เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 481 ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!

บทที่ 481 ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!

บทที่ 481 ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!


แอตเลติโกมาดริดเดินทางกลับถึงมาดริดในเช้าวันรุ่งขึ้น

ทันทีที่เครื่องแลนดิง ซิเมโอเนก็ปล่อยให้นักเตะแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนทันที

ทว่าในวันถัดมา พวกเขาก็ยังคงต้องมารายงานตัวฝึกซ้อมกันตามปกติ

นั่นก็เพราะในช่วงหนึ่งเดือนนับจากนี้ พวกเขายังเหลือโปรแกรมเตะในลีกอีกถึงสี่นัด

และทั้งสี่นัดนี้ก็ล้วนเป็นแมตช์ชี้ชะตาทั้งสิ้น

นี่คือกุญแจสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเขาจะสามารถเกาะติดบาร์เซโลนาในการลุ้นแชมป์ได้หรือไม่

หากพวกเขาสะดุดล้มในสี่นัดนี้ บัลลังก์แชมป์ลีกในปีนี้ก็คงหลุดลอยไปอย่างแน่นอน

ดังนั้น ซิเมโอเนจึงไม่กล้าปล่อยให้นักเตะหย่อนยานจนเกินไปในเวลานี้

บ่ายวันนั้น หลินรุ่ยพักผ่อนหย่อนใจอยู่คนเดียวที่บ้านอย่างสบายอารมณ์ไปครึ่งค่อนวัน

ตกเย็น เขาก็เปิดทีวีเพื่อรับชมการถ่ายทอดสดศึกแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ระหว่างเรอัลมาดริดกับบาเยิร์นมิวนิก

แน่นอนว่าเขารู้ผลลัพธ์สุดท้ายของแมตช์นี้อยู่เต็มอกแล้ว

ทว่าเขาก็ยังอยากจะพิสูจน์ดูว่าการมาเกิดใหม่ของเขาจะส่งผลกระทบต่อแมตช์นี้หรือไม่

สิ่งที่ทำให้เขาโล่งใจก็คือ ดูเหมือนว่าการเกิดใหม่ของเขาจะส่งผลกระทบเฉพาะเหตุการณ์ที่เขาเข้าไปมีส่วนร่วมเท่านั้น และไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเหตุการณ์อื่น ๆ ที่เขาไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องเลย

ท้ายที่สุด เรอัลมาดริดก็ยังคงบุกไปย้ำแค้นบาเยิร์นมิวนิกถึงถิ่นด้วยสกอร์ 4–0 รวมผลสองนัดถล่มไปขาดลอย 5–0 ทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อย่างสง่างาม

สิ่งนี้ทำให้ศึกนัดชิงแชมเปียนส์ลีกในปีนี้ทวีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

สองทีมจากลีกเดียวกัน แถมยังมาจากเมืองเดียวกัน ต้องมาห้ำหั่นกันในรอบชิงชนะเลิศ

สถานการณ์เช่นนี้น่าจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของศึกแชมเปียนส์ลีกเลยก็ว่าได้

มันคงจะจุดชนวนให้สื่อมวลชนประโคมข่าวกันอย่างบ้าคลั่งอีกระลอกแน่ ๆ

แน่นอนว่าหลินรุ่ยยังล่วงรู้ความลับบางอย่างที่ไม่มีใครล่วงรู้มาก่อน

นอกจากครั้งนี้แล้ว ในอีกสองปีให้หลัง สองทีมนี้ก็จะต้องโคจรมาพบกันในรอบชิงชนะเลิศศึกแชมเปียนส์ลีกอีกครั้ง

เรื่องนี้ก็กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในช่วงเวลานั้นเช่นกัน

ทว่าตามผลลัพธ์สุดท้ายที่เขารับรู้มาจากชีวิตก่อน เรอัลมาดริดเป็นฝ่ายหัวเราะทีหลังดังกว่าทั้งสองครั้ง

เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าการมาเกิดใหม่ของเขาในครั้งนี้ จะส่งผลต่อผลลัพธ์นี้หรือไม่?

หลินรุ่ยเริ่มตั้งหน้าตั้งตารอคอยแมตช์นี้เสียแล้ว

ทว่ากว่าจะถึงนัดชิงชนะเลิศก็ต้องรอไปอีกถึงสามสัปดาห์ และในระหว่างนี้ แอตเลติโกมาดริดยังคงต้องโฟกัสไปที่ผลงานในลีกให้ดีเสียก่อน

วันรุ่งขึ้น เมื่อหลินรุ่ยเดินทางไปสนามซ้อม ก็เป็นไปตามคาด สื่อมวลชนสำนักใหญ่ต่างพากันรายงานข่าวเกี่ยวกับความพิเศษของศึกนัดชิงแชมเปียนส์ลีกครั้งนี้กันอย่างคึกคัก

เมื่อเดินทางมาถึงศูนย์ฝึกซ้อม เพื่อนร่วมทีมของเขาก็กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงคู่แข่งในรอบชิงชนะเลิศของพวกเขากันอย่างออกรส

ขุนพลนักเตะแอตเลติโกมาดริดทุกคนดูตื่นเต้นสุดขีดที่จะได้ดวลกับเรอัลมาดริดในนัดชิงชนะเลิศ

ต้องไม่ลืมว่าทั้งสองทีมปะทะกันมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในฤดูกาลนี้ และแอตเลติโกมาดริดก็ยังไม่เคยปราชัยให้พวกเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

พวกเขามั่นใจว่านัดชิงชนะเลิศครั้งนี้ก็คงไม่ต่างอะไรกัน

จริงอย่างที่เขาว่า ความมั่นใจนั้นก่อตัวขึ้นจากชัยชนะที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง

หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่แอตเลติโกมาดริดยังถูกเรอัลมาดริดต้อนตบอยู่ฝ่ายเดียว ไอ้พวกนี้คงไม่มีทางมั่นหน้ามั่นโหนกได้ขนาดนี้แน่

ในขณะที่เหล่านักเตะกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน ซิเมโอเนกลับไม่มีทีท่าประมาทคู่แข่งเลยแม้แต่น้อย

ในฐานะกุนซือเจนสังเวียน เขาย่อมรู้ดีว่าลูกกลม ๆ มีลมอยู่ข้างใน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

แม้ว่าฝั่งพวกเขาจะกุมความได้เปรียบเหนือเรอัลมาดริดอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา ทว่านั่นก็เป็นเพียงแค่อดีต

หากฝั่งพวกเขายังคงประมาทคู่แข่งในศึกนัดชิงแชมเปียนส์ลีก ท้ายที่สุดแล้วคนที่ต้องน้ำตาตกในก็คือพวกเขาเองนี่แหละ

ดังนั้น เขาจึงสวดลูกทีมยับอย่างไร้ความปรานีสำหรับทัศนคติแบบนี้

และขุนพลนักเตะแอตเลติโกมาดริดก็น้อมรับคำตักเตือนอย่างถ่อมตน

ท้ายที่สุด ภายใต้การเคี่ยวกรำอย่างไม่ลดละของซิเมโอเน เหล่านักเตะก็พิสูจน์ให้เห็นผ่านการลงมือทำ ด้วยปริมาณการฝึกซ้อมที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของปกติ ว่าพวกเขาจดจำคำสอนของกุนซือได้อย่างขึ้นใจ

เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปไม่กี่วัน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2014 แอตเลติโกมาดริดเปิดบ้านรับการมาเยือนของเอลเช คู่แข่งในศึกลีกนัดที่ 34

เมื่อเผชิญหน้ากับเอลเช ทีมอันดับ 15 ของตาราง ขุนพลนักเตะแอตเลติโกมาดริดก็เล่นกันอย่างผ่อนคลายและสบายอารมณ์สุด ๆ

พวกเขาไล่ถล่มคู่แข่งกลับบ้านเก่าไปด้วยสกอร์ 3–0

ในแมตช์นี้ หลินรุ่ยตะบันประตูสุดสวยจากการยิงไกลระยะทำการ

เลยเส้นกลางสนามมาเพียงนิดเดียว หลังจากหลินรุ่ยได้บอล เขาก็สังเกตเห็นว่านายทวารฝั่งตรงข้ามออกมาไกลเกินไป เขาจึงตะบันสับไกยิงไกลทันที ลูกบอลพุ่งทะยานราวกับขีปนาวุธร่อน ซุกเข้าก้นตาข่ายโดยตรง

ประตูนี้จุดประกายให้แฟนบอลแอตเลติโกมาดริดในสนามลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นและส่งเสียงเชียร์เขาอย่างบ้าคลั่งในทันที

นอกเหนือจากประตูนี้แล้ว ในช่วงเวลาที่เหลือหลินรุ่ยก็ไม่ได้ออกแรงอะไรมากนัก

เวลาส่วนใหญ่เขาคอยดึงตัวประกบและจ่ายบอลทำทางมากกว่า

เขาปั้นโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมจบสกอร์เป็นส่วนใหญ่

อีกสองประตูที่เหลือเป็นผลงานการทำประตูของบียาและราอูล การ์ซิอา

ทว่าหลินรุ่ยก็เป็นคนแอสซิสต์ให้ทั้งสองลูก

การที่เขาครองบอลป้วนเปี้ยนอยู่ในแดนหน้า เป็นการดึงดูดความสนใจจากนักเตะฝั่งตรงข้ามได้หลายคน ซึ่งนั่นก็เป็นการเปิดพื้นที่ว่างให้เพื่อนร่วมทีมได้มีพื้นที่เล่นมากขึ้น

หลังจากจบแมตช์กับเอลเช แอตเลติโกมาดริดก็ต้องลงเตะเกมลีกนัดกลางสัปดาห์ต่อทันที

จุดประสงค์หลักก็เพื่อเคลียร์คิวให้ว่างสำหรับศึกนัดชิงแชมเปียนส์ลีก โปรแกรมในลีกจึงถูกบีบให้กระชั้นชิดขึ้นมาบ้าง

ในศึกลีกรอบนี้ แอตเลติโกมาดริดต้องบุกไปเยือนรังเหย้าของบาเลนเซีย

ปัจจุบันบาเลนเซียรั้งอันดับแปดของตาราง และกำลังดิ้นรนเพื่อคว้าโควตาไปลุยศึกฟุตบอลสโมสรยุโรป

ดังนั้น พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับทุกแมตช์การแข่งขันเป็นอย่างมาก

แม้ว่าครั้งนี้พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับแอตเลติโกมาดริด แต่พวกเขาก็ยังเลือกที่จะเปิดหน้าแลกบุก

ทว่านี่ก็เป็นสิ่งที่แอตเลติโกมาดริดต้องการพอดี

ด้วยวิธีนี้ พวกเขาจึงสามารถงัดแทคติกรถบัสรอสวนกลับที่ถนัดที่สุดออกมาใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

และผลลัพธ์สุดท้ายก็ทำให้ซิเมโอเนยิ้มแก้มปริ

ท้ายที่สุด แอตเลติโกมาดริดก็บุกไปถล่มบาเลนเซียย่อยยับคาบ้าน 4–0

ในแมตช์นี้ หลินรุ่ยเหมาคนเดียวสองประตู ส่วนอีกสองประตูเป็นผลงานของคอสตาและโกเก้

หลังจากจบแมตช์กับบาเลนเซีย แอตเลติโกมาดริดก็ไม่รอช้า พวกเขาต้องเก็บกระเป๋าเดินทางไปเยือนรังเหย้าของเลบันเตต่อทันที

แมตช์นี้ถือเป็นงานหินสำหรับแอตเลติโกมาดริดเลยทีเดียว

บางทีการต้องออกไปเยือนต่อเนื่องอาจทำให้ขุนพลนักเตะแอตเลติโกมาดริดเริ่มมีอาการเหนื่อยล้าสะสมให้เห็นบ้างแล้ว

เริ่มต้นแมตช์นี้ได้ไม่ถึงสิบนาที เลบันเตก็ชิงขึ้นนำไปก่อน

หลังจากเบิกสกอร์ขึ้นนำ เลบันเตที่ได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน ก็ยิ่งฮึกเหิมหนักขึ้นไปอีก

เกมรุกของพวกเขาก็ยิ่งทวีความดุดันและเกรี้ยวกราดมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทว่าแอตเลติโกมาดริดกลับยังตั้งหลักเจาะตาข่ายตีเสมอไม่ได้เสียที

โอกาสสวนกลับเพียงสองครั้งของพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างความกดดันให้คู่แข่งได้เลย

น. 31 ของการแข่งขัน เลบันเตก็บวกสกอร์เพิ่มได้อีกครั้ง

สกอร์บนสนามขยับเป็น 2–0

มาถึงจุดนี้ แอตเลติโกมาดริดถึงเพิ่งจะเริ่มร้อนรนขึ้นมาจริง ๆ

หลินรุ่ยต้องงัดไอเทมกำไลปลุกใจยามคับขันออกมาใช้ในเวลานี้ เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมทีม

สิ่งนี้ช่วยให้กระบวนทัพของแอตเลติโกมาดริดค่อย ๆ กลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง

หลังจากตั้งหลักได้แล้ว แอตเลติโกมาดริดก็เริ่มตั้งหน้าตั้งตาเปิดเกมสวนกลับ

และก่อนหมดเวลาครึ่งแรก หลินรุ่ยก็ฉกฉวยโอกาสเอาไว้ได้สำเร็จ เขากระชากทะลวงฝ่าปราการหลังสองคนรวด ก่อนจะซัดบอลตุงตาข่าย ตีไข่แตกไล่ขึ้นมาได้หนึ่งลูก

ในครึ่งหลัง ทั้งสองฝ่ายสลับฝั่งกันและเริ่มเกมอีกครั้ง แอตเลติโกมาดริดที่ได้พักเบรกในช่วงครึ่งเวลา ท้ายที่สุดก็กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้สำเร็จ

ใน น. 56 และ 71 หลินรุ่ยและตูรานก็สลับกันตะบันไปคนละประตูตามลำดับ

ท้ายที่สุด พวกเขาก็พลิกนรกคว้าชัยชนะไปได้อย่างหืดจับด้วยสกอร์ 3–2

จบแมตช์นี้ แอตเลติโกมาดริดก็สามารถเดินทางกลับมาดริดได้เสียที

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา พวกเขาก็เปิดบ้านรับการมาเยือนของมาลากา คู่แข่งในศึกลีกนัดรองสุดท้าย

เมื่อเผชิญหน้ากับมาลากา ขุนพลนักเตะแอตเลติโกมาดริดที่ได้พักผ่อนมาอย่างเต็มอิ่ม ก็ไม่ปล่อยให้คู่แข่งได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากเลยแม้แต่น้อย

พวกเขาปิดจ๊อบคว้าชัยไปได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดด้วยสกอร์ 2–0

ครั้งนี้หลินรุ่ยไม่มีชื่อทำประตู แต่เป็นคอสตาที่เหมาคนเดียวสองลูก

ทว่าก็เป็นหลินรุ่ยนั่นแหละที่ถวายพานให้เขาทั้งสองประตู

มาถึงจุดนี้ ศึกลาลิกา ฤดูกาล 2013–14 ก็เหลือการแข่งขันอีกเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น

และคู่ต่อกรในนัดปิดฤดูกาลของพวกเขาก็คือคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงอย่างบาร์เซโลนานั่นเอง

ในช่วงไม่กี่นัดหลังสุด บาร์เซโลนาก็ฟอร์มแรงทะลุปรอท เดินหน้ากวาดชัยชนะเรียบวุธ ไร้พ่ายไร้เสมอเช่นกัน

พวกเขาเดินหน้าบดขยี้คู่แข่งรายทางมาได้อย่างราบคาบ

สิ่งนี้ส่งผลให้ระยะห่างของคะแนนระหว่างสองทีมยังคงถูกตรึงเอาไว้ที่ 2 แต้มเท่าเดิม

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ โฉมหน้าแชมป์ลีกจะได้รู้ดำรู้แดงกันก็ต่อเมื่อแมตช์ตัดสินชี้ชะตาระหว่างทั้งสองทีมจบลงเท่านั้น

สถานการณ์แบบนี้นับว่าหาดูได้ยากยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์ลาลิกา

การที่แชมป์ต้องมาตัดสินชี้ขาดกันในนัดสุดท้าย แถมสองทีมที่กำลังแย่งแชมป์กันดันต้องมาห้ำหั่นกันเองในนัดปิดฤดูกาล ความน่าจะเป็นแบบนี้มันน้อยนิดเอามาก ๆ จริง ๆ

ทว่าในปีนี้ แอตเลติโกมาดริดและบาร์เซโลนากลับต้องมาเผชิญหน้ากับสถานการณ์นี้เข้าอย่างจัง

แน่นอนว่าศึกตัดสินชี้ชะตาของพวกเขาจะเปิดฉากขึ้นในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า

และก่อนหน้านั้น แอตเลติโกมาดริดจะต้องไปฟาดฟันกับเรอัลมาดริดเพื่อชิงถ้วยแชมเปียนส์ลีกเสียก่อน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 481 ช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้!

คัดลอกลิงก์แล้ว