เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 คนขับรถฟรี

บทที่ 60 คนขับรถฟรี

บทที่ 60 คนขับรถฟรี


"อ่า ฮ่าฮ่าฮ่า ... เอ่อ ... ผม ... พวกผม ... " ปาปารัสซีคนหนึ่งกำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่พูดยังไม่ทันจบประโยค ซูเฉินก็ทำตัวตีเนียนเปิดประตูหลังรถแล้วแทรกตัวเข้ามานั่งหน้าตาเฉย

ปล่อยให้พี่ตากล้องยืนทำหน้างงอยู่ข้างนอกรถ ทำได้แค่ถ่ายภาพผ่านกระจกรถไปก่อน

"พี่ชายปาปารัสซีทั้งสองคน พวกพี่มาดักถ่ายผมใช่ไหมล่ะ?"

ยังไม่ทันที่ปาปารัสซีทั้งสองจะหาข้อแก้ตัว ซูเฉินก็พูดต่อทันที "ตอนนี้ผมต้องรีบไปรับคนตรงสนามบินน่ะ แต่เรียกแท็กซี่ไม่ได้เลย พวกพี่ช่วยขับไปส่งผมหน่อยได้ไหม?"

พอสิ้นประโยคนี้

ปาปารัสซีทั้งสองคนก็หันมาสบตากัน รู้สึกเหมือนลูกตาแทบจะถลนออกมานอกเบ้า

เครื่องหมายคำถามแทบจะแปะหราอยู่บนหน้าอยู่แล้ว!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?!

ทั้งสองคนหันไปมองซูเฉินที่เบาะหลัง ก่อนจะหันกลับมาสบตากันอีกครั้ง ดวงตาเล็กๆ ของพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสนงุนงงอย่างหนัก จนลืมตอบคำถามของซูเฉินไปซะสนิท

ตลอดระยะเวลาเกือบยี่สิบปีในวงการปาปารัสซี พวกเขาผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็เยอะ

ไม่ว่าจะเป็นโดนดาราซ้อม โดนบอดี้การ์ดดาราซ้อม โดนผู้ช่วยดาราซ้อม โดนแฟนคลับดาราซ้อม ...

พบเจอผู้คนและผ่านเหตุการณ์ต่างๆ มาก็มากมายก่ายกอง จนพวกเขามั่นใจว่าคงไม่มีสถานการณ์ไหนที่จะทำให้จิตใจอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าของพวกเขาต้องสั่นคลอนได้อีกแล้ว

แต่สถานการณ์ตรงหน้านี้ พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนเลยจริงๆ!

มันหลุดโลกไปแล้ว!

ใครๆ ก็รู้ว่าดารากับปาปารัสซีนั้นเกลียดกันเข้าไส้

แต่พวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีดาราคนไหนยอมเสนอหน้ามาขึ้นรถพวกเขาเองแบบนี้!

นี่มันต่างอะไรกับพระถังซัมจั๋งอาบน้ำปะแป้งแต่งตัวหล่อๆ แล้วเดินเข้าถ้ำปีศาจแมงมุมไปเองล่ะเนี่ย?!

"พี่ปาปารัสซี ตกลงพวกพี่จะไปส่งผมไหมเนี่ย? ถ้าไม่ส่งผมจะได้ลงไปหารถคันอื่น ผมจะไปไม่ทันแล้วจริงๆ นะ!" ซูเฉินเร่งเร้า

"ส่งๆๆ! ไปสนามบินฉางซาใช่ไหม? เดี๋ยวพวกเราพาไปส่งเดี๋ยวนี้แหละ!"

เมื่อตั้งสติได้ ทั้งสองคนก็รีบตอบตกลงเป็นพัลวัน

ปาปารัสซีที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับเหยียบคันเร่งมิด ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีสุดขีด ขับรถพุ่งทะยานออกไปทันที!

ถึงตอนนี้พวกเขาจะยังคิดไม่ตกเรื่องสถานการณ์แปลกประหลาดนี้ก็เถอะ แต่นี่มันเป้าหมายหลักที่พวกเขาต้องตามถ่ายเลยนะ!

เนื้อพระถังซัมจั๋งถูกป้อนมาถึงปากขนาดนี้แล้ว มีหรือจะยอมคายทิ้ง!

อย่าว่าแต่ให้ไปส่งสนามบินเลย ต่อให้ซูเฉินสั่งให้ขับรถพากลับหางโจว พวกเขาก็ยอม!

ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ซูเฉินสั่งอะไร พวกเขาก็จะทำตามหมด!

แต่ยังไม่ทันที่รถจะขับพ้นบริเวณโรงแรม ซูเฉินก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงรีบร้องบอกให้หยุดรถ

"พี่ปาปารัสซี เดี๋ยวก่อนๆ จอดก่อน! ผมยังมีเพื่อนอีกคนยังไม่ได้ขึ้นรถเลย!" ซูเฉินร้องบอก

เขาลดกระจกลงแล้วหันกลับไปมอง ก็เห็นพี่ตากล้องกำลังวิ่งหน้าตั้งตามรถมาติดๆ

"รอผมด้วยสิครับคุณซูเฉิน ผมยังไม่ได้ขึ้นรถเลย!"

ตอนนี้พี่ตากล้องหมดแรงจะบ่นแล้ว

ตอนเช้าก็นอนขี้เซาจนต้องให้คนมาเปิดประตู พอตื่นมาก็ดันมาเนียนนั่งรถปาปารัสซีอีก ที่แย่ที่สุดคือดันลืมทิ้งเขาไว้ข้างหลังนี่แหละ!

ถ้าวันนี้หมอนี่หนีไปได้จริงๆ เงินเดือนของเขาคงโดนหักเรียบแน่ๆ

เรียกได้ว่าซูเฉินเป็นดาราที่ถ่ายทำยากที่สุดเท่าที่พี่ตากล้องเคยเจอมาเลยก็ว่าได้!

ในไลฟ์สด ภาพสั่นไหวไปมาตามจังหวะการวิ่งของตากล้อง ถ้าเป็นคนอื่นมาเห็นภาพแบบนี้ คงเวียนหัวจนทนดูไม่ไหวไปนานแล้ว

แต่ผู้ชมในไลฟ์สดตอนนี้กลับไม่มีใครหนีไปไหนเลย แถมยังกระหน่ำส่งคอมเมนต์กันรัวๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! ฉันจะขำตายเพราะซูเฉินแล้ว!"

"พวกแกขำไปเถอะ ฉันขอสงสารพี่ตากล้องสักสามวินาทีแล้วกัน!"

"พวกเธอไม่คิดเหรอว่าปาปารัสซีสองคนนั้นก็น่ารักดีเหมือนกัน? หน้าตาเหลอหลาปนดีใจตอนที่ดารามาเสนอตัวให้ถึงที่นั่นน่ะ ตลกเป็นบ้าเลย!"

"ซูเฉิน: ถ่ายไปเลยจ้า พวกนายอาจจะได้กำไร แต่ฉันไม่มีวันขาดทุนหรอกนะ!"

...

ในเวลาเดียวกัน รถยนต์ของปาปารัสซีก็ขับขึ้นทางด่วนวงแหวนรอบนอกไปแล้ว ส่วนซูเฉินก็เริ่มชวนปาปารัสซีผู้โชคดีทั้งสองคนคุย

ตอนแรกปาปารัสซีทั้งสองคนยังดูเกร็งๆ ไม่กล้าเป็นฝ่ายชวนซูเฉินคุยก่อน

ซูเฉินเองก็แอบเขินอยู่เหมือนกัน ข้างหน้ามีกล้องของปาปารัสซีจ่ออยู่ ข้างๆ ก็มีกล้องของรายการกำลังถ่ายทอดสดอยู่

เกิดมาสองชาติ นี่ก็เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเขาเหมือนกันนะเนี่ย!

แต่เมื่อรังสีความเข้าถึงง่ายของซูเฉินเริ่มแผ่ซ่านออกมา บรรยากาศภายในรถก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

"เอ่อ ... พี่เฉิน พวกผมตามแอบถ่ายพี่มาตลอด พี่ไม่โกรธพวกผมเลยเหรอครับ?"

"ใช่ครับ! พี่เป็นดาราคนแรกเลยนะที่ยอมมาขึ้นรถพวกเราเอง แถมยังไม่ด่าพวกเราสักคำด้วย!"

สุดท้าย ปาปารัสซีทั้งสองคนก็ทนความสงสัยไม่ไหว เอ่ยถามในสิ่งที่พวกเขาอยากรู้มากที่สุดออกไป

ซูเฉินตอบกลับไปตามตรงว่า "จะบอกว่าไม่โกรธเลยมันก็คงเป็นไปไม่ได้หรอกครับ แต่โกรธไปแล้วจะได้อะไรล่ะ? ยังไงพวกพี่ก็ต้องถ่ายผมอยู่ดี"

ซูเฉินยักไหล่อย่างปลงๆ "สู้ให้พวกพี่มาแอบถ่าย สู้เรามาถ่ายกันตรงๆ เลยดีกว่า อย่างน้อยตอนที่พวกพี่ถ่ายผม ผมก็ยังรู้ตัว ไม่ใช่ว่าโดนถ่ายแบบไม่ทันตั้งตัวเลย"

"แล้วอีกอย่างนะ ... จะว่ายังไงดีล่ะ อาชีพแบบพวกพี่เนี่ย ผมก็เข้าใจนะว่ามันเหนื่อย ท้ายที่สุดแล้วทุกคนก็ทำไปเพื่อหาเงินกันทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก!"

ชาติก่อนซูเฉินก็เคยโดนพวกปาปารัสซีตามรังควานมาไม่น้อย จากประสบการณ์หลายปีของเขา เขาเรียนรู้ว่าการจะไล่ปาปารัสซีไปให้พ้นนั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

เผลอๆ ยิ่งไล่ พวกเขาก็จะยิ่งอยากแอบถ่ายมากขึ้นไปอีก มันเป็นหลักจิตวิทยาแบบต่อต้านนั่นแหละ

สู้ยอมโอนอ่อนผ่อนตาม ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายน่าจะดีกว่า

แถมยังมีคนขับรถให้ฟรีๆ อีกต่างหาก สบายจะตายไป!

เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน ปาปารัสซีทั้งสองคนก็ยกมือขึ้นเกาหัวแก้เขินโดยสัญชาตญาณ ในใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งและละอายใจ

"เฮ้อ ... พี่เฉิน พวกเราขอโทษจริงๆ นะครับ! แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ยังไงก็ต้องอาศัยงานนี้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ถ้าไม่ทำ ลูกเมียที่บ้านก็คงอดตาย ... "

"เอาแบบนี้ไหมครับ เดี๋ยวก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว มื้อนี้พวกผมขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เอง! หูฉลามเป๋าฮื้ออาจจะเลี้ยงไม่ไหว แต่ถ้าร้านอาหารแฟรนไชส์ทั่วไป พี่สั่งได้เต็มที่เลยครับ!"

ซูเฉินยิ้มแล้วตอบว่า "นั่นมันคนละเรื่องกันแล้ว! จะให้พวกพี่มาเลี้ยงผมได้ยังไงล่ะ เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวผมเลี้ยงชานมพวกพี่เอง อากาศร้อนๆ แบบนี้ ทุกคนก็ลำบากกันทั้งนั้นแหละ!"

"เดี๋ยวพอผมไปรับเพื่อนเสร็จ ผมจะแอ็กท่าหล่อๆ ให้พวกพี่ถ่ายกันให้หนำใจไปเลย ถือว่าถ่ายทำกันแบบเปิดเผยและสบายใจกันทั้งสองฝ่าย!"

เมื่อได้ยินแบบนั้น ปาปารัสซีทั้งสองคนก็ยิ่งรู้สึกละอายใจหนักเข้าไปอีก

พูดกันตามตรงแล้ว พวกเขาถูกสวีฟางหยวนจ้างมาเพื่อคอยขุดคุ้ยข่าวฉาวของซูเฉินโดยเฉพาะ

แต่ซูเฉินกลับทำดีกับพวกเขาด้วยความจริงใจขนาดนี้ พวกเขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ทำได้แค่เออออห่อหมกไปตามน้ำ

"พี่เฉิน พี่อย่าเกรงใจไปเลย! ฟังจากที่พี่พูดแล้ว มื้อเที่ยงวันนี้ พวกผมต้องเป็นคนเลี้ยงพี่ให้ได้!"

"ใช่ๆ! แล้วก็มีความลับบางอย่างด้วย ถึงพูดไปก็ไม่ต้องกลัวว่าพี่กับคนดูในไลฟ์สดจะหัวเราะเยาะหรอก! พี่เฉินเป็นดาราคนแรกเลยนะที่เห็นพวกเราเป็นคนน่ะ!"

"ใช่เลยครับ! พวกดาราคนอื่นน่ะ นิสัยแย่กันทั้งนั้นแหละ อย่างเจิ้งฮว๋าอวี่นั่นไง ตัวจริงกับตอนออกสื่อเนี่ยคนละเรื่องกันเลย!"

"อ้อ? งั้นเหรอครับ?" ซูเฉินเลิกคิ้วด้วยความสนใจ

"เจิ้งฮว๋าอวี่ไม่ได้แค่นิสัยแย่นะ ก่อนหน้านี้พวกเรายังไปสืบได้ข่าววงในมาด้วย เขาเคยไป ... กับ ... "

ตอนที่ปาปารัสซีเล่าเรื่องนี้ พวกเขาพยายามหลบกล้องจากไลฟ์สด แล้วกระซิบข้างหูซูเฉินเบาๆ

"โห! มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?!"

"นี่ยังน้อยไปนะ ยังมีของอีกคนนึง ข่าวเด็ดกว่านี้อีก เดี๋ยวผมเล่าให้ฟัง ... "

หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากปาปารัสซีจบ ดวงตาของซูเฉินก็เป็นประกายวาววับ!

จุ๊ๆ ... เรื่องฉาวของเมิ่งเสี่ยวเทียนกับเจิ้งฮว๋าอวี่นี่มันเด็ดดวงจริงๆ แฮะ!

จบบทที่ บทที่ 60 คนขับรถฟรี

คัดลอกลิงก์แล้ว