เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 ร้องให้ฉันฟังได้ไหม?

บทที่ 50 ร้องให้ฉันฟังได้ไหม?

บทที่ 50 ร้องให้ฉันฟังได้ไหม?


พูดกันตามตรง บทซีรีส์เรื่องสามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ ไม่เลวเลยทีเดียว

หลังจากที่ซูเฉินอ่านจบคร่าวๆ เขาก็มีคำตอบสำหรับเพลงประกอบซีรีส์เรื่องนี้ในใจแล้ว

ในขณะนี้ เหยียนมี่กำลังนั่งกินเนื้อย่างอย่างเงียบๆ อยู่ข้างๆ เธอกินไปได้ไม่ถึงสองไม้ ซูเฉินก็เงยหน้าขึ้นตะโกนบอกเถ้าแก่

"เถ้าแก่ครับ ที่นี่มีกระดาษกับปากกาไหมครับ?"

ค่ำคืนนี้เงียบสงัด อาจเป็นเพราะวันนี้เป็นวันธรรมดา ในร้านเนื้อย่างเล็กๆ แห่งนี้จึงมีแค่ซูเฉินกับเหยียนมี่สองคน

เถ้าแก่กำลังย่างเนื้อแกะให้เหยียนมี่อยู่ เมื่อได้ยินเสียงซูเฉิน เขาก็รับคำก่อนจะเช็ดมือแล้วเดินไปหยิบกระดาษจดบิลเปล่าๆ กับปากกาลูกลื่นจากโต๊ะเล็กๆ ริมทางที่เอาไว้ใช้คิดเงิน

เถ้าแก่ถือของสองสิ่งนั้นเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มเกรงใจ

"น้องชาย ที่ร้านมีแค่นี้นะ ลองดูสิว่าใช้ได้หรือเปล่า?" เถ้าแก่บอก

เมื่อต้องเผชิญกับกระดาษจดบิลเปล่าๆ ที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันและปากกาลูกลื่นที่ท่อนบนหายไป ซูเฉินก็ไม่ได้รังเกียจ เขายิ้มรับมา

"ใช้ได้ครับๆ กระดาษกับปากกามีไว้เขียนก็พอแล้ว ขอบคุณมากครับเถ้าแก่!"

"ฮะๆ ได้เลย งั้นเดี๋ยวฉันไปทำธุระก่อนนะ หนุ่มหล่อสาวสวยมีอะไรก็เรียกฉันได้เลย!"

"ได้เลยครับ!"

เมื่อเห็นเถ้าแก่หันกลับไปย่างเนื้อแกะต่อ เหยียนมี่ก็ขยับเข้าไปใกล้ซูเฉินแล้วถามด้วยความสงสัย " ... นายเอากระดาษกับปากกามาทำไมเหรอ? จะจดเนื้อเรื่องในบทเหรอ?"

เธอโบกมือแล้วพูดว่า "ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวพอกลับไปฉันจะส่งบทฉบับเต็มให้นายเลย นายค่อยๆ อ่านอีกสองสามวันก็ได้"

ซูเฉินมองเหยียนมี่ด้วยความประหลาดใจแล้วพูดว่า "ผมจะจดเนื้อเรื่องทำไมล่ะ? พี่อยากได้เพลงไม่ใช่เหรอ? ผมก็จะเขียนให้ไง! พรุ่งนี้มะรืนนี้ผมไม่มีเวลาหรอกนะ ผมต้องเตรียมตัวแข่งอีก!"

พูดจบ ซูเฉินก็ปัดจานและไม้เสียบเนื้อบนโต๊ะออกไปให้พ้นทาง เพื่อหาพื้นที่ว่างที่พอจะสะอาดอยู่บ้าง จากนั้นก็วางกระดาษจดบิลลงแล้วก้มหน้าลงมือเขียน

เหยียนมี่ "???"

นี่ ... เขียนออกมาได้เลยเหรอ? การเขียนเพลงมันง่ายขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เหยียนมี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก

ความจริงแล้วบทที่เหยียนมี่เอามาให้ดูเป็นแค่เนื้อเรื่องคร่าวๆ เท่านั้น ที่ให้ซูเฉินดูก็เพื่ออยากให้เขาเข้าใจภาพรวมเท่านั้นเอง

เพราะสามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เป็นซีรีส์แนวเทพเซียน เธอจึงกังวลว่าซูเฉินอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกับแนวนี้ ก็เลยตั้งใจจะให้เขาประเมินดูก่อนล่วงหน้า

ถ้าซูเฉินแต่งไม่ได้จริงๆ เถ้าแก่เนี้ยอย่างมี่ก็คงไปบังคับฝืนใจเขาไม่ได้อยู่ดี!

แต่เหยียนมี่ไม่คาดคิดเลยว่า ซูเฉินแค่อ่านเนื้อหาพวกนี้ก็สามารถแต่งเพลงออกมาได้เลย!

ตอนนี้เธอถึงขั้นอยากจะห้ามซูเฉินไว้ด้วยซ้ำ เพราะซูเฉินเพิ่งจะอ่านกระดาษไปแค่ไม่กี่แผ่น เขาจะแต่งเพลงประกอบที่เข้ากับซีรีส์ทั้งเรื่องออกมาได้ยังไง!

แต่พอนึกถึงว่าแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงมันเกิดขึ้นเพียงชั่ววูบ เหยียนมี่ก็ไม่กล้าเข้าไปขัดจังหวะซูเฉิน

เธอมองดูใบหน้าด้านข้างของซูเฉินตอนที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาเขียนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

ช่างเถอะ รอให้เขาเขียนเสร็จแล้วค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน

แกรก แกรก แกรก ...

ไม่รู้ว่าปากกาลูกลื่นด้ามนั้นมันเสียหรือหมึกหมด ซูเฉินเขียนๆ ไปก็สะดุด ต้องคอยขีดทับย้ำๆ อยู่บ่อยครั้ง

แต่ถึงกระนั้น ผ่านไปแค่สามนาที ซูเฉินก็วางปากกาลงแล้วยื่นกระดาษที่เปื้อนคราบน้ำมันแผ่นนั้นให้เหยียนมี่

"พี่มี่ ลองดูสิครับว่าใช้ได้ไหม"

เหยียนมี่มองดูซูเฉินอย่างเหม่อลอย ชั่วขณะหนึ่งเธอถึงกับพูดไม่ออก

ถึงแม้เหยียนมี่จะไม่ได้จับเวลา แต่เนื้อย่างที่เหลืออยู่ครึ่งไม้ในมือของเธอก็เป็นหลักฐานชั้นดี!

ครั้งนี้ไม่ได้ใช้เวลาห้านาทีเหมือนที่ผ่านมา แต่ใช้เวลาเต็มที่ก็แค่สองสามนาทีเท่านั้นเอง!

นี่ ... ก็เขียนเพลงเสร็จอีกเพลงแล้วเหรอ?!

"นาย ... นายเขียนเสร็จแล้วเหรอ?" เหยียนมี่กลืนเนื้อแกะที่ยังเคี้ยวไม่ละเอียดลงคอไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ทั้งร่างของเธอเหลือเพียงความรู้สึกตะลึงงันเท่านั้น

"พี่หมายถึงเขียนเสร็จทั้งเพลงน่ะเหรอ? อ้อ ยังหรอกครับ" ซูเฉินยักไหล่

เมื่อได้ยินซูเฉินบอกว่ายังเขียนไม่เสร็จ เหยียนมี่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

สามนาทีแต่งได้หนึ่งเพลง ถ้าซูเฉินเป็นปีศาจได้ขนาดนี้ เธอคงจะประกาศให้ซูเฉินเดบิวต์ตรงนี้เลยดีกว่า

ขืนปล่อยให้ไปแข่งในรายการหมิงรื่อจือซิงต่อก็เหมือนคนเล่นเกมระดับสูงไปรังแกมือใหม่น่ะสิ!

เหยียนมี่ถึงกับแอบดีใจที่อาชีพหลักของตัวเองคือนักแสดง ไม่อย่างนั้นเธอคงถูกความเก่งกาจของเขาเล่นงานจนต้องขอออกจากวงการไปเลยล่ะ!

แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงก็คือ พอเธอถอนหายใจอย่างโล่งอก ซูเฉินก็พูดขึ้นมาทันที "ผมคิดเพลงออกทั้งเพลงแล้วล่ะครับ แต่ปากกาของเถ้าแก่มีปัญหา มันเขียนไม่ค่อยติด ผมก็เลยเขียนแค่เนื้อเพลงออกมาก่อน"

"ถ้าพี่มี่คิดว่าเนื้อเพลงโอเค เดี๋ยวพอกลับไปผมค่อยส่งโน้ตเพลงให้พี่ทีหลังนะครับ"

เหยียนมี่ " ... "

ตอนนี้เหยียนมี่เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ซูเฉินใช้เวลาแต่งเพลงนานแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับว่าเขาใช้เวลาเขียนนานแค่ไหนต่างหาก!

พูดอีกอย่างก็คือ ซูเฉินแทบจะไม่ต้องใช้เวลาในการคิดสร้างสรรค์เลย!!!

นี่มันไม่ใช่ปีศาจธรรมดาแล้ว แต่นี่มันปีศาจที่ใช้โปรแกรมโกงชัดๆ!

ภายในใจของเหยียนมี่ปั่นป่วนราวกับคลื่นลูกใหญ่ แต่ท่าทางภายนอกของเธอกลับเรียบง่าย เธอรับกระดาษที่ซูเฉินส่งมาให้

เนื่องจากกระดาษจดบิลมีขนาดเล็ก ซูเฉินจึงต้องเขียนตัวหนังสือให้เล็กลงตามไปด้วย ตัวหนังสือเรียงอัดแน่นอยู่บนกระดาษ แต่กลับไม่ทำให้รู้สึกตาลายเลยแม้แต่น้อย

เหยียนมี่ตั้งสติแล้วเริ่มอ่านตัวหนังสือบนกระดาษอย่างตั้งใจ

สิ่งแรกที่สะดุดตาคือชื่อเพลง ... ความเย็นชา

"เมื่อราตรีเยือนเริ่มเหน็บหนาว มวลบุปผาร่วงหล่นแปรเป็นน้ำค้างแข็ง เธอมองดูอยู่ห่างไกล ใช้สายตาทอดมองจนสุดสายตา ... " เหยียนมี่อ่านออกเสียงเบาๆ

เพียงแค่ประโยคแรกก็ทำให้เธออินเข้าไปในบทเพลงได้ทันที

เนื่องจากสามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ เป็นซีรีส์ที่เธอรับบทนำเอง เธอจึงรู้ได้ทันทีว่าเพลงประกอบเพลงนี้เหมาะสมหรือไม่เพียงแค่ปรายตามอง

ยกตัวอย่างเช่นเพลงที่นักดนตรีคนก่อนๆ แต่งมา เหยียนมี่ไม่รู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างตัวละครกับบทเพลงเลยสักนิด

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน เมื่อเหยียนมี่อ่านออกเสียงเบาๆ เรื่องราวของซีรีส์สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ ก็แล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว

ความรักความแค้นที่พัวพันกัน ความรักที่ไม่อาจสมหวัง ความเจ็บปวดเจียนตาย ... ความรู้สึกเหล่านั้นปะทุขึ้นในใจของเหยียนมี่ จนน้ำตาของเธอไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว!

ซูเฉินเองก็ไม่คิดว่าแค่เนื้อเพลงที่เขาเขียนขึ้นจะทำให้คนอ่านร้องไห้ได้ขนาดนี้

นี่เธอคงไม่ได้คิดว่าฉันเขียนแย่จนซีรีส์เรื่องนี้หมดหวังจะปัง แล้วตัวเองก็ต้องกลับไปเป็นลูกจ้างกินเงินเดือน ... ถึงได้ร้องไห้ออกมาหรอกนะ?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูเฉินก็รีบยื่นกระดาษทิชชูให้พร้อมกับถามด้วยความเป็นห่วง "พี่มี่ รีบเช็ดน้ำตาเร็ว ... พี่เป็นอะไรไปครับ? ผมเขียนไม่ดีตรงไหนบอกมาได้เลยนะ เดี๋ยวผมแก้ให้"

เหยียนมี่ไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้น้ำตาไหลพรากราวกับเขื่อนแตก เอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุด

จนกระทั่งกระดาษทิชชูทั้งห่อแทบจะหมดเกลี้ยง เธอถึงได้พูดด้วยดวงตาที่แดงก่ำ "เนื้อเพลงความเย็นชาของนายมันดีมากจริงๆ! ฉันอินมากเกินไปหน่อยก็เลยกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ... "

เหยียนมี่เงยหน้าขึ้น มองซูเฉินด้วยสายตาอ้อนวอน

"ซูเฉิน ... นายร้องเพลงนี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?"

ซูเฉินชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม

"ได้ครับ"

จบบทที่ บทที่ 50 ร้องให้ฉันฟังได้ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว