะแนนให้สูงที่สุดในการสอบทุกครั้ง ด้วยเหตุนี้เองตั้งแต่เด็ก ตัวเขาจึงกลายเป็นคนที่สามารถทำคะแนนได้สูงที่สุดทั้งแต่สมัยมัธยม

ตั้งแต่เด็ก ซิงเฉิงมีนิสัย 2 อย่างที่ทำเป็นประจำ หนึ่งคือการอ่านอย่างต่อเนื่อง อีกอย่างคือการออกกำลังกาย เขาออกกำลังกายทุกวันเพื่อให้สภาพร่างกายของเขาดีที่สุด ด้วยวิธีนี้นอกจากร่างกายของเขาจะแข็งแรงมากขึ้นแล้ว มันยังทำให้เขาไม่เหนื่อยง่ายอีกด้วย

หลังจากซื้อหนังสือ ชายหนุ่มก็แวะไปซื้อผักกับผลไม้ต่อ แล้วเมื่อเขากลับมาที่สวนฉือเหมาริเวอร่า มันก็เป็นเวลากว่า 3 ทุ่มแล้ว หลังจากที่ชงชาเสร็จ ซิงเฉิงก็เริ่มอ่านหนังสือ

ตอน 5 ทุ่มกว่า จู่ ๆ หานปิงก็โทรมาหาเขาจนได้ หญิงสาวโทรบอกให้ซิงเฉิงมารับเธอ ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูก็รู้ว่าเมาได้ที่เลยทีเดียว

ซิงเฉิงถามอย่างเดียวที่เขาอยากรู้ “ที่ไหน”

หลังจากรู้แล้วเขาก็ออกไปหาเธอ ตามผับตามบาร์แบบนั้น นั่นอาจทำให้หานปิงโดนคนที่คิดร้ายลงมือได้ง่าย ๆ ถ้าพวกเขาต้องการที่จะทำจริงละก็นะ ซิงเฉิงที่คิดได้แบบนั้น ชายหนุ่มก็อดเสียใจไม่ได้กับการโต้เถียงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมา แบบนี้เขาจะอธิบายให้ลุงหานฟังยังไงดี?

‘จีพลัส’ สำหรับเมืองที่รุ่งเรืองอย่างเซี่ยงไฮ้ ที่แห่งนี้นับเป็นบาร์ที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่ง หานปิงที่อยู่ในอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเรียกเพื่อนของเธอมาดื่มด้วยกัน ตามปกติแล้วหญิงสาวเองก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งอยู่ในบาร์บ่อย ๆ ทุกวัน หากแต่เธอจะแวะเวียนมาบ้างบางครั้ง ซักสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น

ในฐานะลูกสาวของหาน เกาผิง หานปิงจึงรู้จักสถานที่ดี ๆ มากมายในเซี่ยงไฮ้ และหนึ่งในนั้นก็คือที่นี่ แต่คราวนี้ในหมู่คนคุ้นเคย ดันมีคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้ามาด้วยเสียนี่

"หานปิง ฉันตามจีบเธอมา 3 ปีกว่าแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลย หานปิงแม่ยอดดวงใจ? ถ้าเธอยอมที่จะมาเป็นแฟนของฉัน ครอบครัวของฉันจะช่วยเหลือพ่อของเธอเอง" ชายคนหนึ่งสวมชุดหรูหราพร้อมกับหวีผมอย่างเย่อหยิ่ง

"หลิวเฉิงเฟิง หานปิงตอนนี้อารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่ ถ้าจะเข้ามาคุยล่ะก็เอาไว้วันหลังแล้วกันนะ" หนึ่งในเพื่อนของเธอพูดออกมา

"นี่ไม่ใช่ธุระของเธอ! นั่งอยู่นิ่งๆ อย่าทำให้ฉันโกรธ เธอคงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี!" ชายที่ถูกเรียกว่าหลิวเฉิงเฟิงพูดอย่างโหดร้าย

"ตอนนี้รู้ไหมว่าฉันมองนายเป็นคนยังไง?" หานปิงที่เมาไปแล้วครึ่งหนึ่งพูดพร้อมกับยิ้มอย่างชั่วร้าย

ไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวหมายความว่าอะไร

หานปิงพูดต่อไป "มองว่าเป็นไอ้โง่ไง ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

"ฉันว่าเธอไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเธอกำลังอยู่ในสถานการณ์แบบไหน" หลิวเฉิงเฟิงพูดด้วยน้ำเสียงแปลก ๆ

โชคดีที่ว่าพวกเขาอยู่ที่ริมโต๊ะ ถ้าเกิดว่าอยู่ในที่ ๆ เสียงดังกว่านี้ละก็ พวกเขาคงจะไม่ได้ยินอะไรเลย

"นี่มันเป็นเรื่องของหาน เกาผิง อย่าเอาเขาเข้ามาเกี่ยวด้วย ถ้าคิดว่าแน่จริงก็อุ้มฉันไปข่มขืนเองสิ อย่างเลวร้ายก็จำคุกล่ะนะ หรือถ้ารวยพอก็หาทางยัดใต้โต๊ะออกมาเองก็ได้นี่ ถ้าไม่กล้าพอ ก็อย่ามาพล่ามว่าชอบฉัน?” คำพูดเหล่านี้ครอบงำคนอย่างสมบูรณ์ คนทั้งหมดบนโต๊ะนั้นต่างไม่มีใครพูดอะไรเลย

หลิวเฉิงเฟิงพูดด้วยท่าทางที่กล้า ๆ กลัว ๆ " คิดหรือว่าฉันจะไม่กล้า ? รอดูสิว่าถ้าพ่อของเธอถึงทางตันแล้วฉันจะทำอะไร ! "

"มาสิ ฉันกลัวว่านายจะไม่กล้าซะมากกว่ามั้ง ถ้านายไม่กล้าล่ะก็ งั้นก็ไสหัวไปซะ!" หานปิงสบถออกมาเสียงดัง

"ยัยนี่!" หลิวเฉิงเฟิงโกรธจัดเมื่อหานปิงทำให้เขาอับอาย ประกอบกับว่าเขาเองก็เมามากแล้ว นั่นจึงทำให้เขากะที่จะตบหน้าของหญิงสาวเพื่อเป็นการสั่งสอน

อย่างไรก็ตามชายผู้นั้นก็ไม่ได้ทำ เพราะว่าเขาโดนห้ามจากชายอีกคนหนึ่ง …

"ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลยนะ!" ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ

"คิดว่าแกเป็นใครกันห๊าาาาา?" หลิวเฉิงเฟิงสวนคนที่เข้ามาต่อว่าเขาในทันที

ซิงเฉิงไม่ยอมเสียเวลา ด้วยการพลิกมือของเขา ชายหนุ่มเข้ารัดคอของหลิวเฉิงเฟิง ก่อนจะคว้าขวดไวน์จากบนโต๊ะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตามมาด้วยเสียง "เพล้ง" ของขวดที่แตกจากการกระแทกกับโต๊ะ ตอนนี้ขวดไวน์ที่กลายเป็นปากฉลามได้เล็งไปที่แก้มของหลิวเฉิงเฟิงแล้ว

เมื่อเห็นการกระทำของซินเฉิน ผู้หญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็พลันมองชายหนุ่มด้วยท่าทางหลงใหล

"อยากตายรึไงวะ?" ซิงเฉิงพูดอย่างข่มขู่

คนพวกนี้กล้าพอที่จะรังแกคนอ่อนแอเท่านั้น สำหรับคนอย่างนี้ ซิงเฉิงจำเป็นที่จะต้องสร้างความย่ำเกรงเสียก่อน หลิวเฉิงเฟิงหน้าเปลี่ยนในทันทีเมื่อเห็นปากฉลามที่จ่ออยู่ใกล้ ๆ เขารีบพูดอย่างรวดเร็ว "พี่ชาย ผมผิดไปแล้วครับ ผิดไปแล้ว!"

ซิงเฉิงไม่ต้องการที่จะหาเรื่องเพราะว่ามันจะให้เดือดร้อนกันหมด ดังนั้นเขาจึงผลักหลิวเฉิงเฟิงออกไป ก่อนจะตะโกนสำทับไปอีกว่า "ขยะเอ้ย"

เมื่อเห็นเรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ หลิวเฉิงเฟิงก็รีบออกไปทันที บางทีพวกเขาอาจจะย่อมกลับเข้ามาหาเรื่องทีหลังอีกก็ได้

ซิงเฉิงจับมือของหานปิงไว้ "ไปกันเถอะ!"

"อย่ามาจับตัวฉันนะ คิดว่าตัวเองเป็นใครกัน?" หานปิงตะโกนออกมา ดูเหมือนว่าเธอยังโกรธอยู่

ซิงเฉิงทนไม่ไหวแล้ว ชายหนุ่มเลือกที่จะลากตัวเธอออกไปทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้หานปิงเริ่มที่จะรู้สึกกลัว แต่สำหรับหญิงสาวตัวเล็ก ๆ แบบเธอแล้ว สิ่งที่หานปิงทำได้ก็แค่ปล่อยให้ชายตรงหน้าลากเธอต่อไปเท่านั้น

เมื่อผ่านมาได้ครึ่งทาง ซิงเฉิงก็ปล่อยมือหานปิง ถ้าไม่มีพวกยามล่ะก็ เธอคงจะได้โดนอุ้มไปแล้วอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มโกรธจนไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนหานปิงก็เหมือนกับเด็กที่ทำผิด เธอปล่อยให้ซิงเฉิงลากตัวเธอไปแต่โดยดี

เมื่อเข้ามาในรถเขาก็พูดเสียงเข้ม "ฉันจะพาเธอกลับบ้าน …"

"ตอนนี้ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันไม่อยากกลับบ้าน" หานปิงบ่นพึมพำ

ซิงเฉิงพูดอย่างไม่ได้ "งั้นมีแผนอะไร?"

"ฉันอยากไปเที่ยวทะเล" หานปิงพูดอย่างน่าสงสาร ในขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

"อยากไปจริง ๆ งั้นเหรอ?" ซิงเฉิงเห็นว่าเธอเมาอย่างมาก

"แค่นิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกน่า!"

เมื่อหานปิงพูดจบ ซิงเฉิงก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เขาทำการขับรถไปยังทะเลในทันที

ระหว่างทางหานปิงอ้วกไปทั้งหมด 3 รอบ แล้วทุกครั้งที่เธออ้วกเสร็จเธอก็จะกลับมาขึ้นรถ ซิงเฉิงพยามแนะนำว่าหญิงสาวว่าน่าจะไปวันอื่น หากแต่หานปิงก็ไม่สน

หลังจากออกจากเมือง ซิงเฉิงก็ค้นพบว่ามีรถคันหนึ่งวิ่งตามพวกเขามาทางกระจกหลัง ชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาคิดว่ารถนั่นน่าเป็นพวกเดียวกับลิ่วล้อก่อนหน้านี้ แม้ว่าซิงเฉิงจะยังไม่รู้ว่าเป็นพวกไหน แต่พวกมันต้องเป็นคนที่ตามราวีหาน เกาผิงแน่นอน

ก่อนหน้านี้น่าจะเป็นแค่เรียกน้ำย่อย หลังจากนี้ต่างหากคือของจริง

"คาดเข็มขัดแล้วนั่งนิ่ง ๆ ซะ" ซิงเฉิงแนะนำหานปิง

เมื่อได้ยิน หานปิงก็มองมาที่ชายหนุ่มด้วยความงุนงง แต่เหมือนเขาจะไม่รอให้เธอรู้ตัว ซิงเฉิงตัดสินใจเร่งความเร็วรถขึ้นในทันที

จบบทที่ บทที่ 6 นี่แหละอาหารจานหลัก…

คัดลอกลิงก์แล้ว