- หน้าแรก
- หยุดก่อนเถิดแม่ผีสาว
- บทที่ 22 วิธีที่ถูกต้องในการทำความเข้าใจเพลงเทพ
บทที่ 22 วิธีที่ถูกต้องในการทำความเข้าใจเพลงเทพ
บทที่ 22 วิธีที่ถูกต้องในการทำความเข้าใจเพลงเทพ
ตำรวจทุกคนจ้องมองสัตว์ประหลาดตัวนี้เขม็ง โดนยิงไปเป็นร้อยนัดกลับไม่เป็นอะไรเลย พริบตาเดียวก็ล้มตำรวจไปได้ตั้งห้าหกคน แล้วแบบนี้จะสู้ยังไงวะ?
ทุกคนหวาดกลัวจนสติแตก โดยเฉพาะตำรวจหญิง สองคนถึงกับร้องไห้โฮออกมาแล้ว
“ผู้กองเฉิน นักพรตจาง อยู่กับคุณไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาไม่ออกมาช่วยล่ะ?” ผู้กองอีกคนตะคอกถามด้วยความโกรธ
เฉินเฟิง ยิ้มขื่น “นักพรตจาง ทำให้สัตว์ประหลาดบาดเจ็บ ก็เลยโดนมันกระชากแขนขาดไปข้างนึง ตอนนี้สลบเหมือดไปแล้ว”
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็ใจหายวาบ ที่แท้แขนข้างนั้นก็เป็นของปรมาจารย์จาง คราวนี้จบเห่จริงๆ แล้ว
“โฮก~”
สัตว์ประหลาดคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่ฝูงชน ทุกคนตกใจสุดขีด รีบสาดกระสุนตอบโต้
ปัง ปัง ปัง ปัง...
เสียงปืนดังหูดับตับไหม้ แต่กลับหยุดสัตว์ประหลาดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มันพุ่งเร็วราวกับพายุ พริบตาเดียวก็มาถึงกลางวง ที่น่าตกใจคือ เป้าหมายของมันกลับเป็นเฉินเฟิง บางทีในจิตใต้สำนึกของมัน อาจจะแค้นผู้ชายคนนี้ฝังใจก็เป็นได้
“ผู้กองเฉิน หนีไป!”
“ไปสิ!”
“รีบหนีเร็ว!”
หลายคนตะโกนร้องเตือน แต่น่าเสียดายที่มันสายไปเสียแล้ว สัตว์ประหลาดเงื้องกรงเล็บที่คมกริบราวกับใบมีด ตะปบเข้าที่หน้าของเฉินเฟิง อย่างจัง ขืนโดนเข้าไปทีนี้ตายสถานเดียว
“ฉันต้องตายแล้วเหรอ?”
เฉินเฟิงหลับตาลง ใบหน้าที่คุ้นเคยของเพื่อนร่วมงานผุดขึ้นมาในหัว สหายเอ๋ย พวกเราจะได้กลับไปร่วมรบกันอีกแล้วสินะ
หนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที ความตายกลับมาไม่ถึง บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบสงัดผิดปกติ เฉินเฟิง ลืมตาขึ้น และได้เห็นภาพที่ชวนตื่นตะลึง
มือข้างหนึ่งที่ขาวผ่องและเต่งตึง จับกรงเล็บของสัตว์ประหลาดไว้แน่น อีกฝ่ายยิงฟันขาวสะอาด หันมายิ้มให้เฉินเฟิง ที่กำลังอึ้ง “หนีไปสิ อย่ามามองฉันแบบนี้ ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายนะ”
“ขอบคุณนะ”
เฉินเฟิง รีบวิ่งหนีออกมา เขารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของเจียงไห่หลาง ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ บุญคุณครั้งนี้ เฉินเฟิง จะจดจำไว้ไม่มีวันลืม
เมื่อเห็นผู้กองเฉินปลอดภัย ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะเดียวกันก็พากันสงสัยว่าไอ้หนุ่มหน้าขาวคนนี้มันไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ถึงได้สามารถรับกรงเล็บของสัตว์ประหลาดด้วยมือเดียวได้?
“พวกหน้าขาวนี่ชอบทำตัวเด่นจริงๆ” ตงฟาง แอบแขวะด้วยความหมั่นไส้ ถ้าเขาเป็นพระเอกในฉากนี้ก็คงดีสิ วันหลังจะจีบตำรวจหญิงก็ง่ายนิดเดียว
“อย่าไปอิจฉาเขาเลย วันนี้จะให้แกได้เห็นฝีมือของเสี่ยวหลางจื่อ” หวังจั่วเต้า รู้ดีว่าเด็กวัยรุ่นมักจะหัวแข็ง ให้เขาได้เห็นฝีมือเสี่ยวหลางจื่อ ซะบ้าง วันหลังจะได้ปกครองง่ายขึ้น
“อย่านะ...”
จู่ๆ ก็มีเสียงร้องอุทานด้วยความตกใจ เมื่อกรงเล็บอีกข้างของสัตว์ประหลาดพุ่งตรงไปยังหน้าอกของเจียงไห่หลาง ความเร็วของมันราวกับสายฟ้า ทุกคนคิดในใจว่าจบเห่แน่ ระยะประชิดขนาดนี้ ไม่มีทางหลบพ้นหรอก
หมับ!
เสียงดังฟังชัด เจียงไห่หลาง กลับสามารถคว้ากรงเล็บอีกข้างไว้ได้ราวกับมีผีจับมือ หัวใจของทุกคนหล่นกลับไปอยู่ที่เดิม ตำรวจหญิงหลายคนมองด้วยสายตาเป็นประกาย ไอ้หนุ่มนี่หล่อเป็นบ้าเลย
ศพเดินได้อยู่ห่างจากเขาแค่คืบ เมื่อเห็นใบหน้าดุร้ายแยกเขี้ยวของมัน เจียงไห่หลาง ก็หัวเราะหึๆ “หอนหาพระแสงอะไร แกไม่รู้ตัวเหรอว่าแกมีกลิ่นปากน่ะ?”
หลายคนได้ยินก็แทบจะหลุดขำ ตอนนี้บรรยากาศมันซีเรียสนะเว้ย อย่ามาทำตัวตลกจะได้ไหม
“โฮก~”
โดนไอ้หน้าขาวหยามเกียรติ ศพเดินได้คงรู้สึกเสียหน้า อ้าปากกว้างจนสุด พุ่งเข้ามากัดอย่างดุร้าย ทุกคนใจหายวาบ มือทั้งสี่ข้างจับกันไว้แน่น จะแก้ท่ากัดแบบทิ้งดิ่งจากฟ้าแบบนี้ยังไงล่ะเนี่ย?
“ไปซะมึง~”
วินาทีที่ฟันของมันกำลังจะฝังลงบนเนื้อ เจียงไห่หลาง ก็สืบเท้าเต้นระบำหยางเกอ ส่ายสะโพกอันแก่ชรา สะบัดมือทั้งสองข้าง โชว์ลีลารักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ทิ้งไม่ขว้าง
ศพเดินได้ลอยละลิ่ว ถูกเจียงไห่หลาง เหวี่ยงหมุนติ้วราวกับเล่นว่าว
หรือจะให้เปรียบก็คือ: เธอคือสายลม ฉันคือเม็ดทราย คลอเคลียกันไปสุดขอบฟ้า
หรือให้ลึกซึ้งกว่านั้น: แค่จับมือเธอไว้แบบนี้ไม่ปล่อย ความรักของเราจะเรียบง่ายไม่มีใครเจ็บปวดได้ไหม
“พวกเขาเต้นรำกันอยู่เหรอ?”
ทุกคนทำหน้าพิลึก เริ่มสงสัยในสัจธรรมชีวิต แต่ละคนเบิกตากว้างแทบจะร้องไห้ สัตว์ประหลาดที่พวกเราสู้ยิบตาแทบเอาชีวิตไม่รอด กลับโดนคนอื่นเอามาหมุนเล่นเป็นของเล่นซะงั้น จะให้พวกเราเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
“ไอ้น้อง รบกวนเปิดเพลงให้หน่อยสิ ฉันจะหมุนไอ้ลูกหมานี่ให้เวียนหัวตายไปเลย!”
เจียงไห่หลาง รู้สึกว่าการหมุนเฉยๆ มันน่าเบื่อไปหน่อย เลยหันไปตะโกนบอกตงฟาง
“แม่งเอ๊ย ขี้เก๊กชะมัด” ตงฟางหน้ากระตุก ยังจะเอาเพลงอีก แกจะออกอัลบั้มเลยไหมล่ะ
ความจริงเขาก็อยากจะปฏิเสธ แต่พอเจอสายตาของบรรดาคุณตำรวจและพี่สาวทั้งหลายที่จ้องมองมา ราวกับจะบอกว่าถ้านายไม่เปิดเพลง พวกเราจะเปิดกะโหลกนายแทน เอาวะๆ ยอมแพ้ก็ยอมแพ้เว้ย
“เอ่อ จะเอาเพลงฝรั่งหรือเพลงเกาหลี ญี่ปุ่นดีล่ะ?”
“อะไรก็ได้”
“เอาแบบช้าๆ หวานๆ หรือแบบมันส์ๆ ดี?”
“ได้หมดแหละ”
“จะเอาเสียงผู้ชายหรือผู้หญิงล่ะ?”
“ไอ้สัส แกจะถามอีกนานไหม!”
ได้ ดีมาก เห็นแก่ปืนในมือของคุณตำรวจหรอกนะ ข้าจะไม่ถือสาแกก็แล้วกัน
[หมู่บ้านของเฮาก็อยู่ตรงนี้...
เฮาเป็นคนบ้านนาที่เติบโตมาในที่แห่งนี้...]
พอเพลงดังขึ้น เจียงไห่หลาง ถึงกับเซถลาแทบหน้าคะมำ คนอื่นๆ ก็ใบ้กินกันเป็นแถบๆ อุตส่าห์ให้เปิดเพลงบิ้วท์อารมณ์ แกดันเปิดเพลงเทพ กะจะบังคับให้คนเต้นระบำบ้านนาหรือไง
[อย่าเห็นว่าหมู่บ้านเฮาบ่ใหญ่นะ
มีทั้งเขา มีทั้งน้ำ มีทั้งทิวทัศน์
เพื่อนบ้านก็รักใคร่ปรองดอง พี่น้องก็สามัคคี
ในหมู่บ้านเฮามีเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งมากมาย
พอคิดถึงแล้วมันก็เป็นความทรงจำที่ดีมากๆ
เพื่อนๆ ถ้ามีเวลาว่างๆ ฉันจะพาพวกเธอไปเดินเล่น
ไปเดินเล่น ไปเดินเล่น ชมผู้คนในหมู่บ้านเฮา]
นักร้องเสียงทุ้มกังวานร้องออกมาอย่างเต็มที่ ความอินเตอร์ของเพลงผสมผสานกับเนื้อเพลงที่เข้าถึงง่ายได้อย่างลงตัว
นี่มันคือความผูกพันที่หลอมรวมระหว่างน้ำแข็งและไฟ!
นี่มันคือความโรแมนติกแบบ 'ปักกิ่งปะทะซีแอตเทิล'!
นี่มันคือการปะทะกันระหว่างความรักบ้านทุ่งกับความรักอมตะแบบไททานิค!
เพลงแบบนี้บนสวรรค์ไม่มีหรอก ต้องลงมาเกิดใหม่เป็นร้อยชาติถึงจะได้ฟัง
โลกนี้กว้างใหญ่ หมู่บ้านเล็กๆ รับไม่ไหว สวมรองเท้าบูทคู่นั้นแล้วก้าวออกไป แล้วไปเริงร่ากันให้สุดเหวี่ยง
แค่หมู่บ้านเดียว เพลงเดียว เนื้อเพลงที่เรียบง่าย ท่วงทำนองที่ขึ้นๆ ลงๆ กลับตีแผ่ความดีความชั่วของมนุษย์ และถ่ายทอดแก่นแท้ของชีวิตออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เพลงเทพก็คือเพลงเทพ เมื่อมองข้ามความฉูดฉาดภายนอก ใช้ใจสัมผัส คุณจะพบว่า นี่แหละคือเสียงสวรรค์ที่แท้จริง!
ทีแรกเจียงไห่หลาง ก็ยังเขินๆ อยู่บ้าง แต่พอเพลงเริ่มเข้าด้ายเข้าเข็ม เขาก็เริ่มสนุกจนลืมตัว พอถึงท่อนฮุก ก็จับศพเดินได้ฟาดลงกับพื้นอย่างแรง
ตู้ม! บนพื้นเกิดหลุมขึ้นมาหลุมหนึ่ง
จับขึ้นมาหมุนต่อ ยิ่งหมุนยิ่งมันส์ ตู้ม! หลุมเพิ่มมาอีกหลุม หมุนไปหมุนมาเริ่มได้ที่ ตู้มอีกรอบ!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไม่ขาดสาย หลุมบนพื้นก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ลานกว้างที่น่าสงสาร พื้นคอนกรีตที่แข็งแกร่ง บัดนี้ยับเยินจนดูไม่ได้
บรรดาคุณตำรวจไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ไอ้เครื่องจักรสังหารในร่างมนุษย์คนนี้มันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว วันหลังอย่าไปแหยมกับหมอนี่เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคงศพไม่สวยแน่ๆ
เอื๊อก... ตงฟางกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เมื่อเห็นไอ้หน้าขาวโชว์สเต็ปเทพ คิดในใจว่าวันหลังญาติดีกันไว้ดีกว่า คนเราเกิดมาก็ต้องใจกว้าง ดั่งมหาสมุทรที่โอบรับทุกสิ่ง คนที่คิดเล็กคิดน้อยมันน่ารังเกียจจะตายไป จริงไหม
ตู้มมม!
เพลงจบคนก็เลิก ศพเดินได้กระดูกหลุดลุ่ยไปหมด มองดูสัตว์ประหลาดที่ถูกทุบจนกลายเป็นทรานส์ฟอร์เมอร์ส ทุกคนต่างมองเจียงไห่หลาง ด้วยความเลื่อมใส นี่สินะที่เขาเรียกว่าความงดงามแห่งความรุนแรง? โคตรเท่เลยว่ะ
แปะ แปะ แปะ...
ไม่รู้ว่าใครเริ่มปรบมือ ทุกคนต่างพากันส่งเสียงเชียร์ฮีโร่ เจียงไห่หลาง ยิ้มอย่างถ่อมตัว พยักหน้ารับแล้วเดินกลับมาหาตงฟาง สองคน
“ปรมาจารย์หวัง ขอบคุณมากครับ ขอบคุณน้องชายคนนี้ด้วย!”
เฉินเฟิง และผู้กองอีกคนเดินเข้ามาขอบคุณจากใจจริง ถ้าไม่ได้ผู้มีวิชาแปลกประหลาดสองท่านนี้ ความเสียหายคงประเมินค่าไม่ได้ ถ้าปล่อยให้สัตว์ประหลาดตัวนี้หนีไปได้ ผลที่ตามมาคงเลวร้ายสุดๆ
“มัน... ยังไม่ตาย!”
จู่ๆ ก็มีเสียงร้องตกใจดังขึ้น ทุกคนหันไปมองหลุมใหญ่บนพื้น ศพเดินได้ที่รูปร่างบิดเบี้ยวไปแล้ว ค่อยๆ ยกแขนขึ้น ยันตัวลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ ท่าทางดื้อด้านของมัน เหมือนกับคำพูดติดปากในวงเหล้าที่ว่า: พยุงข้าขึ้นมา ข้ายังกินต่อได้!
..........