- หน้าแรก
- ทะลุมิติมามีชีวิตเดียวทั้งที ขอเป็นชาวนาสายเปย์ ใช้เงินจ้าง NPC ไปตบเกรียน
- บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว
นอกเมือง บริเวณลำธารเล็กๆ ในป่า
ชวีเฉินยืนอยู่ริมลำธาร เขาจ้องมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เรียบเฉย
เฟยหลงยืนอยู่ด้านหลังและค้อมตัวรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
"พูดมาสิ ทำไมถึงต้องให้ฉันปิดบังตัวตนด้วย"
น้ำเสียงของชวีเฉินราบเรียบไร้อารมณ์
แต่เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกว่าชวีเฉินในตอนนี้ดูน่ากลัวมาก
"ไม่ปลอดภัยครับ"
"พวกเราถูกดักซุ่มโจมตีมาหลายครั้งแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่ข้างกายพวกเรา"
เฟยหลงอธิบาย
"ยิ่งไปกว่านั้น นายน้อยอาจจะยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้"
เมื่อชวีเฉินได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มมีความกังวลปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย
โดยไม่ต้องรอให้ชวีเฉินเอ่ยถาม เฟยหลงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนในวันนั้น นายน้อยก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ถ้าไม่ใช่เพราะพื้นฐานร่างกายของนายน้อยแข็งแรงมาก ป่านนี้นายน้อยก็คงเสียชีวิตไปแล้วครับ"
มีพื้นฐานร่างกายแข็งแรง มีสเตตัสเริ่มต้นเต็มแม็กซ์ทุกช่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าตัวเอกของเราไม่ใช่คนธรรมดา ขีดเส้นใต้เอาไว้เลยนะ ข้อนี้ออกสอบแน่นอน
"แต่ถึงอย่างนั้น นายน้อยก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก ถึงขั้นที่หัวใจของนายน้อยเคยหยุดเต้นไปแล้วด้วยซ้ำ"
ชวีเฉินเม้มริมฝีปากแน่น
"พูดต่อสิ"
"โชคดีที่หมอสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่นายน้อยก็ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ดี"
"ทว่าหลังจากวันเกิดอุบัติเหตุได้เจ็ดวัน จู่ๆ พวกเราก็ได้รับเครื่องเล่นเกมนี้มา"
"ที่แปลกก็คือ พวกเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครเป็นคนส่งมันมาให้ และพร้อมกับเครื่องเล่นเกมนี้ก็มีโน้ตแผ่นหนึ่งแนบมาด้วย"
"ข้อความในโน้ตเขียนเอาไว้ว่า ถ้าอยากจะช่วยชีวิตคุณ ก็ต้องให้คุณใช้เครื่องเล่นเกมเครื่องนี้ครับ"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ชวีเฉินก็หันขวับกลับมาและเอ่ยถามทันที
"เครื่องเล่นเกมสำหรับเล่นเกมนี้งั้นเหรอ"
เฟยหลงพยักหน้ารับ
แววตาของชวีเฉินแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ
"เล่าต่อ"
เฟยหลงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเล่าต่อไป
"พวกเราพยายามทุกวิถีทางเพื่อเรียกสติของนายน้อยให้กลับคืนมา แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า"
"สุดท้าย ท่านประธานาธิบดีก็เป็นคนตัดสินใจชี้ขาด ท่านสั่งให้พวกเรานำเครื่องเล่นเกมนั้นมาให้นายน้อยใช้งานครับ"
สีหน้าของชวีเฉินเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม
"พวกเราทำตามคำสั่งของท่านประธานาธิบดีและนำเครื่องเล่นเกมมาให้นายน้อยใช้งาน แต่ความผิดปกติก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นแหละครับ"
"ในวินาทีที่พวกเราเปิดการทำงานของเครื่องเล่นเกม หัวใจของนายน้อยก็หยุดเต้น แต่ทว่า คลื่นสมองของนายน้อยกลับมีการตอบสนอง"
"หมายความว่า ตอนนี้ร่างกายของฉันตายไปแล้ว แต่คลื่นสมองยังทำงานเป็นปกติอยู่งั้นเหรอ"
ชวีเฉินเค้นเสียงถามลอดไรฟัน
เฟยหลงรีบค้อมตัวและพยักหน้าตอบรับ
"ใช่ครับ"
ชวีเฉินกำหมัดแน่น
"ทำไปทำมา สุดท้ายผลลัพธ์ก็กลับไปเป็นเหมือนตอนแรกสุดเลยงั้นสิ"
สิ่งที่ชวีเฉินกังวลมาตลอดก็คือการที่ร่างกายของเขาตายไปแล้ว และมีเพียงจิตวิญญาณเท่านั้นที่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกใบนี้
และเพราะความกังวลนี้เอง เขาจึงกลัวว่าหากเขาตายในเกมนี้ มันจะหมายถึงการตายอย่างแท้จริง
ผลปรากฏว่า
มันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ
"นายน้อย ร่างกายของนายน้อยถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี พวกเราจะพยายามหาวิธีพานายน้อยออกไปจากโลกใบนี้ให้ได้ครับ"
"พวกเราสืบรู้มาแล้วว่าแหล่งที่มาของเกมนี้มีความลึกลับซับซ้อนมาก และอีกหนึ่งปีให้หลัง เกมนี้จะหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ผมเดาว่านั่นน่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้นายน้อยได้กลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงครับ"
เรื่องนี้ชวีเฉินเองก็พอจะรู้และเคยคิดถึงมันมาก่อนแล้ว
แต่มันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น
ฟู่
ชวีเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา
ผลลัพธ์ที่ได้ฟังก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผลลัพธ์ที่เขาเคยคิดเอาไว้ในตอนแรก ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องมานั่งกังวลให้ปวดหัว
เพียงแต่ว่าตอนนี้พ่อกับแม่ของเขาได้เข้ามาอยู่ในเกมนี้ด้วย
เขาจึงมีเรื่องให้ต้องพิจารณามากขึ้น
"พ่อกับแม่กำลังเจอเรื่องยุ่งยากอยู่ใช่ไหม"
ชวีเฉินเอ่ยถาม
เฟยหลงพยักหน้ารับทันที
"ใช่ครับ ตำแหน่งประธานาธิบดีของท่านกำลังถูกฟ้องร้องเพื่อถอดถอน และสมาชิกสภาทั้งสิบสองคนก็เตรียมพร้อมที่จะบีบบังคับให้ท่านก้าวลงจากตำแหน่งแล้วครับ"
แววตาของชวีเฉินคมกริบขึ้นมาในพริบตา
"สมาชิกสภาทั้งสิบสองคนงั้นเหรอ ใช้ข้ออ้างอะไรมาฟ้องร้องล่ะ"
เมื่อเฟยหลงได้ยินคำถาม เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที
"นายน้อย ฆ่าผมเถอะครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง"
ชวีเฉินไม่ได้แสดงอาการแปลกใจอะไรออกมาราวกับว่าเขาคาดเดาเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
"ตัวตนของนายกับเสี่ยวอวี้และคนอื่นๆ ถูกเปิดเผยแล้วสินะ"
เฟยหลงพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกผิด
"ผมสมควรตายครับ นายน้อยเคยกำชับนักหนาว่าห้ามไม่ให้ผมกลับไปใช้ตัวตนเดิมอีกเด็ดขาด แต่ผมก็ยังฝ่าฝืนคำสั่ง"
ชวีเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ
"ลุกขึ้นเถอะ นายทำไปก็เพื่อจะช่วยฉัน ถึงได้ยอมเปิดเผยตัวตนในอดีต"
"ใช้แล้วก็ใช้ไปเถอะ ถูกจับได้ก็ช่างมัน ฉันไม่สนหรอก ก็แค่ตำแหน่งประธานาธิบดี ฉันไม่ได้เห็นมันสลักสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอกนะ"
"ถ้าสมาชิกสภาทั้งสิบสองคนแค่ต้องการบีบให้พ่อฉันลงจากตำแหน่งก็ยังพอคุยกันได้ แต่ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องพ่อกับแม่ฉันล่ะก็ หึ พวกมันคงต้องภาวนาขอให้ฉันไม่มีวันได้กลับไปโลกความจริงแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็"
ชวีเฉินกำหมัดกรอด
"ลุกขึ้นเถอะ ในเมื่อฉันรับปากว่าจะคุ้มครองกลุ่มแปดพี่น้องตระกูลเฟยของพวกนาย ฉันก็จะรักษาสัญญา ไม่ว่าพวกนายจะเจอเรื่องเดือดร้อนอะไร ฉันก็จะคอยเป็นเกราะกำบังให้พวกนายเอง"
"ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือการคุ้มครองพ่อกับแม่ให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในเกมหรือในโลกความจริง ห้ามปล่อยให้พวกท่านได้รับอันตรายแม้แต่ปลายเล็บ ใครกล้าแตะต้องพวกท่าน ฉันจะทำให้มันต้องชดใช้อย่างสาสม"
ทันทีที่ชวีเฉินพูดจบ ออร่าความโหดเหี้ยมอำมหิตก็แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาทันที
"นายน้อย คุณตั้งใจจะลงมือจัดการกับกิลด์ราชวงศ์เย่ใช่ไหมครับ"
ชวีเฉินพยักหน้าเบาๆ
"บังอาจมาดักซุ่มโจมตีพ่อแม่ฉันตั้งหลายครั้ง สงสัยพวกมันจะกินดีหมีหัวใจเสือมาสินะ"
แววตาของชวีเฉินเต็มไปด้วยความดูแคลน
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ การจะบดขยี้กิลด์ราชวงศ์เย่ให้แหลกคามือนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก
"นายน้อย ผมสงสัยว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ของคุณน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะครับ"
เมื่อชวีเฉินได้ยินดังนั้น เขาก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด"
"นายไปจัดการธุระของนายเถอะ เรื่องของกิลด์ราชวงศ์เย่เดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการเอง"
พูดจบชวีเฉินก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองเริ่มต้นที่อยู่ไม่ไกลนัก
ณ จุดรับสมัครองครักษ์ของเจ้าหน้าที่เสบียงในเมืองเริ่มต้น
"ขอจ้างองครักษ์เลเวลหนึ่งร้อย จำนวนหนึ่งร้อยคน สัญญาเช่าแบบรายเดือน"
องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยหนึ่งคน ค่าเช่ารายเดือนอยู่ที่ห้าล้านเหรียญทอง
หนึ่งร้อยคน ก็เท่ากับห้าร้อยล้านเหรียญทอง
เงินแค่ห้าร้อยล้านถือเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วสำหรับเขา
ทันทีที่ระบบหักเงินห้าร้อยล้านเหรียญทองออกจากกระเป๋าของชวีเฉิน
องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังของชวีเฉินทีละคนๆ
เพียงชั่วพริบตา องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยทั้งหนึ่งร้อยคนก็ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เบื้องหลังของชวีเฉิน
เมื่อองครักษ์ทั้งหนึ่งร้อยคนมากันครบแล้ว ชวีเฉินก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วเอ่ยสั่งการ
"จงฟังให้ดี ใครก็ตามที่ติดตราสัญลักษณ์ของกิลด์ราชวงศ์เย่ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือนอกเมือง จงฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่าจนกว่าเลเวลของพวกมันจะลดลงต่ำกว่าเลเวลสิบห้า"
"น้อมรับบัญชา ผู้เป็นนายแห่งข้า"
องครักษ์ทั้งหนึ่งร้อยคนขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน
จากนั้นพวกเขาก็กระจายกำลังออกปฏิบัติการทันที
[จบแล้ว]