- หน้าแรก
- กำเนิดใหม่เต้าจวินไร้พ่ายแค่ข้าก้มหัว เทพยุทธก็ยังต้องคุกเข่า
- บทที่ 114 - ผู้คุมคุก
บทที่ 114 - ผู้คุมคุก
บทที่ 114 - ผู้คุมคุก
บทที่ 114 - ผู้คุมคุก
"อ๊ากก ผี ผีเต็มไปหมดเลย!"
"ศิษย์พี่ ท่านจะเอาค่ายกลกระบี่ชี้หน้าข้าทำไม ข้าคือเฉียนเฟิ่งไง!"
เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดผวาดังแว่วมาจากส่วนลึกของคุกใต้ดิน ทำให้ผู้คนที่ได้ยินรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ
หนิวหนิวเอามือปิดหู ร่างน้อยๆ โถมเข้ากอดแผ่นหลังของลู่อวี่ ซุกใบหน้าซ่อนไว้ในเสื้อผ้าของเขาจนมิด
สีหน้าของเจ้าอ้วนจางเปลี่ยนไป "บัดซบ หรือว่าที่นี่จะมีแต่ผีกันเนี่ย?"
ลู่อวี่สีหน้าเคร่งเครียด จู่ๆ เขาก็เหลือบไปเห็นซากโครงกระดูกแห้งกรังหลายร่างที่มุมห้อง
โครงกระดูกเหล่านี้ล้วนซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด เงียบงันดุจความตาย บนพื้นผิวถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาเตอะ ไร้ผู้คนสนใจ
ลู่อวี่ปัดฝุ่นออก ทันใดนั้นเสื้อผ้าที่อยู่บนโครงกระดูกก็ปรากฏขึ้น
เสื้อผ้าชุดนี้ดูธรรมดามาก ด้านบนมีอักษรผีตัวใหญ่เขียนคำว่า "ผู้คุม" เอาไว้
พวกมัน ล้วนเป็นผู้คุมของคุกแห่งนี้ ในยมโลกยุคก่อน พวกมันถูกเรียกอีกอย่างว่า ยมทูต
"เส้นเอ็นและกระดูกแหลกละเอียด แม้แต่วิญญาณดั้งเดิมก็ยังไม่ทันได้หลุดลอยออกมา ดูท่าคงจะตายในพริบตาเดียว" ลู่อวี่ตรวจสอบโครงกระดูกทีละร่างอย่างละเอียด
และในตอนนั้นเอง จู่ๆ เสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายก็ใกล้เข้ามา
"ตรงนั้นมีใครอยู่ไหม ช่วยด้วย!"
ลู่อวี่หันหน้าไป ก็เห็นผู้ฝึกตนหลายคนกำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงมา
เสื้อผ้าบนตัวของผู้ฝึกตนเหล่านี้เต็มไปด้วยรอยขาดวิ่น สภาพดูทุลักทุเลเป็นอย่างมาก
ภายในพื้นที่ทั้งหมดของตำหนักเหยียนหลัว มีแรงกดดันอันทรงพลังกดทับลงบนร่างของทุกคน ผู้ฝึกตนเหล่านี้จึงไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงออกมาได้เหมือนตอนอยู่ข้างนอก
ยิ่งไปกว่านั้น วิชาคาถาของพวกเขา ก็ไม่สามารถทำอันตรายใดๆ กับวิญญาณที่ไร้รูปธรรมเหล่านี้ได้เลยแม้แต่น้อย
กลุ่มคนที่วิ่งเข้ามาคือเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ ส่วนใหญ่เป็นศิษย์ในระดับก้าวที่หนึ่งของการบรรลุวิถี โดยเฉพาะในขอบเขตสร้างแก่นที่มีจำนวนมากที่สุด
เจ้าอ้วนจางชะโงกหน้ามองข้ามไหล่ของคนกลุ่มนั้นไป ก่อนจะร้องอุทานด้วยความตกใจ "คุณพระช่วย ข้างหลังพวกเจ้ามันตัวบ้าอะไรกันเนี่ย!"
เพียงเห็นว่าเบื้องหลังของผู้ฝึกตนกลุ่มนั้น ยังมีฝูงวิญญาณร้ายสีแดงฉานตามติดมาเป็นพรวน เงาร่างวูบไหวไปมา
แตกต่างจากที่ลู่อวี่พบเจอในทางเดินอันมืดมิด กลิ่นอายความดุร้ายบนร่างของอสูรกายเหล่านี้เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งกว่ามาก แทบจะทำให้ผู้คนหมดสิ้นความคิดที่จะต่อต้านไปเลยทีเดียว
เมื่อคนกลุ่มนี้เห็นลู่อวี่และเจ้าอ้วนจาง ความดีใจในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นความผิดหวังในทันที
แค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งกับเจ้าอ้วนหน้าตาเจ้าเล่ห์ ข้างกายยังมีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ตามมาอีกคน
"อ๊ากก ช่วยด้วย ศิษย์พี่ช่วยข้าด้วย!" จู่ๆ ศิษย์หญิงที่วิ่งรั้งท้ายสุดก็ร้องกรี๊ด ร่างของนางถูกฝูงวิญญาณร้ายกระชากตัวไป
ฉวะ—
เพียงชั่วพริบตา ร่างของศิษย์หญิงคนนี้ก็ถูกมือนับไม่ถ้วนฉีกกระชากจนขาดวิ่น ละอองเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ ร่างสั่นสะท้าน รีบรีดเค้นพลังเฮือกสุดท้ายวิ่งหนีสุดชีวิต
"ไม่ทันแล้ว พวกมันตามมาทันแล้ว!" ผู้ฝึกตนคนหนึ่งร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก
ผู้ฝึกตนคนอื่นๆ สีหน้าเปลี่ยนไปตามๆ กัน พากันหยิบของวิเศษออกจากถุงมิติเพื่อเตรียมต่อสู้เฮือกสุดท้าย
ทันใดนั้น ลู่อวี่ก็โยนโครงกระดูกของยมทูตตนหนึ่งออกไป
เคร้ง—
เสียงตกกระทบดังกังวาน โครงกระดูกร่างนั้นร่วงหล่นลงบนพื้นดิน
วิญญาณร้ายทั้งหมดชะงักงันในทันที สายตากระหายเลือดของพวกมันฉายแววหวาดผวา ขณะจ้องมองไปยังเสื้อผ้าบนร่างโครงกระดูกยมทูตผู้นั้น
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดแปลกประหลาด ฝูงวิญญาณร้ายที่ใกล้จะคลุ้มคลั่ง จ้องมองโครงกระดูกร่างนั้นเขม็ง ทว่ากลับไม่กล้าก้าวไปข้างหน้าแม้แต่ครึ่งก้าว
"เร็วเข้า ดูสิ พวกมันหยุดชะงักไปแล้ว!" ผู้ฝึกตนคนหนึ่งร้องด้วยความดีใจ
ผู้ฝึกตนที่เหลือต่างก็ประจักษ์แก่สายตาเช่นกัน อดไม่ได้ที่จะปลื้มปีติอย่างเหลือล้น พวกเขารีบถอยกรูดมาอยู่ข้างกายลู่อวี่ทันที
"ตรงนี้ยังมีโครงกระดูกอยู่อีกหลายร่าง พวกมันน่าจะกลัวโครงกระดูกพวกนี้นะ พวกเราเอาออกไปวางล้อมรอบไว้เถอะ!" ทันใดนั้นก็มีคนเสนอขึ้นมา
คำพูดนี้ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ พวกเขาพากันโยนโครงกระดูกออกไป วางเรียงรายไว้รอบด้าน
พื้นที่บริเวณนี้ กลายเป็นเขตปลอดภัยชั่วคราวไปโดยปริยาย
ส่วนโครงกระดูกของยมทูตเหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนม่านพลังป้องกันอันปลอดภัย ที่วิญญาณร้ายตนใดก็มิกล้าก้าวล่วงเข้ามาแม้แต่ครึ่งก้าว
(จบแล้ว)