เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 เปลวไฟแห่งความหวัง 1

ตอนที่ 6 เปลวไฟแห่งความหวัง 1

ตอนที่ 6 เปลวไฟแห่งความหวัง 1


ตอนที่ 6 – เปลวไฟแห่งความหวัง 1

ในวันที่ฝนตก เมฆครึ้มปกคลุมทั่วท้องฟ้าพร้อมกับน้ำไหลรินลงมาอย่างหนัก แม้มีร่มคอยป้องพายุฝนก็ไม่สามารถต้านทานไว้ได้

ความมืดมิดและฝนที่โหมกระหน่ำอย่างหนักทำให้ผู้คนรู้สึกหดหู่ ซังยอนยังคงยืนอยู่หน้าประตูอาคารแห่งหนึ่งพร้อมหันหน้าไปหาชินเฮ

อาคารแห่งนี้มีสามชั้นและขนาดค่อนข้างใหญ่ ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐที่แข็งแรงและทนทาน แต่ทว่าส่วนที่สะดุดตาที่สุดของอาคารแห่งนี้คือตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่เขียนไว้ตรงผนังด้านหน้าว่า “มูลนิธิเด็กกำพร้า”

ซังยอนใช้มือลูบแก้มชินเฮ ใบหน้าเธอสะอาดสดใส นุ่มนวลและยังดูเป็นเด็กรอบรู้ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือเธอค่อนข้างผอมลงจากแต่ก่อน ซังยอนนั้นยิ่งต่างออกไปมือเขาดูเหี่ยวแห้งยิ่งนัก

ไม่ใช่แค่มือเขาที่ดูเปลี่ยนไป สุขภาพจิตย่ำแย่และใบหน้าซูบผอม น้ำหนักเขาลดลงไปอย่างมาก พุงที่เคยยื่นก่อนหน้านี้ไม่มีอีกแล้ว เขาสวมเสื้อตัวเก่าพร้อมกับกางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสกปรกมอมแมม มันแสดงให้เห็นถึงฐานะเขาตอนนี้

ในทางกลับกันชินเฮดูไม่เปลี่ยนไปเท่าไหร่นักถ้าเปรียบเทียบกับเขา เธอเพียงแค่สวมเสื้อที่ดูชำรุดนิดหน่อย

“ชินเฮ ลูกต้องเป็นเด็กดีและเชื่อฟังคุณครู เข้าใจมั้ยลูก?”

เขาคงไม่ได้พบชินเฮไปอีกสักพักใหญ่ เขารู้สึกถึงอุณหภูมิร่างกายของลูกสาวขณะที่เขาคุกเข่าต่อหน้าเธอ ชินเฮอยู่ช่วงระดับสายตา จากนั้นเขาจึงวางมือบนแก้มเธอ

“… หนูขออยู่กับปะป๋าต่อ ไม่ได้เหรอคะ”

น้ำตาเริ่มไหลรินออกมาจากตาชินเฮ เขารู้สึกเหมือนลำคอหดตัวและมันยากลำบากที่จะกล่าวอะไรออกไป

ดวงตาซังยอนเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารู้สึกแสบขึ้นจมูกเหมือนกำลังจะร้องไห้ แต่สุดท้ายเขาพยายามอย่างดีที่สุดที่จะยิ้มให้ลูกสาว

“ไม่ได้หรอกลูก ปะป๋าต้องไปทำงานแต่ยังไงปะป๋าจะมาเยี่ยมลูกบ่อย ๆ นะ”

“หนูต้องนอนหลับอีกนานแค่ไหนเราถึงจะได้พบกันคะ?”

ชินเฮชูนิ้วขึ้นราวกับกำลังนับวัน ซังยอนคว้ามือเธอไว้แน่น

“สามสิบคืน ใช่แล้ว ปะป๋าจะกลับมาหาลูกก่อนคืนที่สามสิบนะ”

“นั่นมันนานเกินไปค่ะ....”

ชินเฮคอตกด้วยความรู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันซังยอนก็รู้สึกราวกับหัวใจจะแตกสลาย

จนกระทั่งตอนนี้ชินเฮไม่ได้คร่ำครวญอะไรต่อ เพราะเธอรู้ว่าพ่อเธอกำลังตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไร เธอเข้าใจทุกอย่างและโยนความโกรธทิ้งไป แต่เธอแค่ยังเกลียดการที่จะต้องแยกจากพ่อ

ถ้าซังยอนยังพอมีทางเลือก เขาคงพูดออกไปว่า “โอเค งั้นเรากลับมาอยู่ด้วยกันนะ” เขาจะโอบกอดชินเฮแล้วพาเธอออกจากมูลนิธิเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ แต่ถึงกระนั้นสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เอื้ออำนวยให้เขาทำแบบนั้น

ผลกระทบจากสภาพการเป็นอยู่ที่ย่ำแย่และขาดแคลนอาหารจะเป็นผลเสียต่อการเติบโตของชินเฮ และไหนจะเจ้าหนี้ที่คอยก่อกวนเขาทุกวันอีก สภาพพ่อที่โดนเจ้าหนี้คุกคามตลอดเวลาจะทำให้จิตใจเธอตกต่ำ ยิ่งกว่านั้นเขาต้องออกเดินทางเพื่อหางานอยู่บ่อยครั้ง มันไร้ซึ่งหนทางที่คนเป็นพ่อจะสามารถเลี้ยงดูเด็กผู้หญิงได้ในสภาพเช่นนี้

เขาไม่รู้ว่ากี่ครั้งแล้วที่เขาคิดหาทางออกและร้องไห้กับปัญหานี้ ไม่รู้ว่ากี่ครั้งที่ตะโกนเสียงดังด้วยความสิ้นหวัง ดังนั้นนี่เป็นทางออกเดียวที่จะทำให้ชินเฮโตขึ้นมาโดยไม่ส่งผลเสียต่อเธอ

“ปะป๋าจะมาเยี่ยมลูกให้บ่อยที่สุด ปะป๋าสัญญา”

น้ำตาที่ไหลอย่างหนักหน่วงจากตาของลูกสาว ซึ่งสามารถบรรยายทุกอย่างได้อย่างดี ชินเฮกอดพ่อไว้แน่น

“ปะป๋าสัญญาแล้วนะคะ ว่าจะมาหาหนูบ่อย ๆ”

เขาได้ยินเสียงร้องไห้กระซิบข้างหู ไหล่เขาเริ่มเปียกจากน้ำตาและน้ำมูกของลูกสาว แต่ซังยอนไม่ได้สนใจกับสิ่งนั้น เขากอดเธอไว้แน่น

“แน่นอน...ปะป๋าจะมาหาลูกบ่อย ๆ”

ราวกับว่ามีก้อนบางอย่างติดอยู่ที่ลำคอ จนแทบไม่สามารถให้คำมั่นสัญญากับเธอได้ แต่เขาก็ยังพยายามที่จะพูดออกไป ในขณะนั้นน้ำตาเขาไหลอาบแก้ม

พ่อลูกสวมกอดอำลากันเป็นเวลานาน

แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาไม่สามารถกอดกันแบบนี้ได้ตลอดไป ซังยอนปาดน้ำตาพร้อมกับจับไหล่ชินเฮออกจากอ้อมกอด ชินเฮไม่ขัดขืนอะไร เธอถอยห่างจากอ้อมแขนซังยอน

“เอาล่ะ ช่วยดูแลเธอด้วยนะครับ”

ซังยอนลุกขึ้นและก้มหัวลงประมาณเก้าสิบองศา คุณครูยืนมองดูพ่อและลูกสาวอำลากันอยู่ด้านข้างอย่างเงียบ เธอเป็นคนที่จะดูแลชินเฮต่อไป ดังนั้นซังยอนจึงแสดงความเคารพต่อเธอ

“ได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ”

คุณครูส่งยิ้มเล็กน้อยเพื่อให้ซังยอนสบายใจ เธอดูเป็นผู้หญิงที่มีคุณธรรมในช่วงอายุสี่สิบต้น เธอจับมือชินเฮอย่างระมัดระวัง แต่มือเธอยังคงจับเสื้อของซังยอนอยู่

“เอาละชินเฮ ถึงเวลาที่ต้องบอกลาคุณพ่อแล้วนะคะ”

ช่วงเวลาที่เขาไม่ต้องการให้มาถึงในที่สุดก็มาถึง น้ำตาได้พรั่งพรูออกมาจากดวงตาชินเฮอีกครั้ง ในขณะที่เธอดึงมือซังยอน

“ปะป๋าต้องรีบกลับมาไว ๆ นะคะ!”

“แน่นอนที่สุด ลูกรัก”

ซังยอนยกนิ้วโป้งขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้กับลูกสาว

ท้ายที่สุดเขาหันหลังให้กับลูกสาวพร้อมทั้งกางร่มและเดินตรงไปกลางสายฝน คงเป็นเพราะน้ำฝนที่ไหลลงสู่พื้นอย่างมากทำให้ทุกย่างก้าวดูหนักแน่น เขาหันกลับไปมองเป็นครั้งคราว ชินเฮยังคงโบกมือล่ำลา ทุกอย่างกำลังจบลงเมื่อเขาก้าวออกมาจากประตูมูลนิธิเด็กกำพร้าและถูกบดบังไว้หลังกำแพงนี้

เขาไม่สามารถมองลูกสาวได้อีกต่อไป

“ฮึก ครึดฮึก!”

น้ำตาที่เขากลั้นเริ่มไหลรินออกมา ร่มถูกปล่อยวาง ฝนถาโถมลงมาอย่างหนักพร้อมกับน้ำตาที่ไหลลงเต็มใบหน้า จากนั้นเขาไม่สามารถหยุดเสียงร่ำไห้ที่เล็ดลอดออกมาจากส่วนลึกในจิตใจได้

“ชะ...ชินเฮ พ่อขอโทษ พ่อขอโทษจริงนะลูก”

เขาไม่สนสายตาใครทั้งนั้น ซังยอนดูคล้ายคนบ้าขณะที่กล่าวขอโทษชินเฮ

เขาเคยสัญญาว่าจะปกป้องลูกสาวไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่สุดท้ายมันก็เป็นเพียงสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ เจ้าหนี้เขาไม่อนุญาตให้ทำตามที่สัญญาไว้ โลกนี้ช่างโหดร้ายยิ่งนัก

ขณะที่ซังยอนยืนพิงกำแพงรั้วมูลนิธิเด็กกำพร้า ชินเฮเองไม่สามารถกลั้นเสียงร้องไห้ที่ดังลั่นได้ หลังจากที่พ่อของเธอเดินหายลับไป ครูพี่เลี้ยงพยายามปลอบเธอแต่ก็ไม่เป็นผล

วันที่สายฝนโหมกระหน่ำจากฟากฟ้า พ่อลูกคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความโศกเศร้าที่ถูกแยกจากกันผ่านกำแพงกั้นไว้

* * *

จบบทที่ ตอนที่ 6 เปลวไฟแห่งความหวัง 1

คัดลอกลิงก์แล้ว