เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว


บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

นอกเมือง บริเวณลำธารเล็กๆ ในป่า

ชวีเฉินยืนอยู่ริมลำธาร เขาจ้องมองสายน้ำที่ไหลเอื่อยๆ ด้วยสีหน้าและแววตาที่เรียบเฉย

เฟยหลงยืนอยู่ด้านหลังและค้อมตัวรอรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

"พูดมาสิ ทำไมถึงต้องให้ฉันปิดบังตัวตนด้วย"

น้ำเสียงของชวีเฉินราบเรียบไร้อารมณ์

แต่เฟยหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกว่าชวีเฉินในตอนนี้ดูน่ากลัวมาก

"ไม่ปลอดภัยครับ"

"พวกเราถูกดักซุ่มโจมตีมาหลายครั้งแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีหนอนบ่อนไส้แฝงตัวอยู่ข้างกายพวกเรา"

เฟยหลงอธิบาย

"ยิ่งไปกว่านั้น นายน้อยอาจจะยังไม่ทราบถึงสถานการณ์ของตัวเองในตอนนี้"

เมื่อชวีเฉินได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขาก็เริ่มมีความกังวลปรากฏขึ้นมาเล็กน้อย

โดยไม่ต้องรอให้ชวีเฉินเอ่ยถาม เฟยหลงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน

"หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถชนในวันนั้น นายน้อยก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อปฐมพยาบาลฉุกเฉิน ถ้าไม่ใช่เพราะพื้นฐานร่างกายของนายน้อยแข็งแรงมาก ป่านนี้นายน้อยก็คงเสียชีวิตไปแล้วครับ"

มีพื้นฐานร่างกายแข็งแรง มีสเตตัสเริ่มต้นเต็มแม็กซ์ทุกช่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีว่าตัวเอกของเราไม่ใช่คนธรรมดา ขีดเส้นใต้เอาไว้เลยนะ ข้อนี้ออกสอบแน่นอน

"แต่ถึงอย่างนั้น นายน้อยก็ยังได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก ถึงขั้นที่หัวใจของนายน้อยเคยหยุดเต้นไปแล้วด้วยซ้ำ"

ชวีเฉินเม้มริมฝีปากแน่น

"พูดต่อสิ"

"โชคดีที่หมอสามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ แต่นายน้อยก็ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ดี"

"ทว่าหลังจากวันเกิดอุบัติเหตุได้เจ็ดวัน จู่ๆ พวกเราก็ได้รับเครื่องเล่นเกมนี้มา"

"ที่แปลกก็คือ พวกเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าใครเป็นคนส่งมันมาให้ และพร้อมกับเครื่องเล่นเกมนี้ก็มีโน้ตแผ่นหนึ่งแนบมาด้วย"

"ข้อความในโน้ตเขียนเอาไว้ว่า ถ้าอยากจะช่วยชีวิตคุณ ก็ต้องให้คุณใช้เครื่องเล่นเกมเครื่องนี้ครับ"

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ชวีเฉินก็หันขวับกลับมาและเอ่ยถามทันที

"เครื่องเล่นเกมสำหรับเล่นเกมนี้งั้นเหรอ"

เฟยหลงพยักหน้ารับ

แววตาของชวีเฉินแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ

"เล่าต่อ"

เฟยหลงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเล่าต่อไป

"พวกเราพยายามทุกวิถีทางเพื่อเรียกสติของนายน้อยให้กลับคืนมา แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า"

"สุดท้าย ท่านประธานาธิบดีก็เป็นคนตัดสินใจชี้ขาด ท่านสั่งให้พวกเรานำเครื่องเล่นเกมนั้นมาให้นายน้อยใช้งานครับ"

สีหน้าของชวีเฉินเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง แต่ไม่นานนักเขาก็กลับมาสงบนิ่งเหมือนเดิม

"พวกเราทำตามคำสั่งของท่านประธานาธิบดีและนำเครื่องเล่นเกมมาให้นายน้อยใช้งาน แต่ความผิดปกติก็เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วินาทีนั้นแหละครับ"

"ในวินาทีที่พวกเราเปิดการทำงานของเครื่องเล่นเกม หัวใจของนายน้อยก็หยุดเต้น แต่ทว่า คลื่นสมองของนายน้อยกลับมีการตอบสนอง"

"หมายความว่า ตอนนี้ร่างกายของฉันตายไปแล้ว แต่คลื่นสมองยังทำงานเป็นปกติอยู่งั้นเหรอ"

ชวีเฉินเค้นเสียงถามลอดไรฟัน

เฟยหลงรีบค้อมตัวและพยักหน้าตอบรับ

"ใช่ครับ"

ชวีเฉินกำหมัดแน่น

"ทำไปทำมา สุดท้ายผลลัพธ์ก็กลับไปเป็นเหมือนตอนแรกสุดเลยงั้นสิ"

สิ่งที่ชวีเฉินกังวลมาตลอดก็คือการที่ร่างกายของเขาตายไปแล้ว และมีเพียงจิตวิญญาณเท่านั้นที่ทะลุมิติมาอยู่ในโลกใบนี้

และเพราะความกังวลนี้เอง เขาจึงกลัวว่าหากเขาตายในเกมนี้ มันจะหมายถึงการตายอย่างแท้จริง

ผลปรากฏว่า

มันเป็นอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ

"นายน้อย ร่างกายของนายน้อยถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี พวกเราจะพยายามหาวิธีพานายน้อยออกไปจากโลกใบนี้ให้ได้ครับ"

"พวกเราสืบรู้มาแล้วว่าแหล่งที่มาของเกมนี้มีความลึกลับซับซ้อนมาก และอีกหนึ่งปีให้หลัง เกมนี้จะหลอมรวมเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ผมเดาว่านั่นน่าจะเป็นโอกาสที่ทำให้นายน้อยได้กลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงครับ"

เรื่องนี้ชวีเฉินเองก็พอจะรู้และเคยคิดถึงมันมาก่อนแล้ว

แต่มันก็เป็นเพียงแค่การคาดเดา เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น

ฟู่

ชวีเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

ผลลัพธ์ที่ได้ฟังก็ไม่ได้ต่างอะไรกับผลลัพธ์ที่เขาเคยคิดเอาไว้ในตอนแรก ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องมานั่งกังวลให้ปวดหัว

เพียงแต่ว่าตอนนี้พ่อกับแม่ของเขาได้เข้ามาอยู่ในเกมนี้ด้วย

เขาจึงมีเรื่องให้ต้องพิจารณามากขึ้น

"พ่อกับแม่กำลังเจอเรื่องยุ่งยากอยู่ใช่ไหม"

ชวีเฉินเอ่ยถาม

เฟยหลงพยักหน้ารับทันที

"ใช่ครับ ตำแหน่งประธานาธิบดีของท่านกำลังถูกฟ้องร้องเพื่อถอดถอน และสมาชิกสภาทั้งสิบสองคนก็เตรียมพร้อมที่จะบีบบังคับให้ท่านก้าวลงจากตำแหน่งแล้วครับ"

แววตาของชวีเฉินคมกริบขึ้นมาในพริบตา

"สมาชิกสภาทั้งสิบสองคนงั้นเหรอ ใช้ข้ออ้างอะไรมาฟ้องร้องล่ะ"

เมื่อเฟยหลงได้ยินคำถาม เขาก็คุกเข่าลงกับพื้นทันที

"นายน้อย ฆ่าผมเถอะครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง"

ชวีเฉินไม่ได้แสดงอาการแปลกใจอะไรออกมาราวกับว่าเขาคาดเดาเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

"ตัวตนของนายกับเสี่ยวอวี้และคนอื่นๆ ถูกเปิดเผยแล้วสินะ"

เฟยหลงพยักหน้ารับด้วยความรู้สึกผิด

"ผมสมควรตายครับ นายน้อยเคยกำชับนักหนาว่าห้ามไม่ให้ผมกลับไปใช้ตัวตนเดิมอีกเด็ดขาด แต่ผมก็ยังฝ่าฝืนคำสั่ง"

ชวีเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

"ลุกขึ้นเถอะ นายทำไปก็เพื่อจะช่วยฉัน ถึงได้ยอมเปิดเผยตัวตนในอดีต"

"ใช้แล้วก็ใช้ไปเถอะ ถูกจับได้ก็ช่างมัน ฉันไม่สนหรอก ก็แค่ตำแหน่งประธานาธิบดี ฉันไม่ได้เห็นมันสลักสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอกนะ"

"ถ้าสมาชิกสภาทั้งสิบสองคนแค่ต้องการบีบให้พ่อฉันลงจากตำแหน่งก็ยังพอคุยกันได้ แต่ถ้าพวกมันกล้าแตะต้องพ่อกับแม่ฉันล่ะก็ หึ พวกมันคงต้องภาวนาขอให้ฉันไม่มีวันได้กลับไปโลกความจริงแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็"

ชวีเฉินกำหมัดกรอด

"ลุกขึ้นเถอะ ในเมื่อฉันรับปากว่าจะคุ้มครองกลุ่มแปดพี่น้องตระกูลเฟยของพวกนาย ฉันก็จะรักษาสัญญา ไม่ว่าพวกนายจะเจอเรื่องเดือดร้อนอะไร ฉันก็จะคอยเป็นเกราะกำบังให้พวกนายเอง"

"ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือการคุ้มครองพ่อกับแม่ให้ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นในเกมหรือในโลกความจริง ห้ามปล่อยให้พวกท่านได้รับอันตรายแม้แต่ปลายเล็บ ใครกล้าแตะต้องพวกท่าน ฉันจะทำให้มันต้องชดใช้อย่างสาสม"

ทันทีที่ชวีเฉินพูดจบ ออร่าความโหดเหี้ยมอำมหิตก็แผ่กระจายออกมาจากตัวเขาทันที

"นายน้อย คุณตั้งใจจะลงมือจัดการกับกิลด์ราชวงศ์เย่ใช่ไหมครับ"

ชวีเฉินพยักหน้าเบาๆ

"บังอาจมาดักซุ่มโจมตีพ่อแม่ฉันตั้งหลายครั้ง สงสัยพวกมันจะกินดีหมีหัวใจเสือมาสินะ"

แววตาของชวีเฉินเต็มไปด้วยความดูแคลน

ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ การจะบดขยี้กิลด์ราชวงศ์เย่ให้แหลกคามือนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

"นายน้อย ผมสงสัยว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ของคุณน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะครับ"

เมื่อชวีเฉินได้ยินดังนั้น เขาก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งปล่อยเอาไว้ไม่ได้เด็ดขาด"

"นายไปจัดการธุระของนายเถอะ เรื่องของกิลด์ราชวงศ์เย่เดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการเอง"

พูดจบชวีเฉินก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองเริ่มต้นที่อยู่ไม่ไกลนัก

ณ จุดรับสมัครองครักษ์ของเจ้าหน้าที่เสบียงในเมืองเริ่มต้น

"ขอจ้างองครักษ์เลเวลหนึ่งร้อย จำนวนหนึ่งร้อยคน สัญญาเช่าแบบรายเดือน"

องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยหนึ่งคน ค่าเช่ารายเดือนอยู่ที่ห้าล้านเหรียญทอง

หนึ่งร้อยคน ก็เท่ากับห้าร้อยล้านเหรียญทอง

เงินแค่ห้าร้อยล้านถือเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วสำหรับเขา

ทันทีที่ระบบหักเงินห้าร้อยล้านเหรียญทองออกจากกระเป๋าของชวีเฉิน

องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นมาด้านหลังของชวีเฉินทีละคนๆ

เพียงชั่วพริบตา องครักษ์เลเวลหนึ่งร้อยทั้งหนึ่งร้อยคนก็ยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่เบื้องหลังของชวีเฉิน

เมื่อองครักษ์ทั้งหนึ่งร้อยคนมากันครบแล้ว ชวีเฉินก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับพวกเขาแล้วเอ่ยสั่งการ

"จงฟังให้ดี ใครก็ตามที่ติดตราสัญลักษณ์ของกิลด์ราชวงศ์เย่ ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือนอกเมือง จงฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่าจนกว่าเลเวลของพวกมันจะลดลงต่ำกว่าเลเวลสิบห้า"

"น้อมรับบัญชา ผู้เป็นนายแห่งข้า"

องครักษ์ทั้งหนึ่งร้อยคนขานรับโดยพร้อมเพรียงกัน

จากนั้นพวกเขาก็กระจายกำลังออกปฏิบัติการทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 100 - เกมการสังหารหมู่ เริ่มต้นขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว