เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 - คนที่รักเป็นครั้งแรก

บทที่ 28 - คนที่รักเป็นครั้งแรก

บทที่ 28 - คนที่รักเป็นครั้งแรก


ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหวังปิงหลิงและจางฝูอวี่ ซูเฉินเขียนอย่างรวดเร็ว ภายในห้องมีเพียงเสียงปากกาเสียดสีกับกระดาษเท่านั้น

กระบวนการทั้งหมดลื่นไหลราวกับปรมาจารย์กำลังวาดภาพ ไม่มีการหยุดชะงักเลยแม้แต่นิดเดียว!

เพียงแค่สิบนาที ซูเฉินไม่เพียงแต่เขียนเนื้อร้องทั้งหมดเสร็จเท่านั้น แต่เขายังวาดโน้ตเพลงเสร็จอีกด้วย

แถมยังเป็นบรรทัดห้าเส้นอีกต่างหาก!

"ฟู่ ... ในที่สุดก็เสร็จสักที ไม่ได้จับปากกาเขียนหนังสือนาน พอมาเขียนก็เลยไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่ ถ้าตัวหนังสือโหลยโท่ยก็อย่าหัวเราะเยาะกันล่ะ!" ซูเฉินพูด

เขาวางปากกาลงแล้วส่งกระดาษที่เต็มไปด้วยเนื้อร้องและทำนองให้หวังปิงหลิง

หวังปิงหลิงรับมาด้วยใบหน้าเหม่อลอยและมองดูเนื้อหาบนกระดาษ

"คนที่รักเป็นครั้งแรก ... " หลังจากหวังปิงหลิงอ่านชื่อเพลงเบาๆ จิตวิญญาณของเธอก็ราวกับถูกดูดเข้าไป เธอไล่อ่านลงมาเรื่อยๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นจนแทบจะแนบชิดติดกับกระดาษอยู่แล้ว!

จางฝูอวี่ที่อยู่ข้างๆ เห็นท่าทางของหวังปิงหลิงก็ยิ่งรู้สึกสงสัยมากขึ้นไปอีก

"เร็วเข้าๆ ขอฉันดูบ้างสิ" จางฝูอวี่ขยับเข้าไปใกล้หวังปิงหลิงแล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู ทั้งสองคนเบียดเสียดกันดูเนื้อเพลงอย่างแนบชิด

กลับกลายเป็นว่าตอนนี้ซูเฉินดูจะเบื่อๆ เขาหยิบน้ำมะนาวบนโต๊ะขึ้นมาจิบแล้วรออย่างเงียบๆ

แต่จะว่าไป ภาพสาวสวยสองคนแนบชิดกันแบบนี้ก็ดูเจริญหูเจริญตาดีเหมือนกันนะ!

ในที่สุดหลังจากมีเสียงสูดลมหายใจยาวๆ ดัง "ซี๊ด~" จางฝูอวี่ก็เงยหน้าขึ้นมองเขา

สายตานั้นเหมือนกับสาวแก่หิวโซที่กำลังมองดูชายหนุ่มรูปหล่อล่ำบึ้กและเต็มไปด้วยพลังงานความกล้าหาญ!

แม้ว่าจางฝูอวี่จะยังไม่ได้ฟังเพลงนี้ แต่ความเป็นมืออาชีพในฐานะราชินีเพลงบอกเธอว่า นี่จะต้องเป็นเพลงฮิตระดับตำนานอีกเพลงอย่างแน่นอน!

"ซูเฉิน นายเป็นเทพเจ้าแห่งเสียงเพลงจุติลงมาหรือเปล่าเนี่ย ใช้เวลาแค่สิบนาทีก็แต่งเพลงแบบนี้ออกมาได้?! นี่มันเพลงที่คนอื่นใฝ่ฝันอยากจะแต่งให้ได้สักเพลงในชีวิตเลยนะ!" ในใจของจางฝูอวี่ปั่นป่วนราวกับคลื่นพายุ ความรู้สึกตกตะลึงและทึ่งพุ่งทะยานไปถึงจุดสูงสุดจนเธอไม่รู้ว่าควรจะแสดงสีหน้ายังไงดี!

พูดง่ายๆ ก็คือเธอช็อกไปแล้ว

"อะแฮ่ม ... ถ้าผมบอกว่าผมเตรียมไว้ตั้งนานแล้วพี่จะเชื่อไหม" ซูเฉินยิ้มแห้งๆ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองทำผลงานได้ปีศาจเกินไปหน่อย

แต่พอคิดดูแล้วมันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ปีศาจก็ปีศาจสิ นี่ไม่ใช่โลกแฟนตาซีกำลังภายในสักหน่อย ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าทำตัวโดดเด่นแล้วจะเป็นภัย

ในอาณาจักรแห่งความบันเทิงแห่งนี้ ยิ่งมีความสามารถระดับปีศาจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดึงดูดสายตาคนได้ง่ายขึ้นเท่านั้น และสายตาเหล่านี้ก็คือพลังที่จะช่วยผลักดันให้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์!

สำหรับคำพูดของซูเฉิน จางฝูอวี่ไม่เชื่อเลยแม้แต่คำเดียว คำขอที่ไร้สาระแบบของหวังปิงหลิง ใครมันจะไปเตรียมเพลงแบบนี้ไว้ล่วงหน้าได้ ต่อให้เป็นเทพเซียนก็คงคาดไม่ถึงหรอก!

แต่ท่าทีถ่อมตัวแบบนี้ของซูเฉินยิ่งทำให้จางฝูอวี่รู้สึกดีกับเขามากขึ้นไปอีก คนที่มีทั้งหน้าตา ความสามารถ แถมยังไม่อวดดีแบบนี้ สมควรแล้วที่เขาจะได้เป็นดารา!

จางฝูอวี่รู้สึกว่าซูเฉินอาจใช้เวลาไม่ถึงสองปีก็สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดเดียวกับเธอในตอนนี้ได้!

"เพลงนี้เนื้อร้องเป็นแนวเพลงเศร้า ทำนองก็ไม่ได้อึดอัดมาก แต่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไงก็ต้องดูตอนพี่ปิงหลิงร้องออกมา ... พี่ปิงหลิง?" เสียงเรียกเบาๆ ของซูเฉินทำให้หวังปิงหลิงที่ยืนเหม่ออยู่ได้สติกลับมา

เมื่อกี้เธอเอาแต่ดูเนื้อเพลงและให้มันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังปิงหลิงมั่นใจว่านี่คือเพลงที่เธอต้องการ

"อ๊ะ ... ได้สิ งั้นยังไม่ต้องใส่ดนตรีประกอบนะ ฉันจะลองร้องสดดู" หวังปิงหลิงบอก

เธอไม่ได้เข้าไปในห้องอัด แต่เริ่มร้องตรงนั้นเลย

สมกับที่ถูกเรียกว่า "เจ้าแม่สายหวาน" ความสามารถของเธอไม่ใช่เล่นๆ เลย เพียงแค่อ่านเนื้อเพลงไปไม่กี่รอบ หวังปิงหลิงก็สามารถร้องออกมาได้จนจบเพลงโดยไม่มีเพี้ยนเลยแม้แต่นิดเดียว จะมีก็แค่รายละเอียดบางจุดที่อาจจะยังดูขัดๆ ไปบ้าง

"ท้องฟ้าสีเทา ใบหน้าของเธอ"

"หลังจากเคยรัก เคยร้องไห้ เคยหัวเราะ เคยเจ็บปวด ก็เหลือเพียงคำบอกลา"

"น้ำตาของฉัน เปียกชุ่มใบหน้า"

"การสูญเสียคนที่รักเป็นครั้งแรก มันรู้สึกแบบนี้นี่เอง"

"เคยคิดว่าความรักคือจังหวะการเต้นของหัวใจทั้งหมด"

"สูญเสียความรักไป พวกเราคงต้อง"

"คงต้องค่อยๆ ตายไปอย่างช้าๆ "

" ... "

ความจริงแล้วเพลง "คนที่รักเป็นครั้งแรก" ก็ยังถือว่าเป็นเพลงเศร้าอยู่ดี เพียงแต่เนื้อร้องจำง่ายและทำนองก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาหน่อย แต่เหตุผลสำคัญที่สุดที่ซูเฉินเลือกเพลงนี้ก็เป็นเพราะเนื้อเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสของวัยรุ่นและสำเนียงไต้หวันที่น่ารักเป็นเอกลักษณ์ของหวังปิงหลิง

เพลงนี้ต้องใช้สไตล์การร้องที่ดูออดอ้อนแบบหวังปิงหลิงเท่านั้นถึงจะไม่ทำให้เพลงดูหนักอึ้งจนเกินไป

"วินาทีที่ฉันสูญเสียเธอไป"

"หัวใจก็แก่ลงอย่างกะทันหัน"

"The day you went away"

"บนถนนที่วุ่นวาย ไม่มีใครสังเกตเห็นน้ำตาของฉันที่ถูกลืมทิ้งไว้ตรงมุมถนน"

"The day you went away"

" ... "

หลังจากจางฝูอวี่ได้ฟังเพลงนี้เธอก็เริ่มโยกตัวตามจังหวะไปโดยไม่รู้ตัว

เธอสัมผัสไม่ได้ถึงความเศร้าและความเจ็บปวดในเนื้อเพลงเลยจริงๆ!

"คนที่รักเป็นครั้งแรก ความเลวและความดีของเขา"

"กลับเหมือนรอยสักบนหน้าอก เป็นสัญลักษณ์ที่คงอยู่ตลอดไป"

"ตามจังหวะการหายใจของฉัน จนกว่าหัวใจจะหยุดเต้น"

เมื่อเพลงจบลง จางฝูอวี่ก็เคลิบเคลิ้มไปเรียบร้อยแล้ว

ต่อให้เนื้อเพลงจะเศร้าแค่ไหน เธอก็ลืมไปแล้วว่าโลกของทุกคนล้วนมีน้ำตาและความโศกเศร้า และมองข้ามด้านที่เงียบเหงาไปเสียสนิท

จางฝูอวี่มองไปที่ซูเฉิน เธอรู้สึกเพียงว่าเด็กหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะมีเวทมนตร์ที่ไม่ธรรมดา ...

"ไม่เลวเลย ร้องรอบแรกก็ได้ความรู้สึกแบบนี้แล้ว พี่ปิงหลิงเก่งมากจริงๆ ครับ!" ซูเฉินปรบมือ

หวังปิงหลิงหน้าแดง แต่มองซูเฉินด้วยสีหน้าจริงจัง

"ฉันรู้สึกได้เลยว่าความจริงแล้วเพลงนี้ร้องไม่ง่ายนะ แต่มันกลับเหมาะกับฉันอย่างไม่น่าเชื่อ ซูเฉิน เธอเป็นอัจฉริยะจริงๆ!"

"ไม่ได้ขนาดนั้นหรอกครับ ก็แค่บังเอิญมีพรสวรรค์ด้านนี้มากกว่าคนอื่นนิดหน่อย สิ่งที่ทำให้ผมต่างจากคนอื่นน่าจะเป็นเพราะผมคว้าพรสวรรค์นั้นเอาไว้ได้ล่ะมั้ง" ซูเฉินยิ้ม

ซูเฉินกับจางฝูอวี่ตั้งใจจะให้หวังปิงหลิงอัดเพลง "คนที่รักเป็นครั้งแรก" ที่ห้องอัดนี้เลย แต่เธอไม่ยอม

การอัดเพลงต้องใช้พลังงานอย่างมาก เธอเกรงใจที่จะรบกวนซูเฉินอีก

"ไม่เป็นไรหรอก เพลงนี้ฉันตั้งใจจะเอาไปขัดเกลาให้ดีก่อน ยังไม่รีบปล่อย รอฉันกลับไต้หวันค่อยไปอัดก็ยังทัน อีกอย่างเราก็อยู่ในห้องแคบๆ นี้มาตั้งนานแล้ว ขืนอยู่ต่อพี่ฝูอวี่ต้องอึดอัดตายแน่ๆ เลย!"

พูดจบหวังปิงหลิงก็เดินนำออกจากห้องไป จางฝูอวี่ยิ้มอย่างอ่อนใจและไม่ได้ดึงดันต่อ

นี่อาจเป็นเหตุผลที่คนสองคนนี้ยังสามารถเป็นเพื่อนเล่นกันได้ในวงการบันเทิงที่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง

เมื่อเห็นดังนั้นซูเฉินก็ตรวจสอบแฟลชไดรฟ์ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาดเขาก็เอาไปให้เถ้าแก่

"ทำไมคราวนี้ถึงได้นานนักล่ะ นี่ก็ปาเข้าไปเกือบสี่ชั่วโมงแล้ว ปกติคุณใช้เวลาแค่สองชั่วโมงก็ออกมาแล้วไม่ใช่เหรอ" เถ้าแก่รับแฟลชไดรฟ์มาแล้วถามด้วยความสงสัย

พอพูดจบเถ้าแก่ก็ตบหน้าผากตัวเองแล้วพูดว่า

"อ้อใช่ คราวนี้คนเยอะ ก็ต้องใช้เวลาหน่อย ... "

ซูเฉิน " ... "

ซูเฉินรู้สึกว่าคำพูดของเถ้าแก่มันกำกวมยังไงก็ไม่รู้ แต่พอมองดูใบหน้าที่ซื่อสัตย์จริงใจนั้น เขาก็รู้สึกว่าเถ้าแก่ไม่น่าจะเป็นคนแบบนั้น ...

จบบทที่ บทที่ 28 - คนที่รักเป็นครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว