- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 110 สิบหกคนสุดท้าย
บทที่ 110 สิบหกคนสุดท้าย
บทที่ 110 สิบหกคนสุดท้าย
เมื่อพลบค่ำมาเยือน ซูเฉินก็ขึ้นไปนั่งบนรถบัสหน้าโรงแรมเพื่อเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์มณฑลเซียง
เมื่อไม่มีไอ้ตัวตลกอย่างหวังซือชงอยู่ด้วย การนั่งรถบัสในวันนี้ของซูเฉินก็ดูจะน่าเบื่อไปถนัดตา
โดยเฉพาะวันนี้ ทันทีที่ซูเฉินก้าวขึ้นรถ เขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนทันที
ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ มองซูเฉินด้วยสายตาแปลกๆ มีทั้งความเย้ยหยัน ดูแคลน และรังเกียจ
บางคนที่ขวัญอ่อนหน่อยถึงกับไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ พวกนั้นรีบขยับตัวชิดหน้าต่างรถด้วยความหวาดกลัว
พวกเขากลัวว่าถ้าเผลอไปทำให้ซูเฉินไม่พอใจเข้า จะโดนซูเฉินอัดเละเหมือนพวกอันธพาลสี่คนนั้น
ซูเฉินไม่ได้สนใจสายตาพวกนั้น เขาเลือกที่นั่งว่างๆ แบบสองที่นั่ง แล้วหลับตาพักผ่อน
ตัดภาพมาที่นครเซี่ยงไฮ้ หลินเยียนหรานแต่งหน้าอ่อนๆ สวมชุดเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ดูสดใสไร้เดียงสาสุดๆ
สวีฟางหยวนที่ยืนอยู่ข้างๆ กวาดสายตามองหลินเยียนหรานตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ
ผู้จัดการเฝิงจากบริษัทหว่านต๋าชอบผู้หญิงสไตล์ใสซื่อบริสุทธิ์แบบนี้แหละ ชุดของเยียนหรานวันนี้ต้องมัดใจเขาได้อยู่หมัดแน่!
"เยียนหราน พี่ขอเน้นย้ำอีกรอบนะ ผู้ชายคนนี้คือผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโปรโมตของบริษัทหว่านต๋า ชื่อว่า เฝิงซื่อเสียง"
"ผู้จัดการเฝิงอายุสามสิบห้าปี ยังโสด เรื่องฐานะการเงินไม่ต้องพูดถึง สำคัญคือบารมีและเส้นสายในวงการของเขาต่างหาก"
"ถ้าเธอได้ผู้จัดการเฝิงมาคอยหนุนหลัง เส้นทางในวงการของเธอต่อไปพี่ก็ไม่ต้องมานั่งปวดหัวแล้ว เยียนหราน เธอต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ดีนะ ... "
สวีฟางหยวนยังพูดไม่ทันจบ หลินเยียนหรานก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
"พี่หยวน ก็บอกแล้วไงคะว่าฉันแค่ไปกินข้าว ทำไมพี่พูดซะเหมือนฉันไปดูตัวเลยล่ะ" หลินเยียนหรานพูดด้วยความเขินอาย
สวีฟางหยวนตอบกลับ "แหม! ก็ผู้ชายยังโสด ผู้หญิงก็ยังไม่ได้แต่งงาน จะเก็บไปพิจารณาหน่อยมันจะเสียหายตรงไหน อีกอย่างผู้จัดการเฝิงที่ทั้งหนุ่มทั้งแน่น อนาคตไกลคนนี้ เขาก็ถูกใจเธอมากเลยนะ!"
เมื่อเห็นว่าหลินเยียนหรานเริ่มหน้าแดงระเรื่อ สวีฟางหยวนก็ไม่คิดจะกดดันอะไรเธออีก
"แน่นอนว่าเรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเธอ พี่จะไปบังคับเธอได้ยังไง จริงไหม"
"แต่ก็ทำความรู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายนะ ตอนที่เธอคบกับไอ้สวะซูเฉินนั่น เธอโดนมันล้างสมองมาตลอดจนไม่ได้รู้จักผู้ชายดีๆ เลยสักคน"
"บางทีพอเธอได้เจอผู้จัดการเฝิง เธออาจจะรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมาก็ได้ ใครจะรู้ หรือต่อให้ไม่ได้คิดอะไร การมีเพื่อนเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มันก็ช่วยเปิดสังคมให้เธอได้เหมือนกันนะ!"
สวีฟางหยวนพูดตะล่อมอย่างมีศิลปะ หลินเยียนหรานจึงพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของสวีฟางหยวนก็สั่นเตือน เธอหยิบขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความทางวีแชต
สวีฟางหยวนเหลือบมองข้อความแวบหนึ่ง แล้วรีบหันไปพูดกับหลินเยียนหราน "เห็นไหม ผู้จัดการเฝิงมารอเธออยู่ข้างล่างแล้ว รีบลงไปเถอะ อย่าให้เขาต้องรอนาน"
หลินเยียนหรานพยักหน้า สวมหน้ากากอนามัยกับแว่นกันแดดแล้วเดินลงไปข้างล่าง
ที่พักปัจจุบันของหลินเยียนหรานคือคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำหวงผู่ที่บริษัทฝานซิงเอนเตอร์เทนเมนต์เช่าไว้ให้โดยเฉพาะ ถึงแม้จะไม่หรูหราอลังการเท่าหมู่บ้านทังเฉินอี้ผิ่น แต่ก็ถือว่าดูดีมีระดับไม่เบา
คอนโดแห่งนี้มีระบบแยกทางเดินรถกับทางเดินเท้าชัดเจน หลินเยียนหรานลงลิฟต์ตรงไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ทันทีที่ก้าวออกจากลิฟต์ เธอก็เห็นรถเก๋งออดี้ A8L สีดำจอดรออยู่ตรงหน้า
คนที่อยู่ในรถเมื่อเห็นหลินเยียนหรานเดินออกมา ก็รีบเปิดประตูลงจากตำแหน่งคนขับทันที
ผู้ชายคนนั้นแต่งตัวภูมิฐาน ดูดีมีชาติตระกูล หน้าตาหล่อเหลาเอาการ
เมื่อหลินเยียนหรานเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ดูเป็นตาลุงพุงพลุ้ยอย่างที่แอบกังวล เธอก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เฝิงซื่อเสียงเดินเข้ามาหาหลินเยียนหราน เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ "สวัสดีครับคุณหลิน ได้ยินชื่อเสียงมานาน ในที่สุดก็ได้เจอกันตัวจริงสักที ตื่นเต้นมากเลยครับ"
รอยยิ้มและคำทักทายที่สุภาพแต่ไม่ดูพยายามจนเกินไปของเฝิงซื่อเสียง ทำให้หลินเยียนหรานคลายความระแวงลง เธอจึงส่งยิ้มตอบกลับไป "สวัสดีค่ะ ปล่อยให้ผู้จัดการเฝิงต้องรอนานเลยนะคะ"
"ไม่เลยครับๆ ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน ... เอิ่ม เราขึ้นรถไปคุยกันดีไหมครับ"
"ได้ค่ะ" หลินเยียนหรานพยักหน้ารับ
จากนั้นเฝิงซื่อเสียงก็แสดงความสุภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้หลินเยียนหราน ก่อนจะเดินอ้อมกลับไปนั่งฝั่งคนขับ
เฝิงซื่อเสียงแอบลอบมองเรียวขาขาวเนียนและใบหน้าด้านข้างที่สวยหยาดเยิ้มของหลินเยียนหราน มุมปากของเขากระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
เขาพูดกับหลินเยียนหรานว่า "มื้อนี้ไม่ได้เป็นทางการอะไรหรอกครับ แค่เพื่อนมากินข้าวด้วยกันเฉยๆ ผมก็เลยไม่ได้จองร้านอาหารที่พวกนักธุรกิจชอบไปกันหรอก"
"อีกอย่าง ผมได้ยินพี่หยวนบอกว่าคุณไม่ค่อยชอบอาหารฝรั่งเศสหรืออาหารญี่ปุ่น ผมก็เลยจองร้านอาหารเจ้อเจียงที่รีวิวดีๆ ไว้ให้ครับ"
พอได้ยินแบบนั้น ดวงตาของหลินเยียนหรานก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
"จริงเหรอคะ ฉันมาทำงานที่เซี่ยงไฮ้ได้หลายวันแล้ว ต้องคุยงานตลอด เลยได้กินแต่อาหารพวกนั้นจนเริ่มจะเลี่ยนแล้วล่ะค่ะ"
เฝิงซื่อเสียงยิ้มพลางตอบ "ดูเหมือนผมจะเดาใจถูกสินะครับ งั้นผมไม่ยั่วให้น้ำลายไหลแล้วดีกว่า ออกเดินทางกันเลยครับ"
ตลอดการเดินทาง เฝิงซื่อเสียงกับหลินเยียนหรานพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
หลินเยียนหรานรู้สึกประทับใจเฝิงซื่อเสียงไม่น้อย เธอแอบคิดในใจว่าสิ่งที่สวีฟางหยวนพูดก็มีเหตุผล อย่างน้อยเฝิงซื่อเสียงก็ดูเป็นสุภาพบุรุษและประสบความสำเร็จมากกว่าซูเฉินเยอะ
เนื่องจากร้านอาหารอยู่ริมแม่น้ำหวงผู่ ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง
ด้วยความที่เฝิงซื่อเสียงใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัวของหลินเยียนหราน เขาจึงจองห้องวีไอพีไว้ล่วงหน้า ทันทีที่ทั้งสองคนไปถึง อาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองคนกินข้าวไปคุยไป บรรยากาศเต็มไปด้วยความชื่นมื่น
ในขณะเดียวกัน รายการสด หมิงรื่อจือซิง ตอนใหม่ก็กำลังจะเริ่มออกอากาศ!
"ทุกคนตรวจเช็กอุปกรณ์ให้เรียบร้อย ดูตำแหน่งกล้องทุกตัวให้ดี!"
"เช็กสัญญาณถ่ายทอดสดของวิดีโอแมงโก้เป็นครั้งสุดท้าย ดูว่าลื่นไหลไม่มีสะดุดใช่ไหม!"
" ... เรียบร้อยครับ!"
"ทุกฝ่ายเตรียมพร้อม นับถอยหลัง!"
"สิบ เก้า ... สาม สอง หนึ่ง!"
"เริ่มได้!!!"
ชึบ!
สิ้นเสียงสั่งการของผู้กำกับอู๋ทง เวทีที่เคยมืดสนิทก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
หลิวเซ่ายืนอยู่กลางเวที หันหน้าเข้าหากล้องที่กำลังแพนไปรอบๆ ตัวเขา ก่อนจะเริ่มพูดเปิดรายการอย่างคล่องแคล่ว
"ชาสมุนไพรต้นตำรับ ดาวดวงใหม่เจิดจรัส! ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่รายการ หมิงรื่อจือซิง สนับสนุนโดย ตั๋วตั๋วเป่า ชาสมุนไพรแบรนด์ชั้นนำ!"
"ดื่มต้าลี่ มีแรงสู้! เครื่องดื่มบำรุงกำลัง หวาเฮยเฮย ต้าลี่ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้เข้าแข่งขัน หมิงรื่อจือซิง ทุกคน!"
"ผู้เข้าแข่งขัน หมิงรื่อจือซิง ที่เป็นศิษย์รักของเมนเทอร์ทั้งสี่ท่าน จะได้ร่วมเดินทางตามหาความฝันไปกับเครื่องดื่ม หวาเฮยเฮย ต้าลี่!"
......
หลังจากพูดสปอนเซอร์รัวๆ จบ หลิวเซ่าก็เชิญเมนเทอร์ทั้งสี่ท่านขึ้นมานั่งประจำที่
"เอาล่ะครับ! และรายการของเราในวันนี้ ก็คือการแข่งขันรอบคัดเลือกสิบหกคนสุดท้ายที่ทุกคนรอคอย!"
"ทีมที่จะประเดิมเวทีเป็นคู่แรกก็คือ ทีมของเมนเทอร์เจิ้งฮว๋าอวี่ ปะทะกับ ทีมของเมนเทอร์เหยียนมี่!"
"ขอเสียงปรบมือต้อนรับผู้เข้าแข่งขันทั้งแปดคนด้วยครับ!"
"เริ่มจากทีมของเมนเทอร์เจิ้งฮว๋าอวี่ เมิ่งเสี่ยวเทียน ... "
"และผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายจากทีมของเมนเทอร์เหยียนมี่ ซูเฉิน!"
ทุกครั้งที่หลิวเซ่าประกาศชื่อผู้เข้าแข่งขัน จะมีเสียงโห่ร้องเชียร์จากผู้ชมดังกระหึ่มขึ้นมาเสมอ
แต่ทว่า พอประกาศชื่อของซูเฉิน บรรยากาศทั่วทั้งสเตเดียมกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า!
[จบแล้ว]