เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่9 กำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่าน! [กายาเทพสรรพสิ่ง] กับศึกทิปออฟเหนือเวหา

บทที่9 กำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่าน! [กายาเทพสรรพสิ่ง] กับศึกทิปออฟเหนือเวหา

บทที่9 กำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่าน! [กายาเทพสรรพสิ่ง] กับศึกทิปออฟเหนือเวหา


กระแสความฮอตและรูปถ่ายของยูจิแพร่สะพัดไปไกลราวกับไฟลามทุ่งทั่วทั้งโรงเรียน ลุกลามใหญ่โตจนกระทั่งนักเรียนทุกคน คุณครู และเจ้าหน้าที่หันมาสนิทใจรู้จักเขาหมดทุกคนแล้ว

ในตอนนี้เขาได้กลายมาเป็นตัวตนที่ไม่มีใครลืมเลือนได้ลงของโรงเรียนแห่งนี้ไปเสียแล้ว เหล่านักเรียนหญิงรวมไปถึงพวกคุณครูสาว ๆ เป็นต้องหยุดเดินแล้วหันมาจ้องมองเขาด้วยสองข้างแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหลงใหล บางคนถึงขั้นใจกล้าหน้าด้านพยายามเดินเข้ามาทักทายเพื่อขอแลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อหรือเอ่ยปากชวนเขาออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกด้วยซ้ำ ก็แหม! ในเมื่อตัวจริงของเขาดันหล่อเหลากระชากใจยิ่งกว่าพวกดาราหรือไอดอลชื่อดังที่พวกเธอหลงรักเสียอีกขนาดนี้! แล้วจะให้พวกเธอหักห้ามใจไม่ให้ลองตื๊อดูสักตั้งได้ยังไงกันเล่า!!!

ทว่าในทางกลับกัน พวกนักเรียนชายคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับเขา ต่างพากันแสดงอาการปมด้อยออกมาอย่างเห็นได้ชัด บ้างก็โดนออร่าของเขาข่มจนหัวหด หรือไม่ก็พากันแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องมองค้อนเขาตาขวาง พลางพร่ำบ่นแช่งชักหักกระดูกสาปแช่งอยู่ภายในใจให้ตัวเขาตัวระเบิดตู้มไปซะให้รู้แล้วรู้รอด

ตู้เก็บรองเท้าของเขาอัดแน่นไปด้วยจดหมายรักปริมาณมหาศาล ขนาดที่ว่าทันทีที่เขาเปิดประตูตู้ออกมา พวกมันก็พากันพรั่งพรูไหลทะลักออกมาดั่งสายน้ำเลยทีเดียว

แน่นอนว่าในฐานะเด็กหนุ่มวัยฮอร์โมนพลุ่งพล่าน ยูจิย่อมต้องรู้สึกมีความสุขและปลาบปลื้มใจจนเนื้อเต้นเป็นธรรมดา ทว่า สายตาอันคมกริบที่จ้องมองทิ่มแทงทะลุหลังมาจากพวกลูกสาวตัวดีและน้องสาวของเขามันช่างเจ็บปวดรวดร้าวเสียจนทำให้เขาต้องรีบดึงสติหลุดออกจากภวังค์อย่างรวดเร็ว ก่อนจะก้มลงไปรีบโกยเก็บจดหมายทั้งหมดนั้นยัดใส่ลงกระเป๋านักเรียนของตัวเองพัลวัน

เพราะถึงอย่างไรก็ตาม ต่อให้มันจะดูน่ารำคาญใจขนาดไหน แต่มันคงจะดูไร้มารยาทและใจร้ายเกินไปหากเขาจะโยนพวกมันทิ้งลงถังขยะไปดื้อ ๆ ต่อหน้าต่อตาแบบนั้น ทว่าเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เขาก็จำเป็นต้องเอ่ยปากอธิบายเหตุผลข้อนี้ให้พวกลูกสาวและน้องสาวฟังยาวเหยียดเพื่อสงบสติอารมณ์โกรธเกรี้ยวของพวกเธอลงให้ได้

ในระหว่างที่เขาขยับเท้าเดินไปตามทางเดินอาคารเรียนเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องเรียน บรรยากาศรอบตัวของเขาก็ตกอยู่ในความโกลาหลขั้นสุด หากไม่ได้พวกลูกสาวและน้องสาวคอยเดินขนาบข้างคอยทำหน้าที่เป็นโล่รักษากฎความปลอดภัยคอยกันท่าให้ล่ะก็ ป่านนี้เขาคงจะเดินไปเข้าเรียนสายโด่งแน่ ๆ เมื่อต้องมาเจอฝูงชนเด็กผู้หญิงที่เขาไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อนพากันรุมล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อจะขอคอนแทกต์ หรือไม่ก็เนียนเข้ามาลูบไล้สัมผัสมัดกล้ามเนื้ออันแน่นปึ้กของเขา

โชคดีที่ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มกลับคืนสู่ความสงบลงได้เมื่อคาบเรียนเริ่มเปิดฉากขึ้น ถึงแม้ว่าเพื่อนร่วมชั้นเกือบทุกคนจะยังคงเอาแต่จ้องมองมาที่เขาไม่วางตา—โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกคุณครูผู้หญิง—แต่อย่างน้อยก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาปั่นป่วนเซ้าซี้เขาโดยตรง

ตัวเขาแอบนึกขอบคุณไอกะ, จิโตเกะ, โอโนเดะระ, รูริ, โยตสึบะ, ชู และราคุ บรรดาเพื่อนสนิทกลุ่มที่ดีที่สุดของเขาที่รีบเดินเข้ามาหาและรวมกลุ่มอยู่ข้างโต๊ะของเขาในทันทีทุกครั้งที่ถึงเวลาพักเบรค คอยทำหน้าที่เป็นป้อมปราการมนุษย์ช่วยสกัดกั้นไม่ให้เด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ พากันรุมล้อมสวบโต๊ะเรียนของเขาได้

เดชะบุญเพราะได้พวกนี้ช่วยเอาไว้แท้ ๆ เขาถึงสามารถผ่านพ้นคาบเรียนช่วงเช้ามาได้อย่างสงบสุขโดยไม่มีปัญหาอะไรตามมา

“เฮ้ย ยูจิ ไปเปลี่ยนชุดพละกันเถอะ”

“โอ๊ะ จริงด้วยสิ ไปกันเลย ไปก่อนนะไอกะ”

“อืม... ฉันเองก็ว่าจะไปเปลี่ยนชุดเหมือนกัน แล้วเจอกันนะ”

ยูจิโบกมือลาไอกะเบา ๆ ก่อนจะเดินตามชูและราคุตรงดิ่งไปยังห้องแต่งตัวชายเพื่อจัดการเปลี่ยนเป็นชุดพละ

“เกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็นอะไรแบบนี้เป็นบุญตานี่แหละ! ยูจิ นายไปแอบซุ่มปั๊มมัดกล้ามขนาดนี้มาตั้งแต่ตอนไหนกันฟะ?!”

“กึ๋ย... โกงชะมัดยาดเลยแฮะ มีทั้งใบหน้าและหุ่นเพอร์เฟกต์ระดับนี้มันจะเกินไปหน่อยไหม...”

“พวกเรียลจูหน้าหมั่นไส้ระเบิดตู้มไปซะเถอะ!”

พวกผู้ชายบางส่วนที่ดันตาดีหันมาเห็นเรือนร่างและมัดกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์แบบราวกับได้รับการสลักเสลามาจากสรวงสวรรค์ของเขา ต่างพากันจ้องมองค้อนตาขวางพลางพยายามซ่อนรูปหุ่นของตัวเองด้วยความรู้สึกปมด้อยและริษยาแล่นพล่านในอก พลันคิดในใจว่าต่อให้เปิดดูตามนิตยสารฟิตเนสหรือพวกนักกีฬาล่ำ ๆ จากเมืองนอกก็ยังไม่เคยเห็นใครจะมีสัดส่วนทรวดทรงที่ดูแมนและคมชัดเป๊ะปังเท่านี้มาก่อนเลย!

พวกมันพากันอิจฉาตาร้อนฉ่าอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะไอ้ก้อนนูนตุงขนาดใหญ่มหึมาล่ำซำเด่นหราอยู่ในกางเกงของเขานั่น!!! ขนาดของพวกเขารวมกันยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของหมอนั่นเลยด้วยซ้ำ!!!!

“ชู หุบปากแล้วรีบเปลี่ยนชุดซะ ไม่งั้นฉันจะทิ้งนายไว้ที่นี่จริง ๆ ด้วย”

ยูจิรู้สึกเสียวสันหลังวาบและแอบสะอิดสะเอียนตงิด ๆ ขึ้นมาทันทีเมื่อสังเกตเห็นสายตาของเพื่อนผู้ชายพากันจ้องมองมาที่เรือนร่างและไอ้หนูของเขาตาเป็นมัน

แน่นอนว่าเขาย่อมต้องรู้สึกภูมิใจในตัวเองอยู่แล้วที่มีพละกำลังเนื้อตัวสมส่วนและจุดยุทธศาสตร์ความเป็นชายมโหฬารเหนือชั้นกว่าเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ทว่า! เขารู้สึกขนลุกซู่จนบอกไม่ถูกเวลาโดนพวกเพื่อนร่วมชั้นผู้ชายพากันจ้องมองจุดยุทธศาสตร์ความเป็นชายของเขาด้วยสายตาอันแรงกล้าและกระหายใคร่รู้ขนาดนั้น!

ยูจิรีบสวมชุดพละอย่างรวดเร็วแล้วจัดการเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องล็อกเกอร์ทันที ทิ้งให้ชูและราคุต้องรีบสับขาเร่งความเร็วตามหลังมาติด ๆ

“เฮ้ย ยูจิ รอด้วยดิฟะ!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่นายเขินขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?”

ราคุและชูวิ่งกระหืดกระหอบตามมาทันและเปลี่ยนมาเดินขนาบข้างขวาซ้าย

“นายอยากลองโดนพวกผู้ชายรุมแทะโลมด้วยสายตาดูบ้างไหมล่ะ?”

“โอเค ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า~ ไม่แกล้งแล้ว ๆ ข้าแค่ล้อเล่นขำ ๆ เองน่า~!”

ยูจิถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะมุ่งหน้าเดินต่อไปยังโรงยิมในร่มสำหรับคาบเรียนพละ

ในระหว่างเดิน เขาก็คอยเอื้อมมือไปขยับปรับเสื้อและกางเกงพละให้เข้าที่เข้าทางอยู่เรื่อย ๆ ถึงแม้ว่ามันจะทำมาจากเนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่นสูง ทว่าชุดพละของเขากลับเริ่มรัดแน่นเปรี้ยะแน่นขนัดเนื่องจากมัดกล้ามเนื้อที่ขยายตัวขึ้น แถมกางเกงก็ดูจะสั้นเต่อขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยเพราะส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นมา

มันคอยบีบรัดเนื้อตัวของเขาอยู่เนือง ๆ และไอ้ก้อนนูนตุงเด่นสง่าในกางเกงของเขาจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้งทันทีหากใครตั้งใจจะโฟกัสสายตาจ้องมองลงมาตรงจุดนั้น มันไม่ได้ถึงขั้นอึดอัดจนขยับตัวลำบากหรอกนะ แต่ดูท่าทางหลังจากนี้เขาคงต้องหาเวลาไปติดต่อขอซื้อชุดพละไซส์ใหม่มาเปลี่ยนซะแล้วสิ

ไม่นานนัก พวกนักเรียนชายก็พากันมาถึงโรงยิม ตามมาด้วยพวกนักเรียนหญิงที่เดินตามหลังมาติด ๆ และในวินาทีที่เขาก้าวเท้าเข้าสู่พื้นที่สายตาทุกคู่ก็พากันจับจ้องมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียงจนเขาอดไม่ได้ที่จะสังเกตเห็นมัน

เขาเหลือบสายตาหันไปมองดูพวกเธอ และก็ต้องพบว่าเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่พากันหน้าแดงแป๊ดพลางกวาดสายตาจ้องมองไล่ระดับตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่มีลดละ บางคนถึงขั้นมีน้ำกำเดาไหลซึมไหลทะลักออกมาตามรูจมูกเล็กน้อยเลยทีเดียว

จิโตเกะ, ไอกะ และโยตสึบะเองก็กำลังยืนจ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและใบหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเช่นเดียวกัน ทว่าในวินาทีที่พวกเธอรู้ตัวว่าโดนจับได้ว่าแอบมอง พวกเธอก็พากันสะบัดหน้าหนีไปคนละทิศคนละทางทันควัน

          'เฮ้อ... มันก็น่าภูมิใจอยู่หรอกนะ แต่มันก็น่าอายชะมัดยาดเลยแฮะ'

เขายังสังเกตเห็นรูริและโอโนเดะระจ้องมองมาที่เขาด้วยเช่นกัน แม้ว่าพวกเธอจะดูฉายแววตกตะลึงอึ้งกิมกี่มากกว่าเหมือนกับเพื่อนร่วมชั้นหญิงคนอื่น ๆ อีกสองสามคน

ส่วนทางด้านพวกผู้ชายยังคงส่งสายตาริษยาอาฆาตมาให้ไม่เลิกรา บางคนถึงขั้นพึมพำบทพูดยอดฮิตประจำตัวออกมาเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ว่า 'พวกหมอนั่นที่ฮอตนักหนาระเบิดตู้มไปซะเถอะ' ด้วยความขยะแขยง

“โอโฮโฮโฮ~ ฮอตระเบิดระเบ้อชะมัดยาดเลยนะพ่อหนุ่ม~ รู้สึกยังไงบ้างหืม~ ไหนลองบอกข้าหน่อยซิ~”

ยูจิเลือกที่จะทำเป็นหูไปนาตาไปปล่อยผ่านคำพ่นพวกนั้นไปให้หมด รวมถึงไอ้ท่าทางกวนประสาทขี้เล่นของชูด้วย

หลังจากที่ทุกคนมารวมตัวกันพร้อมหน้าพร้อมตา คาวากาวะ อาซาฮิ คุณครูสอนวิชาพละร่างยักษ์ล่ำบึ้กก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าทุกคนเพื่ออธิบายบทเรียนที่จะทำกันในวันนี้

วันนี้พวกเขาจะได้เล่นบาสเกตบอลกัน โดยจะแบ่งแยกชายหญิงเล่นกันคนละฝั่ง พวกเขาต้องจัดการแบ่งทีมออกเป็นสองทีมแล้วลงแข่งสู้กันเอง

มันไม่มีอะไรพิเศษเลยสำหรับบทเรียนในวันนี้ ทว่า ยูจิกลับรู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้น

ตั้งแต่เขาได้รับ [กายาเทพสรรพสิ่ง] มา ตัวเขาก็ยังไม่มีโอกาสได้ลองนำมันไปเปรียบเทียบทดสอบฝีมือกับคนอื่นเลยนอกจากตัวเขาเองในอดีต

ตัวเขาในอดีตจัดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปในเรื่องของความสามารถทางด้านกีฬา ทว่าในห้องเรียนนี้กลับมีพวกผู้ชายบางคนที่เก่งเรื่องกีฬาและฟิตร่างกายมาดีกว่าเขามากเนื่องจากพวกนั้นทุ่มเทเวลาให้กับการซ้อมในชมรมกีฬา โดยเฉพาะชมรมบาสเกตบอล

อิชิกาวะ ซูซูกิ เด็กหนุ่มร่างยักษ์ส่วนสูง 190 เซนติเมตรผู้เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ทางด้านกีฬาที่โดนกัปตันชมรมบาสเกตบอลตามจีบชวนเข้าชมรมด้วยตัวเอง และกลายมาเป็นรุกกี้หน้าใหม่ที่น่าจับตามองอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์หลังจากเข้าเรียน หมอนี่เก่งเรื่องกีฬามาก พละกำลังมหาศาล และความเร็วเป็นเลิศ แถมยูจิต้องลงแข่งสู้กับหมอนี่ซะด้วยสิ

“โอโฮโฮโฮ~? ดูนั่นสิเห็นไหม? ซูซูกิกำลังจ้องนายตาเขม็งเลยนะรู้ตัวหรือเปล่า~?”

ชูใช้ข้อศอกกระทุ้งแขนของเขาเบา ๆ พลางเอามือปิดปากหัวเราะคิกคักอย่างมีเลศนัย ยูจิเองก็สังเกตเห็นสายตาจ้องมอง—หรือจะเรียกว่าแยกเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องอาฆาต—ของหมอนั่นมาตั้งนานแล้ว ต่อให้ไม่มีจิตสัมผัสเทวะเขาก็รับรู้ได้เด่นชัด เขาสามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และความตื่นเต้นที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวหมอนั่นได้ตั้งแต่ระยะร้อยเมตรเลยด้วยซ้ำ

“หมอนั่นอาจจะกำลังตื่นเต้นอยู่ก็ได้ เขาเห็นหุ่นของฉันตอนอยู่ในห้องล็อกเกอร์แล้วนี่นา คงอยากจะรู้ล่ะมั้งว่าฉันจะดึงศักยภาพของมันออกมาใช้ในการแข่งจริงได้มากขนาดไหน”

“นายจะไหวแน่เหรอ? อิชิกาวะคุงหมอนั่นเป็นถึงรุกกี้หน้าใหม่ไฟแรงของชมรมบาสเลยนะ? ได้ยินมาว่ากัปตันชมรมรับประกันว่าหมอนั่นจะได้ขึ้นเป็นตัวจริงในเร็ว ๆ นี้ด้วยซ้ำ แถมตอนนี้เป้าหมายของหมอนั่นคือจ้องจะเล่นงานนายชัด ๆ”

ราคุเหลือบสายตามองดูอิชิกาวะจากระยะไกลด้วยความกังวลใจและขมวดคิ้วมุ่น ต่อให้ยูจิจะไปแอบปั๊มมัดกล้ามเนื้อมาหนาปึ้กขนาดไหน แต่การตกเป็นเป้าสายตาโดนนักกีฬาตัวจริงจ้องจะเล่นงานแบบนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่ ๆ เกมนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องกล้วย ๆ สำหรับเขาแล้วล่ะ

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตอนนี้ร่างกายของฉันมันจะมีพละกำลังเพิ่มขึ้นมากขนาดไหน ถือซะว่าเป็นการทดสอบที่ดีเลยล่ะ ฉันชักจะตั้งตารอเกมนี้ซะแล้วสิ”

“งั้นเหรอ...”

“เอาเหอะ ๆ พวกนายไม่เห็นต้องเครียดกันขนาดนั้นเลยนี่นา! มันก็แค่การแข่งบาสเกตบอลขำ ๆ ในคาบเรียนพละทั่วไปเอง ผ่อนคลายหน่อยเซ่~!”

“ดูเหมือนนายจะกำลังสนุกอยู่คนเดียวเลยนะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว~ เพราะเดี๋ยวข้าก็แค่ส่งลูกบาสไปให้นายจัดการ แล้วข้าก็จะได้ไปนอนตีพุงสบายใจเฉิบในสนามยังไงล่ะ~!”

“...อย่างน้อยก็ช่วยแกล้งทำเป็นมีแก่ใจคิดจะช่วยกันหน่อยจะได้ไหมฟะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า! ข้าจะพยายามให้เต็มที่ละกัน! เอาล่ะ สุภาพบุรุษทั้งหลาย ข้าขอตัวไปรวมกลุ่มกับพวกพ้องผู้มีอารยธรรมทางโน้นเพื่อเชยชมเกมการแข่งขันของพวกผู้หญิงก่อนนะ บ๊ายบาย!!”

“...”

ทั้งสองคนต่างพากันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พลางสายตามองดูชูเดินนวยนาดไปรวมกลุ่มกับพวกกลุ่มคนหื่นกามเพื่อคอยส่องดูพวกผู้หญิงเล่นบาส...

เขาจะไปเอ่ยปากตำหนิพวกนั้นที่ให้ความสนใจเรื่องแบบนี้ก็คงไม่ได้หรอกนะ เพราะจะว่าไปพวกผู้หญิงในห้องเรียนนี้ต่างพากันน่ารักน่าเอ็นดูทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเธอเหล่านั้นที่เขาค่อนข้างสนิทสนมด้วย และตอนนี้ด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเหนือชั้นของเขา มันยิ่งช่วยทำให้เขามองเห็นความงดงามเลอค่าของพวกเธอได้อย่างแจ่มชัดยิ่งขึ้นไปอีกระดับ

ยูจิและราคุเดินเลี่ยงไปนั่งลงตรงขอบสนามพิงหลังเข้ากับฝาผนังโรงยิม

พวกผู้หญิงที่จะลงแข่งเป็นกลุ่มแรกได้ทำการแบ่งทีมออกเป็นสองทีม ทีมละห้าคน ส่วนคนที่เหลือให้นั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อเตรียมเปลี่ยนตัวลงไปเล่นในรอบถัดไป

เขาเหลือบสายตาไปมองดูกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มีจิโตเกะ, ไอกะ, โยตสึบะ, โอโนเดะระ และรูริรวมกลุ่มกันอยู่ ดูเหมือนพวกเธอจะจับพลัดจับผลูได้มาอยู่ทีมเดียวกันแฮะ

การแบ่งทีมใช้วิธีสุ่มดวงเอา ทว่าดูเหมือนดวงของพวกเธอจะเฮงระเบิดระเบ้อไม่แพ้ตัวเขาเลย ยูจิเองก็บังเอิญดวงดีได้จับกลุ่มมาอยู่ทีมเดียวกับชูและราคุ สองเพื่อนสนิทผู้ชายที่สนิทที่สุดในห้องเช่นกัน

ในวินาทีนั้นเอง สายตาของเขาก็ดันหันไปสบเข้ากับจิโตเกะจังเข้าพอดี

เขากำลังจะยกมือขึ้นโบกทักทายเธอ ทว่าเธอกลับรีบสะบัดหน้าหนีหลบสายตาทันควัน ใบหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย และด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเหนือมนุษย์ของเขา มีหรือที่จะพลาดไม่เห็นท่าทางที่เธอแอบลอบส่งสายตามองค้อนมองช้อนมาที่เขาอยู่เนือง ๆ

          'หืม...?'

ท่าทางที่เธอหน้าแดงแปร๊ดแถมยังมีอาการลนลานทำตัวไม่ถูกทันทีที่สายตาสบกันมันช่างคล้ายคลึงกับปฏิกิริยาของเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ เวลาจ้องมองสบตาเข้ากับเขาไม่มีผิดเพี้ยน ถึงแม้พวกเธอจะพยายามทำเป็นไขสือซ่อนมันเอาไว้ แต่เขาก็ยังคงสังเกตเห็นความพยายามที่จะแอบลอบมองเขาอยู่ดีในวินาทีที่เขาละสายตาหันไปทางอื่น

          'เฮ้อ... ช่วยไม่ได้แฮะ คงเป็นเพราะเธอยังไม่ชินกับรูปร่างหน้าตาใหม่ของฉันล่ะมั้ง'

ไม่ได้จะหลงตัวเองหรืออะไรหรอกนะ แต่หน้าตาของยูจิในตอนนี้มันช่างหล่อเหลากระชากใจอย่างถึงที่สุดอย่างไม่มีข้อกังขา ต่อให้ลองเอาไปเปรียบเทียบกับพวกไอดอลชื่อดัง ดาราระดับโลก หรือนายแบบแถวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก หน้าตาของเขาก็ยังคงหล่อเหลาเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติเหนือกว่าอยู่ดี มันจึงเป็นเรื่องธรรมชาติธรรมดาอยู่แล้วที่เด็กผู้หญิงจะแสดงปฏิกิริยาออกมาแบบนั้นเวลาได้เห็นเขา เหมือนกับที่ผู้ชายทุกคนเป็นเวลาได้เห็นคุณแม่ คุณน้า หรือพวกลูกสาวนั่นแหละ ต่อให้สเปกความชอบจะแตกต่างกันไปขนาดไหน ทว่ามันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่หยุดชะงักสายตาแล้วหันมาเชยชมใบหน้าอันงดงามราวกับรูปสลักของเขา

ตัวยูจิเองย่อมต้องรู้สึกดีใจอยู่แล้วที่มีหน้าตาหล่อเหลาปานนี้ ก็แหม เขาเป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น—หรือถ้าอ้างอิงตามความทรงจำจากชาติปางก่อนก็ถือเป็นผู้ใหญ่ในวัยฉกรรจ์—มีผู้ชายคนไหนบ้างล่ะจะไม่รู้สึกภูมิใจหรือมีความสุขที่มีหน้าตาหล่อเหลาระดับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อตัวเขาดันไปตกหลุมรักกับพวกผู้หญิงที่งดงามเลอค่าราวกับเทพธิดาลงมาจุติขนาดนั้น

แต่ถึงอย่างนั้น มันคงจะดูน่าเศร้าโศกใจไม่น้อยหากเขาไม่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับเพื่อนสนิทของตัวเองได้ตามปกติ ดูเหมือนว่าในที่สุดเขาจะค้นพบข้อเสียของ [กายาเทพสรรพสิ่ง] อันเพอร์เฟกต์ไร้ที่ตินี้เข้าให้แล้วสิ

เสียงนกหวีดสั้นยาวดังก้องประโคมขึ้นภายในโรงยิมในร่ม เป็นสัญญาณเปิดฉากเกมการแข่งขันบาสเกตบอลของพวกผู้หญิง

โยตสึบะและจิโตเกะจัดเป็นพวกที่เก่งเรื่องกีฬาที่สุดหากเทียบกับเด็กผู้หญิงคนอื่น ๆ ในทีมรวมถึงคนทั้งห้องเรียน พวกเธอมีความเร็วสูง พละกำลังมหาศาล แถมยังเชี่ยวชาญเรื่องทักษะกีฬาขั้นเทพอีกด้วย

ส่วนไอกะทำผลงานได้ดีในระดับมาตรฐานทั่วไป ถึงแม้เธอจะไม่ค่อยสันทัดเรื่องทักษะบาสเกตบอลเท่าไหร่นัก แต่เธอกลับมีพละกำลังความอึดเป็นเลิศเนื่องจากผ่านการฝึกซ้อมว่ายน้ำในชมรมมาอย่างหนักหน่วง

สามคนนี้คอยทำหน้าที่เป็นเดอะแบกพาทีมกวาดชัยชนะได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เมื่อมาลองพิจารณาดูว่าโอโนเดะระและรูรินั้น... ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่

ทักษะการส่งลูกและการชู้ตบาสของรูริถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง ทว่าเนื่องจากพละกำลังความอึดค่อนข้างต่ำ ส่งผลให้เธอเริ่มออกอาการเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็วทำให้ลูกส่งและลูกชู้ตเริ่มพลาดเป้าหลุดลุ่ยไปหมด

ทว่าในทางกลับกัน โอโนเดะระกลับ... ซุ่มซ่ามเงอะงะสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่เธอออกจะเชี่ยวชาญเรื่องการใช้ปลายนิ้วมือขยับตกแต่งหน้าเค้กและขนมในร้านของตัวเองได้อย่างพลิ้วไหวตามที่ยูจิเคยเห็นมากับตา ทว่าเธอกลับไม่สามารถควบคุมลูกบาสเกตบอลให้อยู่กับร่องกับรอยได้เลย

และทุกครั้งที่เธอทำลูกหลุดมือหรือชู้ตพลาดเป้า ยูจิก็จะได้ยินเสียงถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวังระคนเสียดายจากคนข้างตัวอยู่เนือง ๆ

เขาเหลือบสายตาหันไปมองดูคนข้างตัวและก็ต้องพบว่าราคุกำลังจ้องมองดูเกมการแข่งขันตาไม่กระพริบ สายตาของหมอนั่นจับจ้องไปที่โอโนเดะระอย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะเป็น "แฟนสาว" ของตัวเอง

“แหม ๆ~ จ้องมองดูโอโนเดะระตาเป็นมันเลยนะ? ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับจิโตเกะจังมันย่ำแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

ยูจิเอ่ยปากแซวขี้เล่นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้า

ราคุสะดุ้งโหยงหันขวับมามองเขาพลางสองข้างแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนจะพ่นลมหายใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“...มันแย่สุด ๆ ไปเลยล่ะ หมอนั่นมันยัยผู้หญิงกอริลลาป่าเถื่อนชัด ๆ... พักนี้เริ่มจะเสแสร้งแกล้งทำเป็นรักกันต่อหน้าครอบครัวยากขึ้นทุกทีแล้วเนี่ย...”

ดวงตาของยูจิเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ เขาเองก็รู้อยู่เต็มอกว่าสองคนนี้เข้ากันไม่ได้เลยราวน้ำกับน้ำมัน แถมราคุยังมีเด็กผู้หญิงที่แอบชอบมาตั้งแต่สมัยมัธยมต้นอย่างโอโนเดะระอยู่เต็มอก มีหรือที่หมอนั่นจะอยากมาตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้

แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะย่ำแย่เลวร้ายขนาดนี้ เพราะเอาเข้าจริงจิโตเกะจังก็ออกจะเป็นเด็กผู้หญิงที่สะสวยและชาญฉลาด แถมยังอัธยาศัยดีและอ่อนโยนมากด้วยซ้ำ นิสัยห้าว ๆ และความซุ่มซ่ามเงอะงะในบางครั้งมันยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ความน่ารักให้เธอซะด้วยซ้ำ การได้มาแกล้งเป็นแฟนกับเด็กผู้หญิงที่น่ารักขนาดนั้นมันไม่น่าจะแย่ขนาดนี้สิ

“ยัยผู้หญิงกอริลลาป่าเถื่อนเนี่ยนะ... ฉันว่าเธอไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกมั้ง? อย่างน้อยนายก็ได้แกล้งเป็นแฟนกับเด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ เชียวนะ”

“หา? เด็กผู้หญิงน่ารัก? ใครกันฟะ? อยู่ไหนเนี่ย?”

“...ถ้ายัยนั่นมาได้ยินคำนี้เข้า นายโดนหมัดฮุคสวนกลับแน่ ๆ เลิกไปกวนประสาทหาเรื่องเธอซะที แล้วฉันรับประกันเลยว่าทุกอย่างจะไปได้สวย เธอออกจะเป็นเด็กผู้หญิงที่ซื่อสัตย์และน่ารักจากใจจริงซะด้วยซ้ำ”

“เหอะ นายก็พูดได้สิเพราะหมอนั่นชอบทำตัวดีกับนายอยู่ตลอดนี่นา แล้วก็... นายก็รู้อยู่เต็มอกไม่ใช่เหรอว่าความรู้สึกที่แท้จริงของฉันมันเป็นยังไง...?”

“...นั่นสินะ คงจะลำบากแย่เลยที่ต้องมาแกล้งเป็นแฟนกับเด็กผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตาคนที่ตัวเองแอบชอบจริง ๆ แบบนี้”

“พูดได้ถูกใจมาก... เฮ้อ...”

ทั้งสองคนหันกลับไปจ้องมองดูโอโนเดะระที่กำลังวิ่งพล่านทำตัวไม่ถูกด้วยความตื่นตระหนกราวกับลูกกวางตัวน้อยโดนแสงไฟหน้ารถส่องตาอยู่กลางสนามแข่ง ต่อให้เขาจะไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ชอบพอกับเธอ ทว่ายูจิก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอออกจะน่ารักน่าเอ็นดูมากจริง ๆ และไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น แต่นิสัยใจคอของเธอเองก็น่ารักและงดงามเลอค่าไม่แพ้กัน เขาเข้าใจเลยว่าทำไมราคุถึงได้ตกหลุมรักเธอหัวปักหัวปำขนาดนี้

ยูจิเอื้อมมือไปตบหลังเพื่อนสนิทที่กำลังทำหน้าเศร้าสร้อยเบา ๆ

“พยายามเข้าล่ะ ถ้านายต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ขอบใจมากนะ... มีแค่นายคนเดียวนี่แหละที่ฉันสามารถเปิดอกคุยเรื่องนี้ด้วยได้”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ก็คุณแม่ของฉันเป็นเพื่อนสนิทกับคุณพ่อของนายและคุณแม่ของจิโตเกะจังนี่นา เอาเข้าจริงฉันแอบคิดว่าคุณลุงอิคเซคงจะได้ไอเดียเรื่องนี้มาจากคุณแม่ของฉันแน่ ๆ เพราะงั้นฉันเลยแอบรู้สึกว่าตัวเองต้องมีส่วนรับผิดชอบกับสถานการณ์ปัจจุบันของนายนิดหน่อยน่ะ”

“จริงดิ?! ถ้างั้นทำไมไม่เป็นนายซะเองล่ะที่ไปแกล้งเป็นแฟนกับหมอนั่นน่ะ? ไม่เหมือนกับฉัน พวกนายสองคนดูจะเข้ากันได้ดีจะตายไป”

“เฮ้ย เรื่องนี้มันเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างแก๊งยากูซ่าของนายกับแก๊งมาเฟียของจิโตเกะจังไม่ใช่หรือไงกันเล่า ตัวฉันกับคุณแม่เป็นแค่คนกลางคอยช่วยประสานงานให้อะไร ๆ มันราบรื่นขึ้นเท่านั้นเองน่า”

“ก็จริง...”

ยูจิส่งรอยยิ้มพยักหน้าพลางเอื้อมมือไปตบหลังหมอนั่นเบา ๆ อีกหน ในระหว่างที่ราคุพ่นลมหายใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ล้าน

“จะว่าไป คุณพ่อของนายเป็นยังไงบ้างล่ะ?”

“ท่านสบายดีขึ้นมากแล้วล่ะ ต้องขอบคุณคำแนะนำเรื่องคุณหมอของคุณสึบากิฮาระแท้ ๆ ตอนนี้ท่านดูแข็งแรงและกระปรี้กระเปร่าขึ้นจมเลย”

“งั้นเหรอ ดีจังเลยนะ คุณหมออากิเซนเซคอยช่วยดูแลคนในครอบครัวของฉันมาตั้งแต่สมัยฉันยังเด็ก ๆ แล้วล่ะ เธอเป็นเพื่อนสนิทของคุณแม่และเป็นคนที่ไว้ใจได้สุด ๆ เพราะงั้นหายห่วงได้เลย”

“อืม ทุกคนในบ้านต่างพากันนึกขอบคุณนิจิเซนเซกันยกใหญ่เลยล่ะที่ช่วยทำให้คุณพ่อกลับมาแข็งแรงได้ขนาดนี้”

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส เสียงนกหวีดสั้นยาวดังก้องประโคมขึ้นทั่วทั้งโรงยิมในร่ม เป็นสัญญาณสิ้นสุดเกมการแข่งขันบาสเกตบอลของพวกผู้หญิง

“จบเกม! เล่นได้ดีมากพวกผู้หญิง! ไปพักผ่อนได้! พวกผู้ชาย! ลงสนามได้แล้ว!”

“โอ๊ะ ถึงตาพวกเราแล้วล่ะ ลุกขึ้นเร็ว เรื่องจีบโอโนเดะระเอาไว้ค่อยไปเคลียร์กันต่อทีหลังละกัน”

“หะ-! ไอ้บ้า! พูดเบา ๆ หน่อยเซ่! เฮ้ย ยูจิ!!”

ยูจิหัวเราะคิกคักพลางก้าวเท้าเดินนำหน้าลงสนามไป ททำเป็นหูทวนลมไม่สนใจเสียงบ่นกระปอดกระแปดของราคุ ความจริงเขาตั้งใจส่งเสียงดังโป้งเหน่งขึ้นมาดื้อ ๆ เองแหละ แต่เขาก็เช็คดูดีแล้วว่าระยะห่างมันไกลพอที่จะไม่มีใครคนอื่นแอบได้ยิน

พวกผู้หญิงต่างพากันส่งเสียงเชียร์ยูจิยกใหญ่ พลางเอ่ยปากส่งเสียงบอกให้เขาพยายามเข้าจากขอบสนาม พวกเธอพากันมารวมตัวกันสลอนเพื่อเฝ้ามองดูฟอร์มการเล่นของเขาอย่างใกล้ชิด ไม่มีทางหรอกที่พวกเธอจะยอมพลาดโอกาสทองในการเชยชมความเท่ระเบิดระเบ้อของยูจิยามเล่นบาสเกตบอล! บางคนถึงขั้นควักสมาร์ทโฟนขึ้นมาเปิดกล้องเตรียมแอบกดถ่ายรูปแชะเขาไว้รัว ๆ เลยด้วยซ้ำ!

ไอกะ, โยตสึบะ และจิโตเกะเองก็นั่งรวมกลุ่มอยู่ข้างสนามเพื่อเฝ้ามองดูเขา โยตสึบะส่งเสียงบอกให้เขาพยายามเข้าอย่างเปิดเผย ทว่าอีกสองคนกลับเขินอายเกินกว่าจะเอ่ยปากอะไรออกมาได้แต่นั่งนิ่งเงียบพลางโฟกัสสายตาจ้องมองตรงมาที่เขา พวกเธอแอบนึกสงสัยใคร่รู้เป็นล้นพ้นว่าตอนนี้พละกำลังความสามารถทางด้านกีฬาของเขาจะพัฒนาขึ้นมากขนาดไหน ก็แหม ในเมื่อเขามี... มัดกล้ามเนื้ออันสวยงามคมชัดเป๊ะปังปานนั้น เขาย่อมต้องเก่งกีฬาขึ้นกว่าเดิมจมแน่ ๆ

โคซากิและรูริเองก็ยืนรวมกลุ่มอยู่ข้าง ๆ พวกเธอด้วยเช่นกัน

ตัวเธออยากจะเฝ้ามองดูราคุเล่นบาส ส่วนรูริแอบนึกสงสัยเกี่ยวกับพละกำลังทางร่างกายของยูจิในตอนนี้มากกว่า ก็แหม ความแตกต่างระหว่างรูปร่างหน้าตาของเขาก่อนและหลังช่วงปิดเทอมมันช่างห่างไกลกันลิบลับเกินไปหน่อย เธอเลยอยากรู้ว่ามัดกล้ามพวกนั้นมันจะสะท้อนถึงความสามารถทางกีฬาของเขาได้จริงหรือเปล่า

ไม่นานนัก ชูและเพื่อนพ้องร่วมอุดมการณ์หื่นกามอีกสองคนก็มาถึงโรงยิมและพากันไปรวมกลุ่มอยู่ฝั่งหนึ่งของสนาม ในขณะที่ทีมคู่แข่งพากันไปรวมตัวอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

เพื่อนที่ชูพามาจัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่ามาตรฐานทั่วไปในเรื่องของกีฬา เห็นได้ชัดจากรูปร่างที่ผอมแห้งแรงน้อยบวกกับความฉุพุงพลุ้ยเล็กน้อยตามท่อนแขน ท่อนขา และใบหน้า ในขณะที่ชูและราคุทำผลงานได้ดีกว่าพวกนั้นแค่นิดหน่อยเท่านั้นเอง

คงต้องพึ่งปาฏิหาริย์สถานเดียวแล้วล่ะหากพวกเขาวางแผนจะทำแต้มให้ได้สักหนึ่งในสี่ของคะแนนฝั่งตรงข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อทีมคู่แข่งดันมีสมาชิกของชมรมบาสเกตบอลที่เป็นรุกกี้หน้าใหม่ไฟแรงรวมกลุ่มอยู่ด้วยขนาดนี้

อิชิกาวะ ซูซูกิ เด็กหนุ่มส่วนสูง 190 เซนติเมตรพร้อมเรือนร่างล่ำสันสมส่วนสไตล์นักกีฬา หมอนี่สูงกว่ายูจิแค่นิดหน่อยเท่านั้น และหากไม่ใช่เพราะ [กายาเทพสรรพสิ่ง] ซูซูกิคงจะกลายมาเป็นคนที่มีหุ่นล่ำสันและฟิตที่สุดในห้องเรียนนี้ไปแล้ว สมาชิกคนอื่น ๆ ในทีมของซูซูกิเองก็จัดอยู่ในกลุ่มพวกที่ชอบทำกิจกรรมและเล่นกีฬาในคาบเรียนพละเป็นประจำอยู่แล้วด้วย

“เฮนี่ ยูจิ~ นายลองไปกระโดดทิปออฟ (Tip-off) เปิดเกมสู้กับนักกีฬาที่เก่งที่สุดในห้องเรียนเราหน่อยเป็นไง~? ข้าประกันเลยว่านายจะทำให้เด็กผู้หญิงพากันกรี๊ดสลบแน่ ๆ~”

ชูยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาซ้ำ ๆ พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้า

เจตนาของหมอนี่มันชัดเจนแจ่มแจ้งแจ๋วแหววซะเหลือเกิน หมอนี่ชอบสร้างกระแสความโกลาหล และจะมีความโกลาหลไหนจะยิ่งใหญ่ไปกว่าการจับเอานักกีฬาที่เก่งที่สุดในห้องเรียนมาลงสนามประลองฝีมือสู้กับเด็กหนุ่มสุดฮอตหน้าใหม่ไฟแรงที่พึ่งจะหล่อเหลากระชากใจแถมยังปั๊มมัดกล้ามเนื้อแน่นปึ้กจนดึงดูดความสนใจของพวกผู้หญิงทั้งโรงเรียนไปจนหมดสิ้นแบบนี้อีกล่ะ

หากนี่ไม่ใช่คาบเรียนพละ ยูจิมั่นใจเลยว่าชูคงจะเปิดโต๊ะรับพนันขันต่อจากทุกคนรอบสนามเพื่อโกยเงินเข้ากระเป๋าไปแล้วแน่ ๆ

          'เอาเถอะ ตัวฉันเองก็อยากจะลองทดสอบดูเหมือนกันว่าพละกำลังร่างกายของฉันมันจะแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปขนาดไหน ถือซะว่าลองดูละกัน...'

ยูจิถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางหันไปมองหน้าหมอนั่นด้วยรอยยิ้มละเหี่ยใจ

“เอาดิ แล้วถ้านายเหนื่อยเมื่อไหร่ก็ส่งลูกบาสมาให้ฉันจัดการละกัน”

“แน่นอนอยู่แล้ว~ นั่นคือสิ่งที่ข้าตั้งใจจะทำตั้งแต่แรกอยู่แล้วล่ะเซ่~”

ริมฝีปากของยูจิกระตุกยิ้มแห้ง ๆ ยามจ้องมองดูใบหน้ากวนประสาทชวนโดนหมัดสวนของชู ทว่าเขาก็ข่มใจเก็บอารมณ์เอาไว้พลางพ่นลมหายใจถอนหายใจออกมาก่อนจะก้าวเท้าเดินนำหน้าตรงดิ่งไปยังจุดกึ่งกลางสนามแข่ง

เป็นไปตามคาด อิชิกาวะ ซูซูกิเป็นฝ่ายเดินออกมารับหน้าที่กระโดดทิปออฟเปิดเกมให้ทีมของตัวเอง

“มาพยายามทำเซสชั่นนี้ให้สนุกกันเถอะ”

“อ...เออ มาพยายามทำเซสชั่นนี้ให้สนุกกันเถอะ...”

ยูจิเอื้อมมือไปจับมือทักทายโต้ตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มละมุนละไม แตกต่างจากรอยยิ้มแข็งทื่อบิดเบี้ยวเล็กน้อยของซูซูกิอย่างเห็นได้ชัด

ตัวเขารู้สึกตื่นเต้นจนเนื้อเต้นสำหรับเกมการแข่งขันนี้ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ลองทดสอบพละกำลังความสามารถทางร่างกายใหม่ของตัวเอง ต่อให้เขาจำเป็นต้องออมมือเก็บงำฝีมือเอาไว้บ้าง ทว่ามันก็คงจะสนุกสนานไม่น้อยเลยทีเดียว

ทว่าในทางกลับกัน ซูซูกิกลับอดไม่ได้ที่จะมีเหงื่อกาฬไหลซึมทะลักออกมาตามใบหน้ายามยืนประจันหน้าอยู่ตรงหน้ายูจิ

ยูจิมีความสูงเกือบจะไล่เลี่ยกับเขาเลย ไม่สิ หากพูดตามหลักความจริงแล้วหมอนี่ดูจะสูงกว่าเขาซะด้วยซ้ำ

แต่... ทำไมหมอนี่ถึงได้ดูมีออร่าข่มขวัญน่าเกรงขามขนาดนี้กันนะ...

มันไม่ใช่แค่เรื่องของรูปร่างหน้าตาภายนอกเท่านั้น ทว่ามัดกล้ามเนื้อแขนและขาที่มองเห็นได้อย่างเด่นชัด มัดกล้ามเนื้อที่ขยับเขยื้อนไหวระริกเด่นหราแม้จะอยู่ภายใต้ชุดพละตัวโคร่ง สายตา ท่าทาง ออร่าความทรงพลัง ทุก ๆ องค์ประกอบของชายหนุ่มตรงหน้ามันช่างดูเหนือชั้นและอลังการงานสร้างสุด ๆ

แม้กระทั่งแรงบีบยามจับมือทักทายยังแน่นปึ้กและทรงพลังมหาศาล มันทำให้เขาแอบนึกสงสัยในใจเลยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันจริง ๆ หรือเปล่า เนี่ย

          'ไม่ใช่นะ เราต้องตั้งสติโฟกัสกับเกมดิ! จะมาพ่ายแพ้ให้แก่ไอ้หนุ่มหน้ามนคนหล่อตรงหน้าไม่ได้เด็ดขาด!'

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พลางสลัดเอาความคิดฟุ้งซ่านพวกนั้นหลุดออกจากหัวสมองให้หมด ตัวเขาเป็นถึงรุกกี้หน้าใหม่ไฟแรงของชมรมบาสเชียวนะ บรรดารุ่นพี่และโค้ชต่างพากันบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเขามีศักยภาพดีพอจะก้าวขึ้นไปเป็นตัวจริงได้ภายในเวลาไม่กี่เดือนนี้ด้วยซ้ำ! แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหากต้องมาพ่ายแพ้ให้แก่หมอนี่น่ะ?!

ยิ่งไปกว่านั้น... เสียงกรี๊ดเชียร์ของพวกผู้หญิงที่หมอนี่ได้รับมันช่างน่าหงุดหงิดชวนโมโหชะมัดยาดเลย! อิจฉาตาร้อนฉ่าชะมัดยาด!!!!

ไม่เคยมีใครมาคอยส่งเสียงกรี๊ดเชียร์ให้เขาแบบนี้เลยสักครั้งยามลงสนามแข่ง! ให้ตายเถอะ ต่อให้เขาจะสามารถชู้ตลูกสุดเท่ทำแต้มให้ทีมได้ขนาดไหน ก็ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนหันมาสนใจมองเขาเลยสักคน! พวกเธอเอาแต่นั่งจับเข่าคุยซุบซิบกันเองโดยไม่คิดจะปรายสายตาหันมามองดูเกมการแข่งขันเลยด้วยซ้ำ!

          'เดี๋ยวข้าจะแสดงให้พวกเธอเห็นเอง...'

ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ตงิด ๆ ที่เพิ่มทวีคูณขึ้นเนื่องจากใบหน้าอันหล่อเหลาเกินหน้าเกินตาของยูจิที่ยืนอยู่ตรงหน้า ซูซูกิจึงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องทำลายความมั่นใจและทำให้หมอนี่ต้องอับอายขายขี้หน้ากลางสนามแข่งนี้ให้จงได้

“เอาล่ะ ทั้งสองคน พร้อมนะ?”

อาซาฮิยืนคั่นกลางระหว่างทั้งสองคนพลางมือข้างหนึ่งถือลูกบาสเกตบอลเตรียมพร้อมจะโยนขึ้นฟ้าเพื่อเปิดฉากกระโดดทิปออฟ ส่วนมืออีกข้างถือจับนกหวีดจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก

“พร้อมครับคุณครู”

“พร้อมครับ”

คุณครูพยักหน้ารับคำ และเมื่อเสียงนกหวีดสั้นยาวดังก้องประโคมขึ้นอย่างกึกก้อง เขาก็ดันโยนลูกบาสเกตบอลขึ้นไปบนฟ้าสูงลิ่ว

ซูซูกิกะจังหวะการกระโดดของตัวเองได้อย่างเป๊ะปังพลางดีดตัวทะยานร่างขึ้นสู่ห้วงเวหาอย่างสุดแรงเกิด กะจังหวะเวลาให้ร่างกายขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในวินาทีที่ลูกบาสเริ่มย้อยดิ่งลงมาพอดี

          'เยี่ยม! ลูกนี้ข้าได้แน่—'

ทว่าจู่ ๆ ทัศนวิสัยในการมองเห็นของเขากลับมืดดับลงเล็กน้อยเนื่องจากมีเงาร่างสายหนึ่งทอดเงาลงมาบดบังแสงไฟเหนือหัว

สายตาของเขาเหลือบมองต่ำลงมา และก็ต้องพบกับความช็อคขั้นสุดเมื่อพบว่าแผงอกของยูจิขยับมาอยู่ตรงหน้าของเขาพอดิบพอดี

ยูจิตวัดมือปัดลูกบาสส่งไปให้ราคุได้อย่างง่ายดายก่อนจะทิ้งตัวดิ่งลงสู่พื้นโลก และจัดการวิ่งสับขาผ่านร่างของซูซูกิไปในพริบตา

“ราคุ!”

“โอ๊ะ-โอ้!”

ซูซูกิดึงสติหลุดออกจากภวังค์ความตื่นตะลึง ทว่าในวินาทีที่เขาหันหลังกลับไป ลูกบาสก็ไปอยู่ในมือของยูจิเรียบร้อยแล้ว และหมอนั่นก็กำลังวิ่งสับขาตรงดิ่งไปยังแป้นบาสฝั่งของเขาเรียบร้อยแล้ว

          'บัดซบเอ๊ย! ไม่คิดเลยว่าหมอนั่นจะกระโดดได้สูงขนาดนั้น!'

ซูซูกิรีบสับขาเลี้ยวตัววิ่งไล่ตามหลังยูจิไปติด ๆ ท่าทางการกระโดดสูงของหมอนั่นทำให้เขาแอบประหลาดใจไม่น้อย ทว่าด้วยความเร็วระดับนั้น พวกมือสมัครเล่นอย่างยูจิไม่มีทางจะเลี้ยงลูกบาสเกตบอลได้อย่างพลิ้วไหวหรอก เพราะงั้นเขาต้องวิ่งตามไปสกัดลูกทันแน่—

          'เดี๋ยวนะ! อ...อะไรกันฟะเนี่ย?!'

ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นด้วยความช็อคขั้นสุด ทั้ง ๆ ที่กำลังวิ่งสับขาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าความเร็วในการวิ่งสปรินต์เต็มสปีดของเขาซะอีก ทว่ายูจิกลับสามารถเลี้ยงลูกบาสเกตบอลสลับไปมาได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรเลยสักนิด! แทนที่ระยะห่างจะหดสั้นลงตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ทว่าระยะห่างระหว่างเขากับหมอนั่นกลับขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วินาที!

          'หมอนั่นทำแบบนั้นได้ยังไงกันฟะ?! ไหนบอกว่าไม่เคยเล่นบาสเกตบอลมาก่อนไม่ใช่หรือไงกันเล่า?! เออ ข้าจำได้แม่นเลยว่าช่วงก่อนปิดเทอมหมอนั่นไม่ได้เก่งเรื่องบาสขนาดนี้เลยนี่นา! แล้วมันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่ในช่วงเวลาสั้น ๆ แค่นั้นเนี่ย?!'

ซูซูกิวิ่งกระหืดกระหอบสับขาอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อหวังจะย่นระยะห่างและแอบหวังลึก ๆ ว่าเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ จะช่วยวิ่งเข้ามาชะลอความเร็วของหมอนั่นลงได้บ้าง ทว่าเขากลับต้องตกตะลึงอึ้งกิมกี่เมื่อพบว่ายูจิสามารถเลี้ยงลูกบาสโยกหลบผ่านร่างพวกนั้นไปได้อย่างง่ายดายราวกับพวกนั้นเป็นแค่หุ่นไล่กาเฝ้าสวน

ทักษะการเลี้ยงลูกและการควบคุมลูกบาสของหมอนั่นมันดูเหนือชั้นยิ่งกว่าตัวเขาซะอีก และด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ หมอนั่นสามารถลื่นไหลผ่านร่างเพื่อนร่วมทีมของเขาไปราวกับพวกนั้นโดนแช่แข็งนิ่งสนิทอยู่กับที่

ก่อนที่ใครจะทันรู้ตัว ยูจิก็ขยับไปถึงใต้แป้นบาสเรียบร้อยแล้วและจัดการกระโดดขึ้นทำเลย์อัป (Lay-up) ง่าย ๆ สอยแต้มแรกของเกมการแข่งขันไปครองได้สำเร็จ

“กรี๊ดดดด~!!!! ยูจิคุง~!!!”

“ว้าวววว~ หมอนั่นวิ่งไวชะมัดยาดเลย~!!”

“ยูจิคุง~ นายเท่ระเบิดระเบ้อเกินไปแล้ว~!!!!”

ซูซูกิและเพื่อนร่วมทีมพากันยืนอึ้งตาค้างทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางเสียงกรี๊ดเชียร์และเสียงฮือฮาของพวกผู้หญิงที่ดังก้องประโคมอยู่รอบตัว

หมอนั่น... หมอนั่นวิ่งไวเกินไปแล้ว! พวกเขาจับสายตามองตามความเคลื่อนไหวไม่ทันเลยด้วยซ้ำ! แล้วไอ้ทักษะการควบคุมลูกบาสเกตบอลนั่นมันคืออะไรกันฟะ?! หมอนี่แอบไปฝึกซ้อมเป็นนักกีฬาอาชีพมาหรือไงกันแน่?!

ยูจิวิ่งสับขากลับมายังฝั่งของตัวเอง พลางยื่นมือไปแท็กมือ (High-five) กับชูและราคุเพื่อเป็นการฉลองแต้มแรก ช่วยดึงสติของราคุให้หลุดออกจากภวังค์ความอึ้งได้สำเร็จ

“เฮ้ย-เฮ้ย ยูจิ นายไปแอบฝึกบาสเกตบอลมาตั้งแต่ตอนไหนจนเก่งขนาดนี้เนี่ย?”

“หืม? โอ๊ะ-อ๋อ ฉันไม่ได้เก่งขนาดนั้นหรอกน่า นายก็พูดเกินไป”

“หะ-หา?! นายกล้าพ่นคำนั้นออกมาได้ยังไงหลังจากโชว์สเต็ปเทพขนาดนั้นไปเนี่ย?!”

“อ...เอ่อ คือฉันแค่เริ่มจะควบคุมร่างกายของตัวเองได้ดีขึ้นน่ะ... มันอธิบายยากแฮะ... ฉันแค่มองเห็นว่าพวกนั้นกำลังจะขยับไปทางไหน ก็เลยโยกหลบไปอีกทางพลางคอยเลี้ยงลูกบาสไม่ให้หลุดมือแค่นั้นเอง... เออ... อ...เอาเป็นว่าอย่าไปคิดมากกับมันเลยน่า!”

ยูจิหัวเราะกลบเกลื่อนพลางละสายตาหันไปทางอื่นหนีหน้าเกลียดความจริงใจของราคุ...

มันอาจจะไม่ใช่คำอธิบายที่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่นัก ทว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากโกหกออกไป

ตัวเขาไม่ได้มีค่าความเชี่ยวชาญ (Proficiency) ในด้านกีฬาบาสเกตบอลเลยแม้แต่น้อย ทว่าเนื่องจากผลลัพธ์ของ [กายาเทพสรรพสิ่ง] ระบบประสาทสัมผัสและการตอบสนองของร่างกายของเขาจึงได้รับการพัฒนาปรับปรุงขึ้นอย่างก้าวกระโดดมหาศาล และเมื่อนำมาผสานเข้ากับความสามารถในการประสานงานระหว่างสายตากับมือรวมถึงการควบคุมร่างกายในภาพรวม มันจึงช่วยทำให้เขาคว้าชัยเค้นเอาทักษะการเล่นที่คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจเอื้อมทำได้ออกมาใช้ ส่งผลให้ดูเหมือนคนที่มีทักษะฝีมือขั้นเทพขึ้นมาทันทีหากมองดูผ่าน ๆ ทว่าสำหรับคนที่มีทักษะฝีมือจริง ๆ ย่อมมองออกว่าเขาขาดเบสิกทักษะการเล่นไป ทว่าเรื่องการจะเอาชนะเขามันกลับเป็นคนละเรื่องกันเลยทีเดียว

ร่างกายของเขาไม่ได้อยู่ในขอบเขตของมนุษย์ปุถุชนทั่วไปอีกต่อไปแล้ว เพราะงั้นต่อให้คู่ต่อสู้จะเป็นถึงระดับอาจารย์หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านกีฬาบาสเกตบอลขนาดไหน มันก็เป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัสอยู่ดีหากคิดจะเอาชนะเขา ก็แหม ในเมื่อยูจิมีทั้งพละกำลังมหาศาล ความเร็วเป็นเลิศ และระบบประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเหนือมนุษย์ มันจึงกลายมาเป็นกำแพงสูงชันที่คนธรรมดาทั่วไปไม่มีวันปีนป่ายข้ามผ่านไปได้อยู่ดีนั่นแหละ

เฝ้ามองดูแต้มแรกจากข้างสนาม จิโตเกะ, ไอกะ, โยตสึบะ, โอโนเดะระ และรูริต่างพากันตกตะลึงอึ้งกิมกี่ตาค้างไปกับฟอร์มการเล่นของยูจิเช่นเดียวกัน

พวกเธอเคยเห็นเขาซ้อมวิ่งมาบ้างในคาบเรียนพละ ทว่าเขาไม่เคยวิ่งไวขนาดนี้มาก่อนเลย พวกเธอแทบจะมองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเขาเลยยามที่เขาโยกหลบหลีกผ่านร่างคู่ต่อสู้ และก่อนที่ใครจะทันรู้ตัว เขาก็สอยแต้มแรกทำเลย์อัปสำเร็จไปเรียบร้อยแล้ว!

          'นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?! ทำไมจู่ ๆ หมอนั่นถึงได้ทั้งหล่อเหลาและเก่งกีฬาขึ้นมาพร้อม ๆ กันได้ขนาดนี้ในเวลาชั่วข้ามคืนกันนะ!'

ซูซูกิดึงสติหลุดออกจากภวังค์ความตื่นตะลึงพลางหมุนตัวหันหลังกลับมาจ้องมองยูจิที่กำลังวิ่งสับขากลับไปยังฝั่งของตัวเอง สายตาของเขาจ้องเป๋งไปที่หมอนั่นพลางเนื้อตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธเกรี้ยว

          'ม...เมื่อกี้มันก็แค่ฟลุคน่า! ข้าแค่โดนหมอนั่นวิ่งจู่โจมทีเผลอจนตั้งตัวไม่ทันเฉย ๆ หรอก! หมอนั่นไม่มีทางรักษาความเร็วระดับนั้นไว้ได้ตลอดทั้งเกมแน่!'

เขาหันไปตวาดส่งเสียงใส่เพื่อนร่วมทีมเพื่อเรียกสติของพวกนั้นให้หลุดออกจากภวังค์ความอึ้ง

“อย่าไปใส่ใจมัน! มันก็แค่สองแต้มเอง! เดี๋ยวพวกเราก็ทวงคืนกลับมาได้ง่าย ๆ อยู่แล้ว! หมอนั่นไม่มีทางรักษาความเร็วระดับนั้นไว้ได้ตลอดทั้งเกมแน่! คอยวิ่งหลอกล่อให้หมอนั่นหมดแรงซะก่อน จากนั้นก็ถึงตาพวกเรากวาดแต้มคืนแล้ว!”

“โอ้ว!!!”

เมื่อลูกบาสเกตบอลถูกโยนกลับเข้าสู่เกมการแข่งขันจากฝั่งของซูซูกิ เกมการแข่งขันจึงดำเนินต่อไป

เขาปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไป กระแสของเกมการแข่งขันจะเริ่มหันมาเข้าทางทีมของเขาเองยามที่พละกำลังความอึดของยูจิเริ่มหมดลง

ทว่าความจริงกลับโหดร้ายนัก ยูจิยังคงโชว์ทักษะการโยกหลบหลีกด้วยความเร็วสูง วิ่งสับขาจากสุดขอบสนามฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งอย่างรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม หลบหลีกตัวเขาและเพื่อนร่วมทีมพัลวัน พร้อมทั้งชู้ตลูกบาสพิสดารสารพัดรูปแบบที่ดูเหมือนจะไม่มีวันพลาดเป้าหลุดลุ่ยไปเลยแม้แต่แต้มเดียว ทุก ๆ ครั้งที่เขาทำแต้มสำเร็จ เสียงกรี๊ดเชียร์ของพวกผู้หญิงรอบสนามก็จะดังก้องประโคมขึ้นอย่างตื่นเต้นระคนสะใจ พลางคอยบดขยี้จิตใจของพวกเขาทีละเล็กทีละน้อยจนแหลกสลายไม่มีชิ้นดี

“อย่าปล่อยให้หมอนั่นหลุดเข้าไปข้างในได้ดิฟะ! ประกบตามติดให้แน่นกว่านี้หน่อย!”

“ทำไม่ได้ว่ะ! หมอนั่นวิ่งไวเกินไป!”

          'อ...อดทนอีกนิดเดียวเท่านั้นน่า... เคลื่อนไหวรวดเร็วขนาดนั้นเดี๋ยวหมอนั่นก็ต้องหมดแรงข้าวต้มไปเองแหละ!'

“รุมประกบสามคนล้อมทสึบากิฮาระไว้ซะ! ไม่ต้องไปสนใจคนอื่นแล้ว!”

“ทำไม่ได้ครับพี่! หมอนั่นลื่นเป็นปลาไหลสลัดหลุดไปได้ตลอดเลยเนี่ย!”

          'อีกนิดเดียวเท่านั้นน่า! หมอนั่นต้องเริ่มออกอาการเหนื่อยล้าบ้างแหละ!'

“คอยกันท่าอย่าให้คนอื่นส่งลูกบาสไปให้หมอนั่นได้!”

“พวกนั้นไม่ได้ส่งลูกบาสให้กันแล้วครับ! พวกนั้นโยนลูกให้หมอนั่นจัดการคนเดียวหมดแล้วเนี่ย!”

“ม...ไม่จริงน่า... ม...เมื่อกี้หมอนั่นพึ่งจะดังก์ (Dunk) ไปงั้นเหรอ...”

          'อ...อีกนิดเดียวเท่านั้น...'

“บ...บัดซบเอ๊ย! หมอนั่นตามมาบล็อก (Block) ข้าอีกแล้ว!”

“หา-?! ห...หมอนั่นวิ่งไปถึงตรงนั้นตั้งแต่ตอนไหนกันฟะเนี่ย?!”

          'อ...อีกนิดเดียว...'

“อ...อะไรกันฟะ?! รอบนี้หมอนั่นหันไปเล่นอยู่นอกเขตงั้นเหรอ?!”

“ห...ทำไมหมอนั่นชู้ตสามแต้ม (3-pointers) ได้แม่นยำจับวางขนาดนั้นฟะ ไม่พลาดเลยสักแต้มเดียวเนี่ย?!”

“ช...ชู้ตไปเลยฟะ! พวกเราแค่ต้องทำแต้มให้ได้มากกว่าหมอนั่นก็พอ! หมอนั่นมีอยู่แค่ตัวคนเดียวเองนะ!”

“ถ้างั้นนายก็ลองทำเองดูเด้! หมอนั่นชอบโผล่มาดักหน้าตามบล็อกลูกชู้ตของพวกเราตลอดเลยเนี่ย!”

...

ยูจิเริ่มรู้สึกว่าเนื้อตัวของเขาเริ่มอุ่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้นระคนสนุกสนาน เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการเล่นกีฬาบาสเกตบอลมันจะน่าตื่นเต้นและให้อิสระแก่ร่างกายได้ขนาดนี้!

ไม่สิ นี่มันต้องเป็นเพราะผลลัพธ์ของ [กายาเทพสรรพสิ่ง] แน่ ๆ ที่ช่วยทำให้เขาสามารถขยับร่างกายทำตามทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิดในหัวสมองได้ในเศษเสี้ยววินาทีได้อย่างเพอร์เฟกต์ไร้ที่ติ ระบบประสาทสัมผัสและการตอบสนองของเขารวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เขาสามารถวิ่งกลับไปกลับมาทั่วทั้งสนามแข่งได้โดยไม่มีเหงื่อซึมสักหยด และเมื่อนำมาผสานเข้ากับความแม่นยำและการประสานงานระหว่างสายตากับมือที่เขาได้รับมาจากความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน (Gun Proficiency) มันจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะชู้ตลูกบาสพลาดเป้า

เขาสามารถกระโดดขึ้นดังก์ลูกบาสเกตบอลได้อย่างง่ายดายเลยด้วยซ้ำ

ความรู้สึกฟินขั้นสุดยามขยับเนื้อตัวได้อย่างอิสระเสรีขนาดนี้มันช่างน่าตื่นตาตื่นใจชะมัดยาดเลย!

สนุกชะมัดยาดเลยแฮะ! แบบนี้ให้เล่นทั้งวันยังได้เ— อ๊ะ...

ยูจิกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ตัวและก็ต้องพบกับสภาพเนื้อตัวชุ่มเหงื่อกระหืดกระหอบเหนื่อยล้าปานรากเลือดของทีมคู่แข่ง

เพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่พากันลงไปนอนแผ่หลากับพื้นสนามเรียนเรียบร้อยแล้ว มีเพียงซูซูกิคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงยืดหยัดยืนอยู่ได้ หมอนั่นกำลังยืนหอบหายใจเอาเป็นเอาตายพลางเอามือยันหัวเข่าตัวเองไว้ เนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลราวกับพึ่งจะวิ่งฝ่าพายุฝนกระหน่ำมาก็มิปาน

          'น...นี่มันล่วงเลยมานานขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย...?'

เขาเหลือบสายตามองไปรอบ ๆ ตัวและก็ต้องพบว่าทุกคนพากันจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาตกตะลึงอึ้งกิมกี่ตาค้างขั้นสุด รวมถึงคุณครูสอนพละด้วยเช่นกัน

          'ฉ...ฉิบหายแล้ว! ฉันเผลอตัวเล่นเพลินจนเกินเบอร์ไปหน่อยแล้วนี่นา!!!'

ยูจิยืนตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินสับขากลับไปยังฝั่งของตัวเองอย่างเงียบเชียบที่สุด

เขาเดินเข้าไปหารากูพลางเอ่ยปากกระซิบกระซาบเบา ๆ

“ฉ...ฉันเผลอทำเกินเบอร์ไปหน่อยหรือเปล่าวะ...?”

“...เ...เกินไปจมเลยล่ะ พวกนั้นพยายามจะวิ่งเข้ามาสกัดนายนายตลอดทั้งเกมเลยนะ... แต่ว่า...”

“อ...อา...”

ยูจิยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแก้เก้อพลางส่งสายตารู้สึกผิดส่งไปให้คุณครูสอนพละพร้อมก้มหัวขอโทษขอโพยเล็กน้อย

ท่าทางของเขาช่วยดึงสติของคุณครูให้หลุดออกจากภวังค์ความอึ้งได้สำเร็จ คุณครูรีบดึงสติกลับคืนมาพัลวันก่อนจะปั้นเสียงตะโกนประกาศบอกคนทั้งห้องเรียนเสียงดังลั่น

“อ...เอ่อ... อแฮ่ม! เอาล่ะ! ครูคิดว่าแค่นี้คงพอแล้วล่ะ เกมการแข่งขันจบลงเท่านี้! พวกเธอทุกคนไปพักผ่อนตามอัธยาศัยได้เลย แล้วก็รบกวนใครก็ได้ช่วยมาลากตัวพวกนั้นขึ้นมาจากพื้นสนามทีดิ...”

คุณครูพ่นลมหายใจถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะก้าวเท้าเดินตรงดิ่งเข้าไปหาซูซูกิและเพื่อนร่วมทีมพร้อมกับเพื่อนผู้ชายอีกสองสามคนเพื่อช่วยกันลากตัวพวกนั้นออกจากสนามแข่ง

และในวินาทีที่เขากำลังจะขยับเท้าเข้าไปช่วยล่ะก็นะ ตัวเขากลับโดนฝูงชนเด็กผู้หญิงร่วมชั้นพากันรุมล้อมสวบทันควัน

“ยูจิคุง นายเท่ระเบิดระเบ้อเกินไปแล้ว~!!! ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะว่านายจะเล่นบาสเกตบอลได้เก่งขั้นเทพขนาดนี้อ่ะ!!!”

          'ตัวฉันเองก็พึ่งรู้เหมือนกันนั่นแหละ!'

“กรี๊ดดดด~ มัดกล้ามเนื้อของนายมันแน่นปึ้กสุด ๆ ไปเลยอ่ะ~! ต้องผ่านการฟิตซ้อมร่างกายมาหนักหน่วงมากแน่ ๆ เลย~! เท่ระเบิดระเบ้อชะมัดยาดเลยอ่ะ~!”

          'อ๊ะ! ร...รบกวนช่วยกรุณาอย่าพากันเนียนเบียดเสียดนวดเฟ้นแขนของฉันจะได้ไหมครับ!'

“นี่ ๆ~ หลังเลิกเรียนวันนี้สนใจไปร้องคาราโอเกะด้วยกันหน่อยไหมอ่ะ~? พวกเรากำลังวางแผนจะไปตื๊อกันอยู่พอดีเลยนะ!”

          'ม...ไม่ดีมั้งครับ... ฉันโดนคุณแม่ คุณน้า หรือยัยสองคนนั้นรุมย่างสดแน่หากรู้เข้าว่าฉันแอบหนีไปเที่ยวคาราโอเกะร่วมกลุ่มกับพวกผู้หญิงเป็นเบือขนาดนี้น่ะ'

“เอ๋?! แทนที่จะไปร้องคาราโอเกะ เปลี่ยนไปนั่งชิลที่คาเฟ่กันดีกว่าน่า~! ฉันรู้จักคาเฟ่ลับเปิดใหม่แถวโรงเรียนเราด้วยนะ บรรยากาศดีเว่อร์~!”

          'ฟังดูคุ้น ๆ แฮะ... เดี๋ยวเซ่! นั่นมันร้านคาเฟ่ของพี่ไอกะไม่ใช่หรือไงกันเล่าฟะ?! มีหวังฉันโดนพี่ไอกะสับเป็นชิ้น ๆ แน่หากเธอมาเห็นฉันพากลุ่มผู้หญิงไปนั่งสลอนอยู่ในร้านของเธอน่ะ!!!'

ยูจิพยายามทำดีที่สุดในการรับมือโต้ตอบกลับพวกร่วมชั้นหญิงและเพื่อน ๆ ของเขา ทว่าออร่าความกระตือรือร้นของพวกเธอมันช่างรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะต้านทานไหวได้จริง ๆ

          'ร...รบกวน... ใ...ใครก็ได้ช่วยฉันที!!!'

เขาเหลือบสายตาไปขอความช่วยเหลือจากราคุ, ชู และพวกพ้องผู้ชาย ทว่าพวกนั้นกลับรีบละสายตาหันหนีไปทางอื่นทันควัน ชูไม่ได้หันหนีหรอกนะทว่าหมอนั่นเอาแต่นั่งจ้องมองดูเขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยเจ้าเล่ห์กวนเบื้องล่างประดับอยู่บนใบหน้าอันน่าหมั่นไส้

          'ชิ! พวกนี้พึ่งพาไม่ได้เลยแฮะ! แล้วพวกผู้หญิงล่ะ?'

เขาหันไปมองหากลุ่มเพื่อนสนิทผู้หญิงที่สนิทที่สุดอย่างไอกะ, โยตสึบะ, จิโตเกะ, โอโนเดะระ และรูริ ทว่าเรื่องราวมันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความหมดหวังทันควันเมื่อไอกะ, โยตสึบะ และจิโตเกะพากันละสายตาหันหนีพลางทำปากยื่นแก้มป่องงอนตุ๊บป่องไปเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่โอโนเดะระและรูริได้แต่นั่งมองดูเขาด้วยรอยยิ้มละเหี่ยใจทำอะไรไม่ถูก

          'โธ่เอ๊ย! สรุปไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยฉันเลยใช่ไหมเนี่ย?!'

การตกอยู่ภายใต้วงล้อมรุมสวบจากเรือนร่างอันนุ่มนิ่มของพวกเด็กผู้หญิง น้ำเสียงอันไพเราะเพราะพริ้งราวกับระเบียงแก้ว และกลิ่นกายอันหอมหวนรัญจวนใจมันช่างเป็นดาบสองคมสำหรับเด็กหนุ่มวัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่านเสียจริง ด้วยความรู้สึกหื่นกามแล่นพล่านในตัว มันจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากแสนสาหัสอยู่แล้วสำหรับพวกผู้ชายในการจะสะกดกลั้นอารมณ์ความต้องการของตัวเองเอาไว้ได้ยามโดนเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูพากันรุมตื๊อเย้ายวนขนาดนี้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับยูจิที่มีระดับความต้องการทางเพศพุ่งทะลุปรอทขั้นสุดเนื่องจากผ่านการอบรมบ่มนิสัยและใช้เวลาร่วมกับคุณแม่ คุณน้า และพวกลูกสาวที่มีความงดงามระดับเทพธิดาโลกตะลึงมานับไม่ถ้วน! นี่ถือเป็นเรื่องล้ำลึกที่เขาไม่เคยฉุกคิดมาก่อนเลยตอนที่เปิดอ่านดูรายละเอียดของทักษะ "ความอึดขั้นเทพ" ในคำอธิบายของ [กายาเทพสรรพสิ่ง]

สำหรับตัวเขาที่ไม่ได้อยากจะเผลอทำเรื่องผิดพลาดหรือล่วงเกินอะไรกับเพื่อนร่วมชั้นหญิงและเพื่อน ๆ ของตัวเอง มันจึงกลายมาเป็นบททดสอบมหาหินที่คอยท้าทายสติสัมปชัญญะและศีลธรรมในใจของเขาอย่างแท้จริง

*****************************

จบบทที่ บทที่9 กำแพงที่ไม่อาจข้ามผ่าน! [กายาเทพสรรพสิ่ง] กับศึกทิปออฟเหนือเวหา

คัดลอกลิงก์แล้ว