- หน้าแรก
- ปั้นเธอจนเป็นดาวแต่ดันโดนเท พรุ่งนี้เตรียมดูผมเป็นคนดังได้เลย
- บทที่ 1 - อย่าหวังว่าจะได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย!
บทที่ 1 - อย่าหวังว่าจะได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย!
บทที่ 1 - อย่าหวังว่าจะได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย!
"ซูเฉินใช่ไหม รับเช็คหนึ่งแสนหยวนนี้ไว้ซะ แล้วต่อไปก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกับเยียนหรานอีก"
ณ อพาร์ตเมนต์ตกแต่งพร้อมอยู่แห่งหนึ่งในเมืองหางโจว ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังนั่งเผชิญหน้ากันบนโซฟาในห้องรับแขก
หญิงสาวสวมชุดทำงาน ใบหน้าดูดุดันและแต่งหน้าจัดจ้าน
ซูเฉินมองเช็คที่อีกฝ่ายวางลงบนโต๊ะกระจกอย่างลวกๆ แล้วยิ้มขื่น "พี่หยวนสมกับเป็นผู้จัดการมือทองที่โด่งดังในวงการจริงๆ แค่หลินเยียนหรานเลิกกับผมยังต้องลำบากคุณมาจัดการเรื่องใหญ่โตขนาดนี้"
ใช่แล้ว ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาก็คือสวีฟางหยวน ผู้จัดการส่วนตัวของหลินเยียนหราน แฟนสาวของเขานั่นเอง
สวีฟางหยวนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ตอนนี้เยียนหรานกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นของหน้าที่การงาน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องไร้สาระพวกนี้หรอกนะ"
"หึ เธอไม่กล้ามาสู้หน้าผมมากกว่ามั้ง"
"พอได้แล้วซูเฉิน คุณไม่ต้องมาพูดจาประชดประชันฉันหรอกนะ ความหมายของฉันคุณก็น่าจะเข้าใจดี เงินหนึ่งแสนนี้ไม่ได้ให้เปล่าๆ หรอกนะ" สวีฟางหยวนพูดพลางหยิบข้อตกลงรักษาความลับฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนโต๊ะกระจก
"บริษัทสร้างภาพลักษณ์ให้เยียนหรานเป็นสาวบริสุทธิ์สดใส รอยด่างพร้อยเรื่องที่เคยคบหาเป็นแฟนกับคุณจะหลุดรอดออกไปไม่ได้เด็ดขาด"
"เรื่องนี้จะต้องถูกฝังกลบให้มิดชิดอยู่ในใจเท่านั้น"
" ... รอยด่างพร้อยงั้นเหรอ" ซูเฉินหัวเราะเยาะตัวเอง
สวีฟางหยวนเลิกคิ้วขึ้น "หรือว่าไม่ใช่ล่ะ ด้วยความนิยมของเยียนหรานในตอนนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่านักร้องแถวหน้าเลยสักนิด เธอมีโอกาสสูงมากที่จะได้ก้าวขึ้นเป็นราชินีเพลงด้วยซ้ำ"
"แล้วคุณล่ะเป็นอะไร คุณมันก็แค่นักแต่งเพลงไส้แห้งที่ไม่มีทั้งชื่อเสียงและเงินทองก็เท่านั้น"
"ในวงการนี้มีคนตกอับแบบคุณเยอะแยะไปหมด มีคุณเพิ่มมาสักคนหรือขาดคุณไปสักคนก็ไม่ได้ทำให้เกิดความแตกต่างอะไร"
"ถ้าไม่มีเยียนหราน ใครเขาจะมาร้องเพลงของคุณกัน ถ้าไม่มีเธอคุณก็คงไม่มีข้าวกินด้วยซ้ำ" สวีฟางหยวนกอดอก คำพูดทุกคำล้วนแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
"ก็มีแต่เยียนหรานที่จิตใจดี เธอเห็นใจที่คุณไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน ถึงขนาดเต็มใจยกอพาร์ตเมนต์ห้องนี้ให้คุณ คุณก็อย่ามาตามตอแยเธออีกเลย"
" ... ยกห้องนี้ให้ผมเหรอ" โดนสวีฟางหยวนดูถูกเหยียดหยามขนาดนี้ ซูเฉินกลับไม่รู้สึกโกรธ แต่กลับหัวเราะเบาๆ ออกมาแทน
"หึ ... " กะแล้วเชียว ไม่ว่าจะเป็นโลกไหน คนเราก็ยังคงให้ความสำคัญกับเงินทองและสถานะทางสังคมอยู่ดี
อันที่จริงซูเฉินทะลุมิติมาจากโลกคู่ขนาน
ชาติก่อนเขาเคยเป็นนักร้อง ได้เห็นความสับสนวุ่นวายในวงการบันเทิงมามากมาย ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนมีแต่ผลประโยชน์ ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกขยะแขยง
ในชาตินี้เขาได้พบกับหลินเยียนหราน เขาหลงคิดไปว่าเธอคือโลกทั้งใบของเขา เพียงแค่อยากใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขไปกับเธอ
เธอไม่อยากทำอาหาร เขาก็ทำให้ เธอไม่อยากล้างจาน เขาก็ล้างให้
เธออยากมีที่พักเป็นของตัวเอง ซูเฉินก็ทำงานหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำเพื่อเก็บเงินดาวน์ซื้ออพาร์ตเมนต์ห้องนี้ แล้วใส่เป็นชื่อของเธอ
แม้กระทั่งตอนที่เธอนึกสนุกอยากเข้าวงการบันเทิง ซูเฉินก็แต่งเพลงให้เธออย่างไม่ลังเลใจ
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสานฝันในการเป็นราชินีเพลงของหลินเยียนหราน
แต่ตอนนี้เธอใช้เพลงที่ซูเฉินแต่งให้จนโด่งดัง แล้วสิ่งแรกที่เธอทำก็คือเขี่ยเขาทิ้งเนี่ยนะ โคตรจะน่าขันเลย
"ซูเฉิน เลิกกันก็ช่วยทำให้มันดูดีหน่อย อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลาเลย" สวีฟางหยวนพูดอย่างรำคาญใจ
ห้วงความคิดของซูเฉินถูกสวีฟางหยวนขัดจังหวะ ราวกับตื่นจากฝันอันยาวนาน
ซูเฉินมองเธอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แน่นอน แต่ห้องนี้ผมเป็นคนซื้อให้เธอแต่แรก จะเอาของที่ผมซื้อมาทำทานให้ผมงั้นเหรอ ไม่จำเป็นหรอก"
สวีฟางหยวนชะงักไปเล็กน้อย เธอไม่คิดเลยว่าไอ้หน้าโง่ซูเฉินจะยอมตกลงง่ายๆ ขนาดนี้ แถมยังไม่เอาห้องอีก หึ รักศักดิ์ศรีจนยอมทนลำบาก ไอ้โง่เอ๊ย
"อืม ฉันเคารพการตัดสินใจของคุณ" สวีฟางหยวนพูดส่งๆ พร้อมกับยิ้มแล้วรีบยื่นข้อตกลงรักษาความลับให้
"ต่อไปฉันจะอธิบายเงื่อนไขในข้อตกลงให้คุณฟังคร่าวๆ หลักๆ ก็คือคุณห้ามเปิดเผยความสัมพันธ์ฉันคนรักระหว่างคุณกับเยียนหรานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ... "
"เดี๋ยวก่อน ใครบอกคุณว่าผมจะเซ็นข้อตกลงฉบับนี้" ซูเฉินไม่ได้ยื่นมือไปรับเอกสาร
สวีฟางหยวนใจหายวาบ รีบปรับน้ำเสียงให้อ่อนลงทันที "ซูเฉิน ถึงแม้ตอนนี้พวกคุณจะเลิกกันแล้ว แต่อย่างน้อยก็เคยรักกันมาก่อน คุณเองก็คงอยากเห็นเยียนหรานมีอนาคตที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ใช่ไหมล่ะ"
"รับเงินหนึ่งแสนนี้ไว้ก่อนเถอะ ถ้าคิดว่าน้อยไป เรายังคุยกันได้นะ" เธอพยายามพูดจาหว่านล้อม พร้อมกับยื่นเช็คใส่มือซูเฉินด้วยสองมือ
เมื่อเห็นซูเฉินรับเช็คไป สวีฟางหยวนก็ลอบยิ้มหยันในใจ
ที่แท้ไอ้แมงดาตัวนี้ไม่เอาห้องเพราะอยากได้เงินเพิ่มนี่เอง น่ารังเกียจชะมัด
ทว่าสิ่งที่สวีฟางหยวนไม่คาดคิดก็คือ หลังจากซูเฉินรับเช็คไป เขากลับฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตา
"ผมไม่เซ็นข้อตกลงบ้าๆ นี่หรอก ผมซูเฉินยังไม่ตกต่ำถึงขั้นต้องขายเรื่องส่วนตัวกิน"
"แต่ถ้าผมอยากจะบอกเรื่องนี้กับใคร มันก็เป็นสิทธิของผม แต่พวกคุณวางใจได้เลย ผมไม่ทำตัวน่าขยะแขยงเหมือนพวกคุณหรอก"
"บางทีลองคิดดู ความแตกต่างระหว่างคนด้วยกันเอง มันช่างห่างไกลยิ่งกว่าคนกับหมาซะอีก หึ"
พูดจบซูเฉินก็ลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
วินาทีก่อนที่จะเปิดประตู ซูเฉินก็ชะงักไปเล็กน้อย
"อีกอย่าง รบกวนพี่หยวนช่วยฝากคำพูดไปถึงหลินเยียนหรานหน่อยนะ"
"หวังว่าเธอจะไม่เสียใจทีหลัง"
พูดจบซูเฉินก็เปิดประตูเดินออกไปทันที
บนโซฟา สวีฟางหยวนสบถด่าด้วยความโกรธจัด " ... เสียใจทีหลังงั้นเหรอ คนที่จะต้องเสียใจคือแกต่างหาก"
"ถือว่าถูกไปสำหรับไอ้โง่อย่างแก การที่ได้เป็นแฟนเก่าของเยียนหรานคงเป็นเกียรติยศสูงสุดในชาตินี้ของแกแล้ว เอาไปคุยโวได้ทั้งชาติเลยล่ะ"
ใบหน้าของสวีฟางหยวนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอคนที่ให้เกียรติแล้วไม่รู้จักรับแบบนี้
สวีฟางหยวนรออยู่ในห้องครู่หนึ่งเพื่อสงบสติอารมณ์ จากนั้นจึงลุกขึ้นลงไปชั้นล่าง นั่งลิฟต์ลงไปยังลานจอดรถใต้ดิน
เธอเดินไปที่รถพอร์ชคาเยนน์สีชมพูตรงมุมลานจอดรถ เปิดประตูฝั่งคนขับแล้วเข้าไปนั่ง
ในขณะเดียวกัน หญิงสาวหน้าตาสะสวยแต่งตัวสไตล์มินิมอลที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับก็เอ่ยถามขึ้นอย่างร้อนรน
"เขาตกลงไหมคะ"
สวีฟางหยวนกลอกตาบน "ใช่ แถมยังตกลงอย่างง่ายดายด้วย"
"เป็นไปไม่ได้ ... เขาไม่มีทางใจดำขนาดนั้นหรอก" หญิงสาวรู้สึกใจหายวาบ
สวีฟางหยวนจ้องมองเธอแล้วเอ่ยอย่างจริงจัง "หลินเยียนหราน ซูเฉินเป็นแค่คนแปลกหน้าที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเธอ เธอคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่านี้"
"อีกอย่าง เขาไม่ได้เซ็นข้อตกลงรักษาความลับ ... เธอรู้ไหมว่านั่นหมายความว่ายังไง เขาพร้อมจะแทงข้างหลังเธอได้ทุกเมื่อเลยนะ"
หลินเยียนหรานโต้เถียงกลับไปโดยสัญชาตญาณ "พี่หยวน ซูเฉินไม่ใช่คนแบบนั้น ... "
สวีฟางหยวนถอนหายใจ "เธอนี่มันใสซื่อเกินไปแล้ว การเอาชีวิตรอดในสังคมนี้ ต้องรู้จักระวังคนอื่นไว้บ้าง"
"หึ โชคดีที่ฉันมองทะลุธาตุแท้ที่มืดบอดและสกปรกของหมอนั่นออกตั้งแต่แรก เลยเตรียมแผนสำรองเอาไว้แล้ว"
สวีฟางหยวนพูดอย่างใจเย็น "เมื่อกี้นี้เอง ฉันให้บริษัทออกแถลงการณ์ว่า ซูเฉินซึ่งเป็นนักแต่งเพลงของเธอพยายามตามจีบเธออย่างป่วยจิตในระหว่างที่ทำงานร่วมกัน พอถูกปฏิเสธก็เลยเปลี่ยนจากความรักเป็นความแค้นและคอยใส่ร้ายป้ายสีเธอไปทั่ว"
"ถึงตอนนั้นต่อให้เขาเอาเรื่องไปแฉ ฉันก็ให้หน้าม้าบนอินเทอร์เน็ตจัดการเหยียบเขาให้จมดินได้ในพริบตา พอสร้างกระแสเสร็จก็ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่เขาพูดหรอก"
หลินเยียนหรานเบิกตากว้างทันที "พี่หยวน ทำไมพี่ถึง ... "
"ฉันก็แค่ชิงลงมือตีกระทบชิ่งก่อนก็เท่านั้น"
สวีฟางหยวนเผยรอยยิ้มเย็นชา "จะโทษก็ต้องโทษความโง่ของเขาเองที่ไม่ระวังตัว รหัสผ่านอุปกรณ์ทุกอย่างก็ใช้เป็นวันเกิดเธอ การลบข้อมูลเกี่ยวกับตัวเธอทั้งหมดมันถึงได้ง่ายดายขนาดนี้ไง"
"เยียนหราน ทุกสิ่งที่ฉันทำลงไปก็เพื่ออนาคตของเธอนะ มีเพียงวิธีนี้เส้นทางสู่การเป็นราชินีเพลงของเธอถึงจะราบรื่น"
เมื่อได้ยินดังนั้น ริมฝีปากของหลินเยียนหรานก็ขยับเล็กน้อย แต่สุดท้ายความลังเลก็ถูกแทนที่ด้วยแววตาที่แน่วแน่และเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนา
ราชินีเพลง ... ตำแหน่งนี้ช่างเย้ายวนใจเหลือเกิน
"ส่วนเพลงที่เหลือในอัลบั้มของเธอ ฉันจะให้บริษัทติดต่อโจวเฉียงมาแต่งให้เธอเป็นพิเศษ เขาเป็นถึงนักแต่งเพลงมือทองที่มีชื่อเสียงในวงการ ยังไงก็ดีกว่าซูเฉินที่รู้แบบงูๆ ปลาๆ ตั้งเยอะ"
" ... รบกวนพี่หยวนด้วยนะคะ"
สวีฟางหยวนมองแววตาที่แน่วแน่ของหลินเยียนหราน มุมปากพลันยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
ซูเฉิน อย่าหวังว่าจะได้ลืมตาอ้าปากอีกเลย
[จบแล้ว]