- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 90 - ตั้งตัวไม่ทัน
บทที่ 90 - ตั้งตัวไม่ทัน
บทที่ 90 - ตั้งตัวไม่ทัน
เมืองฉางซาสมกับเป็นเมืองแห่งสตรีตฟูดชื่อดังจริงๆ ต่อให้ดึกดื่นแค่ไหนก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าตั้งแผงขายของย่างและของทอดเสียบไม้อยู่ริมถนนเต็มไปหมด
ที่สำคัญก็คือ ไม่ได้มีแค่ร้านรวงเยอะเท่านั้น แต่ลูกค้าที่นั่งอยู่ในแต่ละร้านก็เยอะไม่แพ้กันเลย!
บางคนกินหม่าล่าเสียบไม้ไปพลางคุยกันไปพลาง บางคนก็ดื่มเบียร์เล่นเกมทายหมัดกัน มีทั้งคนแก่และวัยรุ่น ถนนในยามค่ำคืนยังคงคึกคักไม่เสื่อมคลาย
ไม่เหมือนกับเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้หรือหางโจวเลยสักนิด พอตกดึกตามท้องถนนก็แทบจะไม่มีผู้คนเดินผ่านไปมา ทุกคนต่างก็รีบกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวทำงานในวันรุ่งขึ้น
บรรยากาศของวิถีชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์และเรียบง่ายแบบนี้ เป็นสิ่งที่ซูเฉินซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองหางโจวมานานไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนเลย
"จังหวะชีวิตของเมืองฉางซานี่ช้าจังเลยนะ ... " หานเจียงเสวี่ยพูดขึ้นขณะมองดูผู้คนที่กำลังกินของเสียบไม้อยู่ริมถนน
ซูเฉินพยักหน้าเห็นด้วย "ถ้าเอาแค่อยู่อาศัย ที่นี่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเลยล่ะ เสียอย่างเดียวคือหน้าร้อนมันร้อนไปหน่อย"
"หางโจวก็ร้อนเป็นเตาอบเหมือนกันนั่นแหละ!"
"ก็จริงนะ ... "
ซูเฉินยิ้มบางๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อง "วันนี้ฉันเลี้ยงเอง เถ้าแก่หานอยากกินอะไรล่ะ"
หานเจียงเสวี่ยค้อนขวับใส่ซูเฉิน ก่อนจะตอบว่า "ก็ไปกินร้านที่นายไปกินตอนไลฟ์สดครั้งก่อนนั่นแหละ นายพารุ่นพี่ของนายไปกินตั้งสองคนแล้ว ไม่เห็นจะคิดถึงฉันบ้างเลย"
"อุตส่าห์ตามนายมาถึงฉางซา แต่นายกลับลืมฉันไปซะสนิทเลย ชิ!"
ซูเฉินหัวเราะแห้งๆ เมื่อเจอคำพูดของหานเจียงเสวี่ย เขาก็แอบรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ตอนนั้นพี่มี่เป็นคนพาฉันไปต่างหาก แล้วต่อมาพี่ปิงหลิงมาเลี้ยงข้าวฉัน ฉันก็เลยพานางไปกินร้านนั้นเพราะมันเป็นทางผ่านพอดี ... "
"อะแฮ่ม เดี๋ยวฉันพาเธอไปกินเดี๋ยวนี้แหละ ร้านนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ด้วย เดินไปแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว"
หานเจียงเสวี่ยทำหน้าคาดหวัง เธอชูมือขึ้นมาทำท่าเหมือนไทเฮาในซีรีส์ย้อนยุคแล้วพูดกับซูเฉินว่า "เสี่ยวเฉินจื่อ รีบนำทางให้เปิ่นกงเดี๋ยวนี้"
" ... รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!"
ซูเฉินเอื้อมมือไปจับมือของหานเจียงเสวี่ย เมื่อมือของทั้งสองคนสัมผัสกัน ร่างของหานเจียงเสวี่ยก็สั่นสะท้านขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าเล็กๆ ของเธอแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู
วินาทีนั้นหานเจียงเสวี่ยรู้สึกลังเลอยากจะชักมือกลับ แต่มือของเธอกลับถูกซูเฉินจับเอาไว้แน่น
เมื่อเห็นท่าทางเขินอายเหมือนเด็กสาวของหานเจียงเสวี่ย ซูเฉินก็เผยรอยยิ้มออกมา
จึ๊ๆๆ ... ทำตัวเหมือนเจนจัดนักหนา ที่แท้แค่โดนจับมือก็เขินขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ...
ซูเฉินจูงมือเธอเดินไปที่ร้านหม่าล่าเสียบไม้ช้าๆ
ตลอดทาง หานเจียงเสวี่ยที่ตอนแรกร่าเริงสดใสกลับเงียบกริบไม่ยอมพูดอะไรเลย เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่มาจากฝ่ามือของซูเฉิน ภายในใจก็สับสนวุ่นวายไปหมด
หานเจียงเสวี่ยก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ เธอรู้แค่ว่าในค่ำคืนที่ไม่ได้เย็นสบายของเมืองฉางซานี้ อุณหภูมิที่ซูเฉินมอบให้มันช่างกำลังดีจนเธอไม่อยากจะปล่อยมือเลย
แม้กระทั่งตอนนี้เธอที่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นก็ไม่รู้สึกหิวอีกต่อไปแล้ว เธอเพียงแค่อยากให้ถนนสายนี้ทอดยาวออกไปอีกสักหน่อย เพื่อที่เธอจะได้เดินเคียงคู่กับซูเฉินให้นานขึ้นอีกนิด
แต่เรื่องราวกลับไม่เป็นดั่งใจคิด เพราะไม่นานทั้งสองคนก็เดินมาถึงร้านหม่าล่าเสียบไม้
เถ้าแก่ที่กำลังย่างของอยู่สังเกตเห็นซูเฉิน เขารีบเช็ดมือแล้วเดินเข้ามาต้อนรับทันที
"ฮ่าๆๆ พ่อหนุ่มรูปหล่อมาอีกแล้วเหรอเนี่ย"
"ใช่ครับ หลายวันมานี้ผมติดใจรสมือเถ้าแก่เข้าให้แล้ว วันไหนไม่ได้กินแล้วมันหงุดหงิดน่ะครับ!" ซูเฉินพูดหยอกล้อกับเถ้าแก่
"ฮ่าๆๆ! งั้นวันนี้เดี๋ยวฉันแถมให้พิเศษเลย!"
"เถ้าแก่เกรงใจเกินไปแล้วครับ!"
"เกรงใจอะไรกัน ฉันต่างหากที่ต้องขอบใจนายที่มาอุดหนุนน่ะ!"
เถ้าแก่คุยกับซูเฉินด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เขามองซูเฉินด้วยสายตาเอ็นดูราวกับเป็นลูกหลานในครอบครัว
เพียงแค่ไม่กี่วัน ซูเฉินก็มาร้านนี้เป็นครั้งที่สามแล้ว เถ้าแก่จึงจำลูกค้าขาประจำคนนี้ได้ตั้งแต่แรกเห็น
ไม่ใช่ว่าเถ้าแก่ความจำดีอะไรหรอก แต่เป็นเพราะสองครั้งก่อนหน้านี้ซูเฉินทิ้งความประทับใจเอาไว้ให้เขาอย่างลึกซึ้งต่างหาก
ครั้งแรกเขามากับดาราดังอย่างเหยียนมี่ ส่วนครั้งที่สองก็พาดาราดังอย่างหวังปิงหลิงมากินอีก
ได้ยินมาว่าตอนนั้นมีรายการอะไรสักอย่างมาถ่ายทอดสดด้วย ทำให้ร้านของเขาโด่งดังเป็นพลุแตกในช่วงสองวันมานี้ มีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนมากกว่าปกติถึงสิบเท่า!
ดีที่ตอนนี้ดึกมากแล้ว ลูกค้าเลยเริ่มซา ไม่อย่างนั้นถ้าซูเฉินมาตอนคนเยอะๆ เขาคงไม่มีเวลามาทักทายแบบนี้แน่ๆ
เถ้าแก่ยิ้มพลางพูดขึ้น "ต้องขอบใจการถ่ายทอดสดรายการของนายครั้งนั้นเลยนะ ตอนนี้ลูกค้าที่มาอุดหนุนร้านฉันแค่วันเดียว ก็เท่ากับเมื่อก่อนรวมกันเป็นสิบวันแล้วล่ะ!"
"วันนี้มื้อนี้ ยังไงฉันก็ต้องขอเป็นคนเลี้ยงนายให้ได้!"
เมื่อซูเฉินเห็นสายตาที่มุ่งมั่นของเถ้าแก่ เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธให้เสียน้ำใจ กะว่าเดี๋ยวพอกินเสร็จค่อยแอบวางเงินทิ้งไว้ก็พอ!
ระหว่างที่คุยกัน ซูเฉินก็พาหานเจียงเสวี่ยไปหาที่นั่งว่างๆ แล้ว
เถ้าแก่ที่เดินกลับไปอยู่หน้าเตาย่าง มองดูหานเจียงเสวี่ยที่นั่งอยู่ข้างซูเฉินแล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
พ่อหนุ่มนี่มาร้านฉันสามครั้ง ก็พาผู้หญิงมาไม่ซ้ำหน้ากันเลย แถมสองคนแรกยังเป็นดาราดังอีก!
ส่วนแม่หนูคนนี้ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นดาราคนไหน แต่ถ้าพูดถึงหน้าตากับบุคลิกแล้ว ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าสองคนก่อนหน้านี้เลย เผลอๆ อาจจะสวยกว่าด้วยซ้ำ!
อนาคตไกลจริงๆ พ่อหนุ่ม!
เถ้าแก่ยิ้มบางๆ แล้วละสายตาออกมาเพื่อตั้งใจย่างของเสียบไม้ของตัวเองต่อไป
ที่โต๊ะ หานเจียงเสวี่ยและซูเฉินนั่งเผชิญหน้ากัน ในที่สุดเธอก็เริ่มตั้งสติได้บ้างแล้ว
"ดื่มเหล้าไหม" หานเจียงเสวี่ยเอ่ยถาม
"ได้สิ พรุ่งนี้ฉันไม่มีตารางถ่ายรายการ ดื่มสักหน่อยก็ไม่เป็นไร" ซูเฉินตอบ
เมื่อได้ยินซูเฉินพูดแบบนั้น หานเจียงเสวี่ยก็อดถามด้วยความสงสัยไม่ได้ "นายเข้ารอบสิบหกคนสุดท้ายแล้ว ขั้นตอนการแข่งขันรอบต่อไปเป็นยังไง นายพอจะรู้ไหม"
ซูเฉินพยักหน้า
"เมื่อกี้พี่มี่บอกฉันแล้วล่ะ ความจริงรูปแบบการแข่งมันก็คล้ายๆ กับรอบก่อนหน้านี้แหละ"
"งั้นก็ดีแล้ว ฉันกลัวว่าเดี๋ยวพอถึงตอนนั้นเจิ้งฮว๋าอวี่จะหาเรื่องเล่นงานนายอีก"
ซูเฉินยิ้มมองหานเจียงเสวี่ยพลางถามว่า "ทำไมล่ะ เธอเป็นห่วงฉันเหรอ"
"ปะ ... เปล่าสักหน่อย!" หานเจียงเสวี่ยหลบสายตา "ฉันก็แค่คิดว่าถ้านายไม่ได้เป็นดารา ฉันก็คงอดมีเพื่อนเป็นดาราไปคนหนึ่งน่ะสิ"
ซูเฉินหัวเราะและตอบกลับ "เพื่อนงั้นเหรอ ไม่เป็นไรหรอก เจิ้งฮว๋าอวี่ทำกร่างได้อีกไม่นานหรอก ... อืม รวมถึงเมิ่งเสี่ยวเทียนด้วย"
หานเจียงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ก่อนจะได้ยินซูเฉินอธิบายต่อ
"เธอจำปาปารัสซีสองคนตอนรายการรอบที่แล้วได้ไหม พวกนั้นเป็นคนของบริษัทฝานซิงส่งมานะ"
หานเจียงเสวี่ยเอามือปิดปากด้วยความตกใจ
" ... ฝานซิงเหรอ บริษัทต้นสังกัดของแฟนเก่า ... "
หานเจียงเสวี่ยกลืนคำพูดที่เหลือลงคอไป ซูเฉินจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแทน
"ใช่ เป็นคนของสวีฟางหยวน ผู้จัดการของหลินเยียนหรานส่งมาดักถ่ายรูปเพื่อหาเรื่องแบล็กเมล์ฉันน่ะ"
หานเจียงเสวี่ยเบิกตากว้าง
"หลินเยียนหรานเหรอ?!"
"หมายความว่า ... แฟนเก่าของนายก็คือหลินเยียนหรานที่กำลังดังระเบิดอยู่ตอนนี้เนี่ยนะ พวกนายสองคนเคยคบกันด้วยเหรอเนี่ย!"
ซูเฉินมองดูสีหน้าตกตะลึงของหานเจียงเสวี่ย เขาก็เข้าใจขึ้นมาทันทีว่าทำไมสวีฟางหยวนถึงคอยจ้องแต่จะเล่นงานเขา
หลินเยียนหรานที่ขายภาพลักษณ์สาวน้อยผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องกลับเคยมีแฟนมาก่อน ข่าวนี้สามารถดึงดูดความสนใจและขึ้นแท่นคำค้นหายอดฮิตได้อย่างแน่นอน
"แต่ว่า ... ทำไมนายถึงเอาเรื่องนี้มาบอกฉันล่ะ ... ฉัน ... ถ้าเกิดฉันปากสว่างเอาไปบอกคนอื่นจะทำยังไง" หานเจียงเสวี่ยเริ่มลนลาน
ซูเฉินยักไหล่พลางถอนหายใจ "ช่วยไม่ได้นี่นา ถ้าฉันไม่ยอมพูดความจริงออกไปตรงๆ ฉันกลัวว่าใครบางคนแถวนี้จะเอาแต่คิดฟุ้งซ่านน่ะสิ"
" ... เอ๊ะ" หานเจียงเสวี่ยยืนนิ่งอึ้งไป
เธอมองดูใบหน้าอันหล่อเหลาของซูเฉิน จู่ๆ ก็ถูกคำพูดตรงไปตรงมานี้โจมตีจนตั้งตัวไม่ทัน!
[จบแล้ว]