- หน้าแรก
- เลเวล 1 แล้วไง ผมมีสกิลสะท้อนดาเมจ 10 เท่าก็แล้วกัน
- บทที่ 30 - พาพวกเธอไปบุกเบิกดันเจี้ยน!
บทที่ 30 - พาพวกเธอไปบุกเบิกดันเจี้ยน!
บทที่ 30 - พาพวกเธอไปบุกเบิกดันเจี้ยน!
บทที่ 30 - พาพวกเธอไปบุกเบิกดันเจี้ยน!
ผ่านไปอีกหนึ่งนาที...
เย่เฉินยกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มปริศนา "สวัสดีทุกคน! ฉันแค่อยากจะอัดพวกนายทุกคนให้เละ หรือไม่ก็... ให้พวกนายอัดฉันให้เละ!"
ฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กยืนงง
"ติ๊ง! ฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็ก: ฆ่ามันซะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว! ผู้เล่นคนบ้าบิ่นได้รับค่าความโชคดี +4!"
ค่าประสบการณ์ของโล่รบสวรรค์รังสรรค์: 2000/100000
...
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
ฝูงฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กนับร้อยตัวที่เพิ่งเกิดใหม่ จ้องมองเย่เฉินผู้บุกรุกตาเขม็ง
มองอะไร?
เย่เฉินจ้องกลับ
มองแล้วจะทำไม?
ฝูงฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กนับร้อยตัวพุ่งเข้าใส่เย่เฉินอย่างบ้าคลั่ง...
ค่าความโชคดีพุ่งปรี๊ด!
ค่าประสบการณ์พุ่งกระฉูด!
เหรียญทองแดง อุปกรณ์ และหนังสือสกิลดรอปเกลื่อนพื้น
เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลาล็อกเอาต์ เย่เฉินกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บของที่ดรอปบนพื้นอย่างเบื่อหน่าย ทันใดนั้น หน้าต่างรายชื่อเพื่อนก็แจ้งเตือนว่ามีสายวิดีโอคอลเข้ามา
เป็นน้องชิงอวี่นั่นเอง!
เย่เฉินกดรับสาย
หน้าจอเสมือนจริงปรากฏขึ้นเบื้องหน้าห่างออกไปครึ่งเมตร เผยให้เห็นใบหน้าสวยหวานและบริสุทธิ์ของชิงอวี่
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของเย่เฉินมลายหายไปในพริบตา เขารู้สึกเบิกบานใจขึ้นมาทันที
"ยอดฝีมือ ทำอะไรอยู่เอ่ย?"
ในวิดีโอคอล ชิงอวี่ยืนส่งยิ้มทักทายอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
เย่เฉินปรับมุมกล้องให้ส่องไปที่พื้นหญ้า เผยให้เห็นซากศพของฝูงฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กที่กำลังค่อยๆ เลือนหายไป ทิ้งเหรียญทองแดงและอุปกรณ์ที่ส่องแสงสีทองอร่ามไว้เกลื่อนพื้น
เขานวดแขนตัวเองเบาๆ แล้วพูดว่า "นี่ไง กำลังเก็บกวาดพื้นอยู่ ไม่มีเธอมาช่วย ทั้งเหนื่อยทั้งน่าเบื่อเลย!"
ชิงอวี่ยื่นปากบ่นอุบอิบ "ที่แท้ในสายตานาย ฉันก็เป็นแค่คนกวาดขยะสินะ ฮึ!"
ชิงอวี่เบือนหน้าหนี ทำทีเป็นงอน แต่หางตากลับเหลือบไปเห็นกองซากมอนสเตอร์ เหรียญทองแดง และอุปกรณ์มากมายที่กองอยู่บนพื้นอย่างไม่ตั้งใจ
ทันใดนั้น ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้าง!
"นี่นาย... จะโหดเกินไปแล้วนะ! แม้แต่ฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กนายก็ยังกล้าไปยุ่ง! แถมยังฆ่าไปซะเยอะแยะขนาดนี้! แงๆ เงินกับอุปกรณ์ทั้งนั้นเลย! รู้งี้ฉันไม่ไปส่งเควสต์ดีกว่า เกาะติดนายฟาร์มมอนสเตอร์ ป่านนี้ค่าประสบการณ์คงพุ่งกระฉูดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทั้งเร็วทั้งสบายแท้ๆ..."
ชิงอวี่จินตนาการภาพเย่เฉินตอนฟาร์มมอนสเตอร์ออกเลยว่า เขาคงยืนนิ่งๆ อยู่กับที่ ใช้สกิลยั่วยุรัวๆ แล้วก็ปล่อยให้มอนสเตอร์สะท้อนดาเมจใส่ตัวเองจนตายเรียบ...
บางทีเธอก็แอบอิจฉา ทำไมความต่างระหว่างคนสองคนมันถึงได้มหาศาลขนาดนี้?
เธอกับพี่ใหญ่และคนอื่นๆ อดหลับอดนอนฟาร์มมอนสเตอร์กันทั้งคืน ยังได้ของมาแค่นิดเดียว
แต่ตาบ้านี่ แค่ยืนเฉยๆ มอนสเตอร์ก็ตายเรียบเป็นเบือ
ที่น่าหมั่นไส้ที่สุดคือ การได้ก้มเก็บเหรียญทองแดงและอุปกรณ์ที่ดรอปเยอะแยะขนาดนี้ ควรจะเป็นเรื่องที่น่าดีใจแท้ๆ แต่เขากลับทำหน้าเบื่อโลกซะงั้น!
น่าจับมากัดให้เนื้อเขียวจริงๆ!
เย่เฉินไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองทำให้คนอื่นหมั่นไส้ขนาดไหน เขาหัวเราะลั่นแล้วพูดว่า "เสียดายล่ะสิ? รู้ซึ้งถึงความใจป้ำของพี่แล้วใช่ไหม? ไม่เป็นไร พี่ไม่ใช่คนขี้งกอยู่แล้ว อย่างที่เขาบอกว่าสามีหาบภรรยาหาบ พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่พาเธอไปฟาร์มเอง!"
สามีหาบภรรยาหาบงั้นเหรอ?
ชิงอวี่โกรธจัด เท้าสะเอววีนใส่ "ตาบ้าเสี่ยวหมั่ง เลิกฉวยโอกาสฉันได้แล้วนะ!"
แต่ใครจะไปคิดว่า ทันทีที่เธอพูดจบ อวิ๋นเฟยเยียนที่กำลังบัญชาการให้พวกน้องๆ ฟาร์มมอนสเตอร์อยู่ใกล้ๆ จะหูผึ่ง รีบพุ่งเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยความตื่นเต้น
"ฉวยโอกาส? ดีเลย! เสี่ยวเสวี่ย เธอต้องพยายามหน่อยนะ ยอมให้เขาฉวยโอกาสเยอะๆ หน่อย ถ้าดึงยอดฝีมืออย่างเสี่ยวหมั่งมาเข้ากิลด์เราได้ พี่จะยกความดีความชอบให้เธอเป็นที่หนึ่งเลย!"
"พี่อิ๋งอิ๋ง! พี่ก็รังแกฉันด้วยเหรอ!"
ชิงอวี่เขินจนหน้าแดงก่ำ กระโจนเข้าใส่อวิ๋นเฟยเยียนทันที
ทันใดนั้น หญิงสาวทั้งสองก็หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
ส่วนเย่เฉินที่กำลังดูวิดีโอคอลอยู่ ก็จ้องมองภาพสาวงามหยอกล้อกันอย่างเพลิดเพลินเจริญตา
ภาพสาวสวยเล่นกันนี่มันช่างน่าดูจริงๆ!
มัวแต่ดูจนลืมสังเกตไปเลยว่าฝูงฮันนี่แบดเจอร์กรงเล็บเหล็กนับร้อยตัวเกิดใหม่แล้ว
"ติ๊ง! ไอ้นี่มันชักจะกร่างเกินไปแล้ว กล้าเมินพวกเราเหรอ! พี่น้อง รุมกัดมัน! ผู้เล่นคนบ้าบิ่นได้รับค่าความโชคดี +4!"
พอได้ยินเสียงระบบแจ้งเตือน เย่เฉินถึงเพิ่งจะรู้ตัวว่ามอนสเตอร์เกิดใหม่แล้ว!
แต่ภาพหญิงสาวสองคนหยอกล้อกันในวิดีโอคอลนั้น ช่างงดงามตราตรึงใจ แถมทั้งคู่ยังเป็นสาวงามระดับท็อปอีกต่างหาก
คนหนึ่งสวยใสไร้เดียงสา อีกคนสวยยั่วยวนเซ็กซี่
เย่เฉินดูจนตาแฉะ แทบไม่อยากจะกะพริบตาเลยทีเดียว
ส่วนด้านหลังนั้น ฝูงพี่แบนผู้ยึดมั่นในคติ "เรื่องเป็นเรื่องตายไม่สน ขอแค่ได้บวก" ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดนสะท้อนดาเมจตายเรียบไปอีกตามเคย...
เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีผู้ชายกำลังจ้องมองพวกเธอผ่านวิดีโอคอล ชิงอวี่ก็รีบผละออกจากอวิ๋นเฟยเยียน หน้าแดงซ่านพลางจัดแจงเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่ แล้วพูดกับเย่เฉินว่า
"นายรับปากแล้วนะว่าจะพาฉันไปฟาร์ม ห้ามเบี้ยวเด็ดขาดล่ะ!"
เย่เฉินตบหน้าอกรับประกัน
"อ้อ ที่โทรมาหาเนี่ย ก็เพราะอยากจะถามนายว่า พรุ่งนี้พี่ใหญ่กับพวกเราเตรียมจะบุกเบิกดันเจี้ยนค่ายโจรอย่างเป็นทางการแล้ว ยอดฝีมืออย่างนายพอจะมีทริคอะไรแนะนำบ้างไหม?"
เย่เฉินนึกทบทวนดู เขารู้วิธีผ่านดันเจี้ยนค่ายโจรจริงๆ
มีเคล็ดลับอยู่สองสามอย่างที่ถ้าเขาไม่บอก พวกอวิ๋นเฟยเยียนก็คงต้องตายกันสักสิบกว่ารอบ ถึงจะค่อยๆ จับทางได้
ประเด็นคือตอนนี้เกมเพิ่งจะเปิดเซิร์ฟเวอร์มาได้แค่เจ็ดวัน หลายๆ กิลด์กำลังแข่งกันทำผลงาน ต่างก็อยากจะเอาชนะคู่แข่งให้ได้
ดังนั้นความเร็วในการเคลียร์ดันเจี้ยนจึงสำคัญมาก
หากช้าไปเพียงก้าวเดียว รางวัลสำหรับการบุกเบิกดันเจี้ยนครั้งแรกก็อาจจะตกเป็นของคนอื่นได้
ต้องเข้าใจก่อนว่า รางวัลสำหรับการบุกเบิกดันเจี้ยนครั้งแรกนั้นถือว่าคุ้มค่าที่สุด
มักจะมีอุปกรณ์ระดับท็อปและหนังสือสกิลดีๆ ที่หาได้เฉพาะจากการบุกเบิกครั้งแรกเท่านั้น
เย่เฉินถามขึ้น "พวกกิลด์ราชันก็คงกำลังลุยดันเจี้ยนนี้อยู่เหมือนกันใช่ไหม?"
ชิงอวี่พยักหน้า "พี่ใหญ่กับพวกเราก็เลยร้อนใจไง! ถึงอุปกรณ์และระดับพลังของเราจะยังอ่อนอยู่บ้าง แต่จะรอช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
เย่เฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า "ตอนนี้ยังไม่มีใครเคลียร์ดันเจี้ยนค่ายโจรได้สำเร็จเลย แล้วฉันจะไปมีทริคอะไรมาบอกได้ยังไง"
ชิงอวี่และอวิ๋นเฟยเยียนมีสีหน้าผิดหวังลงอย่างเห็นได้ชัด
นั่นสินะ!
ทุกคนต่างก็กำลังคลำหาทางผ่านดันเจี้ยนค่ายโจรกันอยู่ ได้ยินมาว่าแม้แต่กิลด์ราชันเองก็เพิ่งจะลุยไปได้แค่หนึ่งในสามของดันเจี้ยนเท่านั้น
ต่อให้เสี่ยวหมั่งจะเก่งกาจแค่ไหน เขาจะไปล่วงรู้ทุกอย่างได้ยังไง?
"พวกเราคงหวังพึ่งนายมากไปหน่อย..."
อวิ๋นเฟยเยียนฝืนยิ้ม
เย่เฉินพูดแทรกขึ้นมาว่า
"ถึงฉันจะไม่มีทริคอะไรมาบอก แต่ฉันพาพวกเธอไปลุยดันเจี้ยนได้นะ"
อวิ๋นเฟยเยียนเงยหน้าขวับ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น "จริงเหรอ? เยี่ยมไปเลย!"
ถ้ามียอดขุนพลที่เก่งกาจขนาดรับมือศัตรูนับพันได้มาช่วยล่ะก็ โอกาสเคลียร์ดันเจี้ยนค่ายโจรก็ยิ่งสูงขึ้นไปอีก!
แต่เธอก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ จึงรีบถามต่อ "แล้วนายมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?"
เธอไม่ได้โง่ การที่เย่เฉินยอมพาพวกเธอไปลุยดันเจี้ยน ส่วนใหญ่น่าจะเป็นเพราะเห็นแก่หน้าชิงอวี่
ถึงแม้ไอ้หมอนี่จะมองชิงอวี่ด้วยสายตาหื่นกระหายจนใครๆ ก็ดูออก แต่เรื่องส่วนตัวก็ส่วนเรื่องส่วนตัว เรื่องของกิลด์ก็คือกิจการงาน
งานก็คืองาน จะต้องมีข้อตกลงกันให้ชัดเจน
"ถ้าเคลียร์ดันเจี้ยนได้สำเร็จ จะต้องใส่ชื่อกิลด์ของฉันเป็นชื่อแรก"
ประโยคแรกของเย่เฉิน ทำเอาอวิ๋นเฟยเยียนหน้าเจื่อนไปครึ่งแถบ
ต้องเข้าใจก่อนว่า การประกาศชื่อกิลด์ที่เป็นผู้บุกเบิกดันเจี้ยนสำเร็จเป็นครั้งแรกนั้น มีประโยชน์ต่อกิลด์มหาศาล
การประกาศให้ทราบโดยทั่วกันทั้งเซิร์ฟเวอร์ จะช่วยสร้างชื่อเสียงให้กิลด์เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้เข้ามาร่วมกิลด์ ทำให้กิลด์เติบโตและแข็งแกร่งขึ้นได้อย่างก้าวกระโดด
ไม่ต้องพูดถึงอุปกรณ์ หนังสือสกิล และค่าชื่อเสียงอื่นๆ อีกมากมาย...
แต่อวิ๋นเฟยเยียนก็คิดในใจว่า ถ้ามันทำให้กิลด์ราชันพลาดโอกาสในการบุกเบิกดันเจี้ยนครั้งแรกไปได้ สำหรับเธอก็ถือว่าเป็นชัยชนะแล้ว
แถมถ้าเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จ พวกเธอก็จะได้รู้วิธีผ่านดันเจี้ยนค่ายโจรไปด้วย
[จบแล้ว]