- หน้าแรก
- ตัวแม่กลับมาแกล้งทำเป็นสาวน้อยน่ารักอีกแล้ว
- บทที่ 30 ฉินฉาน: ผมจะไม่รับแอดเพื่อนหนิงเมี่ยว
บทที่ 30 ฉินฉาน: ผมจะไม่รับแอดเพื่อนหนิงเมี่ยว
บทที่ 30 ฉินฉาน: ผมจะไม่รับแอดเพื่อนหนิงเมี่ยว
หนิงเมี่ยวหยิบโทรศัพท์ออกมา ก่อนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “อ้อ งั้นพวกเรามาเพิ่มวีแชตกันเถอะค่ะ”
ฉินเยี่ยน “……” กะทันหันเกินไปแล้ว เขาควรตอบตกลงหรือปฏิเสธดี?!
ถ้าตอบตกลง งั้นเขาก็จะกลายเป็นคนที่ได้เพิ่มวีแชตหนิงเมี่ยวก่อนฉินฉาน สัญชาตญาณของเขาบอกว่าเรื่องนี้อันตรายมาก แต่ถ้าปฏิเสธ ต่อไปหากมีเรื่องอะไร จะติดต่อหนิงเมี่ยวยังไง?
สุดท้ายเขาก็ลองปฏิเสธดูหน่อย “คุณหนิง ถ้ามีเรื่องอะไร ผมโทรหาคุณหรือส่งข้อความให้โดยตรงก็พอครับ”
“ฉันเป็นนักเรียน ไม่สามารถรับโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา ส่วนข้อความ ฉันไม่ได้บันทึกข้อมูลติดต่อของคุณไว้ ถ้าถูกมองว่าเป็นข้อความขยะแล้วโดนบล็อกล่ะ?”
“……” สุดท้ายฉินเยี่ยนก็ได้แต่กัดฟันเพิ่มวีแชตหนิงเมี่ยว
หนิงเมี่ยววางโทรศัพท์ลง ก่อนยิ้มตาหยีแล้วหยิบช้อนขึ้นมา สีหน้าดูไร้พิษภัยอย่างมาก “ถ้ารู้สึกว่าไม่เหมาะสม คุณก็ไปรายงานเรื่องนี้กับคุณฉินก็พอแล้วนี่!”
ฉินเยี่ยน “……” บ้าเอ๊ย! ถูกใช้ประโยชน์แล้ว! ตอนนี้ลบเพื่อนยังทันไหม?
การที่ฉินฉานรู้เบอร์โทรศัพท์ของหนิงเมี่ยวเป็นเรื่องหนึ่ง แต่พอเขาไปรายงานแบบนี้ นามบัตรวีแชตของหนิงเมี่ยวก็จะถูกส่งไปตรงหน้าฉินฉานทันที ฝ่ายที่กุมอำนาจในการตัดสินใจ จึงกลายเป็นฉินฉาน!
แผนเปิดเผยตรงไปตรงมาแบบนี้ ฉินเยี่ยนไม่รู้จริงๆ ว่าจะรับมือยังไง ทำได้เพียงส่งข้อความหาฉินฉานอย่างหดหู่
[เจ้านายครับ ผมติดต่อคุณหนิงได้แล้วครับ]
เขาคิดทบทวน ก่อนเพิ่มอีกประโยคหนึ่ง
[นี่คือวีแชตของคุณหนิงครับ]
[นามบัตรส่วนตัว: หนิงเมี่ยว]
แทนที่จะรอให้หัวหน้ารู้ทีหลังว่าเขาเพิ่มวีแชตหนิงเมี่ยว สู้เป็นฝ่ายรายงานก่อนเองยังดีกว่า
เมืองแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
ภายในโรงงานไฮเทคแห่งหนึ่ง หลังฉินฉานถูกผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนี้ไปส่งขึ้นรถธุรกิจ เขาก็เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาพอดี ก่อนเห็นข้อความที่ฉินเยี่ยนส่งมา
เขาไม่ได้แปลกใจที่หนิงเมี่ยวสามารถเพิ่มวีแชตฉินเยี่ยนได้ แต่ ต่อให้นามบัตรวีแชตของหนิงเมี่ยวถูกส่งมาตรงหน้าเขา เขาก็จะไม่คิดเพิ่มเธออยู่ดี
เมื่อเวลาผ่านไป ความฝันนั้นก็ส่งผลต่ออารมณ์ของเขาน้อยลงเรื่อยๆ นี่ถือเป็นเรื่องดี
ตอนเห็นคำแนะนำบัญชีเพื่อนนั้น เขาเพียงตอบกลับไปหนึ่งประโยค
[โอเค] จากนั้นก็ปิดโทรศัพท์ แล้วไปดูโรงงานบริษัทถัดไปต่อ
..........................................................................
จนกระทั่งหนิงเมี่ยวจัดการเรื่องย้ายห้องเสร็จ เธอก็ยังไม่ได้รับคำขอเป็นเพื่อนจากฉินฉานอยู่ดี
เฮ้อ! รับมือยากจริงๆ!
ตอนเธอย้ายโต๊ะเรียนกับหนังสือเรียนเข้ามาในห้องสิบเจ็ด คนในห้องสิบเจ็ดก็รู้ข่าวเรื่องเธอย้ายห้องแล้วเหมือนกัน เมื่อเทียบกับห้องสิบแปด บรรยากาศของห้องนี้เป็นมิตรและอบอุ่นกว่ามาก ถึงแม้คนส่วนใหญ่จะรู้ที่มาของหนิงเมี่ยว ก็ยังมีคนเป็นฝ่ายช่วยเธอยกกล่องหนังสือ
“ขอบคุณพวกเธอนะ วางตรงนี้ก็พอแล้ว” หนิงเมี่ยวยิ้มพลางกล่าวขอบคุณ
“ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรต้องการก็บอกพวกเราได้เลย” เพื่อนร่วมชั้นต่างยิ้มตอบ
หนิงเมี่ยวที่นั่งอยู่แถวสุดท้ายมองตารางเรียนบนกระดานดำแวบหนึ่ง เพิ่งหยิบหนังสือที่จะใช้คาบถัดไปออกมา ก็มีเงาร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาจากประตูหลัง
หนิงเมี่ยวหันกลับไปมอง ก็เห็นซูเหยียนกำลังยกโต๊ะตัวหนึ่งเดินเข้ามา
คนในห้องเองก็ค่อยๆ สังเกตเห็นเขาเช่นกัน
ซูเหยียน อัจฉริยะนักเลงประจำโรงเรียนที่ข้ามชั้นมาอยู่ห้องหนึ่งมอหก อัจฉริยะด้านฟิสิกส์ ได้ยินมาว่าไอคิวเกิน 150! ชอบอยู่คนเดียว เก่งเรื่องต่อยตี เข้าเรียนก็ไม่ฟัง แต่ผลการเรียนกลับติดสามอันดับแรกของทั้งระดับอย่างมั่นคง สุดท้ายครูก็เลิกยุ่งกับเขา
ซูเหยียนวางโต๊ะลงข้างหนิงเมี่ยว ดวงตาหงส์ที่ทั้งเกียจคร้านและเย็นชามองเธออย่างน่าสงสาร ก่อนพูดว่า “พี่สาว ผมจะมาเรียนห้องสิบเจ็ดเป็นเพื่อนพี่”
คนในห้องสิบเจ็ด “……” บ้าเอ๊ย! พี่สาวน้องชาย! หมาน้อยเด็กกว่า! ยิ่งมองยิ่งฟินชะมัด
หนิงเมี่ยวอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนหัวเราะอย่างจนใจว่า “ใกล้เข้าเรียนแล้ว นายรีบยกโต๊ะกลับไปเถอะ ฉันอยู่คนเดียวได้”
“ไม่ได้ ผมเคยบอกแล้วว่าจะปกป้องพี่” ซูเหยียนพูดเสียงต่ำจบ ก็หันกลับไปยกหนังสือต่อ