- หน้าแรก
- สงสัยคงต้องเป็นมักเกิ้ลตลอดไปแล้วมั้ง ถ้าขาดทุนมันจะยากขนาดนี้
- บทที่ 1 - ทะลุมิติมายังโลกของมักเกิ้ล
บทที่ 1 - ทะลุมิติมายังโลกของมักเกิ้ล
บทที่ 1 - ทะลุมิติมายังโลกของมักเกิ้ล
นี่ฉันอยู่ที่ไหนกัน
ไคลสต์มองสภาพแวดล้อมแปลกตาตรงหน้าด้วยความระแวดระวัง
หรือว่าจะเป็นเวทมนตร์ของพ่อมดศาสตร์มืดคนเมื่อกี้
นี่มันคาถาอะไรกัน ทรงพลังเกินไปแล้ว!
ไคลสต์คือมือปราบมารจากกระทรวงเวทมนตร์แห่งลอนดอน หากอธิบายให้พวกมักเกิ้ลเข้าใจก็คือตำรวจแห่งโลกเวทมนตร์ เขากำลังต่อสู้กับพ่อมดศาสตร์มืดที่แหกคุกออกมา โดยพยายามเอาชนะคู่ต่อสู้และส่งตัวเขากลับไปยังอัซคาบัน
คิดไม่ถึงว่าจู่ๆ ภาพตรงหน้าจะมืดดับลง พอลืมตาขึ้นมาอีกทีเขาก็มาอยู่ที่นี่แล้ว
ที่นี่คือห้องที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก มีเตียงวางอยู่สี่เตียง... แถมยังเป็นเตียงแบบแปลกๆ ด้านบนเป็นที่สำหรับนอน ส่วนด้านล่างกลับเป็นตู้และโต๊ะ
เตียงที่เขาเพิ่งปีนลงมา บนตู้ด้านล่างมีกระดาษที่เรียกว่าตารางเรียนแปะอยู่
ปี 2011 สาขาการแสดง หลินตง
ถัดจากนั้นก็เป็นตารางที่ตีเส้นตัดกันไปมา ระบุวิชาที่ต้องเรียนในแต่ละวัน รวมถึงชื่ออาจารย์ผู้สอน
เดี๋ยวก่อน ตัวอักษรสี่เหลี่ยมพวกนี้มันคืออักษรแบบไหนกัน แล้วทำไมฉันถึงอ่านออก
"ติ๊ง ผูกมัดระบบสำเร็จ"
"ใคร ใครพูดน่ะ!" ไคลสต์คลำหาไม้กายสิทธิ์ที่เอวตามสัญชาตญาณ แต่เขากลับไม่พบอะไรเลย
"ฝ่ายบริการลูกค้าระบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ยินดีให้คำปรึกษาโฮสต์"
"นายเป็นใคร นายอยู่ที่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!"
ในขณะที่ยังไม่เข้าใจว่าตัวเองถูกปลดอาวุธไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไคลสต์ก็กวาดสายตามองหาคนพูดอย่างระแวดระวัง พร้อมกับพยายามรวบรวมพลังเวทไว้ที่ปลายนิ้วเพื่อร่ายคาถาเพ็ตตริฟิคัส โททาลัส (คาถาเสกให้แข็งเป็นหิน)
โผล่มาเมื่อไหร่จะสาปให้เป็นหินเลย!
ทว่าเขาเป็นพวกยึดติดกับการใช้ไม้กายสิทธิ์ การร่ายเวทมนตร์โดยไม่มีไม้กายสิทธิ์แบบนี้จึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ถนัดเอาเสียเลย
"โลกที่คุณอยู่ในตอนนี้ไม่ใช่โลกใบเดิมอีกต่อไปแล้ว"
"เหลวไหลน่า นี่มันภาพลวงตา ต้องเป็นมนตร์ดำแน่ๆ ฉันไม่มีทางยอมจำนนต่อพวกสวะอย่างแกหรอก"
"โฮสต์ช่วยเลิกทำตัวปัญญาอ่อนได้ไหม คุณเคยเห็นหรือเคยได้ยินเวทมนตร์แบบนี้ด้วยหรือไง"
เสียงเย็นชาของระบบ ประกอบกับการที่เขาบังเอิญมองไปเห็นกระจกที่แปะอยู่บนประตูตู้ของเตียงข้างๆ...
ซี้ด... เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึก
หลังจากยืนยันได้ว่าภายในร่างกายไม่มีสารตกค้างของน้ำยาสรรพรสหรือน้ำยาแปลงโฉมอื่นๆ ในที่สุดเขาก็ยอมรับความจริงอันน่าเหลือเชื่อเรื่องการทะลุมิติ
นี่ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่เขาควรจะเป็น ในกระจกคือชายหนุ่มชาวเอเชียผมดำตาดำ เสื้อผ้าบนตัวก็ดูแปลกตาเป็นอย่างมาก
พระเจ้าช่วย ฉันกลายเป็นคนอื่นไปแล้ว! แถมยังหล่อกว่าตัวเองนิดหน่อยด้วย
"ส่งฉันกลับไปได้ไหม ที่บ้านฉัน..."
ไคลสต์พยายามบังคับตัวเองให้สงบสติอารมณ์ เขาคือมือปราบมาร คือผู้ที่โดดเด่นในหมู่พ่อมด
"ที่บ้านของคุณไม่มีใครอื่นเลย ต้องขออภัยด้วย พวกเราก็หมดหนทางเช่นกัน ทว่าในระหว่างกระบวนการทะลุมิติของโฮสต์ คุณได้ผูกมัดกับระบบพ่อมดของเรา พวกเราจะให้บริการร้านค้าพ่อมดและบริการแปลงความมั่งคั่งแก่คุณ บางทีคุณอาจจะพบคำตอบจากร้านค้าพ่อมดก็ได้"
"ร้านค้าพ่อมด..."
"เปิดร้านค้าพ่อมด!"
หน้าจอโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าไคลสต์อย่างกะทันหัน ภายในนั้นมีสินค้าต่างๆ เรียงรายอยู่มากมาย
ไม้กายสิทธิ์!
ไคลสต์เอื้อมมือออกไปคว้ามัน เขาสงสัยว่าคนที่กำลังพูดอยู่กับเขาต้องสวมผ้าคลุมล่องหนอยู่แน่ๆ รอให้เขาได้ไม้กายสิทธิ์มาก่อนเถอะ หึๆ
น่าเสียดายที่เขาคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ในเวลาเดียวกัน เสียงเย็นชาของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"เกลเลียนของคุณมีไม่เพียงพอ ไม่สามารถซื้อสินค้านี้ได้"
"เกลเลียน? นั่นมันสกุลเงินในโลกของฉันไม่ใช่หรือไง"
เขาลากเก้าอี้มานั่งลงพลางเอ่ยถาม ขณะเดียวกันก็กวาดสายตามองร้านค้าพ่อมดอย่างรวดเร็ว
หากต้องการกลับบ้าน สิ่งแรกที่นึกถึงก็คือผงฟลู แต่เขาจำเป็นต้องหาเตาผิงที่ใช้งานได้เสียก่อน
ถัดมาก็คือตู้อันตรธาน พวกเขามักจะใช้สิ่งนี้ในการส่งข้อความและสิ่งของ แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช้กับสิ่งมีชีวิตได้หรือไม่ แถมยังต้องมีตู้อันตรธานที่จับคู่กันอยู่ในทั้งสองโลกถึงจะใช้งานได้
ค้นพบทีละอย่าง และก็ถูกปัดตกไปทีละอย่าง
จนกระทั่งไคลสต์มองเห็นของชิ้นหนึ่งด้วยความประหลาดใจ... กล่องอธิษฐานของคลอโท
ของเล่นชิ้นนี้มีอยู่จริงหรือเนี่ย!
ในตำนานของโลกเวทมนตร์ เพียงแค่อธิษฐานต่อสิ่งนี้ ไม่ว่าคำอธิษฐานใดก็จะสมหวัง
จะจริงหรือหลอกก็ไม่รู้ แต่ไคลสต์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อ
เพียงแต่ราคานี่สิ สามแสนห้าหมื่น? กล้าตั้งให้แพงกว่านี้อีกไหม!
ไคลสต์ถูมือไปมา "ฉันมีเกลเลียนเยอะแยะเลยนะ แต่ไม่ได้ติดตัวมาด้วย เอาแบบนี้ไหม นายให้ฉันยืมหน่อย เดี๋ยวพอกลับไปฉันจะใช้คืนให้เป็นสองเท่าเลย"
"ขออภัยด้วย ไม่รับเซ็น!"
"งั้นมาคุยกันดีกว่าว่าจะหาเกลเลียนได้ยังไง แม่งเอ๊ย มีแต่ลูกเล่นทั้งนั้น"
"ในที่สุดคุณก็ถามเข้าประเด็นเสียที นี่เกี่ยวข้องกับบริการแปลงความมั่งคั่งของระบบเรา อธิบายง่ายๆ ก็คือระบบจะให้เงินตราของโลกนี้แก่คุณจำนวนหนึ่ง และคุณจะต้องใช้เงินนั้นให้หมด..."
"แค่ใช้ให้หมดก็พอใช่ไหม"
ไคลสต์เริ่มสงสัยว่าไอ้ระบบนี่มันโง่หรือเปล่า เรื่องใช้เงินน่ะ หมาที่ไหนก็ทำได้ไหมล่ะ
เงินเดือนของมือปราบมารนั้นถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ในโลกเวทมนตร์เขาค่อนข้างพิถีพิถันเรื่องเสื้อผ้าอาหารการกินและที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะมีเงินมากแค่ไหนเขาก็สามารถใช้มันจนเกลี้ยงได้อยู่ดี
"ที่นี่มีรายละเอียดปลีกย่อยอยู่บ้าง คุณสามารถลองอ่านดูได้..."
จากนั้นไคลสต์ก็มองเห็นรายละเอียดนับร้อยข้อที่ระบบแจกแจงออกมาบนหน้าจอโปร่งแสง ข้อมูลที่ให้มานั้นมีเยอะมาก หากสรุปใจความสำคัญก็จะมีอยู่ไม่กี่ข้อ
ข้อแรก ระบบจะมอบเงินตราของโลกนี้ให้กับโฮสต์จำนวนหนึ่ง ตัวอย่างเช่นเงินก้อนแรกจำนวนหนึ่งแสนหยวนได้ถูกโอนเข้าบัญชีแล้ว
ข้อสอง ทำให้เงินที่ระบบให้มาขาดทุน โดยอ้างอิงจากระดับความยากง่ายในการทำให้ขาดทุน ทุกๆ หนึ่งหมื่นหยวนที่ขาดทุนไปจะสามารถรับเกลเลียนได้ 1 ถึง 100 เกลเลียน
ข้อสาม เงินทุนของระบบสามารถนำมาลงทุนกับตัวเองได้ แต่จำกัดเฉพาะจุดประสงค์เพื่อการลงทุนเท่านั้น
ข้อสี่ เมื่อโปรเจกต์เสร็จสิ้นและจำนวนเงินมากกว่าเงินทุนตั้งต้นในรอบนั้น ก็สามารถทำการคิดบัญชีได้ โปรเจกต์ที่เริ่มทำการคิดบัญชีแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ หากหลังจากการคิดบัญชีแล้วยอดคงเหลือในบัญชีระบบเป็นศูนย์ โฮสต์ก็จะได้รับเงินทุนตั้งต้นรอบใหม่
ข้อห้า ส่วนต่างหลังจากการคิดบัญชีเสร็จสิ้น ระบบจะโอนเข้าบัญชีเงินทุนของโฮสต์ทันที ทว่ามีเพียงการขาดทุนจากเงินทุนตั้งต้นเท่านั้นที่จะสามารถสร้างเกลเลียนได้
ข้อหก ระบบสามารถทำให้กระแสเงินสดและพฤติกรรมการลงทุนต่างๆ ของโฮสต์กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมายได้ แต่โฮสต์ไม่สามารถทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมายได้
ข้อเจ็ด โฮสต์ต้องรับประกันความลับในการมีอยู่ของระบบนี้ หากเป็นเพราะตัวโฮสต์เองที่ทำให้บุคคลอื่นนอกจากโฮสต์ค้นพบระบบนี้ ระบบมีสิทธิ์ที่จะเรียกคืนทุกอย่าง
ข้อแปด ระบบถือสิทธิ์ขาดในการชี้ขาด ขอแนะนำให้โฮสต์ปรึกษาได้ตลอดเวลาในขณะที่ทำการจัดสรรเงินทุน
ไคลสต์ย่อยข้อมูลเหล่านี้ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม "ปรึกษาเรื่องอื่นที่อยู่นอกเหนือจากระบบได้ไหม"
"ได้ แต่ระบบไม่รับประกันว่าจะตอบได้ทั้งหมด"
"ฉันยึดร่างของคนอื่นมา แล้วเจ้าของร่างเดิมล่ะจะเป็นยังไง"
"ด้วยเหตุบังเอิญจากการมีไข้สูง หลินตงได้ทะลุมิติไปยังโลกอื่น ส่วนคุณก็ทะลุมิติมาที่นี่และกลายเป็นเขา"
"เขาคงไม่ได้ทะลุมิติไปเป็นฉันหรอกนะ เราสองคนสลับร่างกันงั้นเหรอ"
"ขออภัย สิทธิ์ไม่เพียงพอ ไม่สามารถตรวจสอบได้"
"ตามบทที่พวกนายวางเอาไว้ ถ้าฉันอยากจะมีชีวิตรอดบนโลกใบนี้ ฉันก็เป็นได้แค่หลินตงใช่ไหมล่ะ" ไคลสต์ตัดสินใจยอมรับชะตากรรม นอนรอรับผลที่ตามมาเสียดีๆ มาเลย!
"สำหรับคุณ สำหรับครอบครัวของเขา และคนรอบข้าง นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว"
"งั้นช่วยแนะนำเรื่องของหลินตงคนนี้ให้ฉันฟังสั้นๆ หน่อยสิ"
"หลินตง เกิดปี 91 นักศึกษาสาขาการแสดง สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่ง รุ่นปี 09 ปีนี้คือปี 2011 ตอนนี้เขาอยู่ปีสามเทอมสอง บ้านเกิดอยู่ที่เมืองชุ่นเฉิง มณฑลเซิ่งจิง พ่อแม่เป็นคนงานที่ถูกเลิกจ้าง ตอนนี้ทำมาค้าขายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อส่งเสียลูกชายเรียนมหาวิทยาลัย ความฝันของหลินตงคือการเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม..."
"เขามีแฟนหรือเปล่า"
"ไม่มี"
"ฮ่าๆ ถ้างั้นก็เหมือนฉันเลย"
"ระบบเป็นเพียงหุ่นยนต์ ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเรื่องนี้มันมีอะไรให้น่าภาคภูมิใจตรงไหน"
ไคลสต์ใช้เวลาในช่วงเช้าเพื่อทำความเข้าใจชีวิตอันแสนสั้นของหลินตงอย่างคร่าวๆ พร้อมกับรับการให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสามัญสำนึกในการใช้ชีวิตจากระบบไปด้วย
ตอนที่รูมเมตกลับมาจากเลิกเรียน ไคลสต์ หรือก็คือหลินตงในตอนนี้กำลังง่วนอยู่กับการเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเอง
ระบบบอกว่าเจ้านี่สามารถใช้โทรศัพท์หากันได้แม้จะอยู่ห่างไกลกันเป็นพันลี้ แถมยังฟังเพลง ดูวิดีโอ เข้าอินเทอร์เน็ตหาข้อมูลได้อีกด้วย ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ
แต่ทำไมของฉันถึงทำไม่ได้ล่ะ!
"หลินตง ยังง่วนอยู่กับโทรศัพท์พังๆ เครื่องนั้นอยู่อีกเหรอ รีบโยนมันทิ้งไปเถอะ โทรหาก็ไม่ติด" เด็กหนุ่มที่ไรผมค่อนข้างร่นไปด้านหลัง ผิวคล้ำ และหน้าตาไม่ค่อยจะเข้ากับเด็กสาขาการแสดงเท่าไหร่นักเดินเข้ามาหา พร้อมกับวางถุงใบหนึ่งลงตรงหน้าหลินตง "ไม่รู้ว่านายอยากกินอะไร ก็เลยซื้อข้าวผัดไข่กับซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานมาฝาก"
"ขอบใจนะ" คนคนนี้ต้องเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาแน่ๆ แต่เขาชื่ออะไรล่ะ
$$เขาชื่อจางจิ่นเฉิง ปกติคุณจะเรียกเขาว่าซานพั่ง (เจ้าอ้วนสาม)$$
ระบบโผล่เข้ามาร่วมแจมได้ถูกจังหวะราวกับเป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่คอยไขข้อข้องใจให้กับหลินตง
$$เขาอ้วนตรงไหนกัน อ้อ จริงสิ ฉันควรจะจ่ายค่าข้าวให้เขาไหม แล้วต้องให้เท่าไหร่ล่ะ$$
$$ข้าวผัดไข่ 4 หยวน ซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน 6 หยวน คุณต้องจ่ายให้เขา 10 หยวน$$
"ซานพั่ง เงิน..." หลินตงล้วงกระเป๋าตัวเอง แต่กลับพบแต่ความว่างเปล่า
"ตงจื่อ เลิกพูดเรื่องเงินกับฉันได้แล้ว ขืนพูดเรื่องนี้ฉันจะโกรธนายจริงๆ ด้วยนะ" จางซานพั่งพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด "นายเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล แถมยังไม่ยอมขอเงินจากที่บ้านอีก เก็บเงินไว้กินข้าวเถอะ"
"โอเค ขอบใจนายมากนะซานพั่ง" หลินตงรู้สึกว่ารูมเมตมักเกิ้ลคนนี้นิสัยดีทีเดียว
$$เมื่อกี้รูมเมตบอกว่าโทรศัพท์ฉันโทรไม่ติด ฉันสามารถใช้เงินทุนของระบบซื้อโทรศัพท์ได้ไหม ในเมื่อฉันต้องทำให้ขาดทุน ถ้าติดต่อใครไม่ได้ก็คงไม่ดีแน่$$
$$ได้ แต่ราคารวมต้องไม่เกินหนึ่งพันหยวน$$
$$งั้นฉันขอซื้อเสื้อผ้าดูดีๆ สักชุดได้ไหม ดูสภาพฉันสิ จุ๊ๆ... รสนิยมการแต่งตัวของหลินตงคนนี้ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย$$
$$อย่าได้คืบจะเอาศอก ช่างเถอะ ครั้งนี้จะให้โควตาคุณหนึ่งพันหยวน ต้องขอเตือนโฮสต์ไว้ก่อนว่าอัตราการคิดบัญชีสำหรับการลงทุนด้วยการชอปปิงแบบนี้นั้นไม่สูงนัก การใช้จ่ายไปหนึ่งหมื่นหยวนจะคิดบัญชีได้มากสุดแค่สิบเกลเลียนเท่านั้น$$
$$ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง แกจะไปรู้อะไร$$
เดี๋ยวก่อน...
กลิ่นอะไรน่ะ หอมเกินไปแล้ว!
หลินตงสูดลมหายใจเข้าลึก ท่านพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่ที่เปิดกล่องบรรจุภัณฑ์ออกก็ถูกดึงดูดด้วยของที่อยู่ในกล่องข้าวโดยพลัน
$$จบแล้ว$$