เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ดรรชนีเซียนชี้ผี

บทที่ 11 ดรรชนีเซียนชี้ผี

บทที่ 11 ดรรชนีเซียนชี้ผี


ใต้เท้าตงฟางเป็นพวกไม่มีเรื่องให้คุยก็ยังโม้ได้เป็นฉากๆ ตอนนี้มีปีศาจสาวแสนสวยอยู่ตรงหน้า ความคับแค้นใจที่ได้รับเมื่อกี้จะขอเอาคืนให้หมด!

สิบนาทีต่อมา หูเทียนอีและสาวหน้าปีศาจงูแทบจะโกรธตาย ตงฟางยืมมือหลิงหาน ตบหน้าทั้งสองคนอย่างจัง

ตอนแรกหูเทียนอียังคิดจะใช้เงินแย่งแฟน น่าเสียดายที่มุกนี้ใช้กับปีศาจไม่ได้ผล แถมยังโดนหลิงหานเหยียดหยามกลับไปอีก สุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นเตรียมตัวกลับไปพร้อมกับสาวหน้าปีศาจงู

"คุณหูคะ" จู่ๆ หลิงหานก็เรียกขึ้นมา

"คนสวย เรียกผมเหรอ?"

หูเทียนอีหยุดชะงักทันที ในใจดีใจสุดๆ แม่สาวคนนี้แกล้งทำเป็นสงวนท่าทีเก่งใช้ได้เลย ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้วสิ เขามองตงฟาง แววตาเต็มไปด้วยความกระหยิ่มใจและท้าทาย

กลับกัน ตงฟางกลับทำหน้าตาไม่ยี่หระ แกอยากทำอะไรก็ทำไป ในหัวมัวแต่คิดว่าสรุปแล้วเธอเป็นงูหรือเป็นแมงป่องกันแน่ แล้วถ้าเกิดเป็นคางคกขึ้นมาจะทำยังไง?

"คุณหู ฉันเห็นว่าบนตัวคุณมีกลิ่นอายผีจางๆ น่าจะไปเจอของไม่สะอาดมาสินะคะ" หลิงหานติดตามไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎมานาน กลิ่นอายผีแค่นี้ยังพอมองออกอยู่

สีหน้าหูเทียนอีเปลี่ยนไป พูดด้วยความไม่พอใจว่า: "คุณพูดจาเหลวไหลอะไรเนี่ย"

พูดจบก็ดึงแขนสาวหน้าปีศาจงูเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองด้วยความโมโห ดูเหมือนจะมีความรู้สึกร้อนตัวอยู่บ้าง

"หมอนั่นเจอผีเหรอ?" ตงฟางกระซิบถาม

"แปดในสิบส่วน" หลิงหานพยักหน้า

ในที่สุดตัวอันตรายก็มีเวรกรรมตามสนอง ไปเด็ดดอกไม้ใบหญ้าจนไปแหย่ผีเข้า ไอ้หมอนี่คงไม่ได้ไปนอนกับผีมาหรอกนะ? พอนึกถึงภาพประหลาดๆ นั่น ตงฟางก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้

"คุณหัวเราะอะไร?" หลิงหานแปลกใจ

"ไม่มีอะไร เราออกไปคุยกันข้างนอกเถอะ"

ตงฟางบอกลาเถ้าแก่ แล้วเดินออกไปท่ามกลางสายตาอิจฉาของทุกคน

สาวสวยคนหนึ่งเดินเคียงคู่ไปกับไอ้หนุ่มส่งอาหาร ดึงดูดสายตาคนนับไม่ถ้วน ผู้ชายหลายคนถึงกับส่งสายตาชื่นชมให้ ส่งอาหารมาถึงจุดนี้ได้ นี่มันราชาแห่งวงการส่งอาหารชัดๆ

"ไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎให้คุณมาเหรอ?"

"อืม"

"ใช้แผนนางนกต่อกับผมเหรอ?"

"ไม่ใช่ แผนปีศาจสาวนกต่อต่างหาก"

"คุณก็อารมณ์ขันดีนะ"

"ก็ธรรมดานะ ปกติฉันค่อนข้างเงียบๆ"

"คุณเรียก 'ที่รัก' สามคำ แล้วผมจะตกลง"

"นี่ถือเป็นการข่มขู่ไหมคะ?"

"ถือว่าใช่"

"ที่รัก ที่รัก ที่รัก"

"พวกปีศาจอย่างคุณค่อนข้างเปิดเผยกันใช่ไหม?"

"ใช่ค่ะ ปกติถ้าอยากจะกินคนก็จะค่อนข้างเร่าร้อนและเปิดเผย การดีกับอาหารของตัวเองสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไรเลย คุณยังอยากฟังอีกไหมคะ?"

"เอ่อ เรียกชื่อดีกว่า อ้อ จริงสิ ร่างจริงของคุณคืออะไรเหรอ?"

"เผ่าปีศาจของเรามีกฎอยู่ว่า ถ้าเห็นร่างจริงของฉันแล้วคุณต้องแต่งงานกับฉัน ถ้าไม่แต่งฉันก็จะกินคุณ จะดูไหมล่ะคะ?"

"เอ่อ เราเปลี่ยนเรื่องคุยกันเถอะ"

"โฮะๆ"

...

นี่คือค่ำคืนอันเงียบเหงา ที่มีฝนตกลงมาอย่างเสเพล

สี่ทุ่ม ผับตี้หาว คืนนี้ผับไม่ได้เปิดให้บริการ บอกคนนอกว่ากำลังปรับปรุง ประตูใหญ่ปิดล็อกแน่นหนา

ภายในผับ หูเทียนอีเปลี่ยนท่าทีหยิ่งยโสในตอนกลางวันไปจนหมดสิ้น ฉีกยิ้มประจบประแจงพูดคุยกับพวกตงฟาง

ที่แท้ หลังจากหูเทียนอีกลับไปได้ไม่นาน ก็โทรศัพท์ติดต่อตงฟาง ขอร้องให้เพื่อนเก่าช่วยเขาที ผับของเขามีเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นจริงๆ

ผับแห่งนี้เขาเพิ่งจะรับช่วงต่อมา ก่อนหน้านี้ธุรกิจดีมาก แต่พอเขามาเป็นเถ้าแก่ปุ๊บ ก็เกิดเรื่องแปลกประหลาดขึ้นบ่อยครั้ง

อย่างเช่น พอลูกค้าสาวดื่มจนเมาได้ที่ก็เริ่มถอดเสื้อผ้า เต้นไปถอดไป เรื่องดีๆ แบบนี้ทุกคนก็ชอบกันสิ แทบจะภาวนาให้มีพวกร้อนแรงดั่งไฟแบบนี้มากันเยอะๆ แต่ผ่านไปไม่นานลูกค้าสาวก็โวยวาย บอกว่ามีคนวางยาเธอ ให้ทางผับชดใช้ค่าเสียหาย

ถ้าคนสองคนก็แล้วไปเถอะ แต่การเกิดเรื่องแบบนี้บ่อยๆ มันไม่ปกติแล้ว ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือ บางคนไม่ได้ดื่มอะไรเลย จู่ๆ ก็อยู่ในสภาพบ้าคลั่ง นานวันเข้าก็มีข่าวลือแพร่ออกไปว่าผับแห่งนี้มีของไม่สะอาด

ตอนแรกทุกคนก็ไม่ได้ใส่ใจ ยังมีคนแห่กันมาเพราะได้ยินชื่อเสียงด้วยซ้ำ จนกระทั่งวันหนึ่ง จู่ๆ ก็มีผู้ชายอกสามศอกวิ่งไปที่โซนเต้นรูดเสา แล้วเต้นอย่างยั่วยวน ผู้คนมากมายต่างผิวปากโห่ร้อง

สายตาอันเย้ายวน ท่าทางอันเป็นมืออาชีพ ความยั่วยวนในทุกท่วงท่า ทำเอาคนรู้สึกเหมือนมีกะเทยมาเข้าสิง

"เขาเต้นไม่เป็นเลยนะ!"

เพื่อนของเขาตะโกนด้วยความหวาดกลัว หนังศีรษะชาหนึบเป็นระยะ หันหลังกลับเตรียมจะหนี คนอื่นๆ พอได้ยินก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบเหมือนกัน พี่ชายคนนั้นเต้นได้มืออาชีพและยั่วยวนเกินไปจริงๆ เหมือนในร่างกายมีผู้หญิงอยู่

"พวกคุณว่า เขาเต้นเหมือนพี่ฉีไหม?" พนักงานเสิร์ฟในผับคนหนึ่งพูดเสียงสั่น

"พี่ฉี!!"

พนักงานในผับต่างอุทานพร้อมกัน แต่ละคนทำหน้าหวาดกลัว ไม่ใช่แค่เหมือนนะ แต่มันถอดแบบมาเป๊ะๆ เลย

พี่ฉีคือสาวนักเต้นรูดเสาของผับ นิสัยร่าเริง เป็นคนค่อนข้างเปิดเผย และมีความสัมพันธ์คลุมเครือกับลูกค้าในผับไม่น้อย

เมื่อหนึ่งเดือนก่อนตอนกลางคืน อารมณ์ของเธอแย่มาก ดื่มเหล้าไปไม่น้อยแถมยังดึงดันจะแสดงให้ได้ ตอนที่เธอปีนขึ้นไปจนสุดยอดเสา จู่ๆ เธอก็ยิ้มแปลกๆ ให้กับทุกคน แล้วปล่อยมือทั้งสองข้าง พุ่งเอาหัวดิ่งลงมา เสียชีวิตคาที่

ตอนนั้นทำเอาคนตกใจกลัวกันไปนับไม่ถ้วน โดยเฉพาะรอยยิ้มก่อนตายของพี่ฉี น่ากลัวยิ่งกว่าหนังสยองขวัญซะอีก จนถึงตอนนี้ยังมีหลายคนที่ไม่กล้ามาผับตี้หาวเลย

การตายของพี่ฉี บางคนบอกว่าเธอฆ่าตัวตาย บางคนก็บอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ตัดประเด็นการฆาตกรรมทิ้งไปได้เลย นี่เป็นข้อสรุปของตำรวจหลังจากชันสูตรศพแล้ว

พอพ้นเจ็ดวันแรกไป ผับก็เริ่มมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้น หูเทียนอีก็ไปตามคนที่เรียกตัวเองว่าปรมาจารย์มาหลายคน น่าเสียดายที่ไม่ได้ผลเลย

ตอนกลางวันหลิงหานพูดออกมาคำเดียวว่าเขาไปเจอเรื่องลี้ลับเข้า ในใจหูเทียนอีตกใจมาก แต่ตอนนั้นคนเยอะปากมาก เขาจะโวยวายไม่ได้ ธุรกิจผับก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าเกิดเขายอมรับล่ะก็ ก็รอปิดกิจการได้เลย

เพื่อนเก่าจะเลวก็เลวไป แต่ก็ปล่อยให้ตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ยังไงซะเขาก็ให้เงินนี่นา ตงฟางไปหาหวังจั่วเต้า อยากจะเห็นฝีมือของไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎสักหน่อย แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปร่วมวงด้วยดีไหม ดังนั้นทั้งสี่คนจึงรวมตัวกันชั่วคราว เพื่อไปปราบปีศาจกำจัดมารด้วยกัน

"เถ้าแก่หู เห็นแก่หน้าคุณที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับตงฟาง ขอราคาขาดตัวที่สองหมื่นหยวน!" หวังจั่วเต้านั่งอยู่บนโซฟา จิบเหล้ากินผลไม้ในจาน

หลิงหานนั่งอยู่อีกด้านอย่างว่าง่าย มาดกุลสตรีตามมาตรฐานเป๊ะ แต่ตงฟางรู้ดีว่า ปีศาจสาวตนนี้ดูเหมือนเรียบร้อย แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ย่อยเลย ขนาดคนที่รับมือยากอย่างเขายังจัดการเธอไม่ได้ คุณว่าเธอจะกุลสตรีขนาดไหนกันล่ะ?

สิ่งที่ทำให้คนพูดไม่ออกที่สุดก็คือ ผีดิบประหลาดอย่างเจียงไห่หลาง ที่ทำท่าเหมือนผีอดตาย ก้มหน้าก้มตากินดื่มอย่างเอาเป็นเอาตาย ไอ้หมอนี่มันเป็นผีดิบประเภทไหนกันแน่เนี่ย? กินเนื้อดื่มเหล้าแต่ไม่ดูดเลือด โคตรจะผิดต่อเขี้ยวสองซี่นั่นเลย

"ตกลง สองหมื่นก็สองหมื่น" สีหน้าหูเทียนอีดูไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไหร่ สองคนนี้กินจุเกินไปแล้ว เฮ้อ ทนๆ เอาหน่อยละกัน

ไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎต้มตุ๋นง่ายๆ แป๊บเดียวก็ได้เงินมาสองหมื่น ตงฟางก็รู้สึกทันทีว่าอาชีพนี้อนาคตเรื่องเงินๆ ทองๆ ช่างไร้ขีดจำกัดนัก ต่อไปคงต้องทำงานกับไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎแล้วล่ะ

ในผับมีคนทั้งหมดเจ็ดคน นอกจากนี้ยังมีลูกน้องคนสนิทของหูเทียนอีอีกสองคน ชายฉกรรจ์สองคนแม้จะกลัวผี แต่ก็กลัวความจนมากกว่า ก็เลยต้องสู้ตายอยู่เป็นเพื่อนเถ้าแก่

"ตงฟาง วันนี้จะให้เจ้าได้เห็นฝีมือจาก 'คัมภีร์สวรรค์นอกรีต' ของตระกูลหวังข้าสักหน่อย" หวังจั่วเต้าอยากจะโชว์ฝีมือให้เต็มที่ หวังจะมัดตงฟางไว้บนเรือของเขาให้แน่นหนา

"คุณลุงหวังจะใช้วิชาเต๋าอีกแล้ว" หลิงหานเผยสีหน้าคาดหวัง

เจียงไห่หลางหยุดกินดื่ม แววตาแฝงไว้ด้วยความคิดถึง "ใช่แล้ว หลังจากเรื่องนั้น เถ้าแก่ก็ไม่เคยลงมืออีกเลย"

เห็นท่าทางแบบนี้ ตงฟางก็รู้สึกสงสัยขึ้นมา หรือว่าไอ้เฒ่าสิบแปดมงกุฎจะมีฝีมือจริงๆ? แล้วก่อนหน้านี้ทำไมถึงทำตัวเหมือนสิบแปดมงกุฎหลอกลวงชาวบ้านซะขนาดนั้นล่ะ

ไฟในผับเปิดสว่างไสวทั้งหมด ไฟแสงสีกะพริบวิบวับอยู่เหนือฟลอร์เต้นรำ ด้านล่างว่างเปล่าไร้ผู้คน ไม่ไกลออกไปมีเวทียกสูง มีเสาเหล็กตรงแน่วสามต้นตั้งตระหง่าน ลำโพงไม่มีเสียงใดๆ มีแสงไฟสาดส่องผ่านเคาน์เตอร์บาร์และโต๊ะเหล้าเป็นระยะ

ทุกคนต่างจับจ้องไปที่หวังจั่วเต้า เห็นเขาเปิดกระเป๋าเป้อาดิดาส บนโต๊ะ แล้วล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมา เป็นกล่องทรงกลมสีเทา

"ของสิ่งนี้มีชื่อว่า ดรรชนีเซียนชี้ผี!"

พอเปิดกล่องออก ด้านบนเป็นกระจกเงาบานหนึ่ง บนกระจกมีรอยสลักอักขระยันต์มากมาย เห็นหวังจั่วเต้าดึงใต้กล่องออกมา เป็นลิ้นชักเล็กๆ ล้วงเอาตุ๊กตาตัวเล็กออกมาตัวหนึ่ง แล้วไขลานด้านล่างไปสองสามรอบ วางตุ๊กตาลงไปด้านบน เสียงดนตรีใสไพเราะก็ดังขึ้น ตุ๊กตาหมุนวนไปรอบๆ ไม่หยุด

รอยยิ้มบนใบหน้าตงฟางค่อยๆ หายไป สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย ถึงขั้นอยากจะซัดคนด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่ได้ตาบอดล่ะก็ ของเล่นชิ้นนี้น่าจะเรียกว่ากล่องดนตรีนะ

นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นคือไอ้ตุ๊กตานั่นมันไมเคิล แจ็กสันชัดๆ กำลังโพสท่าประจำตัว: บิลลี จีน ขาขวางอเข้ามาพิงขาซ้าย มือซ้ายโอบหลังศีรษะ มือขวาชี้ไปข้างหน้า ในดวงตาราวกับมีลูกไฟลุกโชน

เซียนชี้น้องสาวแกสิ ไอ้แก่สิบแปดมงกุฎหนังเหนียว กล้าเล่นให้มันหลุดโลกกว่านี้อีกไหมฮะ

..........

จบบทที่ บทที่ 11 ดรรชนีเซียนชี้ผี

คัดลอกลิงก์แล้ว